Beranda / โรแมนติก / ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว / 7.1 # นักช็อปส่วนตัวคนใหม่

Share

7.1 # นักช็อปส่วนตัวคนใหม่

last update Tanggal publikasi: 2026-09-09 15:44:24

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน พนักงานประจำร้านเห็นผมก็รีบเดินเข้ามาทักทายทันที “สวัสดีค่ะ คุณวัต” ผมพยักหน้าให้เล็กน้อยเพื่อเป็นการตอบรับ “ขอโทษนะครับ วันนี้ผมมาช้า นักช็อปฯ ที่ผมนัดไว้ยังอยู่มั้ยครับ”

“อ๋อ อยู่ค่ะคุณวัต รออยู่ด้านในค่ะ เชิญค่ะ” พนักงานตอบกลับผม และเชิญให้เข้าไปด้านในร้าน ซึ่งหลังจากหันไปทางตำแหน่งที่พนักงานผายมือไป ผมก็เห็นผู้หญิงผมสั้นคนหนึ่งที่คุ้นตา นั่งอยู่ที่ชุดรับแขกของร้านด้านในห้องสำหรับ VIP

“ขอโทษนะครับ วันนี้ผมมาช้าไปหน่อย เดี๋ยวผมจ่ายพิเศษให้ถือเป็นการขอโทษนะครับ” เมื่อผมก้าวเข้าไปในห้อง VIP ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้านักช็อปฯ คนใหม่ชัดๆ ว่าเป็นใคร แต่ก็รีบเอ่ยขอโทษออกไปก่อน และแสดงความจำนงที่จะชดเชยให้เธอเพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิชั้นรอไม่นาน... คุณ???”

“อ่าว คุณ???” เมื่อเธอลุกขึ้นและหันมาตอบผม ทำให้ผมจำเธอได้ทันที เพราะเธอคือผู้หญิงที่เราเพิ่งมีเรื่องกันไปที่ร้านอาหารเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน และคิดว่าเธอก็คงจำพวกผมได้เช่นเดียวกัน เพราะสีหน้าเธอก็ดูตกใจไม่ต่างจากผม

“เออ เมื่อสักครู่ที่ร้านอาหารผมต้องขอโทษแทนน้องเค้าด้วยนะครับ และก็ขอโทษเรื่องที่มาสายด้วย” ถ้าหากต้องร่วมงานกัน ผมก็คงต้องแสดงความเป็นมิตรกับเธอก่อน หากบริการเธอดีจริงๆ ตามที่คุณแพตตี้โฆษณาไว้ ผมอาจจะได้เรียกใช้บริการเธออีก

“พี่วัต ไปขอโทษนางทำไมคะ แบบนี้พี่วัตก็หาว่าเชอร์รี่ผิดน่ะสิคะ”

“พี่ไม่ได้ว่าเชอร์รี่ทำผิดนี่คะ มันก็แค่อุบัติเหตุ เอาหล่ะ ตกลงวันนี้ กระเป๋า รองเท้า หรือเสื้อผ้า คะคนดี” เพื่อจบเรื่อง ก็ให้น้องเชอร์รี่เลือกของที่อยากได้ จะได้เลิกสนใจเรื่องอุบัติเหตุที่ร้านอาหารกันสักที ผมอยากรีบไปทำอย่างอื่นต่อแล้ว คืนนี้มันช่างสั้นนัก เพราะพรุ่งนี้เช้าผมถูกเรียกตัวเข้าโรงพยาบาลแต่เช้า

“งั้นก็ได้ค่ะ เชอร์รี่จบเรื่องก็ได้ แต่พี่วัต ต้องซื้อกระเป๋ากับรองเท้า เข้าชุดให้เชอร์รี่เลยนะคะ เชอร์รี่ถึงจะยอม”

“ได้ครับ งั้น รบกวนคุณ...เอ่อ”

“เรียกชั้นว่านิต้าก็ได้ค่ะ ตกลงว่า เลือกกระเป๋ากับรองเท้านะคะ เชิญทางนี้ค่ะ” ผมถือว่าเธอคนนี้ยังมีความเป็นมืออาชีพ ที่ไม่เรื่องมากกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนในที่สุด ผมก็ได้ของให้น้องเชอร์รี่ตามที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรก

“อ่าว คุณ???” ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นหน้าตาเต็มๆ ตอนที่มีเรื่องที่ร้านอาหาร แต่ฉันก็จำการอแต่งตัวของชายที่กำลังเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าได้

‘นี่วันเวรกรรมอะไรของชั้นเนี่ย วันนี้ชั้นก้าวขาผิดข้างออกจากบ้านหรือไง ดันไปมีเรื่องกับลูกค้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกอีก โอ้ย แบบนี้จบกันสิ งานชั้น สงสัยวันนี้ชั้นเสียเวลาเปล่า แถมเสียชื่อพี่แพตตี้อีกแน่เลย’

ฉันได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ เมื่อหันหน้าไปทางหน้าร้าน ตามเสียงผู้ชายที่เดินเข้ามาแล้วขอโทษฉันที่ให้รอ แต่เมื่อได้เห็นว่าเขาคือชายหนุ่มกับหญิงสาว ที่ฉันเพิ่งมีเรื่องกับเขาไปเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนนี้เอง ใครจะคิดว่าเขาจะเป็นลูกค้าใหม่ของฉัน ที่พี่แพตตี้ส่งมาให้ในวันนี้

ก็โดยปกติแล้ว ลูกค้าฉันส่วนใหญ่มันจะเป็นคนมีอายุมากซักหน่อย เพราะค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในการรับบริการแต่ละครั้ง แถมราคาสินค้าที่ต้องจ่ายน้อยซะเมื่อไหร่ หนุ่มๆ สาวๆ ส่วนใหญ่ชอบจะเดินเข้าช็อปเลือกของเองมากกว่า

ส่วนลูกค้าฉันส่วนใหญ่ ถ้าไม่เพราะอายุมากแล้ว ไม่ค่อยอยากเดินมาก ก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีที่มาทางการเงินจากธุรกิจสีเทา หรือเป็นการใช้เงินโดยไม่ต้องการให้รู้ อาจจะมีบ้างที่ต้องการคำแนะนำด้านดีไซน์จากมืออาชีพจริงๆ แต่ก็น้อยนักที่ฉันจะได้เจอ เพราะฉันก็ยังถือว่าเป็นมืออาชีพน้องใหม่ในวงการนี้ ชื่อเสียงยังไม่มากนัก

ฉันจึงแปลกใจอยู่หน่อยๆ กับลูกค้าใหม่ของฉันคู่นี้ ที่ผู้ชายก็ยังดูอายุไม่มาก น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉันด้วยซ้ำ แถมดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า หน้าตาก็จัดว่าได้ควงกลางห้างก็คงจะมีแต่สาวๆ หันมองและอิจฉา ตามสไตล์ที่เห็นน่าจะจัดในกลุ่มคนหนุ่มนักธุรกิจที่ชอบเดินเข้าช็อปเลือกของเองมากกว่า ไม่คิดว่าจะเลือกใช้บริการนักช็อปส่วนตัวแบบฉันนี้

ส่วนผู้หญิงที่มาด้วยกัน ดูบุคลิกไม่น่าจะเข้ากันได้ซักเท่าไหร่ ถ้าผู้ชายคนนี้มีอายุมากสักหน่อย จะมองว่าสาวคนนี้เป็นบ้านน้อยก็คงจะได้เลยล่ะ แต่จะยังไงก็เถอะ เรื่องของเขา ‘แต่ฉันจะถูกยกเลิกงานหรือไม่เนี่ย คงต้องลุ้นเอาแล้วล่ะ’

“เออ เมื่อสักครู่ที่ร้านอาหารผมต้องขอโทษแทนน้องเค้าด้วยนะครับ และก็ขอโทษเรื่องที่มาสายด้วย”

“พี่วัต ไปขอโทษนางทำไมคะ แบบนี้พี่วัตก็หาว่าเชอร์รี่ผิดน่ะสิคะ”

“พี่ไม่ได้ว่าเชอร์รี่ทำผิดนี่คะ มันก็แค่อุบัติเหตุ เอาหล่ะ ตกลงวันนี้ กระเป๋า รองเท้า หรือเสื้อผ้า คะคนดี”

“ได้ครับ งั้น รบกวนคุณ...เอ่อ”

“เรียกชั้นว่านิต้าก็ได้ค่ะ ตกลงว่า เลือกกระเป๋ากับรองเท้านะคะ เชิญทางนี้ค่ะ”

ฉันแอบถอนหายใจด้วยความโล่งใจเบาๆ เมื่อยังสามารถรักษาหน้าให้กับพี่แพตตี้ และยังรักษาอาชีพของตัวเองเอาไว้ได้ แต่ต่อไปหลังจากนี้ ก่อนจะรับเคสฉันคงต้องเข้มงวดกับการขอข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าให้มากกว่านี้ซะแล้วล่ะ

จะว่าไปครั้งนี้เพราะเป็นลูกค้าที่ส่งต่อมาแบบกะทันหัน และยังเป็นลูกค้าจากพี่แพตตี้ ทำให้รีบร้อนเกินไปจนพลาด เพราะก่อนหน้านี้ ฉันก็จะศึกษาข้อมูลของลูกค้ามาก่อนอย่างดี ก่อนจะนัดรับงาน

ใช่ว่าฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากลูกค้าซะที่ไหนล่ะ บทเรียนก็เคยมีอยู่ แต่เพราะครั้งนี้ ฉันประมาทไปเอง เพียงแต่ยังโชคดีที่ลูกค้ารายนี้ไม่เหมือนกับรายก่อนที่ฉันเคยพลาดมา ในช่วงแรกที่เริ่มรับทำงานนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   57.2 # ตอบสนอง

    “โถ่คุณมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอไง” ถึงผมจะบอกเธอออกไปแบบนั้น แต่ผมเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ความรู้สึกของผมไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเหมือนกันเลยซักนิด ผมไม่ได้หลงเธอเพราะเรื่องบนเตียง แต่ผมหลงเธอที่เป็นทั้งหมดของเธอต่างหาก“เชอะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ แค่เรื่องบนเตียงแค่นั้น และห้ามคนอื่นรู้เรื่องเด็ดขาด” นิต้าลุกขึ้นพันผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่รอบตัวเอง แล้วเดินไปที่ห้องน้ำโดยไม่สนใจจะมองสีหน้าผมตอนนี้เลยซักนิดเธอไม่ได้เห็นสีหน้าผมหลังจากฟังเธอพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปจากอ้อมแขนผม และผมก็คิดว่าการที่เธอไม่เห็นความเจ็บปวดเสียใจบนใบหน้าของผมนั้นคงจะดีกับความสัมพันธ์ของเราสองคนในตอนนี้มากกว่า ถ้าหากว่าเธอคิดอย่างที่พูดไปจริงความเสียใจจากคำพูดของเธอ โจมตีทำร้ายผมได้ไม่นานหรอก เพราะไม่ว่าเธอจะคิดแบบนั้นหรือไม่ ยังไงซะ ผมก็จะทำให้เธอยอมเปลี่ยนใจอยากจะอยู่กับผมทั้งตัวทั้งใจให้ได้ซักวันเมื่อตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะต้องทำให้เธอเปลี่ยนใจให้ได้ ผมเลยตัดสินใจลุกจากที่นอนออกไปที่ห้องรับแขก ในขณะที่ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ในห้องน้

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   57.1 # ตอบสนอง

    ฉันผลักเขาให้ออกห่างเพื่อจะหลุดออกจากวงแขนที่กำลังหน่วงเหนี่ยวฉันเอาไว้ ต้องโวยวายใส่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องผลตรวจที่กำลังรออยู่แทน ไม่อยากให้เขารู้ว่า ประโยคที่เขาเพิ่งพูดทีเล่นทีจริงออกมานั้นกำลังทำให้ฉันเผลอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนถึงแม้ว่าฉันกับเขาจะเคยมีอะไรกันมากกว่าหนึ่งครั้งแล้วก็เถอะ แต่ท่าทีแบบนั้นของเขา การกักขังฉันเอาไว้ในอ้อมแขน กระซิบคำพูดที่เสนอตัวเองให้ฉัน แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ทำเอาฉันหน้าร้อนขึ้นมาจนอยู่นิ่งไม่ได้“ไปครับ เราออกไปเอา……ผลตรวจของคุณกัน” อีตาบ้าหมอวัตยังคงไม่เลิกที่จะพูดสองแง่สองง่ามใส่ฉัน จนฉันมองตาแข็งใส่เข้าให้ถึงจะลดลงไปบ้างหลังจากเขาพาฉันไปรับผลตรวจร่างกายเรียบร้อย แทนที่จะปล่อยให้ฉันได้กลับคอนโดของตัวเอง แต่เขากลับทั้งหว่านล้อม จนถึงกระทั่งข่มขู่จะเปิดเผยความลับ ทำให้ฉันต้องตามเขากลับมาที่คอนโดอีกจนได้“นี่นายเดี๋ยวก่อน ไปหิวมาจากไหนเนี่ย ชั้นยังไม่ได้ถอดรองเท้าเลย” เพียงแค่ฉันเดินผ่านเข้าประตูคอนโด ก็ถูกคนที่เดินตามหลังมาติดๆ รวบเอวหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มืออีกข้างคว

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   56.2 # เอาผมเป็นตัวประกัน

    “ใช่ ผมยุ่งจนไม่มีเวลา ดังนั้นผมจะเลือกใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญเท่านั้นไงล่ะ” หมอวัต พูดกับผู้หญิงคนนั้น ในท่าทางที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาดูสุขุมจริงจัง ทิ้งมาดผู้ชายกวนๆ ขี้เล่นที่ฉันเคยเห็นไปโดยสิ้นเชิง‘นี่ตกลงเค้าเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย ตัวตนของเขาคือคนไหนกัน หรือเป็นพวกหลายบุคลิกเหรอ แต่ท่าทางแบบนี้ของเค้าก็ทำเอาชั้นต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเค้าใหม่’“นี่ แกหมายความว่าเรื่องของชั้นไม่สำคัญสินะ ไอ้หมอวัต แกคิดว่าแค่แกไม่เซ็นต์อนุมัติแล้วจะขวางชั้นได้เหรอ” ผู้หญิงคนนั้นเริ่มเดินเข้าไปประชิดตัวหมอวัต และพูดกับเขาเสียงเบาลงเหมือนพยายามไม่ให้คนอื่นได้ยิน แต่ฉันกลับได้ยินสิ่งที่เธอพูดชัดเจนทุกคำ“อ้อ ขอโทษนะคะ อย่าโกรธกันเลยนะที่มินท์มารบกวนเวลาของพวกคุณ พอดีมินท์ก็มีเรื่องสำคัญที่โรงพยาบาล ที่รอหมอวัตทำให้อยู่น่ะคะ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เค้าบอกว่ายุ่งจนไม่มีเวลา มินท์เลยแปลกใจว่าทำไมถึงมานั่งกินข้าวอยู่ที่นี่ได้” คราวนี้เธอจงใจพูดกับฉัน ท่าทางเหมือนจะเป็นมิตรนะ แต่คำพ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   56.1 # เอาผมเป็นตัวประกัน

    รุ่งเช้าฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นยัยอัยย์นั่งเอนตัวพิงหัวเตียง ในมือยังคงกำมือถือเอาไว้แน่น เมื่อมองใบหน้านั้น ฉันรู้ได้ทันทีว่าเธอคงผ่านการร้องไห้มาตลอดคืนแน่นอนเห็นอย่างนั้นแล้ว ฉันยิ่งไม่วางใจให้เธออยู่คนเดียว จึงพยายามชักชวนจนถึงขั้นคะยั้นคะยอ แทบจะเป็นการบังคับให้เธอไปโรงพยาบาลกับฉัน เพราะฉันมีนัดตรวจสุขภาพสุดท้ายแล้ว เราสองคนก็มาถึงโรงพยาบาลในช่วงสายแล้ว การตรวจร่างกายของฉันใช้เวลาไม่นาน แต่หากจะรอผลต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราทั้งคู่ตัดสินใจจะออกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงร้าน ฉันเห็นแผนกหมอออนไลน์จึงเรียกให้ยัยอัยย์ดูโดยที่ฉันไม่ทันได้คาดคิด เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออก เห็นหมอภีมที่กำลังคุยอยู่กับหมอท่านอื่นอยู่ตรงนั้น และกำลังจะเดินออกมา “คราวนี้เธอจะเอายังไงดี ยัยอัยย์” ฉันถามยัยอัยย์ทันที เพราะตั้งแต่เช้าที่ฉันเห็นอัยย์พยายามติดต่อหมอภีม แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยก่อนที่ยัยอัยย์จะทันได้ตอบอะไรฉันกลับมา เหมือนหมอภีมจะหันมาเห็นเราสองคนและเขารีบเร่งฝีเท้าตรง

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   55.2 # หมกมุ่น

    หลังจากดื่มน้ำจนหมดแก้ว ผมจึงค่อยๆ เดินไปทางห้องนอน แต่ไม่ได้เข้าไปด้านในนั้น แต่อยู่ที่ด้านหน้าห้องก็ยังได้ยินสองเสียงคุยกันถึงเรื่องอาการของคนบนเตียง“เรากำลังคุยกันอยู่ว่าสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้อาการกำเริบวันนี้เกิดจากอะไร เท่าที่อัยย์เล่ามาให้ผมฟัง ผมคิดว่าอาการน่าจะเกิดขึ้นเมื่อเธออยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นจุดสนใจของคนจำนวนหนึ่ง” ไอ้ภีม บอกข้อสันนิษฐานของมันเพื่อให้ทุกคนได้ช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุต่อ“มันยังไงกันคะคุณหมอ อาการกำเริบเพราะเป็นจุดสนใจเหรอ อ้อเดี๋ยวนะ ชั้นว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่นะ เพราะครั้งล่าสุด คือตอนไปงานประกาศรางวัลกับพ่อแม่เธอ แล้วเธอก็เริ่มมีอาการหนักตอนยื่นถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่แบ็กดร็อป” นิต้าช่วยเสริมข้อมูลขึ้นมาอีกคน“ถ้างั้นแล้วครั้งแรกล่ะครับ พอจะจำได้มั้ยว่าเกิดขึ้นได้ยังไง” ผมยืนพิงที่ประตูห้องนอนไม่ได้เข้าไปด้านใน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสนอความเห็นของตัวเอง ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของคุณอัยย์“ใช่ๆ ยัยอัยย์ ครั้งแรกที่เธอเป็นคือตอนไหนนะ ชั้นยังไม่เจอกับเธอเลยใช่มั้ย” จากที่นิต้าตอ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   55.1 # หมกมุ่น

    “ใครโทรมาตอนนี้วะ”ในจังหวะที่ฉันกำลังรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า จู่ ๆ ก็ได้ยินหมอวัตสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เขายันตัวเองลุกขึ้นจากตัวฉัน ซึ่งแขนฉันที่คล้องเกี่ยวคอของเขาไว้ก็ปล่อยให้ร่วงหล่นลงบนที่นอนแบบไร้แรงต้านทาน“คงไม่ใช่น้องคนไหนของคุณโทรมาตามใช่มั้ยคะ” ฉันเอ่ยถามเขาออกไป พยายามไม่ให้เสียงดังจนเกินไปจนเข้าไปในสายให้ฝั่งตรงข้ามได้ยินเมื่อฉันลุกขึ้นใส่ชุดคลุมแล้วเดินตามเขาออกมาที่ห้องรับแขก เห็นเขาแนบมือถือที่หูแต่ไม่พูดอะไร ได้แต่ยื่นนิ่งเงียบ แต่เพราะเขายืนหันหลังให้ฉัน ฉันจึงไม่ทันได้เห็นสีหน้าเขา เลยเดาไม่ถูกว่าปลายสายนั้นโทรมาด้วยเรื่องดีหรือร้ายอย่างไรกันแน่“เอ่อ คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ แล้วก็ เฮ้อ แต่งตัวเถอะ เดี๋ยวเราต้องออกไปกันแล้ว” หลังจากคำถามฉันจบเพียงไม่นาน หมอวัตวางสายแล้วจึงหันกลับมาคุยกับฉันด้วยท่าทีสงบ แต่เหมือนฉันจะมองออกว่า ความสงบนั้นเป็นเพียงท่าทีที่เขาพยายามแสดงออกมาเพื่อปกปิดอะไรไว้บางอย่างฉันไม่ได้ทำตามที่เขาบอกในทันที เพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ขมวดคิ้วมอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status