Share

6.2 # คุณด่าผมเหรอ

last update publish date: 2026-09-09 15:41:31

หลังจาก นั่งรอและดื่มชาของที่ร้านไปอีกแก้ว ขนมชิ้นเล็กๆ ไปอีกหลายชิ้น ก็ยังไม่เห็นเงาของลูกค้าพี่แพตตี้จะมา

“นี่ ปกติลูกค้าก็มาเลทแบบนี้เหรอคะ” ฉันถามพนักงานประจำของร้านที่จะคอยต้อนรับลูกค้าคนนี้ด้วยความสงสัย

“ไม่นะคะคุณนิต้า ปกติคุณวัตจะมาตรงเวลาค่ะ หรือไม่ก็จะมาก่อนเวลานิดหน่อยไม่เคยมาเลทเลย วันนี้ไม่แน่ใจทำไมเลทขนาดนี้ ให้ทางร้านโทรสอบถามให้มั้ยคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ รออีกหน่อยก็ได้ค่ะ ลูกค้าอาจจะติดธุระจริงๆ” ฉันยังอยากให้การพบกันครั้งแรกของตัวเองกับลูกค้าเต็มไปด้วยความประทับใจ ไม่โทรจิก โทรตาม ให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่เลือกใช้บริการ แต่ก็อดที่จะสงสัยกับชื่อลูกค้าที่พนักงานที่ร้านเรียกไม่ได้ ‘ทำไมชื่อคุ้นๆ หูจังนะ เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน’

หลังจากนั่งสงสัยอยู่เพียงไม่นาน ฉันก็คิดว่ากำลังจะได้คำตอบเรื่องที่สงสัย เมื่อพนักงานที่กำลังคุยกับฉันอยู่ กำลังเดินออกไปทางหน้าร้าน พร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงแสดงถึงความยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง “สวัสดีค่ะ คุณวัต”

ผมเป็นคนค่อนข้างตรงต่อเวลา เพราะด้วยอาชีพที่เป็นหมอ เรื่องเวลาถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่กับสาวๆ แต่ละคนที่ผมควง ผมจะต้องเจอเหตุการณ์ที่ต้องให้รอพวกเธอเสมอ อย่างน้องเชอร์รี่คนล่าสุดนี้ก็เช่นกัน

ผมไปรับเธอที่คอนโดตามเวลาที่นัดกันไว้คือประมาณ 10 โมง ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เช้าแล้ว ถือว่าสายแล้วด้วยซ้ำ แต่ผมก็ยังคงต้องนั่งรอเธอแต่งตัวอีกครึ่งชั่วโมง กว่าจะได้ออกจากคอนโด เราถึงห้างที่นัดกับนักช็อปส่วนตัวไว้ ก็เป็นช่วงก่อนมื้อกลางวันพอดี

“วันนี้เชอร์รี่อยากกินอะไรคะ”

“เชอร์รี่อยากทานอาหารญี่ปุ่นค่ะ เชอร์รี่กำลังไดเอท”

“โอเคค่ะ งั้นเราไปทานกันก่อนนะคะ เสร็จแล้วค่อยไปซื้อของกัน วันนี้อยากได้กระเป๋า หรือรองเท้าคิดไว้หรือยังคะ”

“พี่วัตจะซื้อให้เชอร์รี่จริงๆ เหรอคะ ไม่ต้องก็ได้ค่ะ เชอร์รี่เกรงใจ แค่พี่วัตมีเวลาพาเชอร์รี่มาทานข้าวเชอร์รี่ก็ดีใจแล้วค่ะ” สาวๆ หลายคนที่ผมควงก็มักจะพูดแบบนี้แหละตอนที่ผมถาม แต่ไม่มีซักรายที่จะมาแค่ทานข้าวจริงๆ ถ้าไม่จบที่กระเป๋า รองเท้า ก็จะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูไม่ต่ำกว่า 2 ชุดทุกรายน็

เมื่อผมกับน้องเชอร์รี่เดินถึงที่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เลือกไว้ เป็นร้านที่มีทั้งเป็นซูชิสายพาน และด้านในจะเป็นโต๊ะ VIP ซึ่งจะใช้สั่งผ่านหน้าจอและมีพนักงานมาคอยดูแล

ผมแจ้งพนักงานหน้าร้านว่าจะนั่งโต๊ะ VIP พนักงานจึงเดินนำพาไปที่โต๊ะ น้องเชอร์รี่เดินตามพนักงานไปก่อน และผมจึงเดินตามเธอไปอีกที

ก่อนจะถึงโต๊ะเราจะต้องเดินผ่านโซนสายพานที่อยู่ด้านหน้า ช่วงเวลานี้คนยังไม่เยอะเพราะยังไม่เที่ยงดี จึงมีคนนั่งอยู่เพียงบางตา 

ก่อนที่เราจะถึงโต๊ะของตัวเอง กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ระหว่างที่ผมกำลังเดินตามน้องเชอร์รี่ไป จู่ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์สายพาน ก็ลุกขึ้นกะทันหันแล้วเซถอยหลังมาชนเข้ากับผมในจังหวะที่ผมจะเดินผ่านเธอพอดี เมื่อเธอเหมือนจะล้มหงายลงมา ผมจึงยกแขนขึ้นประคองเธอไว้โดยอัตโนมัติ

“หล่อนทำอะไรของหล่อนยะ มาโผเข้าใส่ผู้ชายคนอื่นแบบนี้ หน้าไม่อาย” ไม่ทันได้ตั้งตัว ผมก็ได้ยินเสียงน้องเชอร์รี่ที่เหมือนหันมาเห็นเหตุการณ์ ต่อว่าผู้หญิงในอ้อมแขนผม

“แล้วใครหน้าไหนที่ชนชั้นจนน้ำร้อนลวกมือ ไม่ขอโทษกันแถมยังมาผลักและมาโวยวายใส่กันอีก ทำแบบนี้ไม่อายคนอื่นเค้าเหรอฮะ” เมื่อคนในอ้อมแขนพยุงตัวเองยืนได้มั่นคง ผมก็เลือกจะถอยห่างออกมาจากเธอหนึ่งก้าว แต่เหมือนเธอจะไม่ใช่คนที่ยอมคน เพราะเธอต่อปากต่อคำกับน้องเชอร์รี่ไม่หยุด แต่ก็ทำให้ผมได้รู้สาเหตุที่เธอลุกขึ้นกระทันหันจนทำให้เซมาหาผม

“ใครชนหล่อนยะ มีหลักฐานมั้ย นี่เห็นผู้ชายหน่อยไม่ได้เลยหล่ะสิ ระริกระรี้เชียวนะยะ แกออกไปห่างๆ พี่วัตของฉันเลย” ผมฟังก็เริ่มรู้สึกว่าน้องเชอร์รี่ก็เริ่มพูดแรงเกินไปแล้ว หันมองคนในร้านก็เริ่มมีคนหันมามอง แม้คนในร้านจะน้อยแต่ก็ไม่ควรให้เป็นเรื่องใหญ่ ผมจึงเดินเข้าไปสะกิดให้น้องหยุด

“เข้าใจผิดละค่ะ ใครจะอยากได้คนของคุณกันล่ะ ถ้าเลือกคบคุณได้ ก็แสดงว่านิสัยคงแย่ไม่ต่างกันหรอก ฉันคงไม่ตาต่ำขนาดนั้นหรอกค่ะ” กลายเป็นว่า ผมโดนด่าไปด้วย ทั้งๆ ที่กำลังจะบอกให้น้องเชอร์รี่ขอโทษกับสิ่งที่พลาดไป แต่ไม่ทันแล้ว

“อ่าวคุณ นี่คุณด่าผมเหรอ” ผมไม่ได้คิดจะเอาเรื่องอะไรหรอกนะ แต่ไหนๆ ก็โดนพาดพิงแล้ว ก็ต้องแสดงตัวหน่อยเผื่อเธอจะยอมสงบลงบ้าง

“น้องพนักงานค่ะ ช่วยยกเลิกโต๊ะนี้ให้ทีนะคะ ชั้นคงไม่ทานแล้วค่ะ” ก็ยังดีที่เธอเลือกจะจบการทะเลาะวิวาทนี้โดยเร็ว ด้วยการเดินจากไปทั้งๆ ที่เธอน่าจะยังไม่ได้เริ่มกินอะไรเลยด้วยซ้ำ เท่าที่ผมเห็นคือบริเวณเคาน์เตอร์ที่เธอนั่งยังคงว่างเปล่า มีเพียงแก้วชาใบเดียววางอยู่ นั่นทำให้ผมรู้สึกว่า เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจคนหนึ่งเลย

หลังจากผู้หญิงคนนั้นเดินจากไป ผมรีบเดินนำและจับแขนน้องเชอร์รี่ให้เดินตาม ไปตามทางที่พนักงานพาไปที่โต๊ะ VIP เพื่อจะได้เริ่มสั่งอาหารกันสักที ก่อนที่คนจะเข้ามาในร้านเยอะและจะต้องรออาหารนาน

ขนาดที่พยายามรีบแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องรออีกจนได้ เมื่อเมนูอาหารที่น้องเชอร์รี่สั่งไป ค่อนข้างมีรายละเอียดเงื่อนไขมากมาย อย่างปลาย่างต้องลดเกลือ แยกซอส ไม่ใส่นั่น ไม่เอานี่ จนอาหารบางจานที่มาเสิร์ฟ พอได้ตรงตามออเดอร์ เธอก็จะบอกให้พนักงานแจ้งให้พ่อครัวทำให้ใหม่

แทนที่การทานอาหารญี่ปุ่นง่ายๆ จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่กลับกินเวลาไปถึง 1 ชั่วโมง 40 นาที หลังจากนั้นเธอยังต้องเข้าห้องน้ำ และเหมือนจะเข้าไปแต่งเติมหน้าเพิ่มก็กินเวลาไปอีกเกือบ 10 นาที

สุดท้ายแล้ว ผมคิดกับตัวเองในใจ ว่าวันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของน้องเชอร์รี่ แต่เมื่อเคยรับปากไว้แล้ว นัดวันนี้ก็ต้องดำเนินไปจนจบ ผมพาน้องเชอร์รี่ไปที่ร้านแบรนด์เนมร้านประจำ ซึ่งได้นัดกับนักช็อปส่วนตัวคนใหม่เอาไว้แล้ว แต่นัดแรกก็มาสายเกือบครึ่งชั่วโมง หวังว่านักช็อปส่วนตัวคนใหม่จะพูดง่ายนะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   39.2 # มีความสุข

    “นิต้า นิต้า ตื่นเถอะสายมากแล้ว” ฉันได้ยินเสียงเบาๆ อยู่ที่นอกผ้าห่มที่คลุมหัวฉันอยู่ แต่เพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นได้จริงๆ เมื่อถูกเขย่าร่างกายจากเจ้าของเสียงเรียกนั้น“อืมมมม เช้าแล้วเหรอ” เมื่อเปิดผ้าที่คลุมหัวออก แสงไฟจากหลอดไฟแยกตาฉันจนรู้สึกแสบ แต่มองออกไปทางหน้าต่างกลับพบว่าด้านนอกมีเพียงแสงสลัวเท่านั้น“เช้าอะไร นี่สายแล้วนะ สิบโมงกว่าแล้ว” ฉันไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ยัยอัยย์บอก จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อฟ้าด้านนอกยังสว่างสู้แสงภายในห้องไม่ได้ซักนิด“ฮะ... สิบโมง!!! ทำไมชั้นตื่นสายขนาดนี้เนี่ย ทำไมเธอเพิ่งปลุกล่ะยัยอัยย์ แล้วชุดนักแสดงใครเตรียม กองถ่ายไม่บ่นชั้นแย่แล้วเหรอเนี่ย” ฉันต้องใช้พลังพอสมควรเพื่อให้ตัวเองหลุดออกมาจากผ้าห่มที่ห่อตัวเอาไว้เหมือนหนอนดักแด้“คิคิคิ นิต้าๆ ใจเย็นก่อน ค่อยๆ เมื่อเช้าฝนตกหนักมากเลย กองถ่ายคงถ่ายไม่ได้หรอก วันนี้น่าจะยกกองน่ะ”“อ่าวเหรอ ฝนตกหนักเหรอ มิน่าชั้นนอนหลับสบายมาก” เพียงได้ยินคำว่ายกกอง ฉัน

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   39.1 # มีความสุข

    ในเมื่อไม่สามารถแย้งอะไรได้แล้ว ก็คงได้แต่ทำใจรอรับกรรม ผมตัดสินใจรีบขับรถกลับคอนโดเพื่อใช้เวลาที่เหลือพักผ่อน โดยคิดไม่ถึงเลยว่า เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ก็ต้องถูกรบกวนจากไอ้เพื่อนรักคนเดิมอีกแล้ว“มึงนะมึง ไอ้ภีม ให้กูพักร่างหน่อยก็ไม่ได้ ลากกูมาอีกแล้ว” ระหว่างที่กำลังเดินไปตามทางเพื่อไปขึ้นเครื่อง โดยมีกระเป๋าเป้สะพายอยู่ที่ไหล่ข้างหนึ่ง ผมอดไม่ได้ที่จะบ่นให้คนที่เดินอยู่ข้างๆ ได้รับรู้ความทุกข์ใจของเพื่อนคนนี้“บ่นอะไรเยอะแยะวะ ไม่เหนื่อยมั่งเหรอไง”“กูเหนื่อยตั้งแต่มึงไปลากกูจากเตียงตอนตี 5 แล้วล่ะ ไอ้หมอภีม”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็บิน 8 โมง มึงจะให้กูไปปลุกกี่โมง ดีแค่ไหนแล้วที่กูไปปลุกมึงถึงที่คอนโด แถมยังช่วยมึงเก็บกระเป๋าอีก” ใช่ครั้ง ไอ้ภีมไปหาผมที่คอนโด ทั้งยังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้ผมด้วย เพราะเมื่อคืนหลังจากกลับมาถึงคอนโด ผมก็หมดแรงล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปจนมันมาปลุกนี่แหละ“แล้วมึงจะรีบไปทำไมแต่ไก่โห่วะ เที่ยวบินก็มีตั้งเยอะ เลือกให้มันสายๆ หน่อยไม่ได้เหรอวะ บินแค่ชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   38.2 # ยอมเลิกรา

    RRRRRrrrrrrr เหมือนเสียงสวรรค์ เมื่อเสียงมือถือผมดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดูที่หน้าจอก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องทำงานไปที่ห้องประชุม โดยคอยมองไม่ให้มินท์ผิดสังเกตุ(ไอ้วัต กูเสร็จเรื่องทางนี้ละ กูกำลังเข้าไป) เสียงปลายสายเป็นคนต้นเรื่องที่ทำให้ผมต้องนั่งทำงานต่อหน้ามินท์อย่างใจไม่สงบ“มึงยังไม่ต้องเข้ามาตอนนี้ กลับคอนโดไปเลย เดี๋ยวกูให้เด็กเอาเอกสารไปให้เซ็นที่คอนโด” ผมหันมองทางประตูห้องประชุมให้แน่ใจว่าไม่มีใครมายืนแอบฟังอยู่ ก่อนจะป้องปากพูดกับปลายสาย(อ่าว ทำไมวะ)“เออ กูกำลังจะออกไปแล้วเหมือนกัน ปวดหัวชิบหาย” ในที่สุดผมก็มีข้ออ้างรั้งการเซ็นเอกสารรับเข้าทำงานของมินท์เอาไว้ได้แล้ว แต่ผมคงต้องเร่งรีบที่จะออกจากที่นี่ ทำทีว่ามีเรื่องด่วนไม่ให้มินท์สงสัย(โอเค ตามนั้น) ไอ้ภีมไม่ได้ถามอะไรต่อก็ยอมวางสายไป ผมถึงกับต้องถอนหายใจ ในที่สุดก็มีข้ออ้างที่จะไม่ได้ต้องเผชิญหน้ากับมินท์ต่อแล้วก่อนจะกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ผมแวะห้องทำงานไอ้ภีม กวาดเอกสารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะทำงานของมันกลับไปด้วย หลังจากนั้นกลับไปที่ห้องตัวเอง หยิบเอ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   38.1 # ยอมเลิกรา

    เวลาเกือบบ่าย พวกผมลงจากเครื่องบินที่สนามบินกรุงเทพฯ เมื่อออกมาด้านนอกก็พบว่า มีรถและคนรถจากบ้านไอ้ภีมมาจอดรออยู่ที่ด้านหน้าแล้ว“มึงกลับไปก่อนเลยไอ้ภีม เดี๋ยวกูเรียกรถแวะไปที่โรงพยาบาลซะหน่อย” ผมบอกไอ้ภีมก่อนที่จะหยิบกระเป๋าจากรถเข็นเพื่อเดินเลี่ยงไปเรียกรถรับจ้างของสนามบิน“เดี๋ยวกูให้คนรถไปส่งมึงก่อนก็ได้” ไอ้ภีมพยายามรั้งผมเอาไว้ แต่ถึงยังไงก็ไม่เป็นผล ผมรู้ทันมันว่ามันต้องลากผมไปช่วยเผชิญหน้ากับแม่มันด้วยแน่ๆ“อย่าเลยหว่ะ วนไป วนมา มึงกลับไปเถอะ กูจัดการตัวเองได้ ไม่ต้องห่วง” ถ้าปกติแล้ว ผมคงยอมแต่โดยดี ยังไงซะการมีรถส่วนตัวรับส่งยังไงก็สบายกว่าอยู่แล้วเพียงแต่ว่าก่อนลงจากเครื่อง ผมเพิ่งได้อ่านข้อความที่ส่งมาตั้งแต่ช่วงสายว่า มีใครบางคนกำลังรออยู่ที่โรงพยาบาล ผมคงต้องรีบไปจัดการก่อน และต้องไม่ให้ไอ้ภีมโผล่ไปที่นั่นตอนนี้ด้วย“เออๆ เดี๋ยวเสร็จธุระจากแม่แล้วก

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   37.2 # ยินดีให้บริการ

    “อะไรยะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับมือถืออีกแล้ว” ฉันกับยัยอัยย์ กลับมานั่งรอรถเพื่อกลับขึ้นดอยที่ร้านขายอาหารเช้า เมื่อรถของสองหนุ่มนั้นวิ่งออกไปแล้ว ไม่นานนักยัยอัยย์ก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูแล้วแย้มยิ้มจนฉันคิดว่าหมอภีมส่งข้อความมาหาเธอ“ไม่มีอะไรหรอก คุณหมอเค้าตอบข้อความกลับมาน่ะ”“ยังไง ตอบกลับมายังไง ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว ตกลงเค้าจีบเธอจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย” ฉันแปลกใจกับอาการของเพื่อนที่มีต่อข้อความจากคุณหมอออนไลน์ มันทำให้ฉันมั่นใจมากขึ้นว่าหมอออนไลน์ต้องคิดจีบเพื่อนฉันแน่ๆ“ก็…น่าจะอย่างนั้นนะ” ยัยอัยย์ยังคงตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะหุบไม่ลงแล้ว“จริงดิ แล้วเธออะ คุณหมอออนไลน์ดี หรือคุณหมอรักแรกดีจ๊ะ” เมื่อได้เห็นท่าทางของเพื่อนที่มีต่อหมอทั้งสองคน ฉันก็อดที่จะแซวไม่ได้ เพื่อนฉันมีคนเข้ามาให้เลือกแบบนี้ สงสัยไม่นานเพื่อนฉันคนนี้คงมีข่าวดีมาให้ชื่นใจแน่ๆ“อะไรนิต้า บ้าน่ะ ไปเถอะรถมาแล้ว” ยัยอัยย์เขินจนหันมาตีไหล่ฉัน แต่ฉันหลบได้พอดี และก็ยื่นหน้าออกไปหาเธอพยายามจ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   37.1 # ยินดีให้บริการ

    ฉันพยายามจะขยับขาหนี แต่ก็ต้องถูกสายตาดุของเขารั้งเอาไว้อย่างง่ายดาย “อยู่เฉยๆ สิคุณ ผมจะตรวจแผลหน่อย” เขาเงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่สะทกสะท้าน มือยังคงค่อยพักขากางเกงของฉันขึ้น จนฉันต้องเป็นคนยอมแพ้หันหน้าหนีไปอีกทาง‘ดูแผลอะไรตอนนี้เนี่ยนะ แถมในสถานที่เปิดโล่งขนาดนี้อีก โอ้ย อีหมอบ้านี่ จะรักษาก็ไม่ดูเวลา ไม่สนใจสถานที่เลยหรือไง คนมองกันหมดแล้วเนี่ย’ ไม่ว่าจะนักท่องเที่ยว หรือชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมา ต่างก็จะต้องหันมามองทางเราสองคนที่นั่งถกขากางเกงกันอยู่ตรงนี้ ฉันเห็นแล้วก็เริ่มรู้สึกอายจนอยากจะมุดดินหนี“อุ๊ย...” ฉันสะดุ้งเบี่ยงขาหนี เมื่อรู้สึกถึงความเย็นเฉียบพลันตรงแผลที่ขา “เจ็บเหรอคุณ ผมแตะเบาๆ เองนะ” เมื่อก้มลงมองจึงรู้ว่า หมอวัตกำลังใช้เจลใสๆ ทาลงบนแผล “เปล่า แค่ตกใจเพราะมันเย็น”เขาได้ฟังก็ไม่ได้ตอบออกมา เพียงยกยิ้มมุมปากแล้วก้มหน้าทาเจลบางๆ ที่แผลต่อไปจนเสร็จ และช่วยปิดแผลไว้ให้อย่างเรียบร้อย “เสร็จแล้ว ต่อไปหลังอาบน้ำคุณก็เช็ดแผลให้แห้งแล้วหมั่นทาเจลนี้ห้ามลืมนะ จะได้ไม่เป็นรอยแผลเป็น อีกวันสองวันก็เปิดแผลได้แล้วไม่ต้องปิดแล้ว”หลังจากทำแผลให้ฉันเสร็จ เขาลุกขึ้นมานั่ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status