แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: บุปผาร่วงโรย
เหมือนกู้เจ๋อเฟิงเฝ้าฉันอยู่นานมาก

เขายกมือขึ้นมาลูบแก้มตอบและซีดเซียวของฉัน

ทันใดนั้นหมอเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน เขาถือผลตรวจด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี

“นายท่านครับ ยินดีด้วย นายหญิง...”

ขณะนั้นมือถือของกู้เจ๋อเฟิงดังขึ้น

เขารีบบอกให้หมอเงียบ แล้วกดรับสาย

ไม่รู้ว่ากู้เจียวเจียวพูดอะไรในสาย เขาลุกขึ้นยืนแล้วออกไปด้วยความรีบร้อน

หมอจะตามออกไป แต่โดนบอดี้การ์ดขวางไว้

“นายจะไปจริงเหรอ? ถ้าไปรบกวนไม่ให้นายท่านไปเจอคุณกู้ นายซวยแน่”

“แต่...นายหญิงตั้งครรภ์ ฉันคิดว่านายท่านควรรู้เรื่องนี้ เพราะถ้านายหญิงโดนขังไว้ในคุกใต้ดิน เด็กอาจเป็นอันตรายก็ได้!”

“ท้องเหรอ?!”

พวกบอดี้การ์ดเบิกตาโต

แต่ทันใดนั้น พวกเขาหัวเราะพรืด “ฉันว่านายอย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องดีกว่า นายคงได้ยินเรื่องของลุงหลิวแล้ว นายน่าจะรู้จุดจบของการปกป้องสวี่เยี่ยนเยว่”

“อีกอย่างถึงนายพูดไป ใช่ว่านายท่านจะเชื่อ ถึงเชื่อเขาก็ไม่มีทางใจอ่อน เพราะตอนนี้คนในตระกูลต่างพูดกันว่านายท่านไม่รักเธอแล้ว ถ้านายผิดใจกับคุณกู้เพราะเรื่องนี้...นายซวยแน่ เพราะฉะนั้นนายน่าจะรู้ดีว่าควรตัดสินใจยังไง”

หมอและพยาบาลมองหน้ากัน สุดท้ายก็เอาผลตรวจโยนลงไปในถังขยะ

กู้เจ๋อเฟิงคิดว่ายิงลุงหลิวแล้วจะหยุดข่าวลือได้ แท้จริงแล้วแค่ทำให้พวกเขาไม่กล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเขาเท่านั้น

ข่าวลือมีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเขาก็ยิ่งไม่มีทางรู้ความจริง

สรุปว่าฉันโดนขังไว้ในคุก

ฉันไม่ได้กินเศษอาหารหรือของเหลือ แต่ได้รับการปรนนิบัติอย่างดี อาหารอันโอชะไม่ได้น้อยลงกว่าก่อนหน้านี้เลย

พวกบอดี้การ์ดงงไปหมด “นายท่านคิดอะไรอยู่? จะลงโทษเธอไม่ใช่เหรอ? ทำไมรู้สึกแปลกๆ”

“ฉันว่าคุณกู้น่าจะไปขอร้อง เพราะเธอเป็นคนจิตใจดีมาก”

“มีเหตุผล ตอนนี้นายท่านฟังแค่คำพูดของคุณกู้ เธอต้องเป็นคนจัดการแน่ๆ”

“คุณกู้เป็นคนดีจริงๆ ถ้าเธอเป็นนายหญิงคงดีมาก ต้องดีกับเรามากแน่ๆ”

ฉันขดอยู่ตรงมุม ฟังอย่างเงียบๆ รู้สึกว่าตลกมาก

กู้เจียวเจียวไม่มีทางทำเรื่องนี้ เพราะเธออยากให้ฉันตายอยู่ในคุกใต้ดินยิ่งกว่าใคร

ความจริงก็เป็นเช่นนี้ ไม่นานเธอถีบประตูคุกใต้ดินด้วยความโมโห

ดวงตาเธอแดงก่ำ ดูท่าว่าจะร้องไห้นานมาก

“ทำไม! ทำไมเขาเห็นฉันเป็นแค่ของเล่น!” เธอร้องไห้โฮใส่ฉันอย่างแตกสลาย สายตาเหมือนจะกินฉันเข้าไปตอนนี้เลย

เธอคิดว่าขังฉันไว้ในคุก แสดงว่ากู้เจ๋อเฟิงผิดหวังในตัวฉันมาก ดังนั้นเธอจึงรวบรวมความกล้าไปคุยเรื่องที่อยากเป็นภรรยาของเขาอย่างเป็นทางการ

แต่กู้เจ๋อเฟิงไม่ได้ตอบตกลง ไม่เพียงแค่นั้น ยังอาละวาดใส่เธอเป็นครั้งแรกด้วย

“คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดว่าไม่ยอมหย่ากับเธอ...ทำไม? เพราะฉันเป็นน้องสาวเขางั้นเหรอ?! แต่เห็นๆ อยู่ว่าเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ!”

กู้เจียวเจียวร้องไห้จนหายใจไม่ทัน “สุดท้ายเขาแค่อยากได้ร่างกายของฉันเท่านั้นเหรอ? เธอว่าหลังเสร็จงานแต่ง หลังคลอดเด็กคนนี้แล้ว เขาจะทิ้งฉันไหม? ไม่...ไม่มีทางเด็ดขาด ฉันไม่ยอม!”

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว จ้องฉันอย่างเคียดแค้น “ขอแค่เธอตายไป พี่กู้ต้องรักฉันเพียงคนเดียวแน่นอน!”

ฉันขมวดคิ้ว ถึงกับถอยหลังไปหนึ่งก้าว “เธอจะทำอะไร?”

เธอเอามีดเล่มเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้วยมืออันสั่นเทา ฉันหรี่ตาลงทันที

ทันใดนั้น มีดเสียบเข้ามาที่ท้องของฉัน เลือดไหลออกมาทันที

ฉันเอามือกุมท้อง มองเธออย่างไม่อยากเชื่อ

มันเป็นความรักที่ผิดเพี้ยนขนาดไหนกัน ถึงทำให้หญิงสาวคนหนึ่งตัดสินใจฆ่าคน!

ฉันยังไม่ทันตั้งตัว มีผ้าสีดำคลุมฉันไว้

ฉันโดนคนสองสามคนแบกออกจากคุกใต้ดิน แล้วฉันก็สลบไปท่ามกลางแรงกระแทกไปมา

คิดไม่ถึงว่าพอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ลุงหลิวเฝ้าอยู่ข้างๆ ฉัน มีบอดี้การ์ดยืนอยู่ด้านข้างอีกหนึ่งคน

ฉันรีบโผเข้าไปกอดเขา กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

“สวรรค์คุ้มครองจริงๆ พวกที่แบกคุณออกมามีคนสนิทของผมอยู่พอดี ถ้าไม่ได้เขา คุณหนูคง...”

เสียงของเขาสั่นมาก ดูเหมือนตกใจมากเช่นกัน

ฉันลูบหลังปลอบเขาแล้วบอกว่าไม่เป็นไร แต่สีหน้าเขายังคงไม่สู้ดี เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง

“คุณหนู...เด็ก...”

“ฉันรู้”

รู้ตั้งแต่ตอนฟื้นขึ้นมาแล้ว

เสียงหัวใจเต้นแสนคุ้นเคยหายไปแล้ว

แต่ถ้าเทียบกับความเสียใจ ฉันรู้สึกโล่งใจมากกว่า

“คุณหนู เที่ยวบินที่จองไว้ตอนแรกกำลังจะขึ้นบินแล้ว”

ลุงหลิวพูดเตือนอยู่ด้านข้าง

ตอนแรกยังวางแผนอยู่เลยว่าจะหนียังไง คิดไม่ถึงว่ากู้เจียวเจียวจะช่วยฉัน

แม้ต้องแลกด้วยลูกคนนี้

อีกทั้งลุงหลิวยังขาพิการไปหนึ่งข้างเพราะฉัน

เรียกว่าชีวิตแต่งงานครั้งนี้ ฉันพ่ายแพ้ราบคาบ

แต่ฉันไม่ยอมให้กู้เจ๋อเฟิงอยู่อย่างสุขสบายเหมือนกัน

ฉันเอาตัวอ่อนทารกตัวเล็กๆ วางไว้ด้านล่างสุดของกล่อง แล้วยื่นให้บอดี้การ์ดคนนั้น

“งานแต่งของนายท่านวันพรุ่งนี้ นายช่วยเอาไปให้ตรงตามเวลาด้วย”

“แล้วก็ฝากอวยพรเขาแทนฉันด้วย ขอให้มีความสุขกับการแต่งงานใหม่”

(มุมมองบุคคลที่สาม)

“นายท่าน ลุงหลิวที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลหายตัวไปแล้วครับ!”

หมอพูดอย่างร้อนใจ แต่กู้เจ๋อเฟิงไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ แค่ขานรับเสียงเบา “แค่คนไม่สำคัญคนหนึ่ง ออกไปเถอะ”

แต่หมอไม่ได้ออกไป

เขาจึงเงยหน้าขึ้นมา

หมอลังเลเล็กน้อย แล้วพูดออกมาว่า “นายท่าน จริงๆ มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากบอกคุณ นายหญิง...”

“พอแล้ว ฉันไม่อยากรู้เรื่องของเธอ”

พอได้ยินชื่อนี้ กู้เจ๋อเฟิงพูดตัดบทอย่างไม่สบอารมณ์ทันที

หมอถอนหายใจ แล้วออกไปอย่างรู้กาลเทศะ

กู้เจ๋อเฟิงหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร พอได้ยินชื่อสวี่เยี่ยนเยว่แล้วปวดจี๊ดที่ใจ

เขานึกถึงตอนที่สวี่เยี่ยนเยว่ได้ยินคำตอบของตัวเอง ท่าทางของเธอนิ่งดั่งน้ำ

ราวกับว่า...เธอรู้ความจริงนานแล้ว

ไม่ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด กู้เจ๋อเฟิงลบความคิดนี้ทิ้งทันที

จากนิสัยของสวี่เยี่ยนเยว่ ถ้ารู้ว่าตัวเองนอกใจ ต้องสติแตกและอาละวาด ไม่มีทางนิ่งแบบนี้หรอก

“พี่...” เสียงของกู้เจียวเจียวขัดจังหวะความคิดของกู้เจ๋อเฟิง

เขาดึงสติกลับมาทันที ทว่าน้ำเสียงไม่ได้กระตือรือร้นเหมือนก่อนหน้านี้ “มีอะไรเหรอ?”

กู้เจียวเจียวชะงักเล็กน้อย จากนั้นฝืนยิ้มออกมา “ไม่มีอะไรหรอก แค่มาแจ้งพี่ว่าแขกมาครบแล้ว เราควรไปสถานที่จัดงานแต่งได้แล้ว”

กู้เจ๋อเฟิงขานรับ ผูกโบว์ไทอย่างไม่รีบไม่ร้อน

ยังไงแขกที่มีชื่อเสียงพวกนี้ ล้วนเป็นนักแสดงที่เขาเชิญมาเท่านั้น

บอกว่าเป็นงานแต่งงาน แท้จริงแล้วเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมกู้เจียวเจียว

เขากังวลว่าการปฏิเสธของตัวเอง จะทำให้เธอวู่วามเปิดโปงความสัมพันธ์นี้ ดังนั้นจึงต้องทำให้เธอใจเย็นก่อน

เขาไม่เคยคิดแต่งงานกับเธอ หรือจะบอกว่าในใจเขา ตำแหน่งนายหญิงเป็นของสวี่เยี่ยนเยว่ตลอดไปก็ได้

เธอฉลาด รู้จักวางตัว ไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรือนิสัย กู้เจียวเจียวเทียบไม่ติดเลย

แต่เรื่องการมีเซ็กซ์แสนจืดชืดตลอดสองสามปีมานี้ ทำให้เขาอยากเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อย

เมื่อไรที่สนุกจนพอแล้ว เขาก็จะส่งกู้เจียวเจียวไปขังไว้ที่ต่างประเทศ แล้วกลับมาอยู่ข้างกายสวี่เยี่ยนเยว่อีกครั้ง

พอคิดได้เช่นนี้ เขารู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ

“เอาเนกไทสีม่วงเส้นนั้นมาให้ฉัน” เขาหันไปมองสาวใช้

สาวใช้รีบไปหาที่ห้องเก็บของสะสมทันที ผ่านไปนานกว่าจะกลับมา “นายท่านคะ หาเนกไทเส้นนั้นไม่เจอค่ะ”

กู้เจ๋อเฟิงชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก “งั้นเอาเส้นไหนมาก็ได้”

หลังผ่านไปสามสิบนาที เขาเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน ก่อนไปยังเรียกผู้ช่วยมาด้วย “ไปที่ห้องใต้ดินชั้นสอง ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครเข้าไป”

เขาพูดจบแล้วขึ้นไปบนรถ เผยรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าบ่าว

บนเกาะเล็กๆ เต็มไปด้วยบรรยากาศของความยินดี กู้เจียวเจียวสวมชุดเจ้าสาวสุดล้ำค่าเดินไปหาเขา

พวกเขากล่าวคำสาบานต่อหน้าบาทหลวง อีกทั้งยังจูบกันอย่างดูดดื่มท่ามกลางสายตาของทุกคน

ผ่านไปไม่นาน ทุกคนมาอวยพรพวกเขา รวมถึงมอบของขวัญให้พวกเขา

กู้เจียวเจียวแกะของขวัญด้วยความตื่นเต้น ส่วนกู้เจ๋อเฟิงยืนมองอย่างเย็นชาอยู่ด้านข้าง

เพราะของขวัญพวกนี้เขาเป็นคนเตรียมไว้ล่วงหน้า

จู่ๆ สายตาของเขาหยุดลงที่มุมหนึ่ง เขาถึงกับชะงักไป

มันเป็นกล่องของขวัญที่ไม่คุ้นตา

กู้เจ๋อเฟิงขมวดคิ้ว เดินไปหยิบกล่องของขวัญขึ้นมา

กล่องดูธรรมดามาก มีตัวอักษรเล็กๆ อยู่มุมขวาล่าง

[จากนี้คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว]

“นี่คืออะไร? ทำไมดูธรรมดาขนาดนี้?” เธอขมวดคิ้ว กำลังจะโยนมันทิ้ง

ทันใดนั้นกู้เจ๋อเฟิงจับมือเธอไว้ เขาจ้องตัวอักษรบรรทัดนั้น ราวกับหัวใจโดนบีบรัดอย่างไรอย่างนั้น

เขาเปิดกล่องของขวัญด้วยมืออันสั่นเทา จู่ๆ ตัวเขาแข็งทื่อ

ด้านบนสุดของกล่องคือกระดาษแผ่นบางๆ หนึ่งแผ่น

เอกสารการหย่า

เขาหยิบขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา สายตาหยุดลงที่ส่วนท้ายของกระดาษ ราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

เพราะมีชื่อสองชื่อปรากฏอยู่บนนั้นอย่างชัดเจน

[สวี่เยี่ยนเยว่]

[กู้เจ๋อเฟิง]

หย่าร้างอย่างเป็นทางการ

สมองของกู้เจ๋อเฟิงรู้สึกเบลอไปหมด ภาพตรงหน้าทำให้เขาคิดอะไรไม่ออก

เขามองลายเซ็นของตัวเองบนเอกสารการหย่า ลายมือเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน แต่เขานึกไม่ออกเลยว่าตัวเองเซ็นตอนไหน......

วันเกิดของสวี่เยี่ยนเยว่!

ใบเสร็จพวกนั้น!

สมองกู้เจ๋อเฟิงสับสนไปหมด ถือกล่องของขวัญอย่างเหม่อลอย

“พี่เป็นอะไร?” กู้เจียวเจียวยื่นหน้าเข้ามา เห็นคำว่าเอกสารการหย่าก็อึ้งไปเหมือนกัน

เธอคิดไม่ถึงว่าสวี่เยี่ยนเยว่จะเป็นฝ่ายไปจากกู้เจ๋อเฟิง เพราะกู้เจ๋อเฟิงเป็นเจ้าพ่อ เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงนับไม่ถ้วนใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครอง

กู้เจ๋อเฟิงไม่สนใจเธอ ตอนนี้ในหัวเขามีแต่สวี่เยี่ยนเยว่ เขาค้นดูในกล่องอีกครั้ง ยิ่งค้น คิ้วของเขายิ่งขมวดเป็นปม

ในกล่องมีแต่ “ขยะ” ตุ๊กตาขาดๆ เครื่องประดับที่พังเสียหาย รวมถึงสร้อยคอปลอมที่ไม่ได้สลักคำว่า LUCKY

สิ่งเหล่านี้คือของขวัญที่เขากับสวี่เยี่ยนเยว่ให้กันและกัน เป็นความทรงจำที่เขาเก็บรักษาไว้ในห้องเก็บของสะสม......

กู้เจ๋อเฟิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที เขาถือกล่องของขวัญแล้วเดินไปข้างนอก

“ไปห้องใต้ดิน”

ทว่าในขณะนั้น ประตูที่ปิดสนิทในตอนแรกเปิดออก

กลุ่มคนแต่งกายหรูหรากรูกันเข้ามา

สีหน้ากู้เจ๋อเฟิงเปลี่ยนไปทันที เพราะคนพวกนี้เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคมทั้งนั้น

พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ตัวเองไม่ได้เชิญพวกเขามาไม่ใช่หรือไง?

แขกพากันเดินเข้ามาในห้องโถง มองสถานที่จัดงานแต่งอย่างตกตะลึง

เป็นเพราะที่นั่งเต็มหมดแล้ว แทบไม่มีที่นั่งว่างเลย

พวกเขามองกู้เจ๋อเฟิงด้วยความสงสัย

“เอ๊ะ? นายท่านครับ คุณเชิญพวกเรามาร่วมงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่สำรองที่ให้เราล่ะ?”

“ใช่ อีกอย่างวันนี้คืองานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ ทำไมการตกแต่งเหมือนงานแต่งเลย?”

แขกเอาการ์ดเชิญออกมามองหน้ากัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง

จู่ๆ หน้าจอขนาดใหญ่สว่างวาบ เริ่มเล่นคลิปของกู้เจ๋อเฟิงกับกู้เจียวเจียว

“พี่ ถ้ารู้แต่แรกว่าพี่สุดยอดขนาดนี้ ฉันคงมอบครั้งแรกของฉันให้พี่ตั้งแต่เด็กๆ”

“พี่ รีบพูดมาสิ ฉันคือผู้หญิงที่พี่รักที่สุดในโลกใช่ไหม?”

“ใช่ ฉันรักเธอที่สุด” กู้เจ๋อเฟิงหอบหายใจ

“แล้วถ้าเทียบกับพี่สะใภ้ล่ะ รักมากกว่าไหม?”

“แน่นอนอยู่แล้ว คนที่ฉันรักที่สุดคือเธอ”

......

แขกที่คุยกันเสียงดังในตอนแรกเงียบกริบทันที เกิดความแตกตื่นอย่างรวดเร็ว

“โอ้พระเจ้า นี่มันอะไรกัน? นายท่านนอกใจเหรอ? กับน้องสาวตัวเองด้วย?”

“ไม่ใช่แค่นั้น นายดูคนที่ใส่ชุดเจ้าสาวบนเวทีสิ นั่นมันคนในคลิปไม่ใช่เหรอ?”

“แต่งงานกับน้องสาว? พระเจ้า นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!”

กู้เจ๋อเฟิงสีหน้าบึ้งตึง หน้าจอสว่างวาบ มีประวัติการสนทนาปรากฏออกมาเต็มไปหมด

การโอ้อวดของกู้เจียวเจียวปรากฏต่อสายตาทุกคนอย่างต่อเนื่อง

“เธอรั้งเขาไว้ไม่ได้ คนที่อยู่ข้างกายพี่ ต้องเป็นฉันเท่านั้น”

แขกทุกคนส่งเสียงฮือฮาทันที กู้เจียวเจียวสีหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

“สวี่เยี่ยนเยว่ คิดไม่ถึงว่าคนต่ำตมอย่างเธอจะมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะขนาดนี้!”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 14

    ตอนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เสิ่นเจ๋อจือฟุบอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยดวงตาสองข้างปิดสนิท ที่คางมีไรหนวดเต็มไปหมด ไม่เหมือนดาราดังเลยสักนิดรู้สึกถึงการจับจ้องของฉัน เสิ่นเจ๋อจือลืมตาขึ้นมา“เป็นความผิดฉันเอง ฉันไม่น่าทิ้งเธอไว้หน้าประตูโรงพยาบาลคนเดียว ฉันผิดเอง....”ฉันหัวเราะแล้วขยี้ผมเขา “เลิกร้องได้แล้ว ลูกได้ยินจนรำคาญแล้วเนี่ย”แม้ฉันปลอบเสิ่นเจ๋อจือ แต่จริงๆ ฉันรู้สึกหวาดกลัวมากเหมือนกันถึงขั้นที่สะดุ้งตื่นเพราะความฝัน ในฝันมีแต่ภาพที่กู้เจียวเจียวถือมีดแทงใส่ฉันฉันรู้ว่าเธอไม่มีทางปล่อยฉันไปง่ายๆ ดังนั้นฉันไม่คิดจะเจรจากับเธอ ที่รับปากเธอก็เพราะต้องการเอามือถือมาส่งข้อความเท่านั้นเพราะฉันรู้ว่าเสิ่นเจ๋อจือต้องดักฟังมือถือฉันอยู่แน่ๆ เขาต้องได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันเลยลองเสี่ยงดู โชคดีที่สุดท้ายฉันก็ชนะส่วนกู้เจ๋อเฟิงจะมาหรือไม่ ฉันไม่สนใจสักนิด แต่เขาตอบตกลงอย่างรวดเร็ว มันเหนือความคาดหมายของฉันจริงๆ“ถ้าเขาได้ยินที่เธอพูด จิตใจคงแตกสลาย”เสิ่นเจ๋อจือนั่งอยู่ด้านข้าง ปอกแอปเปิลให้ฉันพลางเอ่ยขึ้น“ห๊ะ? ทำไมล่ะ?”“ตอนฉันไปถึงที่นั่น เห็นเขากระโดดลงมาจากรถคันหนึ่งพอดี เหมือนจะ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 13

    ฉันโดนมัดแน่นอยู่บนเตียงกู้เจียวเจียวถือมีดแหลมคมหนึ่งเล่ม ขยับปลายมีดไปมาอย่างแผ่วเบาบนหน้าท้องเปลือยเปล่าของฉัน“กู้เจียวเจียว เธอจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ!”กู้เจียวเจียวหัวเราะ “พี่สาว ถ้าขยับอีกนิดเดียว ฉันจะเอามีด...”“แทงเข้าไป!”ฉันหยุดดิ้นทันทีพอเห็นปฏิกิริยาของฉัน ความเคียดแค้นในดวงตาของกู้เจียวเจียวมากขึ้นกว่าเดิม“เธอเห็นมันเป็นสมบัติล้ำค่าสินะ...ทำไมเธอยังไม่ตาย...ทำไมเธอยังมีลูกได้อีก...ทำไมตอนนี้ชีวิตเธอถึงมีความสุขขนาดนี้!”วันนั้นฉันเพิ่งรู้ว่าหลังจากกู้เจียวเจียวแท้ง ยังไม่ทันหายดีก็โดนกู้เจ๋อเฟิงจับขังคุกใต้ดินแผลของกู้เจียวเจียวติดเชื้ออย่างรุนแรง สุดท้ายเธอไม่สามารถมีลูกได้อีกถึงเป็นเช่นนี้ กู้เจ๋อเฟิงก็ไม่เหลียวแลเธอเลยช่วงเวลานั้น เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ฉันจากโลกนี้ไป เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวันทั้งคืนบางครั้งดื่มเยอะจนกลับไปทุบตีกู้เจียวเจียวที่คุกใต้ดิน ทำร้ายจนเกือบตายทุกครั้งในความคิดของเขา กู้เจียวเจียวคือต้นเหตุของทุกอย่าง“ในช่วงเวลานั้น ฉันเจ็บปวดมาก อยากตายมาก ฉันขอให้พี่ทำให้ฉันจากไปอย่างสงบ แต่เธอรู้ไหมว่าเขาพูดยังไง?” กู้เจียวเจียวตาแดงก

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 12

    ได้เจอกู้เจ๋อเฟิงอีกครั้ง ใจฉันก็ยังเต้นผิดจังหวะอยู่ดีแต่ฉันสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว เพราะตั้งแต่เสิ่นเจ๋อจือโพสต์ภาพนั้น ยังไงวันนี้ก็ต้องมาถึงอยู่แล้ว“นายจำคนผิดแล้วล่ะ” ฉันหันหน้ากลับมา พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“สวี่เยี่ยนเยว่ เธออย่าแกล้งโง่! ฉันรู้ว่าคือเธอ! เธอยังไม่ตายจริงด้วย!”กู้เจ๋อเฟิงวิ่งมาด้านหน้าฉันเหมือนคนบ้า จับแขนฉันแล้วเขย่าอย่างแรงเขาแรงเยอะมาก เหมือนอยากบีบฉันให้เละในตอนนี้เลยฉันขมวดคิ้ว ทันใดนั้นมีมือใหญ่ข้างหนึ่งผลักเขาจนล้มลงบนพื้นเสิ่นเจ๋อจือดึงฉันมาด้านหลัง “ไอ้ขี้เมาที่ไหนเนี่ย กล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน”กู้เจ๋อเฟิงล้มลงบนพื้น มองมือของฉันกับเสิ่นเจ๋อจือที่ประสานกันแน่นด้วยความตกตะลึง“ไม่...เป็นไปไม่ได้! สวี่เยี่ยนเยว่คบกับคนอื่นได้ยังไง!”“พวกนายกำลังแสดงละคร! ใช่ไหม?! แสดงละครเพื่อบีบให้ฉันไป?!”พูดตามตรงว่าฉันไม่เคยเห็นกู้เจ๋อเฟิงเสียสติขนาดนี้ความรังเกียจในแววตาฉันมากกว่าเดิม “ฉันไม่รู้ว่าสวี่เยี่ยนเยว่ที่นายพูดถึงคือใคร แต่กรุณาให้เกียรติกันด้วย ถ้าแตะต้องฉันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจ”ทว่ากู้เจ๋อเฟิงยังไม่เชื่อ เพราะใบหน้าและเสียงของฉั

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 11

    (มุมมองนางเอก)ตอนกลับมาถึงประเทศ A พ่อแม่เห็นสภาพอิดโรยของฉันแล้วโมโหมากหลังจากได้ยินเรื่องที่ฉันเจอมา พวกเขาโมโหจนแทบจะนั่งเครื่องบินไปคิดบัญชีกับกู้เจ๋อเฟิงในวันนั้นเลยฉันห้ามพวกเขา พ่อแม่พูดกับฉันด้วยความโมโห“อย่าบอกนะว่าลูกยังรักเขาอยู่?”ฉันส่ายหน้าไปมา น้ำเสียงหนักแน่น“ฉันแค่ไม่อยากเห็นเขาอีก”เรื่องวุ่นวายในงานแต่งถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากได้เห็นฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไรหรอกฉันไม่อยากได้ยินทุกอย่างที่เกี่ยวกับกู้เจ๋อเฟิงอีกแล้วจนกระทั่งวันหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าฉันจะได้รับข้อความเสียงจากกู้เจียวเจียวเสียงเธอแสบแก้วหู พูดจามั่วไปหมด เหมือนบ้าไปแล้ว เธอกำลังระบายความรู้สึกกับ “คนตาย” อย่างฉัน“เพราะอะไร...เธอตายไปแล้วแท้ๆ เขายังไม่ยอมปล่อยลูกของฉัน...นี่คือลูกเพียงคนเดียวของเขาเลยนะ!”“เขาบอกว่าไม่เชื่อ แถมยังบอกว่าถ้าเจอเธอแล้ว เขาจะหั่นฉันเป็นหมื่นชิ้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ เธอดูสิ ทำไมเขาถึงโหดร้ายขนาดนี้?”“ถึงเขาไม่รักฉัน แต่ฉันก็เป็นน้องสาวที่ใช้ชีวิตกับเขามาสิบกว่าปีเลยนะ เขาไม่มีเยื่อใยให้คนในครอบครัวเลยเหรอ....เป็นความผิดของเธอ! ถ้าเธอไม่โผล่มา เราคงมีความ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 10

    (มุมมองบุคคลที่สาม)กู้เจ๋อเฟิงหันมามอง ดวงตาสองข้างแดงก่ำ “เธอหมายความว่ายังไง?”“ฉันยังพูดไม่ชัดเจนเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้ว...ฉันฆ่าเธอเอง”“เธอว่าอะไรนะ!” กู้เจ๋อเฟิงพุ่งเข้าไปบีบคอเธอ“ฉันบอกว่าฉันฆ่าเธอเอง! เอามีดแทงท้องเธอ! แล้วก็โยนทิ้งท่อระบายน้ำ! ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาวดังขึ้นในห้องพักผู้ป่วยที่เงียบสงัด ตอนนี้กู้เจียวเจียวเหมือนคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น“กู้เจ๋อเฟิง ตอนนี้พี่ยังอยากปล่อยให้ลูกฉันตายอยู่ไหม?”กู้เจียวเจียวมองเขาอย่างได้ใจกู้เจ๋อเฟิงหน้าซีดเผือดเขาปล่อยมือทันที แววตาของกู้เจียวเจียวดูได้ใจยิ่งกว่าเดิมกู้เจ๋อเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แววตาหม่นหมอง เขากวักมือเรียกหมอ“ถ้าลูกในท้องเธอรอดออกมาได้ ฉันจะฆ่าพวกนาย”เสียงหัวเราะของกู้เจียวเจียวเงียบลงทันที“พี่ว่าอะไรนะ?! ฉันบอกแล้วว่าเขาคือลูกเพียงคนเดียวของพี่! พี่คิดว่าฉันโกหกเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้วจริงๆ!”เธอตะโกนสุดเสียง แต่กู้เจ๋อเฟิงไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยเขาเอามือค้ำกำแพง เดินโซซัดโซเซออกไปเสียงตะโกนแทบขาดใจของกู้เจียวเจียวดังขึ้นด้านหลังวินาทีที่เสียงกรีดร้องหยุดลง กู้เจ๋อ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 9

    (มุมมองบุคคลที่สาม)พวกบอดี้การ์ดมองหน้ากัน แล้วพูดติดๆ ขัดๆ “ไม่ทราบครับ...เมื่อกี้ยังอยู่ในนี้อยู่เลย...”“ไม่ทราบ?” กู้เจ๋อเฟิงแสยะยิ้ม “ไม่ทราบเชี่ยอะไรล่ะ!”สีหน้าเขาน่ากลัวมาก เอาปืนออกมาจ่อที่หน้าผากพวกเขาทันที“ถ้าไม่พาเธอมาอยู่ตรงหน้าฉันภายในหนึ่งชั่วโมง ชีวิตไร้ค่าของพวกแกก็ไม่จำเป็นแล้วเหมือนกัน!”หลังจากบอดี้การ์ดออกไปด้วยความร้อนรน กู้เจ๋อเฟิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตามองไปที่เอกสารการหย่าที่อยู่ในมืออีกครั้งเขาหลับตาลงด้วยความเสียใจเขาควรคิดได้นานแล้ว สวี่เยี่ยนเยว่สามารถแก้แค้นในงานแต่งได้ เธอไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองโดนขังอยู่ในคุกหรอกขณะนั้นผู้ช่วยค่อยๆ เดินมาหาเขา แล้วถอนหายใจยาว“มีบางเรื่องที่นายท่านอาจยังไม่รู้ จริงๆ คนในตระกูลไม่ได้มองเธอเป็นนายหญิงด้วยซ้ำ”“ไม่ได้มองเป็นนายหญิงเหรอ? หมายความว่ายังไง?” กู้เจ๋อเฟิงขมวดคิ้ว“นายท่านลืมไปแล้วเหรอครับ? คุณเป็นคนพูดประโยคนี้เอง บอกว่านายหญิงของตระกูลคือคุณกู้”“คุณลงโทษนายหญิงต่อหน้าลูกน้องทุกคนด้วย เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนลือกันว่าคุณจะไล่นายหญิงออกจากบ้าน ดังนั้นทุกคนจึงมองข้ามนายหญิง”กู้เจ๋อเฟิงอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status