LOGINก่อนที่พิธีแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ วินเซนต์ คู่หมั้นของฉันได้ประกาศบนดาดฟ้าเรือขนส่งสินค้าของท่าเรือแห่งใหม่ ว่าโซเฟีย น้องสาวต่างแม่ของฉันที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและเป็นรักแรกของเขาคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงหนึ่งเดียวของเขา เขาโอบกอดเธอท่ามกลางไฟสปอร์ตไลท์ พร้อมพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "ตามกฎของมาเฟีย คนที่ถูกยอมรับจากผู้อาวุโสหลักเท่านั้น ถึงจะถือเป็นนายหญิงของตระกูล ส่วนคนอื่น... ก็เป็นได้แค่คู่นอนเท่านั้นแหละ" ท่ามกลางคำอวยพรของเหล่าผู้อาวุโสในตระกูล พวกเขาแลกเปลี่ยนสร้อยคอพลอยสีดำ กล่าวคำสัตย์สาบานและให้คำมั่นสัญญาต่อกัน ฉันเฝ้ามองภาพนั้นเงียบ ๆ ก่อนจะนัดหมายเพื่อผ่าตัดทำแท้ง ตั้งแต่อายุสิบหกจนยี่สิบแปดปี ฉันรักวินเซนต์แค่คนเดียวมาตลอดยี่สิบปี แต่ในใจของเขากลับมีเพียงโซเฟียเสมอมา ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันเลือกเดินออกมาดีกว่า ฉันออกเดินทางไปฐานที่มั่นลับในอเมริกาใต้ โดยทิ้งไว้แค่หนังสือแจ้งขอยกเลิกการหมั้น กับของขวัญอำลาอีกหนึ่งชิ้นให้เขา แต่เขาที่มักเมินเฉยฉันมาตลอด กลับกลายเป็นคนจิตใจแตกสลาย จนไม่มีกะจิตกะใจจะบริหารงานของตระกูล...
View Moreสามปีต่อมา ฉันกลายเป็นผู้กุมอำนาจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมาเฟียธุรกิจของตระกูลขยายตัวไปทั่วโลก ขุมกำลังของ "เนตรอสรพิษ" ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องฉันง่าย ๆ อีก รอบตัวฉันมีผู้ติดตามนับไม่ถ้วนที่จงรักภักดีและพร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อฉันเฮกเตอร์เองก็เติบโตขึ้นมากเช่นกัน ไม่ใช่ไอ้โง่ที่ถูกคนหลอกปั่นหัวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ตอนนี้เขาเป็นมือขวาคนสำคัญที่ช่วยฉันจัดการธุระประจำวันของตระกูลและรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ เขาทำงานได้อย่างสุขุมกจนได้รับความไว้วางใจจากพวกผู้อาวุโส เย็นวันหนึ่ง หลังจากทำงานเสร็จ ฉันก็กลับมายังวิลล่าส่วนตัวทันทีที่ลงจากรถ ก็เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูเขาผอมซูบจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ผมเผ้าขาวโพลน ดวงตาขุ่นมัวและสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง ขาพิการต้องค้ำไม้เท้า สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง มีกลิ่นเหม็นสาบโชยออกมาจากตัวฉันขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะสั่งให้บอดี้การ์ดไล่เขาไป แต่เขาชิงพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงแหบพร่ามาก "อิสเบลล่า..."เมื่อได้ยินเสียงนั้น ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง เพ่งมองเขาอย่างละเอียดกว่าจะจำได้ราง ๆ ว่าเขาคือวินเซนต์สามปีที่ไม่เจอกัน เ
วินเซนต์ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น พูดพร่ำไม่หยุดว่า "ผมผิดไปแล้ว" แต่ฉันไม่ชายตาแลเขาแม้แต่น้อย ผู้ชายพรรค์นี้ไม่คู่ควรกับการอภัยจากฉัน และยิ่งไม่คู่ควรจะมาปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีกด้วย"ลากตัวเขากลับไป ขังไว้ในห้องใต้ดิน" ฉันสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ให้เขาได้ลิ้มรสความทรมานที่ฉันกับเฮกเตอร์เคยได้รับในนั้นเมื่อตอนนั้นดูบ้าง"วินเซนต์เงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นตระหนก "อิสเบลล่า อย่าทำแบบนี้! ผมสำนึกผิดแล้ว ยกโทษให้ผมเถอะ!""ยกโทษให้งั้นเหรอ?" ฉันแสยะหัวเราะ "ตอนที่ฉันกับเฮกเตอร์ต้องทนหิวทนหนาว ต้องถูกทุบตีอย่างทารุณในห้องใต้ดิน ใครเคยละเว้นพวกเราบ้าง ตอนที่แม่ฉันถูกพวกคุณบีบจนตาย ใครเคยเมตตาแม่บ้าง วินเซนต์ นี่คือผลกรรมที่คุณสมควรได้รับแล้ว"ลูกน้องก้าวเข้ามาพยุงตัววินเซนต์แล้วลากออกไปด้านนอกทันทีเขาพยายามดิ้นรนพลางตะโกน แต่กลับไม่มีใครเหลียวแลเขาเลยขณะมองตามแผ่นหลังที่โซซัดโซเซของเขา ในใจฉันไม่มีความสงสารแม้แต่น้อย มีเพียงความสะใจที่ได้ล้างแค้นอย่างสาสมโซเฟียเห็นท่าไม่ดีจึงคิดจะแอบหนีไปเงียบ ๆ แต่กลับถูกเฮกเตอร์ขวางทางไว้"เธอจะไปไหน" สายตาของเฮกเตอร์เย็นเฉียบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยค
ในวันประชุมสภาอาวุโสของตระกูล วินเซนต์กับโซเฟียกำลังยืนอยู่บนเวที รับประกันกับพวกผู้อาวุโสว่าจะรีบแก้ไขวิกฤตของตระกูลและประคองธุรกิจอาวุธให้มั่นคงโดยเร็วที่สุดวินเซนต์อธิบายแผนการของตนออกมาไม่หยุด ส่วนโซเฟียที่ยืนข้างกายเขาก็คอยเผยรอยยิ้มอ่อนแอออกมาเป็นพัก ๆ หวังจะเรียกคะแนนความสงสารตอนนี้เอง ประตูห้องประชุมก็ถูกถีบออกอย่างแรงฉันสวมชุดหนังสีดำ สวมแว่นกันแดด เดินเข้ามาโดยมีคามิลลา ผู้ช่วยคนสนิทและเหล่ายอดฝีมือจาก "เนตรอสรพิษ" นับสิบคนเดินตามหลังมา ออร่าข่มขวัญคนทั้งห้อง"อิสเบลล่า คุณยังกล้ากลับมาอีกเหรอ!" วินเซนต์ทั้งตกใจทั้งแค้น เขาชี้หน้าฉันพลางแผดเสียง "ยัยคนทรยศ ยังมีหน้ามาโผล่ที่นี่อีกหรือไง"ฉันถอดแว่นกันแดดออก ใช้สายตาเย็นเยียบดุร้ายจ้องเขา "คนทรยศงั้นเหรอ ฉันว่าคนทรยศตัวจริงคือ 'ยัยคนสวยอ่อนแอ' ที่อยู่ข้างคุณ กับพ่อตาใจคออำมหิตของคุณมากกว่านะ"โซเฟียหน้าซีดทันที พยายามนิ่งเข้าไว้ "พี่คะ พูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันกับวินเซนต์ดีกับพี่ขนาดนี้ ทำไมพี่ต้องใส่ร้ายพวกเราด้วยล่ะ""ใส่ร้าย" ฉันแสยะหัวเราะ เดินไปที่หน้าจอใหญ่แล้วกดปุ่มเล่นวิดีโอ "แหกตาดูซะนะ ว่า 'นางฟ้าผู้บริสุทธิ์
วันนี้ ลูกน้องส่งบันทึกบทสนทนาการซื้อขายในตลาดมืดของพ่อฉันมาให้ ในนั้นพูดถึงอย่างชัดเจนว่า เพื่อที่จะฮุบเงินสกปรกจากอาวุธล็อตนั้น เขาก็เลยจงใจทำลายระบบสายไฟของตู้คอนเทนเนอร์ทำให้เกิดระเบิด ทั้งยังวางแผนสร้างสถานการณ์ให้เป็น "อุบัติเหตุ" ด้วยมีรายงานประวัติการรักษาพยาบาลอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นของแม่ฉันเองข้อมูลระบุว่า หนึ่งเดือนก่อนที่แม่จะเสียชีวิต แม่ถูกบังคับให้ดื่มยาที่มีฤทธิ์หลอนประสาทติดต่อกัน จนทำให้สติฟั่นเฟือน แล้วสุดท้ายก็ "ฆ่าตัวตาย" ส่วนหมอที่สั่งยาให้ แท้จริงแล้วคือญาติห่าง ๆ ของเอลิน่า ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้วฉันจัดการรวบรวมหลักฐานพวกนี้แล้วส่งแบบนิรนามไปให้พวกผู้อาวุโสในตระกูลที่ไม่พอใจวินเซนต์มาแต่ไหนแต่ไร ผู้อาวุโสกลุ่มนี้เป็นคนที่เคยร่วมบุกเบิกสร้างตัวมากับคุณตาของฉัน พวกเขามีความผูกพันกับแม่ของฉันมาก และทนดูพฤติกรรมของพ่อกับเอลิน่าไม่ได้มาตั้งนานแล้ว แถมยังไม่พอใจที่วินเซนต์อ่อนแอไร้ความสามารถด้วยทันทีที่ข่าวออกมา ภายในตระกูลก็เกิดความวุ่นวายขึ้นทันทีพวกผู้อาวุโสเรียกประชุมวิดีโอฉุกเฉิน แล้วคาดคั้นวินเซนต์ "วินเซนต์ ตกลงว่าเหตุระเบิดที่ท่าเรือ
เมื่อนอนลงบนเตียงผ่าตัด ฉันลูบหน้าท้องตามสัญชาตญาณ ตรงนี้เคยโอบอุ้มชีวิตน้อย ๆ เอาไว้เขาควรจะเป็นพยานรักของฉันกับวินเซนต์สิ แต่ตอนนี้ เหลือแค่ความประชดประชันที่ไร้จุดสิ้นสุดขณะที่วิสัญญีแพทย์กำลังเตรียมฉีดยา เสียงเดินเบา ๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ไม่ใช่พยาบาลคนเดิมที่คุยกันไว้ แต่เป็นใบหน้าแปลกหน้
ฉันมองตามสายตาของเขา จนไม่เห็นมือของเขาที่กุมประสานกันแน่นกับมือของโซเฟียนิ้วมือของเขาเกี่ยวประสานนิ้วเธอไว้แน่น เหมือนกลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายแม้เพียงนิดเดียว ส่วนตัวฉันนั้น ก็เป็นแค่ผู้บุกรุกส่วนเกินคนหนึ่งเท่านั้น"ไม่ต้องหรอก" ฉันย้ายสายตาหนีอย่างสงบนิ่ง น้ำเสียงไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ "คำอวยพรวั
คำพูดจิกกัดของวินเซนต์ยังคงดังก้องอยู่ข้างหูฉันวางโทรศัพท์ลง หน้าจอดับมืดลง แสงสว่างจุดสุดท้ายในดวงตาก็ดับวูบลงโดยสิ้นเชิงเช่นกันปลายนิ้วรีบกดกดยืนยันนัดหมายกับคลินิกทำแท้ง มันคือคลินิกที่ฉันหาข้อมูลไว้ล่วงหน้านานแล้ว มันอยู่ไกลจากท่าเรือใหม่แห่งนี้มากครั้งนี้ ฉันจะตัดขาดกับเขา และตัดความยึดติ
ลมยามค่ำคืนหอบเอากลิ่นเค็มคาวของคลื่นทะเลกับกลิ่นหอมเย็นของวิสกี้เบอร์เบินมาด้วย ฉันซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ในเงาตู้คอนเทนเนอร์หมายเลขสามของท่าเรือแห่งใหม่ นิ้วซีดขาวกำชุดราตรีจนยับย่น ลำแสงจากสปอตไลต์ส่องทะลุความมืดมิด ทำให้ดาดฟ้าเรือบรรทุกสินค้าสว่างไสวราวกับกลางวันวินเซนต์ที่เป็นคู่หมั้นของฉันกำลั











