LOGINเวลาเลื่อนเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน ในความรู้สึกของคิราอร...
เวลาที่ตอนแรกทำใจไว้ว่าเธอคงจะเจอะเจอกับความทุกข์ และต้องกล้ำกลืนไปให้ได้ จากการที่สามีส่งเธอมาให้กับท่านได้เชยชมร่างกายเธอ ร่างกายที่ไม่เคยรับรู้รสชาติของความสุขในผลไม้ต้องห้าม ทว่ามันกลับตรงกันข้าม
เวลาทุกนาทีที่เธออยู่กับท่าน มันคือเวลาของความสุขที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต สุขทั้งกายและใจ ทั้งมีอิสระเสรี ในการที่เธออยากทำอะไรก็ได้ทำ ไม่ต้องระวังดูแลความสวย...หรือต้องกลัวในสิ่งที่จะทำให้เธอดูไม่ดี
วันนี้ก่อนวันจบทริป...เพื่อนเที่ยวของคิราอร ท่านชวนเธอมาเดินเล่นที่หาดทรายเพื่อรอเวลารับประทานอาหารค่ำ
มือของเธออยู่ในอุ้งมือของท่าน สิชลวันนี้เองก็เงียบขรึมไปมาก สีหน้าของเขาดูครุ่นคิดตลอด เมื่อคืนนี้...กับเธอ เขาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากกว่านอนกอดเธอเฉยๆ ทำให้คิราอรนึกแปลกใจที่ท่านไม่ตักตวงหาความสุขจากเธอ มันทำให้เธอนึกน้อยใจนิดๆ ว่าท่านคงจะเบื่อเธอแล้ว...
ก็เธอเป็นแค่ชู้รักที่ท่านซื้อมาบำเรอความสุข และคงจะอิ่มพอแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว น้ำตาก็พานจะไหล เธอยังคงเดินไปกับท่านเรื่อยๆ ต่างคนไม่ได้พูดจาอะไรกันนัก เหมือนตกอยู่ในความคิดของตนเอง มีเพียงมือที่ยังกระชับจับกันไว้เท่านั้น
“คิรา...”
เมื่อเดินไปจนเกือบสุดหาด พอได้เหงื่อเสียงทุ้มจากท่านก็ดังขึ้น คิราอรเงยมองหน้าท่าน เห็นเพียงเสี้ยวหน้าคมสัน ที่เธอคงจะจดจำไว้ในความทรงจำไม่รู้ลืม
“คะ”
“หลังจากกลับไปแล้ว เธอจะทำอะไร?”
คำถามของเขาทำให้เธอคาดไม่ถึง คิราอรกะพริบตา คิดแล้วถอนใจ เสียงหวานตอบแผ่ว
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คงจะทำ...แบบเดิมที่เคยทำ”
“แบบเดิมคือยังไง พอจะเล่าให้ฉันฟังได้ไหม เธอยังทำงานอยู่หรือเปล่า สาวน้อย”
“งาน...”
รู้สึกสะท้อนใจพิกลกับคำๆ นี้ งาน...เรื่องนี้ก็คืองานที่สามีมอบหมายให้ทำ โอ...หวังว่าเขาคงจะไม่ให้เธอทำอะไรแบบนี้อีก
การฉุกใจคิดของคิราอร ทำให้เธอหน้าซีดลงต่อหน้าต่อตาเขา และพลันน้ำตาของเธอก็คลอขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ คนถามเองก็ตกใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคิราอร สิชลหยุดเดินและดึงเธอมากอด คำถามของเขา...จี้ใจของคิราอร ที่กำลังหวาดกลัวกับอนาคตระหว่างเธอกับมธุ จนทำให้เธอร้องไห้ออกมา ยิ่งเขากอดเธอก็ยิ่งกลั้นน้ำตาไม่ได้ สิชลรอจนเธอซาสะอื้น แล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม
“ที่เธอมากับฉัน เป็นหนแรกใช่ไหมสาวน้อย”
“...”
คิราอรซบนิ่งกับอกกว้างของท่าน ไม่ได้ตอบคำถามเขา ละอายเกินกว่าจะตอบ...เธอเคยทำงานในวงการบันเทิง เคยมีงาน มีเงินจากการทำงานของตนเอง ถึงเงินส่วนใหญ่จะถูกมารดาเอาไปเก็บไว้ แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้
“ถ้ามันเป็นหนแรก”
เขาถอนใจพร้อมกับลูบเรือนผมของเธอเบาๆ อย่างปลอบประโลม รู้สึกสงสารคิราอรขึ้นมาจับใจ
เธอไม่ควรจะถูกด้อยค่าแบบนี้จากสามี...
“และถ้าเธอไม่อยากทำมันอีก ถ้ามธุ...ให้เธอไปทำแบบนี้อีก คิรา โทรหาฉัน...”
“คิราทำแบบนั้นได้หรือคะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา สิชลพยักหน้าแล้วมองเธออย่างเห็นอกเห็นใจ เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของเธอเบาๆ เขารู้สึก...ผูกพันและลึกล้ำกับเธอมากกว่าการเสพสมความสุขจากเธอ...
“ได้สิ...ฉันจะปกป้องเธอถ้าเธอไม่อยากทำแบบนี้ซ้ำอีก คิรา”
เธอกราบขอบคุณเขา และสิชลก้มลงจูบเธออย่างดูดดื่มอ่อนโยน เธอเผยอรับจูบจากท่าน...เก็บเกี่ยวสัมผัสแห่งความสุขนี้ไว้
และค่ำคืนที่มาถึง สิชลก็ตระกองกอดคิราอรไว้ในอ้อมแขน ปรนเปรอเธอด้วยความสุขสม และรับจากเธอไปด้วยความสุขท่วมทวี
เขามองคนที่หลับใหลไปในอ้อมแขนเขา สายตานั้นครุ่นคิด...พร้อมกับถอนใจออกมา เขาไม่อยากปล่อยให้เธอกลับไปเลย
แต่ก็จำต้องปล่อย...ทำไมเขาถึงรู้สึกปลาบแปลบในใจ เหมือนกำลังถูกพรากของรักก็ไม่ปาน
ของรัก...
สิชลนอนไม่หลับเกือบทั้งคืน
และเมื่อเขาเผลองีบและลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเกือบเที่ยง
คนที่เคยนอนอยู่ในอ้อมกอดเขาก็หายไปแล้ว...
“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก “น้ำอะไร?”“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”“อื้อหือ”สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ“อร่อยไหมคะ”“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่” เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจ
ข่าวร้ายถูกส่งมาถึงเธอหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อมีคนเข้าไปพบศพของทั้งคู่ นอนตายเคียงกันในโรงแรมที่ต่างประเทศ สื่อตีข่าวกันคึกโครมเป็นอย่างมาก เพราะลดาพรเป็นดาราวัยรุ่นกำลังมีชื่อเสียง ส่วนมธุเองก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขามีชื่อเสียงในวงสังคม และข้อสำคัญคือเขาแต่งงานแล้ว นั่นแหละทำให้ข่าวนี้ยิ่งดังมากขึ้นอีกคนพุ่งความเห็นใจมาที่คิราอร ที่กลายเป็นแม่หม้ายหุ้มเพชรทันที เพราะได้สินสมรสจากมธุ เขาไม่มีลูก...นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างกลายเป็นของคิราอรแม่ของเธอยิ้มหน้าบานมาก ที่เธอได้ทุกอย่างแบบนี้ ท่านมาประกบเธอตลอดเวลา และนึกสงสัยว่าชายสูงวัยหน้าตาหล่อเหลาและภูมิฐานดูดีที่คอยตามดูแลช่วยเหลือคิราอรตลอดงานพิธีของมธุจนถึงเรื่องคดีต่างๆ ให้คนของเขา ให้ทนายมาช่วยดูแล ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ คือใครกัน?เธอโดนโกงเรื่องที่ไปลงทุนจนหมดตัว แถมติดหนี้สินอีกหลายล้าน โดนลูกทีมขู่จะตามล่าตามฆ่า สิ่งที่ลูกสาวเตือนไว้คือเรื่องจริง เพราะเธอไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่และตอนนี้ทางนั้นก็หนีไปต่างประเทศแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องรับภาระรับใช้หนี้สินนี่แหละ แล้วมธุก็มาตายทิ้งมรดกไว้ให้กับคิราอรมหา
“อะไรนะคะ คุณจะให้หนู จะให้หนูฆ่าลูกของเราเหรอ” เสียงของลดาพรโวยวายดังลั่น เมื่อรู้ว่ามธุจะให้เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร “ก็...”มธุถอนใจ เขาเลือกที่จะใช้ไม้นวมก่อน เขาดึงเธอมากอด แต่ทว่าลดาพรพยายามผลักไส ปฏิกิริยาของหล่อนรุนแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก“ใจเย็นสิ บาร์บี้ฟังก่อนได้ไหม”“ไม่ หนูไม่ฟัง คุณมันคนใจร้าย คุณจะฆ่าลูก คุณทำได้ยังไง”“มันยังไม่เป็นตัวด้วยซ้ำไปไหมล่ะ แล้วทำไมฉันจะให้เธอจัดการมันไม่ได้ ในเมื่อเธอปล่อยให้มีมันขึ้นมาเองนะบาร์บี้”“...” ลดาพรน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอช็อคไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอมีลูกเพราะหวังจะให้เขาหันมาหาเธอนั่นก็คือใช่ เธอนั้นรักเขามากถึงได้ลงทุนทำสิ่งนี้ลงไป นอกจากเงินทองของเขาแล้ว ตัวของเขาก็ทำให้เธอรักมากความรักคืออารมณ์ที่ไม่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด แต่ลงได้รักไปแล้วจะได้รับความรู้สึกแบบใดตอบแทน หรือจัดการกับความรักของตนเองแบบไหน แล้วแต่ว่ารักแบบไหน รักเพื่อหวังอะไร สำหรับตอนนี้ลดาพรใจสลายที่เขาบอกให้เธอจัดการเอาเด็กออกซะเธอโถมตัวเข้าหาเขาด้วยความลืมตัว และตบหน้าเขา...มธุคำรามเมื่อถูกเด็กเลี้ยงของตัวเองตบหน้าจนหน้าหัน ไม่ม
รถตู้คันหรูถูกส่งมารับคิราอรที่ห้างสรรพสินค้าตามเวลาที่นัดหมาย และพาเธอออกนอกเมือง คิราอรตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้เหมือนกับว่าเธอเป็นนกที่ถูกขังกรงมาตลอดและเป็นหนแรกที่เธอแหกกรงออกมาโบยบินหาอิสระ โบยบินหาคนที่เธอรักมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งเปี่ยมสุขและขมขื่น ปนไปด้วยความหวาดกลัวกลัวในบาปที่เธอกำลังทำ...สุขที่ได้ไปเจอลมหายใจของเธอขมขื่น...กับความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้เธอยิ้ม...ทว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา คิราอรปาดน้ำตานั้นเสีย แล้วหยิบเอากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตรวจดูว่าน้ำตาเมื่อครู่ทำความเสียหายกับเมคอัพของเธอบ้างไหม เธอไม่ควรเศร้า และควรสวยสดใสเมื่อเจอท่านเธอแต่งเติมลิปสติกและทาแป้งกลบรอยน้ำตา ก่อนจะยิ้มให้กับตนเองที่เห็นสะท้อนในกระจก เพียงแค่คิดว่าจะเจอท่าน นัยน์ตาสวยโศกของเธอมีประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันที รถแล่นพาเธอไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทาสีขาวทั้งหลัง คนขับเปิดประตูให้เธอ คิราอรลงมาจากรถตู้ ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่รอเธออยู่แล้วเดินก้าวอย่างรวดเร็วตรงมาหาเธอในทันที“สะ อุ๊ย ท่าน” อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอได้ร
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องไป...แล้วก็พักรักษาตัวดีๆ ล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องแวะไปรับเธอ อ้อ...เรื่องบทน่ะ หายแล้วค่อยอ่านก็ได้ ฉันอ่านไปรอบหนึ่งแล้ว ให้เขาแก้ไปรอบหนึ่งล่ะ”“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยอวยพร ใจเต้นตุบๆ เกรงว่าเขาจะจับพิรุธในน้ำเสียงของเธอได้ เธอเป็นนักแสดงอาชีพ จึงเอาบทบาทนี้มาใช้ให้เขาเชื่อว่าเธอป่วยจนลุกไปกับเขาไม่ไหวจริงๆ “อืม...ถ้าพักนี้มีข่าวอะไร เธอก็อย่าไปสนใจมาก มันมีคนพยายามจะทำลายชื่อเสียงของฉันอยู่ เพราะอาจจะรู้ว่าฉันกำลังจะลงสมัคร”“ค่ะ”“กลับมา เธอหายดีแล้ว เราก็ไปคุยกับผู้จัดกันอีกที ละครเรื่องนี้ทำเพื่อเธอนะคิรา ทำมันให้ดีที่สุด”“ค่ะ”“เด็กดี” เขาเอ่ยชมทิ้งท้าย ชินเสียแล้วที่ภรรยาไม่มีเงื่อนไข คำค้าน เธอมักจะตอบรับเขาสั้นๆ แบบนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กดีของเขา กำลังแหกกฎเกณฑ์ของเขาอย่างร้ายแรง เธอกำลังทรยศเขา...แต่นั่นก็มันเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ที่ผลักไสให้คิราอรผิดศีลข้อสาม เขาเอาเธอไปถวายพานใส่ให้กับสิชลเองกับมือกรรมกำลังตลบหลังเขาแล้วตอนนี้เมื่อวางสายแล้วจากสามี เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงและเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธออยากจะแต่งต
“ยัยคิรา มาเยี่ยมแม่บ้างสิ ว่างหรือเปล่า”เสียงของมารดาดังมาตามสาย คิราอรเกร็งตัวโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงของท่าน เสียงที่บงการเอาแต่ใจกับเธอมาเกือบตลอดชีวิตยี่สิบสี่ปีของเธอดังขึ้น ท่านห่างจากการบงการเธอไปตั้งแต่เธอแต่งงานกับมธุ แต่ก็เหมือนเปลี่ยนมือ...จากคุณเครือรัตน์มาเป็นมธุแทน คนหลังแม้จะควบคุมน้อยหน่อย แต่ก็รีดเร้นเอาพลังชีวิตและผลประโยชน์ไปจากเธอพอๆ กัน“พักนี้หนูต้องออกงานกับคุณธุน่ะค่ะแม่ หนูเลยไม่ค่อยมีเวลา แม่เป็นยังไงบ้างคะ กิจการรีสอร์ตเป็นไปด้วยดีไหม?”“ก็ พอได้แหละ แต่แม่มีโครงการใหญ่กว่ารีสอร์ตกระจอกๆ นี่เยอะเลย ยัยคิรา แกรู้ไหมว่าแม่มีทางทำธุรกิจที่รวยเป็นล้านๆ ได้แล้ว”“อา...ธุรกิจอะไรหรือคะ”“มันเป็นการเทรดหุ้นน่ะ เนี่ยแม่เริ่มลงทุนไปแล้วก็ได้คืนมาจริงๆ นะ ลงทุนแรกแค่แสนบาท แต่แม่ได้คืนกำไรตั้งสี่หมื่นนะยัยคิรา แกชวนคุณธุมาลงทุนกับแม่สิ”“แม่คะ ระวังบ้างนะคะข่าวก็ออกจะโครมๆ เรื่องเทรดหุ้นอะไรแบบนี้ มันเหมือนแชร์ลูกโซ่นะคะ แม่ระวังนะคะ”“โอ๊ย! อย่ามาสอนฉันเลยยัยคิรา ทำตามที่ฉันบอก พาผัวแกมาลงทุนกับฉันด้วยล่ะ ขอเงินผัวแกมาน่ะ ทำได้ไหม แล้ว...ให้ดีแกก็มาหาแ







