LOGIN“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”
คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก
“น้ำอะไร?”
“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”
“อื้อหือ”
สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ
“อร่อยไหมคะ”
“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”
“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”
“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจากบิดา หรือผู้ชายคนไหน พอได้รับจากเขา มันก็เติมเต็มเธอนัก และทำให้เธออยากจะแสดงความรักกับเขา แบบที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน
“ก็คุยกันสักพักแล้วล่ะค่ะ คุณมลเป็นห่วงเกี่ยวกับสุขภาพของท่าน แล้วก็สอนบอกหลายอย่าง ถึงของที่ท่านชอบ ไม่ชอบ”
“คิรา...มันเหลือเชื่ออยู่นะแบบนั้น”
เขาถอนใจ ก็รู้สึกแปลกๆ อยู่นะ ที่อดีตภรรยาจะมาคุยกับภรรยาปัจจุบันแบบนี้อย่างสนิทสนมกลมเกลียวเสียด้วยสิ
“คุณมลก็รักและห่วงท่าน คิราก็รักท่านและอยากทำให้ท่านมีความสุข ทำไมคิราจะคุยกับคุณมลไม่ได้ล่ะคะ”
เธอย้อนถามเขา กับมลธารสำหรับคิราอร ตอนนี้เธอรักมลธารและเคารพเหมือนกับเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยทีเดียว
“อืม...”
สิชลลูบไล้ลำแขนของเธอเบาๆ แบบนี้มันก็ดีอยู่หรอก เขาก้มลงจูบหน้าผากมนของเธออย่างแสนรัก
“ฉันมีความสุขจริงๆ คิราของฉัน ที่เธอเป็นแบบนี้ จริงสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ นอกเหนือจากเรื่องที่จะให้เธอเตรียมตัวที่จะไปอยู่เมืองนอกกับฉันคิรา”
“เรื่องอะไรหรือคะ”
คิราอรมองหน้าท่าน สิชลลังเลนิดหน่อย ก่อนจะตกลงใจเอ่ยออกมา
“เรื่องแม่ของเธอคิรา ถ้าฉันจะขอให้เธอตัดขาด ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรกับท่านอีก เธอจะทำใจได้ไหม?”
“เอ่อ...แม่ของคิรามายุ่งอะไรกับท่านหรือคะ แม่ยังไม่รู้เรื่องของคิรากับท่าน แค่สงสัยเฉยๆ น่ะค่ะ แต่คิรายังไม่ได้บอกเรื่องของเรา”
เธอเม้มปากแน่น ยั้งปากไว้ทันว่ากลัวว่าแม่จะไปกวนให้ท่านเดือดร้อน...นี่แม่ก็มาบอกเรื่องหนี้สินและตกใจที่คิราอรตอบไปตามจริง ว่าหลังจากที่มธุตายและใช้หนี้สินของเขาหมดไปแล้ว เธอก็แทบไม่เหลืออะไรนอกจากบ้านหลังนี้ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้เล่าว่าที่เหลือบ้านก็เพราะสิชลช่วยโปะเงินปลดหนี้ให้ ขืนเล่าไปต้องถูกซักและไม่แคล้วว่าแม่ของเธอจะต้องไปราวีรบกวนท่านแน่ๆ
“พูดแบบนี้แสดงว่าอนาคต อาจจะมายุ่งกับเราสองคนได้ใช่ไหม คิรา...เธอต้องแต่งงานกับมธุ เพราะแม่เธอจัดแจงใช่ไหม ตอบฉันมาตรงๆเพราะฉันไม่เห็นเลยว่าเธอจะชอบเขาได้ลง คิรา...”
“ก็...แบบนั้นแหละค่ะ”
เธอถอนใจ เขาลูบผมเธอเบาๆ นัยน์ตาสวยโศกของคิราอร ฉายแววเศร้าขึ้นมาชั่วแวบ
“คิรา...อาจจะเหมือนคนอกตัญญูแต่ว่า...บางที คิราก็รู้สึกนะคะ ว่าคิราเกิดมาเพื่อให้แม่...ได้ใช้คิราหาเงิน”
น้ำตาหนึ่งหยดไหลลงมา คิราอรหลับตาลง ขณะที่ท่านดึงเธอไปกอดไว้ แล้วจูบปลอบประโลมเบาๆ
“คิรา เธอไม่ใช่คนอกตัญญูหรอกนะ สาวน้อยของฉัน ฉันอยากให้เธอปล่อยวางแม่ของเธอเสีย ท่านได้จากเธอมามากจนเกินไปแล้ว เอาแบบนี้...ฉันอยากจะให้เธอตัดการติดต่อกับท่านเสียในระยะนี้ แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะว่าหนี้สินที่แม่ของเธอมีฉันจะโอนใช้ให้ เห็นว่าแม่ของเธอทำกิจการรีสอร์ตอยู่ ที่มธุยกให้ทำ ส่วนนั้นเดี๋ยวฉันจะโอนให้เป็นชื่อท่านเสีย คิรา...เราชดใช้หนี้ให้ท่าน มีอาชีพให้ท่าน แล้วก็คอยมองอยู่ห่างๆ ปล่อยให้ท่านใช้ชีวิตของท่านไป ตัวใครตัวมันไป แบบนี้...เธอจะว่ายังไง”
“คิรา...”
เธอมองสบตาเขา เห็นคล้อยตามเขา ถ้าเธอไม่ทำตามที่เขาบอก ก็คงไม่แคล้วท่านมาวุ่นวายกับเธออีกแน่ๆ ท่านเหมือนหลุมดำที่ให้ไม่รู้จักพอเสียที
“แม่ของเธอใช้เธอหาเงินมาให้เกือบทั้งชีวิตล่ะ คิรา ปลดแอกตัวเองเสีย ที่ฉันเสนอให้เธอให้แม่ของเธอ มันก็มากเกินพอแล้ว ถ้าท่านบริหารเป็นและไม่สร้างหนี้สินอะไรเพิ่ม ก็อยู่ได้สบายๆ ยกเว้น...”
เขายักไหล่ แล้วก็ตบบ่าเธอเบาๆ
“แต่บางเรื่อง เธอก็ควรปล่อย ไม่ควรจะมาแบก คนเราเกิดมาควรมีความสุขนะคิรา และเธอก็ทุกข์เพราะแม่มามากเกินไปแล้ว”
“คิราทำแบบนั้นได้ใช่ไหมคะ”
เธอกำลังปล่อย...อย่างที่ท่านว่า แล้วกอดรอบเอวท่าน พร้อมกับซบหน้าลงกับอกกว้างของสิชล
“ทำได้จริงๆ ใช่ไหมคะ”
เธอกำลังร้องไห้ เพราะความรู้สึกผิดถูกในใจกำลังสับสนไปหมด
“ทำได้สิ...ทำได้ เชื่อฉันเถอะคิรา ให้หัวใจกับคนที่มีหัวใจให้เธอดีกว่า อย่างฉันยังไงล่ะ”
“ค่ะ คิราจะเชื่อท่าน ทำให้คิรามีความสุขด้วยนะคะ”
เธอก้มกราบเขาที่อกอย่างจะฝากตัว สิชลกอดภรรยาสาวของเขาไว้อย่างแสนรักแล้วจูบเธออย่างดื่มด่ำ เหมือนจะสัญญาว่าเขาจะทำอย่างนั้น ปกป้อง และรักเธอ...
คิราอรเหมือนนกน้อยที่บินออกจากกรงมาเพื่อสร้างรังใหม่...มีสิชลทำหน้าที่เป็นรังคอยปกปักเธอ คุ้มครองเธอ
เธอไม่ได้เป็นชู้รักของเขาอีกต่อไปแล้ว ต่อไปนี้เธอจะเป็นภรรยาที่รักยิ่งของเขา
จบบริบูรณ์
“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก “น้ำอะไร?”“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”“อื้อหือ”สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ“อร่อยไหมคะ”“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่” เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจ
ข่าวร้ายถูกส่งมาถึงเธอหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อมีคนเข้าไปพบศพของทั้งคู่ นอนตายเคียงกันในโรงแรมที่ต่างประเทศ สื่อตีข่าวกันคึกโครมเป็นอย่างมาก เพราะลดาพรเป็นดาราวัยรุ่นกำลังมีชื่อเสียง ส่วนมธุเองก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขามีชื่อเสียงในวงสังคม และข้อสำคัญคือเขาแต่งงานแล้ว นั่นแหละทำให้ข่าวนี้ยิ่งดังมากขึ้นอีกคนพุ่งความเห็นใจมาที่คิราอร ที่กลายเป็นแม่หม้ายหุ้มเพชรทันที เพราะได้สินสมรสจากมธุ เขาไม่มีลูก...นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างกลายเป็นของคิราอรแม่ของเธอยิ้มหน้าบานมาก ที่เธอได้ทุกอย่างแบบนี้ ท่านมาประกบเธอตลอดเวลา และนึกสงสัยว่าชายสูงวัยหน้าตาหล่อเหลาและภูมิฐานดูดีที่คอยตามดูแลช่วยเหลือคิราอรตลอดงานพิธีของมธุจนถึงเรื่องคดีต่างๆ ให้คนของเขา ให้ทนายมาช่วยดูแล ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ คือใครกัน?เธอโดนโกงเรื่องที่ไปลงทุนจนหมดตัว แถมติดหนี้สินอีกหลายล้าน โดนลูกทีมขู่จะตามล่าตามฆ่า สิ่งที่ลูกสาวเตือนไว้คือเรื่องจริง เพราะเธอไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่และตอนนี้ทางนั้นก็หนีไปต่างประเทศแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องรับภาระรับใช้หนี้สินนี่แหละ แล้วมธุก็มาตายทิ้งมรดกไว้ให้กับคิราอรมหา
“อะไรนะคะ คุณจะให้หนู จะให้หนูฆ่าลูกของเราเหรอ” เสียงของลดาพรโวยวายดังลั่น เมื่อรู้ว่ามธุจะให้เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร “ก็...”มธุถอนใจ เขาเลือกที่จะใช้ไม้นวมก่อน เขาดึงเธอมากอด แต่ทว่าลดาพรพยายามผลักไส ปฏิกิริยาของหล่อนรุนแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก“ใจเย็นสิ บาร์บี้ฟังก่อนได้ไหม”“ไม่ หนูไม่ฟัง คุณมันคนใจร้าย คุณจะฆ่าลูก คุณทำได้ยังไง”“มันยังไม่เป็นตัวด้วยซ้ำไปไหมล่ะ แล้วทำไมฉันจะให้เธอจัดการมันไม่ได้ ในเมื่อเธอปล่อยให้มีมันขึ้นมาเองนะบาร์บี้”“...” ลดาพรน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอช็อคไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอมีลูกเพราะหวังจะให้เขาหันมาหาเธอนั่นก็คือใช่ เธอนั้นรักเขามากถึงได้ลงทุนทำสิ่งนี้ลงไป นอกจากเงินทองของเขาแล้ว ตัวของเขาก็ทำให้เธอรักมากความรักคืออารมณ์ที่ไม่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด แต่ลงได้รักไปแล้วจะได้รับความรู้สึกแบบใดตอบแทน หรือจัดการกับความรักของตนเองแบบไหน แล้วแต่ว่ารักแบบไหน รักเพื่อหวังอะไร สำหรับตอนนี้ลดาพรใจสลายที่เขาบอกให้เธอจัดการเอาเด็กออกซะเธอโถมตัวเข้าหาเขาด้วยความลืมตัว และตบหน้าเขา...มธุคำรามเมื่อถูกเด็กเลี้ยงของตัวเองตบหน้าจนหน้าหัน ไม่ม
รถตู้คันหรูถูกส่งมารับคิราอรที่ห้างสรรพสินค้าตามเวลาที่นัดหมาย และพาเธอออกนอกเมือง คิราอรตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้เหมือนกับว่าเธอเป็นนกที่ถูกขังกรงมาตลอดและเป็นหนแรกที่เธอแหกกรงออกมาโบยบินหาอิสระ โบยบินหาคนที่เธอรักมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งเปี่ยมสุขและขมขื่น ปนไปด้วยความหวาดกลัวกลัวในบาปที่เธอกำลังทำ...สุขที่ได้ไปเจอลมหายใจของเธอขมขื่น...กับความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้เธอยิ้ม...ทว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา คิราอรปาดน้ำตานั้นเสีย แล้วหยิบเอากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตรวจดูว่าน้ำตาเมื่อครู่ทำความเสียหายกับเมคอัพของเธอบ้างไหม เธอไม่ควรเศร้า และควรสวยสดใสเมื่อเจอท่านเธอแต่งเติมลิปสติกและทาแป้งกลบรอยน้ำตา ก่อนจะยิ้มให้กับตนเองที่เห็นสะท้อนในกระจก เพียงแค่คิดว่าจะเจอท่าน นัยน์ตาสวยโศกของเธอมีประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันที รถแล่นพาเธอไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทาสีขาวทั้งหลัง คนขับเปิดประตูให้เธอ คิราอรลงมาจากรถตู้ ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่รอเธออยู่แล้วเดินก้าวอย่างรวดเร็วตรงมาหาเธอในทันที“สะ อุ๊ย ท่าน” อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอได้ร
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องไป...แล้วก็พักรักษาตัวดีๆ ล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องแวะไปรับเธอ อ้อ...เรื่องบทน่ะ หายแล้วค่อยอ่านก็ได้ ฉันอ่านไปรอบหนึ่งแล้ว ให้เขาแก้ไปรอบหนึ่งล่ะ”“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยอวยพร ใจเต้นตุบๆ เกรงว่าเขาจะจับพิรุธในน้ำเสียงของเธอได้ เธอเป็นนักแสดงอาชีพ จึงเอาบทบาทนี้มาใช้ให้เขาเชื่อว่าเธอป่วยจนลุกไปกับเขาไม่ไหวจริงๆ “อืม...ถ้าพักนี้มีข่าวอะไร เธอก็อย่าไปสนใจมาก มันมีคนพยายามจะทำลายชื่อเสียงของฉันอยู่ เพราะอาจจะรู้ว่าฉันกำลังจะลงสมัคร”“ค่ะ”“กลับมา เธอหายดีแล้ว เราก็ไปคุยกับผู้จัดกันอีกที ละครเรื่องนี้ทำเพื่อเธอนะคิรา ทำมันให้ดีที่สุด”“ค่ะ”“เด็กดี” เขาเอ่ยชมทิ้งท้าย ชินเสียแล้วที่ภรรยาไม่มีเงื่อนไข คำค้าน เธอมักจะตอบรับเขาสั้นๆ แบบนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กดีของเขา กำลังแหกกฎเกณฑ์ของเขาอย่างร้ายแรง เธอกำลังทรยศเขา...แต่นั่นก็มันเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ที่ผลักไสให้คิราอรผิดศีลข้อสาม เขาเอาเธอไปถวายพานใส่ให้กับสิชลเองกับมือกรรมกำลังตลบหลังเขาแล้วตอนนี้เมื่อวางสายแล้วจากสามี เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงและเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธออยากจะแต่งต
“ยัยคิรา มาเยี่ยมแม่บ้างสิ ว่างหรือเปล่า”เสียงของมารดาดังมาตามสาย คิราอรเกร็งตัวโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงของท่าน เสียงที่บงการเอาแต่ใจกับเธอมาเกือบตลอดชีวิตยี่สิบสี่ปีของเธอดังขึ้น ท่านห่างจากการบงการเธอไปตั้งแต่เธอแต่งงานกับมธุ แต่ก็เหมือนเปลี่ยนมือ...จากคุณเครือรัตน์มาเป็นมธุแทน คนหลังแม้จะควบคุมน้อยหน่อย แต่ก็รีดเร้นเอาพลังชีวิตและผลประโยชน์ไปจากเธอพอๆ กัน“พักนี้หนูต้องออกงานกับคุณธุน่ะค่ะแม่ หนูเลยไม่ค่อยมีเวลา แม่เป็นยังไงบ้างคะ กิจการรีสอร์ตเป็นไปด้วยดีไหม?”“ก็ พอได้แหละ แต่แม่มีโครงการใหญ่กว่ารีสอร์ตกระจอกๆ นี่เยอะเลย ยัยคิรา แกรู้ไหมว่าแม่มีทางทำธุรกิจที่รวยเป็นล้านๆ ได้แล้ว”“อา...ธุรกิจอะไรหรือคะ”“มันเป็นการเทรดหุ้นน่ะ เนี่ยแม่เริ่มลงทุนไปแล้วก็ได้คืนมาจริงๆ นะ ลงทุนแรกแค่แสนบาท แต่แม่ได้คืนกำไรตั้งสี่หมื่นนะยัยคิรา แกชวนคุณธุมาลงทุนกับแม่สิ”“แม่คะ ระวังบ้างนะคะข่าวก็ออกจะโครมๆ เรื่องเทรดหุ้นอะไรแบบนี้ มันเหมือนแชร์ลูกโซ่นะคะ แม่ระวังนะคะ”“โอ๊ย! อย่ามาสอนฉันเลยยัยคิรา ทำตามที่ฉันบอก พาผัวแกมาลงทุนกับฉันด้วยล่ะ ขอเงินผัวแกมาน่ะ ทำได้ไหม แล้ว...ให้ดีแกก็มาหาแ







