مشاركة

ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า
ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า
مؤلف: หวางลี่อิง/มงกุฏดาว

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2026-01-12 19:32:45

อะไรที่ควรจำก็จำ อะไรที่ควรลืมก็ลืม!

เกิดเป็นราชวงศ์ก็ไม่รู้จักความรักอยู่แล้ว หนำซ้ำสามีที่ตนไม่ได้เป็นผู้เลือกยังหูเบา

นางเป็นองค์หญิงกำเนิดในครรภ์กุ้ยเฟยของอดีตฮ่องเต้ หญิงสูงศักดิ์เช่นนางแต่งกับเยียนอ๋องซื่อจื่อก็นับได้ว่าเป็นคู่กิ่งทองใบหยก แต่หารู้ไม่หลังจากเข้าหอเขาก็รักษาระยะห่าง จนนางไม่เข้าใจว่าตนทำสิ่งใดผิด สามีถึงหมางเมิน

เวลาผ่านไปหลังแต่งงาน นางยังไม่มีวี่แววตั้งครรภ์ เหอหวางเฟยหรือท่านหญิงเหอแม่สามี จึงใส่ยาปลุกกำหนัดเพื่อให้นางและสามีได้ร่วมเรียงเคียงหมอน และถือว่าแผนการท่านหญิงเหอสำเร็จ แต่มันนำพาซึ่งหายนะมา

สู่นาง

กระดาษชวนจื่อแผ่นเล็กเรียบเรียงถ้อยคำพลอดรักด้วยคำกลอนที่บรรยายอย่างลึกซึ้ง อยู่ในกล่องลับใต้เตียงหลังจากนางกำนัลทรยศไปรายงานเยียนอ๋องซื่อจื่อว่านางคบชู้ พร้อมกับพามาหาซึ่งหลักฐานถึงในห้องนอน

หยางหยู่เฟยส่ายหน้าไม่ยอมรับ ให้นางตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ก็ยอม แต่ใครจะคาดคิดคนที่ฮ่องเต้ทรงเกรงพระทัย ยกให้เป็นคุณชายอันดับหนึ่งกลับโหดเหี้ยมกับสตรีได้ขนาดนี้

เขาจับนางมัดมือมัดเท้านางยังพอทน แต่ให้หมัวมัวที่ถือกฎบ้านเป็นคนลงทัณฑ์นางอย่างสะบักสะบอม พร้อมกับประณามอย่างเลือดเย็น

‘ส่งสตรีไร้ยางอายผู้นี้ ไปอยู่ในสุสานตระกูลเยียน

ที่นอกเมือง’

สิ้นคำสั่งร่างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกหามขึ้นรถเหมือนหมูตัวหนึ่ง เดินทางออกไปท่ามกลางฝนที่กำลังตกชุกในฤดูใบไม้ผลิ โดยไม่สนว่านางจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่

ราวกับนางเป็นกุลีแบกหามไร้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์แห่งการเป็นองค์หญิง

สติที่เลือนรางเฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านางทำสิ่งใดผิด หรือเพราะนางใจดีเกินไปจนทำให้คนทำร้ายนางเอาได้

ร่างของนางกระแทกกับพื้นในบริเวณสุสานดัง ‘พลั่ก’ เสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นมีเสียงฉ่ำแฉะ เคล้ากับเสียงกบเขียดร้องเป็นเพื่อน มีสายฝนที่เป็นผ้าห่มคลุมกาย ความกลัวกัดกินใจจนต้องเอามือลูบหน้าท้อง พูดกับสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่มีใครรับรู้ว่าเขากำลังมาเกิด เว้นเสียแต่นาง แล้วให้สัญญากับตนเองว่า

“จะล้างแค้นให้ได้”

ใช่นางรอดมาได้ และเฝ้าเลี้ยงหน่อเนื้อของคนที่นางแค้นฝังกระดูก ลูกชายและลูกสาวของนางเป็นฝาแฝด

ถูกบ่มเพาะความร้ายกาจและความอำมหิตเข้าไปจนถึงก้นบึ้งวิญญาณ กระทั่งทั้งคู่สิบห้าหนาวจึงเข้าร่วมกองทัพของเหอจื่อหยาง แม่ทัพแคว้นซิ่งที่สามีนางกล่าวหาว่าคบชู้และนำมาซึ่งหายนะของทั้งสอง เมื่อเขาอายุได้สิบแปดหนาว

หลิงเผิงและหลิงหลง สองแม่ทัพคู่ชายหญิงลอบนำกองกำลังเข้าบุกจวนเยียนอ๋องซื่อจื่อ เพื่อต้องการสังหารและล้างแค้นให้กับมารดา นางต้องการดูความหายนะของสามีด้วยตาตัวเอง จึงเข้าไปในจวนด้วย

แต่ทว่าสามีชั้นเชิงและประสบการณ์มากกว่า จึงแทงกระบี่เข้าไปที่ลูกสาวจนนางสติแตก อาละวาดชักกระบี่ไปแทงเขา แต่ทว่านางที่ไม่เป็นวรยุทธกลับถูกฆ่าในกระบี่เดียว ลูกชายของนางที่เดิมก็ชิงชังเยียนอ๋องซื่อจื่ออยู่แล้ว จึงปลิดชีพของเขาเพื่อล้างแค้น

ใครจะคาดคิดว่าเขาเตรียมรับมืออยู่ก่อนแล้ว ห่าธนูร้อยพันดอกพุ่งเข้าใส่ตัวบุตรชายของนาง จนสุดท้ายก็ล้มไปกองอยู่ด้วยกันสามแม่ลูก บัดนั้นนางจึงตระหนักได้ว่าความแค้นที่นางสั่งสมมานั้นไม่อาจล้างได้ไม่พอ ยังไม่สามารถล้างมลทินให้ตัวเอง ที่โดนข้อหาคบชู้ให้หมดสิ้น

“ท่านชนะแล้วเยียนอ๋องซื่อจื่อ ท่านฆ่าลูกและเมียของท่านสำเร็จแล้ว ดีใจหรือไม่” นางพูดกับเขาพร้อมกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ ก่อนจะหลับตาลงภาพสุดท้ายที่เห็นราวกับนางตาฝาด เพราะน้ำตาของเขาไหลรินลงมาเงียบ ๆ

หยางหยู่เฟยประจักษ์แล้วว่าแค้นกันไปมาก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด นางจึงอธิษฐานต่อฟ้า

“หากข้ามีชีวิตอีกครั้ง...ดอกบัวขาวอะไรนั่นนางจะไม่เป็น แค้นอะไรนั่นนางจะไม่สน ซ้ำแล้วยังจะเลี้ยงบุตรชายและบุตรสาวด้วยความรักอีกครั้ง”

คล้ายกับชาติภพเป็นเพียงฝันหนึ่งตื่น นางสะดุ้งขึ้นในกระท่อมไม้ไผ่ใกล้สุสานตระกูลเยียน พร้อมกับภาพเลือนรางของใครบางคน ที่คิดเท่าไหร่นางก็คิดไม่ออก

“เยียนอ๋องซื่อจื่อใบหน้าเช่นไรกัน!”

“แล้วทำไมนางถึงคิดถึงแม่ทัพเหอผู้เกรียงไกรแสนใจดีผู้นั้น”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 64

    “ใช่แล้ว ดื่มแล้วผิวพรรณผุดผ่อง เลือดลมเดินได้ดี และที่สำคัญทำให้อ่อนเยาว์ขึ้นด้วย” นี่คือเคล็ดลับของนาง และย่อมขายดีให้หมู่สตรีแน่ ๆ นางคิดเอาไว้เช่นนั้น “เช่นนั้นเจ้าดื่มเยอะ ๆ ดีหรือไม่ จะได้ยวนใจข้า บ่อย ๆ ดูสิข้าขยันไถนาทุกวัน เหตุใดเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไถยังไม่งอกเงยเสียที” เขาเอามือลู

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 63

    เสี้ยนหยางอ๋องหลบหน้าลูกสาวออกมา จนเมื่อได้เวลารับรางวัล เขาจึงต้องกลับมาประทานรางวัลให้ โดยผู้ชนะมีสุราชั้นดีสิบไห ไข่ไก่อีกหนึ่งร้อยฟอง เงินรางวัลยี่สิบตำลึง และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นทหารสังกัดกองทัพรักษาเมืองเสี้ยนหยางทันที “เก่งมาก นี่โจวอวิ๋นจือเป็นรองแม่ทัพ ให้เขาช่วยชี้แนะเจ้าเถิด”

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 62

    หลังจากนางรั้งสามีให้อยู่กับตัวเอง ก็คิดถึงอยากจ้างขอทานเหล่านั้นให้มาทำงานที่ในสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิง และนางก็จะเปิดหอสุราเหอเหมยลู่และรับแรงงานอีกทาง “ท่านอ๋องเจ้าค่ะ ข้าจะเปิดหอสุรา รับคนงานพวกขอทาน พวกเขาจะได้ลืมตาอ้าปากได้” เสี้ยนหยางอ๋องที่กอดประคองภรรยาอยู่ในอ้อมกอด กดจมูกที่ขมับของน

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 61

    ฤดูหนาวผ่านไปสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิงเป็นรูปเป็นร่าง สองแฝดได้นำชื่อเข้าผังตระกูลเหอ และเป็นลูกชายและลูกสาวลำดับที่หนึ่งและสองของเขาอีกด้วย ทุกวันหลิงเผิงมักจะออกไปตรวจสวนปศุสัตว์เลี้ยงตระกูลเหอ ที่มีสัตว์แปลก ๆ มากมายพื้นที่ของปศุสัตว์ แห่งนี้มีถึงหนึ่งร้อยหมู่ นอกจากไก่ไข่ที่เป็นของขึ้นชื่

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 60

    จากนั้นเมื่อรถหยุดพักทานอาหารเที่ยงริมลำธารนางจึงออกไปล้างหน้าล้างตา รู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าทั้งที่อากาศเริ่มเย็นแล้วแท้ ๆ เมื่อมาถึงก็เห็นหน้าของสามีเคร่งเครียด โดยมี โจวฝานยืนรอรับบัญชาอยู่ใกล้ ๆ นางจึงเดินเข้าไปถามเขา “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะท่านอ๋อง” “หวงตานตานหนีไป

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 59

    คฑาหรูอี้หนึ่งคู่ทำจากทองคำประดับด้วยหยก สีเขียวมรกตสว่างยามต้องแสง วางประดับอยู่ในเรือนของ ทั้งคู่ แน่นอนว่าเป็นของขวัญล้ำค่าจากเหอฮองเฮาที่อยากอวยพรให้ทั้งคู่สมความปรารถนา เหอจื่อหยางและหยาง- หยู่เฟยยืนมองของขวัญที่ทั้งคู่ชื่นชอบและเก็บเอาไว้ใกล้ ๆ วันนี้ครบสามวันแล้วหลังจากแต่งงานงาน

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 6

    สีหน้าตกใจราวกับพบวิญญาณอาฆาตทำให้ดวงตาของเหอจื่อหยางไหวระริก เพียงชั่วครู่ก็กลับมองนางอย่างแปลกใจราวกับไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ‘นางจดจำเขาได้’ ‘ในเมื่อนางไม่ต้องการให้คนขุดคุ้ยอดีต เช่นนั้นเขา ก็ต้องเล่นให้สมจริงสักหน่อย’ “ขออภัยแม่นาง ข้าเสียมารยาทแล้ว” เหอจื่อหยางรีบโค้งให้ ก่อนจ

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 5

    นางกางกระดาษเซวียนจื่อสำหรับใช้ในราชสำนัก ที่เป็นโฉนดที่ดินอันเป็นที่ตั้งของบ้าน ซึ่งนางเพิ่งซื้อมาด้วยเงินสิบตำลึงอย่างแปลกใจ พร้อมทบทวนจากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ ‘บ้านเก่าแล้ว เจ้าของเดิมมีหลายหลังอยากขายมันออกบ้างเพราะดูแลไม่ไหว จึงขายเพียงสิบตำลึง เจ้าอย่าคิดมากในสภาพบ้านทั้งหมด ที่นี

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 4

    หยางหยู่เฟยตั้งสติมองไปในความมืดแล้วก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาฉับพลัน นางจึงรีบปิดหน้าต่างลงดาลทั้งตรวจสอบประตูให้ดี ก่อนจะขึ้นเตียงนอนนางก้มลงพ่นลมจากปากดับเทียนที่หวิวไหวตามกระแสลมอ่อน ๆ ที่พัดเอื่อยเข้ามาตามช่องหน้าต่าง นางลืมตาโพลงไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ในทันที เพราะไม่เคยเผชิญอันตรายด้านนอ

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 3

    ตลอดเส้นทางหยางหยู่เฟยเปิดม่านที่ปิดหน้าต่างเพื่อบังแสงและฝุ่นที่ฟุ้งกระจายขณะรถม้าวิ่ง แต่กลับเห็นว่าการสัญจรตลอดทางมีเหล่าทหารอยู่เป็นระยะ จนอดถามท่านลุงกู่ให้คลายสงสัยไม่ได้ “ท่านลุงเจ้าคะ ข้าไม่รู้ว่าเสี้ยนหยางสำคัญอย่างไร เหตุใดทหารจึงมีตลอดเส้นทาง” ท่านลุงกู่ยิ้มให้อย่างใจดี

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status