แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: บุปผาร่วงโรย
พอพูดประโยคนี้ออกมา ทุกคนพากันก้มหน้าเงียบ กู้เจ๋อเฟิงก็ตัวแข็งทื่อทันที

พวกลูกน้องคิดไม่ถึงว่าฉันจะถามเช่นนี้ กู้เจ๋อเฟิงตกใจกับน้ำเสียงหนักแน่นของฉัน

ราวกับ...ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคบอกเล่าต่างหาก

สีหน้าเขาตกตะลึงทันที แต่กลับมานิ่งเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว แล้วก็กลายเป็นคนเย็นชาเหมือนปกติด้วย

“สวี่เยี่ยนเยว่ ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เจียวเจียวคือคนในครอบครัวฉัน”

“ถ้าเธอเอาแต่คิดเรื่องนี้อีก ฉันคงผิดหวังในตัวเธอมาก”

ฉันมองเขาเงียบๆ ยอมรับเลยว่ากู้เจ๋อเฟิงแสดงเก่งมาก ไม่เห็นความรู้สึกผิดที่โกหกในแววตาเขาเลยสักนิด

ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ ลูกน้องพากันกลั้นหายใจ รอฉันแหกปากอาละวาดด้วยความโมโห

แต่ฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แค่ก้มหน้าหัวเราะเบาๆ “งั้นเหรอ?”

“ฉันเข้าใจแล้ว”

กู้เจ๋อเฟิงชะงักไป ทันใดนั้นท่าทางเขาดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด เขาคงคิดว่าฉันเชื่อจริงๆ

ฉันเดินอ้อมเขามาข้างบอดี้การ์ด “ไปคุกใต้ดินสิ”

บอดี้การ์ดมองหน้ากัน จู่ๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี “นายท่าน เอ่อ...”

“มัวอึ้งอะไรอยู่ล่ะ! นายหญิงเอ่ยปากแล้ว พาเธอไปคุกใต้ดิน!” กู้เจ๋อเฟิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์

แม้ฉันแสดงท่าทีชัดเจนแล้ว แต่กู้เจ๋อเฟิงก็ยังตัดสินใจขังฉัน เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

เขายังระมัดระวังและรอบคอบเหมือนเดิม

บอดี้การ์ดขานรับทันที ล้อมฉันไว้ตรงกลาง ทำอย่างกับฉันเป็นนักโทษที่มีความผิดร้ายแรง

ฉันก้มหน้าเงียบ เดินตามหลังบอดี้การ์ดโดยไม่พูดอะไรออกมา

ในเมื่อกู้เจ๋อเฟิงพยายามไม่ให้ฉันรู้ขนาดนี้ แล้วฉันจะอาละวาดโวยวายอีกทำไมล่ะ?

ยังไงของขวัญแสดงความยินดีของฉัน ก็ส่งไปในวันแต่งงานอย่างตรงเวลาอยู่แล้ว

คำถามเมื่อกี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันให้กู้เจ๋อเฟิง เขาก็ตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วเหมือนกัน

ไม่รู้ทำไมตอนที่เขาตอบว่าเป็นคนในครอบครัว ฉันกลับรู้สึกโล่งใจมาก

หมายความว่าชีวิตแต่งงานครั้งนี้ ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว

แต่คิดไม่ถึงว่าระหว่างทางไปคุกใต้ดิน ดันเจอลุงหลิวเดินสวนมาพอดี

“นายท่าน! นายหญิงเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เธอจะอยู่ในคุกใต้ดินสภาพอับชื้นแบบนั้นได้ยังไง!”

“ออกจากโรงพยาบาลเหรอ?” กู้เจ๋อเฟิงขมวดคิ้ว เขาเพิ่งสังเกตเห็นใบหน้าของฉันที่ซีดจนผิดปกติ

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“นายหญิงกำลังตั้ง...”

“แต่ก่อนเราจะออกไป พี่สะใภ้ยังแข็งแรงดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

กู้เจียวเจียวพูดตัดบทลุงหลิว แต่เธอยิ้มอย่างขี้เล่นทันที “เอ่อ ฉันแค่พูดลอยๆ น่ะ เพราะตอนที่พี่สะใภ้วิดีโอคอลมาด่าฉัน เห็นๆ อยู่ว่าแบ็กกราวนด์คือที่บ้าน!”

เธอหันมามองสาวใช้แล้วถามอย่างสงสัย “หรือว่าฉันดูผิดเอง?”

สาวใช้คนนั้นรู้ความคิดของเธอทันที รีบพูดอย่างรวดเร็ว “ใช่ค่ะ เราเป็นพยานได้ สองสามวันนี้นายหญิงอยู่บ้านตลอด ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลค่ะ”

กู้เจ๋อเฟิงสีหน้าโมโหมาก แววตาที่มองฉันเต็มไปด้วยความโกรธและผิดหวัง

แต่เขาไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่ยกปืนขึ้นมาแล้วเล็งไปที่พ่อบ้าน

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้น

ลุงหลิวล้มลงไป เลือดทะลักออกมาจากขาขวา

ตูม

ข้างหูฉันเกิดเสียงดังอื้ออึง ราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

“ไม่...ไม่นะ...ลุงหลิว!”

ฉันใช้แรงทั้งหมดดิ้นออกจากการควบคุมของบอดี้การ์ด พุ่งไปตรงหน้าเขาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาหยดลงบนใบหน้าของเขา

ความรู้สึกผิดมหาศาลพุ่งขึ้นมาในใจฉัน ฉันฉีกชายกระโปรง ใช้ผ้าพันขาของเขาแน่น แต่เลือดก็ยังเปื้อนมือฉันจนแดงไปหมด

ตอนแรกฉันคิดว่ากู้เจ๋อเฟิงแค่นอกใจ แค่ปิดบังความสัมพันธ์ของเขากับกู้เจียวเจียว คิดไม่ถึงว่าเขาจะโหดร้ายกับฉันขนาดนี้ โหดร้ายจนถึงขั้นทำร้ายคนสำคัญที่สุดของฉัน!

ฉันจ้องกู้เจ๋อเฟิงอย่างเคียดแค้น อยากฉีกเขาเป็นชิ้นๆ ตอนนี้เลย

กู้เจ๋อเฟิงชะงักไป คิดไม่ถึงว่าฉันจะมีปฏิกิริยาขนาดนี้

เพราะในความคิดของเขา ลุงหลิวเป็นแค่ลูกน้องที่ไม่มีความสำคัญอะไร

เขาหลบตาฉัน ก้มหน้าเช็ดปืนในมือ แล้วหันมาพูดกับลูกน้องในบ้าน

“ถ้าฉันได้ยินคำนินทาหรือมีใครโกหกฉันอีก จุดจบจะเป็นเหมือนเขา”

ลูกน้องพากันพยักหน้า ไม่กล้าพูดอะไรอีกแล้ว

วินาทีนั้นฉันเข้าใจทุกอย่าง เขายิงเพราะต้องการขู่ลูกน้อง ห้ามไม่ให้พูดเรื่องในวันนี้

โดยเฉพาะเรื่องที่ฉันถามความสัมพันธ์ของเขากับกู้เจียวเจียวอย่างตรงไปตรงมา

เขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากจริงๆ ถึงแม้เป็นเจ้าพ่อ แต่นอกใจไปมีอะไรกับน้องสาวบุญธรรมของตัวเอง เป็นเรื่องที่ฟังดูแย่จริงๆ

กู้เจ๋อเฟิง นายทั้งโหดเหี้ยมและเห็นแก่ตัวเหลือเกิน

เขามองฉันอย่างเย็นชา “เธอเลิกร้องไห้ได้แล้ว ยิงขาไม่ได้ทำให้ใครตาย”

เขาหันไปพูดกับบอดี้การ์ดอีกครั้ง “มัวอึ้งอะไรอยู่ ยังไม่รีบพานายหญิงไปที่คุกใต้ดินอีก”

เมื่อสิ้นเสียง บอดี้การ์ดรีบเข้ามาจับแขนสองข้างของฉัน แล้วลากไปข้างนอก

แต่เป็นเพราะทำรุนแรงเกินไป จู่ๆ ฉันรู้สึกปวดจี๊ดที่ท้อง ปวดจนตัวงอ

บอดี้การ์ดรีบปล่อยมือ “นายท่าน เราไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ!”

กู้เจ๋อเฟิงเห็นฉันเหงื่อแตกพลั่กก็ตกใจเหมือนกัน เขาวิ่งมาข้างฉันทันที น้ำเสียงมีความตื่นตระหนกเล็กน้อย “สวี่เยี่ยนเยว่ เลิกเสแสร้งได้แล้ว ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”

แต่ตอนนี้ฉันไม่มีแรงตอบเขาแล้ว ภาพด้านหน้าเลือนรางขึ้นเรื่อยๆ

วินาทีก่อนที่จะสลบ ฉันเห็นสีหน้าเย็นชาของกู้เจ๋อเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขารีบช้อนตัวฉันขึ้นมา ตะโกนไปข้างนอกเสียงดังลั่น “เรียกรถพยาบาลเร็ว!”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 14

    ตอนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เสิ่นเจ๋อจือฟุบอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยดวงตาสองข้างปิดสนิท ที่คางมีไรหนวดเต็มไปหมด ไม่เหมือนดาราดังเลยสักนิดรู้สึกถึงการจับจ้องของฉัน เสิ่นเจ๋อจือลืมตาขึ้นมา“เป็นความผิดฉันเอง ฉันไม่น่าทิ้งเธอไว้หน้าประตูโรงพยาบาลคนเดียว ฉันผิดเอง....”ฉันหัวเราะแล้วขยี้ผมเขา “เลิกร้องได้แล้ว ลูกได้ยินจนรำคาญแล้วเนี่ย”แม้ฉันปลอบเสิ่นเจ๋อจือ แต่จริงๆ ฉันรู้สึกหวาดกลัวมากเหมือนกันถึงขั้นที่สะดุ้งตื่นเพราะความฝัน ในฝันมีแต่ภาพที่กู้เจียวเจียวถือมีดแทงใส่ฉันฉันรู้ว่าเธอไม่มีทางปล่อยฉันไปง่ายๆ ดังนั้นฉันไม่คิดจะเจรจากับเธอ ที่รับปากเธอก็เพราะต้องการเอามือถือมาส่งข้อความเท่านั้นเพราะฉันรู้ว่าเสิ่นเจ๋อจือต้องดักฟังมือถือฉันอยู่แน่ๆ เขาต้องได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันเลยลองเสี่ยงดู โชคดีที่สุดท้ายฉันก็ชนะส่วนกู้เจ๋อเฟิงจะมาหรือไม่ ฉันไม่สนใจสักนิด แต่เขาตอบตกลงอย่างรวดเร็ว มันเหนือความคาดหมายของฉันจริงๆ“ถ้าเขาได้ยินที่เธอพูด จิตใจคงแตกสลาย”เสิ่นเจ๋อจือนั่งอยู่ด้านข้าง ปอกแอปเปิลให้ฉันพลางเอ่ยขึ้น“ห๊ะ? ทำไมล่ะ?”“ตอนฉันไปถึงที่นั่น เห็นเขากระโดดลงมาจากรถคันหนึ่งพอดี เหมือนจะ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 13

    ฉันโดนมัดแน่นอยู่บนเตียงกู้เจียวเจียวถือมีดแหลมคมหนึ่งเล่ม ขยับปลายมีดไปมาอย่างแผ่วเบาบนหน้าท้องเปลือยเปล่าของฉัน“กู้เจียวเจียว เธอจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ!”กู้เจียวเจียวหัวเราะ “พี่สาว ถ้าขยับอีกนิดเดียว ฉันจะเอามีด...”“แทงเข้าไป!”ฉันหยุดดิ้นทันทีพอเห็นปฏิกิริยาของฉัน ความเคียดแค้นในดวงตาของกู้เจียวเจียวมากขึ้นกว่าเดิม“เธอเห็นมันเป็นสมบัติล้ำค่าสินะ...ทำไมเธอยังไม่ตาย...ทำไมเธอยังมีลูกได้อีก...ทำไมตอนนี้ชีวิตเธอถึงมีความสุขขนาดนี้!”วันนั้นฉันเพิ่งรู้ว่าหลังจากกู้เจียวเจียวแท้ง ยังไม่ทันหายดีก็โดนกู้เจ๋อเฟิงจับขังคุกใต้ดินแผลของกู้เจียวเจียวติดเชื้ออย่างรุนแรง สุดท้ายเธอไม่สามารถมีลูกได้อีกถึงเป็นเช่นนี้ กู้เจ๋อเฟิงก็ไม่เหลียวแลเธอเลยช่วงเวลานั้น เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ฉันจากโลกนี้ไป เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวันทั้งคืนบางครั้งดื่มเยอะจนกลับไปทุบตีกู้เจียวเจียวที่คุกใต้ดิน ทำร้ายจนเกือบตายทุกครั้งในความคิดของเขา กู้เจียวเจียวคือต้นเหตุของทุกอย่าง“ในช่วงเวลานั้น ฉันเจ็บปวดมาก อยากตายมาก ฉันขอให้พี่ทำให้ฉันจากไปอย่างสงบ แต่เธอรู้ไหมว่าเขาพูดยังไง?” กู้เจียวเจียวตาแดงก

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 12

    ได้เจอกู้เจ๋อเฟิงอีกครั้ง ใจฉันก็ยังเต้นผิดจังหวะอยู่ดีแต่ฉันสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว เพราะตั้งแต่เสิ่นเจ๋อจือโพสต์ภาพนั้น ยังไงวันนี้ก็ต้องมาถึงอยู่แล้ว“นายจำคนผิดแล้วล่ะ” ฉันหันหน้ากลับมา พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“สวี่เยี่ยนเยว่ เธออย่าแกล้งโง่! ฉันรู้ว่าคือเธอ! เธอยังไม่ตายจริงด้วย!”กู้เจ๋อเฟิงวิ่งมาด้านหน้าฉันเหมือนคนบ้า จับแขนฉันแล้วเขย่าอย่างแรงเขาแรงเยอะมาก เหมือนอยากบีบฉันให้เละในตอนนี้เลยฉันขมวดคิ้ว ทันใดนั้นมีมือใหญ่ข้างหนึ่งผลักเขาจนล้มลงบนพื้นเสิ่นเจ๋อจือดึงฉันมาด้านหลัง “ไอ้ขี้เมาที่ไหนเนี่ย กล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน”กู้เจ๋อเฟิงล้มลงบนพื้น มองมือของฉันกับเสิ่นเจ๋อจือที่ประสานกันแน่นด้วยความตกตะลึง“ไม่...เป็นไปไม่ได้! สวี่เยี่ยนเยว่คบกับคนอื่นได้ยังไง!”“พวกนายกำลังแสดงละคร! ใช่ไหม?! แสดงละครเพื่อบีบให้ฉันไป?!”พูดตามตรงว่าฉันไม่เคยเห็นกู้เจ๋อเฟิงเสียสติขนาดนี้ความรังเกียจในแววตาฉันมากกว่าเดิม “ฉันไม่รู้ว่าสวี่เยี่ยนเยว่ที่นายพูดถึงคือใคร แต่กรุณาให้เกียรติกันด้วย ถ้าแตะต้องฉันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจ”ทว่ากู้เจ๋อเฟิงยังไม่เชื่อ เพราะใบหน้าและเสียงของฉั

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 11

    (มุมมองนางเอก)ตอนกลับมาถึงประเทศ A พ่อแม่เห็นสภาพอิดโรยของฉันแล้วโมโหมากหลังจากได้ยินเรื่องที่ฉันเจอมา พวกเขาโมโหจนแทบจะนั่งเครื่องบินไปคิดบัญชีกับกู้เจ๋อเฟิงในวันนั้นเลยฉันห้ามพวกเขา พ่อแม่พูดกับฉันด้วยความโมโห“อย่าบอกนะว่าลูกยังรักเขาอยู่?”ฉันส่ายหน้าไปมา น้ำเสียงหนักแน่น“ฉันแค่ไม่อยากเห็นเขาอีก”เรื่องวุ่นวายในงานแต่งถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากได้เห็นฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไรหรอกฉันไม่อยากได้ยินทุกอย่างที่เกี่ยวกับกู้เจ๋อเฟิงอีกแล้วจนกระทั่งวันหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าฉันจะได้รับข้อความเสียงจากกู้เจียวเจียวเสียงเธอแสบแก้วหู พูดจามั่วไปหมด เหมือนบ้าไปแล้ว เธอกำลังระบายความรู้สึกกับ “คนตาย” อย่างฉัน“เพราะอะไร...เธอตายไปแล้วแท้ๆ เขายังไม่ยอมปล่อยลูกของฉัน...นี่คือลูกเพียงคนเดียวของเขาเลยนะ!”“เขาบอกว่าไม่เชื่อ แถมยังบอกว่าถ้าเจอเธอแล้ว เขาจะหั่นฉันเป็นหมื่นชิ้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ เธอดูสิ ทำไมเขาถึงโหดร้ายขนาดนี้?”“ถึงเขาไม่รักฉัน แต่ฉันก็เป็นน้องสาวที่ใช้ชีวิตกับเขามาสิบกว่าปีเลยนะ เขาไม่มีเยื่อใยให้คนในครอบครัวเลยเหรอ....เป็นความผิดของเธอ! ถ้าเธอไม่โผล่มา เราคงมีความ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 10

    (มุมมองบุคคลที่สาม)กู้เจ๋อเฟิงหันมามอง ดวงตาสองข้างแดงก่ำ “เธอหมายความว่ายังไง?”“ฉันยังพูดไม่ชัดเจนเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้ว...ฉันฆ่าเธอเอง”“เธอว่าอะไรนะ!” กู้เจ๋อเฟิงพุ่งเข้าไปบีบคอเธอ“ฉันบอกว่าฉันฆ่าเธอเอง! เอามีดแทงท้องเธอ! แล้วก็โยนทิ้งท่อระบายน้ำ! ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาวดังขึ้นในห้องพักผู้ป่วยที่เงียบสงัด ตอนนี้กู้เจียวเจียวเหมือนคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น“กู้เจ๋อเฟิง ตอนนี้พี่ยังอยากปล่อยให้ลูกฉันตายอยู่ไหม?”กู้เจียวเจียวมองเขาอย่างได้ใจกู้เจ๋อเฟิงหน้าซีดเผือดเขาปล่อยมือทันที แววตาของกู้เจียวเจียวดูได้ใจยิ่งกว่าเดิมกู้เจ๋อเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แววตาหม่นหมอง เขากวักมือเรียกหมอ“ถ้าลูกในท้องเธอรอดออกมาได้ ฉันจะฆ่าพวกนาย”เสียงหัวเราะของกู้เจียวเจียวเงียบลงทันที“พี่ว่าอะไรนะ?! ฉันบอกแล้วว่าเขาคือลูกเพียงคนเดียวของพี่! พี่คิดว่าฉันโกหกเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้วจริงๆ!”เธอตะโกนสุดเสียง แต่กู้เจ๋อเฟิงไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยเขาเอามือค้ำกำแพง เดินโซซัดโซเซออกไปเสียงตะโกนแทบขาดใจของกู้เจียวเจียวดังขึ้นด้านหลังวินาทีที่เสียงกรีดร้องหยุดลง กู้เจ๋อ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 9

    (มุมมองบุคคลที่สาม)พวกบอดี้การ์ดมองหน้ากัน แล้วพูดติดๆ ขัดๆ “ไม่ทราบครับ...เมื่อกี้ยังอยู่ในนี้อยู่เลย...”“ไม่ทราบ?” กู้เจ๋อเฟิงแสยะยิ้ม “ไม่ทราบเชี่ยอะไรล่ะ!”สีหน้าเขาน่ากลัวมาก เอาปืนออกมาจ่อที่หน้าผากพวกเขาทันที“ถ้าไม่พาเธอมาอยู่ตรงหน้าฉันภายในหนึ่งชั่วโมง ชีวิตไร้ค่าของพวกแกก็ไม่จำเป็นแล้วเหมือนกัน!”หลังจากบอดี้การ์ดออกไปด้วยความร้อนรน กู้เจ๋อเฟิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตามองไปที่เอกสารการหย่าที่อยู่ในมืออีกครั้งเขาหลับตาลงด้วยความเสียใจเขาควรคิดได้นานแล้ว สวี่เยี่ยนเยว่สามารถแก้แค้นในงานแต่งได้ เธอไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองโดนขังอยู่ในคุกหรอกขณะนั้นผู้ช่วยค่อยๆ เดินมาหาเขา แล้วถอนหายใจยาว“มีบางเรื่องที่นายท่านอาจยังไม่รู้ จริงๆ คนในตระกูลไม่ได้มองเธอเป็นนายหญิงด้วยซ้ำ”“ไม่ได้มองเป็นนายหญิงเหรอ? หมายความว่ายังไง?” กู้เจ๋อเฟิงขมวดคิ้ว“นายท่านลืมไปแล้วเหรอครับ? คุณเป็นคนพูดประโยคนี้เอง บอกว่านายหญิงของตระกูลคือคุณกู้”“คุณลงโทษนายหญิงต่อหน้าลูกน้องทุกคนด้วย เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนลือกันว่าคุณจะไล่นายหญิงออกจากบ้าน ดังนั้นทุกคนจึงมองข้ามนายหญิง”กู้เจ๋อเฟิงอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status