LOGIN“คิรา...วันนี้ไปงานกับฉันนะ”
เสียงของสามีเอ่ยดังขึ้น คิราอรที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่เหมือนไม่รับรู้คำพูดนั้น ทำให้มธุต้องไปยืนใกล้ๆ เธอพร้อมกับวางมือบนไหล่มนของคิราอร บีบมันแบบลงน้ำหนัก ทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก จนโทรศัพท์ที่กำลังถือไว้หล่นร่วงลงจากมือ ทำให้เธอต้องรีบลนลานเก็บมัน เขาทรุดลงนั่งแล้วกอดอก พร้อมกับมองจ้องเธอ สายตาของมธุทำให้คิราอรหวาดกลัว จนแสดงอาการออกมาทางสายตาอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นอะไร?”
“เอ่อ...ฉัน ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”
“มีของแถมอะไรมาด้วยหรือเปล่า?”
คิ้วเข้มเลิกขึ้น คิราอรกะพริบตาอย่างไม่เข้าใจ มธุถอนใจน้อยๆ เขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องที่ทำให้คิราอรกลายเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิตไปทุกวัน ตั้งแต่ที่กลับมาจากทริปเพื่อนเที่ยวนั้น เห็นอาการของเธอเขาก็นึกสงสาร แต่ก็แค่แวบเดียว เขาปรนเปรอผลประโยชน์ให้กับมารดาของเธอ รวมถึงพาเธอไปซื้อข้าวของแบรนด์เนมเครื่องประดับมากมาย ยังไม่พอใจอีกหรือไงกันนะ?
ท่านที่รู้มาก็ไม่ใช่พวกรสนิยมทางเพศเลวร้าย...งานดีมากอีกต่างหาก ไม่ใช่อะไร เขาเคยได้ยินคู่นอนของท่านบางคน ที่บังเอิญมาใช้ร่วมกัน เอ่ยถึงท่านสิชลนั่นแหละ
แม่เมียของเขาทำราวกับว่าขายวิญญาณทิ้งไปแล้วเหลือแต่ร่าง
เหม่อลอย ไร้ชีวิต
จะอะไรนักหนาวะ ของตอบแทนให้โคตรคุ้มแบบนี้
“มีอาการผิดปรกติอะไรหรือเปล่า”
เขาลองสอบถามดู ถึงคิราอรจะก้ำกึ่งอยู่ในระยะปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ และท่านก็คงจะป้องกันดีเพราะไม่อย่างนั้นมีปัญหาใหญ่ตามมาแน่ๆ
“คุณธุหมายถึงอะไรหรือคะ?”
“ไปตรวจดูสิว่า เธอท้องไหมคิรา”
พอเขาพูดตรงๆ แบบนั้นคิราอรก็หน้าซีดเผือดไปในทันที ก่อนจะกลืนน้ำลาย เธอเริ่มทบทวนระหว่างเธอกับท่าน...มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน จึงสั่นหน้าและตอบเขาออกไปเสียงเบา
“ไม่ท้องหรอกค่ะ เพราะฉันฉีดยาคุม”
“อ้อ...”
เขากระแอม แล้วยิ้มให้กับเธอ เสียงเข้มนั้นอ่อนลง
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสิคิรา ไม่ต้องเป็นทางการมาก ฉันจะพาเธอไปงานเล็กๆ เป็นกันเอง เธอควรออกงานพร้อมกับฉันบ้าง เริ่มมีคนถามหาเธอแล้ว”
“แต่...”
คิราอรเม้มปาก เธอไม่อยากไปเลย ตั้งแต่กลับมาจากทริปเพื่อนเที่ยวนั่น ก็เกือบสองเดือนแล้วสินะ เธอไม่เคยออกงานกับเขาอีกเลย
“ไม่มีคำว่าแต่ เด็กดี”
เขามองเธอด้วยสายตาคมดุดัน คิราอรจำต้องลุกขึ้นและเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อไปจัดการตัวเองตามเขาสั่ง
มธุหรี่ตามองตามหลังภรรยาอย่างหงุดหงิด ที่คิราอรเริ่มต่อต้านเขา...
เขาจะทำให้เธอรู้ถ้าเกิดดื้อ ว่าใครกุมชีวิตเธอไว้...
เขาไม่ชอบ...
รอไม่นาน ภรรยาของเขาก็เดินลงมา เธอสวมชุดเดรสผ้าลูกไม้แบบไหล่ปาด สีเขียวมิ้น...และเลือกเครื่องประดับเป็นมุก ผมมัดเป็นหางม้าผูกด้วยริบบิ้นสีเขียวเข้ม รองเท้าส้นสูงสีขาว เธอเลือกแต่งหน้าด้วยโทนนู้ดออกชมพู ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นมาบ้าง ด้วยการแต้มริมฝีปากด้วยสีชมพูกุหลาบ
นี่คือตุ๊กตาแสนสวยของเขา
มธุยิ้มให้กับเธอ เมื่อเห็นคิราอรสะสวยแบบเดิมที่เขาชอบ แบบที่เขาจะพาเธอไปอวดกับใครต่อใคร เขาก้มลงมองวงหน้าสวยนั้นแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม
“ไปงานกับฉันก็ยิ้มเยอะๆ หน่อยนะคิรา ถ้าใครถามเธอ ก็บอกว่าป่วย...ถ้ามีคนถามอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับฉัน เธอก็รู้นะว่าควรจะตอบว่าอะไร”
“ค่ะ”
เธอเงยหน้ามองเขาแล้วเหยียดริมฝีปากเหมือนกับว่ายิ้ม
ทว่า...นัยน์ตาโศกของคิราอรราวกับจะร้องไห้
เธอเกลียดเขาไปทุกวัน...
คิราอรคล้องแขนกับเขา และเดินไปยังรถที่จอดรออยู่...
“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก “น้ำอะไร?”“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”“อื้อหือ”สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ“อร่อยไหมคะ”“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่” เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจ
ข่าวร้ายถูกส่งมาถึงเธอหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อมีคนเข้าไปพบศพของทั้งคู่ นอนตายเคียงกันในโรงแรมที่ต่างประเทศ สื่อตีข่าวกันคึกโครมเป็นอย่างมาก เพราะลดาพรเป็นดาราวัยรุ่นกำลังมีชื่อเสียง ส่วนมธุเองก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขามีชื่อเสียงในวงสังคม และข้อสำคัญคือเขาแต่งงานแล้ว นั่นแหละทำให้ข่าวนี้ยิ่งดังมากขึ้นอีกคนพุ่งความเห็นใจมาที่คิราอร ที่กลายเป็นแม่หม้ายหุ้มเพชรทันที เพราะได้สินสมรสจากมธุ เขาไม่มีลูก...นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างกลายเป็นของคิราอรแม่ของเธอยิ้มหน้าบานมาก ที่เธอได้ทุกอย่างแบบนี้ ท่านมาประกบเธอตลอดเวลา และนึกสงสัยว่าชายสูงวัยหน้าตาหล่อเหลาและภูมิฐานดูดีที่คอยตามดูแลช่วยเหลือคิราอรตลอดงานพิธีของมธุจนถึงเรื่องคดีต่างๆ ให้คนของเขา ให้ทนายมาช่วยดูแล ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ คือใครกัน?เธอโดนโกงเรื่องที่ไปลงทุนจนหมดตัว แถมติดหนี้สินอีกหลายล้าน โดนลูกทีมขู่จะตามล่าตามฆ่า สิ่งที่ลูกสาวเตือนไว้คือเรื่องจริง เพราะเธอไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่และตอนนี้ทางนั้นก็หนีไปต่างประเทศแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องรับภาระรับใช้หนี้สินนี่แหละ แล้วมธุก็มาตายทิ้งมรดกไว้ให้กับคิราอรมหา
“อะไรนะคะ คุณจะให้หนู จะให้หนูฆ่าลูกของเราเหรอ” เสียงของลดาพรโวยวายดังลั่น เมื่อรู้ว่ามธุจะให้เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร “ก็...”มธุถอนใจ เขาเลือกที่จะใช้ไม้นวมก่อน เขาดึงเธอมากอด แต่ทว่าลดาพรพยายามผลักไส ปฏิกิริยาของหล่อนรุนแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก“ใจเย็นสิ บาร์บี้ฟังก่อนได้ไหม”“ไม่ หนูไม่ฟัง คุณมันคนใจร้าย คุณจะฆ่าลูก คุณทำได้ยังไง”“มันยังไม่เป็นตัวด้วยซ้ำไปไหมล่ะ แล้วทำไมฉันจะให้เธอจัดการมันไม่ได้ ในเมื่อเธอปล่อยให้มีมันขึ้นมาเองนะบาร์บี้”“...” ลดาพรน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอช็อคไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอมีลูกเพราะหวังจะให้เขาหันมาหาเธอนั่นก็คือใช่ เธอนั้นรักเขามากถึงได้ลงทุนทำสิ่งนี้ลงไป นอกจากเงินทองของเขาแล้ว ตัวของเขาก็ทำให้เธอรักมากความรักคืออารมณ์ที่ไม่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด แต่ลงได้รักไปแล้วจะได้รับความรู้สึกแบบใดตอบแทน หรือจัดการกับความรักของตนเองแบบไหน แล้วแต่ว่ารักแบบไหน รักเพื่อหวังอะไร สำหรับตอนนี้ลดาพรใจสลายที่เขาบอกให้เธอจัดการเอาเด็กออกซะเธอโถมตัวเข้าหาเขาด้วยความลืมตัว และตบหน้าเขา...มธุคำรามเมื่อถูกเด็กเลี้ยงของตัวเองตบหน้าจนหน้าหัน ไม่ม
รถตู้คันหรูถูกส่งมารับคิราอรที่ห้างสรรพสินค้าตามเวลาที่นัดหมาย และพาเธอออกนอกเมือง คิราอรตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้เหมือนกับว่าเธอเป็นนกที่ถูกขังกรงมาตลอดและเป็นหนแรกที่เธอแหกกรงออกมาโบยบินหาอิสระ โบยบินหาคนที่เธอรักมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งเปี่ยมสุขและขมขื่น ปนไปด้วยความหวาดกลัวกลัวในบาปที่เธอกำลังทำ...สุขที่ได้ไปเจอลมหายใจของเธอขมขื่น...กับความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้เธอยิ้ม...ทว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา คิราอรปาดน้ำตานั้นเสีย แล้วหยิบเอากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตรวจดูว่าน้ำตาเมื่อครู่ทำความเสียหายกับเมคอัพของเธอบ้างไหม เธอไม่ควรเศร้า และควรสวยสดใสเมื่อเจอท่านเธอแต่งเติมลิปสติกและทาแป้งกลบรอยน้ำตา ก่อนจะยิ้มให้กับตนเองที่เห็นสะท้อนในกระจก เพียงแค่คิดว่าจะเจอท่าน นัยน์ตาสวยโศกของเธอมีประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันที รถแล่นพาเธอไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทาสีขาวทั้งหลัง คนขับเปิดประตูให้เธอ คิราอรลงมาจากรถตู้ ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่รอเธออยู่แล้วเดินก้าวอย่างรวดเร็วตรงมาหาเธอในทันที“สะ อุ๊ย ท่าน” อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอได้ร
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องไป...แล้วก็พักรักษาตัวดีๆ ล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องแวะไปรับเธอ อ้อ...เรื่องบทน่ะ หายแล้วค่อยอ่านก็ได้ ฉันอ่านไปรอบหนึ่งแล้ว ให้เขาแก้ไปรอบหนึ่งล่ะ”“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยอวยพร ใจเต้นตุบๆ เกรงว่าเขาจะจับพิรุธในน้ำเสียงของเธอได้ เธอเป็นนักแสดงอาชีพ จึงเอาบทบาทนี้มาใช้ให้เขาเชื่อว่าเธอป่วยจนลุกไปกับเขาไม่ไหวจริงๆ “อืม...ถ้าพักนี้มีข่าวอะไร เธอก็อย่าไปสนใจมาก มันมีคนพยายามจะทำลายชื่อเสียงของฉันอยู่ เพราะอาจจะรู้ว่าฉันกำลังจะลงสมัคร”“ค่ะ”“กลับมา เธอหายดีแล้ว เราก็ไปคุยกับผู้จัดกันอีกที ละครเรื่องนี้ทำเพื่อเธอนะคิรา ทำมันให้ดีที่สุด”“ค่ะ”“เด็กดี” เขาเอ่ยชมทิ้งท้าย ชินเสียแล้วที่ภรรยาไม่มีเงื่อนไข คำค้าน เธอมักจะตอบรับเขาสั้นๆ แบบนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กดีของเขา กำลังแหกกฎเกณฑ์ของเขาอย่างร้ายแรง เธอกำลังทรยศเขา...แต่นั่นก็มันเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ที่ผลักไสให้คิราอรผิดศีลข้อสาม เขาเอาเธอไปถวายพานใส่ให้กับสิชลเองกับมือกรรมกำลังตลบหลังเขาแล้วตอนนี้เมื่อวางสายแล้วจากสามี เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงและเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธออยากจะแต่งต
“ยัยคิรา มาเยี่ยมแม่บ้างสิ ว่างหรือเปล่า”เสียงของมารดาดังมาตามสาย คิราอรเกร็งตัวโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงของท่าน เสียงที่บงการเอาแต่ใจกับเธอมาเกือบตลอดชีวิตยี่สิบสี่ปีของเธอดังขึ้น ท่านห่างจากการบงการเธอไปตั้งแต่เธอแต่งงานกับมธุ แต่ก็เหมือนเปลี่ยนมือ...จากคุณเครือรัตน์มาเป็นมธุแทน คนหลังแม้จะควบคุมน้อยหน่อย แต่ก็รีดเร้นเอาพลังชีวิตและผลประโยชน์ไปจากเธอพอๆ กัน“พักนี้หนูต้องออกงานกับคุณธุน่ะค่ะแม่ หนูเลยไม่ค่อยมีเวลา แม่เป็นยังไงบ้างคะ กิจการรีสอร์ตเป็นไปด้วยดีไหม?”“ก็ พอได้แหละ แต่แม่มีโครงการใหญ่กว่ารีสอร์ตกระจอกๆ นี่เยอะเลย ยัยคิรา แกรู้ไหมว่าแม่มีทางทำธุรกิจที่รวยเป็นล้านๆ ได้แล้ว”“อา...ธุรกิจอะไรหรือคะ”“มันเป็นการเทรดหุ้นน่ะ เนี่ยแม่เริ่มลงทุนไปแล้วก็ได้คืนมาจริงๆ นะ ลงทุนแรกแค่แสนบาท แต่แม่ได้คืนกำไรตั้งสี่หมื่นนะยัยคิรา แกชวนคุณธุมาลงทุนกับแม่สิ”“แม่คะ ระวังบ้างนะคะข่าวก็ออกจะโครมๆ เรื่องเทรดหุ้นอะไรแบบนี้ มันเหมือนแชร์ลูกโซ่นะคะ แม่ระวังนะคะ”“โอ๊ย! อย่ามาสอนฉันเลยยัยคิรา ทำตามที่ฉันบอก พาผัวแกมาลงทุนกับฉันด้วยล่ะ ขอเงินผัวแกมาน่ะ ทำได้ไหม แล้ว...ให้ดีแกก็มาหาแ







