LOGINซินแสทำนายว่าหลงเฟิ่งหวงต้องแต่งงานเพื่อเสริมดวง แม่ของเขาจึงจ้างพรพระจันทร์สาวไทยในมาเก๊าให้แต่งงานกับเขา ทั้งที่เขาปากแข็งไม่ยอมรับ แต่กลับหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้ใกล้เธอ
View More“หาเจ้าสาวเกิดวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 09.09 น.”
คำพูดของซินแสหลี่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเฟิ่งหวง ซีอีโอหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นชายหนุ่มที่ทั้งหล่อ รวย อิทธิพลล้นเมือง และไม่เคยเชื่อเรื่องดวงชะตาแม้แต่นิดเดียว
แต่วันนี้เขากลับนั่งขมวดคิ้วอยู่ในบ้านคาแพงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกบังคับให้ทำเรื่องไร้สาระที่สุดในชีวิต
“ผมทั้งหล่อทั้งรวยทั้งมีครบทุกอย่างในชีวิต แล้วทำไมผมต้อง หาผู้หญิงตามวันเดือนปีเกิดมาแต่งงานเพื่อเสริมดวงด้วย”
เขาพึมพำด้วยความหงุดหงิด พลางนึกถึงเหตุผลที่ทำให้เขาต้องมาพบซินแสตั้งแต่เช้า กาสิโนกำลังเจอปัญหาหนักจากคู่แข่ง ความเชื่อของผู้ใหญ่ในบ้านกดดันให้เขาต้องแก้เคล็ดด้วยวิธีแต่งงาน
แถมยังเป็นผู้หญิงเกิดวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 09.09 น. เป๊ะราวกับจะสร้างตัวละครในนิยายแฟนตาซี ชายหนุ่มถอนหายใจแรง
“จะบ้าตายฉันไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิงถึงขนาดต้องเดินหาคนเกิดนาทีทองมาแต่งงานนะ!”
“แต่ลูกต้องแต่ง เกิดตายขึ้นมาใครจะมาดูแลกาสิโนเราหาวิธีป้องกันดีกว่าแก้นะ” จีน่ามารดาของเขานั่งลงที่โชฟา มีลูกชายเพียงคนเดียวไม่ยอมให้ลูกเป็นอะไร สามีก็ชิ่งหนีตายจากเสียก่อน
“มามี้เชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับไร้สาระสิ้นดี”
เขาเกิดและโตที่ต่างประเทศจึงไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้ แต่รู้ว่าคนจีนส่วนใหญ่มักเชื่อซินแส ตอนที่เขาเข้ามารับตำแหน่งเขาไม่เชื่อเช่นกัน แต่ไม่เคยลบหลู่ความเชื่อของใคร
“ไม่รู้แหละลูกต้องแต่งงานเท่านั้น”
“ผู้หญิงที่อยู่ไกลแสนไกลคนละเผ่าพันธุ์คนละภาษา ไกลแสนไกลไม่รู้ชาติหน้าหรือเปล่า” เฟิ่งหวงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
“ต๊าย ปากไม่ดียังไงมามี้ต้องหาว่าที่เจ้าสาวของลูกให้เจอ” คนเป็นแม่ยกพัดขึ้นตีแขนลูกชายเบาๆ พลางถอนหายใจหนักอย่างสุดจะทนกับความดื้อด้านของเขา
“ถ้าเจอเมื่อไหร่ผมจะแต่งงานด้วย แต่ชาตินี้คงหาไม่เจอแล้วครับ ผมขอตัวไปดูงานก่อนนะครับ”
“เจ้าลูกคนนี้ปากแบบนี้ไงถึงไม่มีเมียสักทีอายุสามสิบกว่าละ”
เพิ่งหวงหัวเราะนิดๆ เดินล้วงกระเป๋าผ่านโถงคฤหาสน์หรู เขาไม่ใช่คนเชื่อดวง หรือเชื่อซินแสเลยสักนิด แต่เหตุการณ์ช่วงหลังที่ทุกอย่างในบริษัทสะดุดพร้อมกันทำให้เขาเริ่มตระหนัก
ปากเพิ่งหวงคาบบุหรี่ไว้หลวมๆ ควันสีขาวลอยคลุ้งรอบใบหน้าคมดุ มือใหญ่สวมถุงมือหนังสีดำกำวัตถุสีดำชิ้นนั้นไว้มั่นคง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังกลั้นอารมณ์
สายตาของเขาเย็นเฉียบเย็นเสียจนห้องทั้งโกดังเหมือนอุณหภูมิดิ่งลง อดีตลูกน้องคนนั้นนั่งคุกเข่า ตัวสั่นเทาเหมือนจะขาดใจตายได้ทุกวินาที
“ผะ ผมบอกไปหมดแล้วครับหัวหน้า ผมสาบานไม่มีอะไรปิดบังแล้วจริงๆ”
เพิ่งหวงก้มหน้ามองเขาช้าๆ ดวงตาคมเข้มใต้เงาควันบุหรี่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เสียงของเขาเย็นและเรียบนิ่งจนคนฟังขนลุกซู่
“กูเลี้ยงมึงไม่ดีพอสินะ”
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ! ผมแค่เอาข้อมูลบางส่วนไปเท่านั้น!” ชายคนนั้นร้องแทบขาดใจ “ช่วยผมด้วยเถอะครับ ผมไม่ตั้งใจ!”
“ข้อมูลบางส่วนที่มึงเอาไปทำให้คนของกูเกือบตายทั้งทีม” เขาหัวเราะในลำคอแผ่วๆ ทั้งที่ดวงตาไม่นิ่งเลยสักนิด
“ผมขอโทษครับ”
“ถือว่ากล้ามากกูจะให้มึงตายแบบไม่ทรมาน”
“อย่า...”
ปัง!
เสียงปืนนั้นก้องสะท้อนทั่วโกดัง ร่างของชายคนนั้นทรุดลงทันทีควันปืนยังไหลเอื่อยจากปลายกระบอกในมือเพิ่งหวง
เขาเหยียบก้นบุหรี่ลงกับพื้น หันหลังให้ร่างไร้ลมหายใจนั่นโดยไม่แม้แต่หันกลับไปมอง ลูกน้องที่ยืนรออยู่ด้านหลังรีบโค้งศีรษะต่ำ
“เก็บให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอย”
“ครับ!”
เพิ่งหวงเดินออกจากโกดังด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ลูกน้องรอเปิดประตูรถให้ เขายื่นปืนให้มือขวาคนสนิทก่อนจะถอดถุงมือโยนทิ้ง
“มาดามจีน่ายังไม่หยุดหาผู้หญิงตามที่ซินแสบอกเลยครับ” อี้เฉินขึ้นมานั่งข้างคนขับและรายงานทุกอย่างให้เจ้านายรับทราบ
“ปล่อยให้หาไปผู้หญิงหรือนางฟ้าถึงได้เกิดวันนั้น ถ้าเจอฉันจะยกมือไหว้เลย” เพราะเขามั่นใจว่าอย่างไรแม่ก็ไม่มีทางหาผู้หญิงคนนั้นเจอ
“รายงานกาสิโนวันนี้เหมือนเดิมเลยครับ” เจียห่าวที่เป็นสารถีขับรถเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“มันต้องมีช่วงขาลงบ้างแหละวะ”
เขาคิดแบบนี้เสมอแต่ยอมรับว่ากาสิโนในมาเก๊าของเขาไม่เคยตกต่ำถึงขนาดนี้มาก่อนจนต้องเพิ่งซินแส แต่ทำให้เขาหงุดหงิด
“ของที่อื่นไม่เป็นแบบนี้เลยนะครับ”
“พอไม่ต้องพูด หาผู้หญิงมาให้ฉันด้วย”
“ครับ”
ภายในห้องสวีตของโรงแรมสุดหรู แสงไฟสีอุ่นสะท้อนผิวเนียนของหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้อง ชุดคลุมไหมหลุดรุ่ยเผยให้เห็นสัดส่วนบางส่วนอย่างไม่ตั้งใจ เธอบิดตัวไปมาอย่างประหม่า เหมือนกำลังลังเลว่าจะกล้าเข้าใกล้เขาหรือไม่
เฟิ่งหวงนั่งอยู่ปลายเตียง สูทสีดำยังไม่ทันปลดกระดุม ดวงตาคมเข้มจ้องเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าเรียบนิ่งหรืออันตราย
“เข้ามาใกล้ๆ” เขาพูดเสียงต่ำ พร้อมยกมือขึ้นกวักน้อยๆ
เพียงจังหวะนั้นหญิงสาวก็เหมือนจะถูกดึงดูด เธอแทบจะก้าวพรวดเข้าหาเขาโดยไม่รอให้เขาเรียกซ้ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก
“ให้เหมยหลิงดูแลคุณหลงคืนนี้นะคะ” เธอส่งสายตาออดอ้อน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ขึ้นเตียงกับเขา พอเห็นเขาพยักหน้าเธอไม่รอช้ารีบปลดเข็มขัดตามด้วยกระดุมกางเกงทันที
นางแบบสาวเมื่อเห็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ เพราะมันใหญ่มากมือบางกำรอบเอ็นร้อน ปากบางค่อยๆ โลมเลียหัวสีชมพูก่อนจะอมเข้าไปทั้งปาก
“อืม” เขาครางออกมาเล็กน้อยแหงนหน้าขึ้นมองแชนเดอเรีย ปลดปล่อยอารมณ์ที่เหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์ แต่ก่อนที่จะทำอะไรมากกว่านั้นประตูเปิดออกกว้าง
ปัง
“กรี้ดดดดดด”
“เฮ้ย เข้ามาได้ยังไง” เฟิ่งหวงรีบผลักผู้หญิงคนนั้นออกแล้วคว้าปืนมาจ่อที่คนเข้ามาใหญ่ เขากวาดสายตามองน่าจะเป็นพนักงานของที่นี่
“เปล่าค่ะ...” พรพระจันทร์ส่ายหน้ารัวๆ ยังคงตกใจกับภาพที่เห็น เธอถูกไว้วานให้ขึ้นมาทำความสะอาดห้องข้างบนไม่คิดว่าจะมีคนอยู่
“พูดอังกฤษสิ” เขาฟังไม่เข้าใจคนตรงหน้าน่าจะเป็นชาวต่างชาติ
“คือ...”
แกร็ก
“ไม่ตอบฉันยิง! เงยหน้าขึ้นมา” เขาสั่งเสียงเข้มเพ่งเล็งมองป้ายชื่อพนักงานที่ติดไว้ Baobao เขาถึงกับขมวดคิ้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวเข้าอย่างจัง
พอหญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับดวงตาคมลึกของเพิ่งหวง ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปชั่ววินาทีเดียว แสงจากโคมไฟเหนือศีรษะสะท้อนดวงตาของเธอจนเป็นประกาย เขากลับละสายตาไม่ได้สักเสี้ยววินาที
เพิ่งหวงรู้สึกเหมือนหัวใจกระแทกอกแรงขึ้น แบบที่เขาไม่รู้จักไม่เคยเกิดขึ้น และไม่ควรเกิดกับคนอย่างเขา จนเขาต้องสะบัดศีรษะ
“ต๊ายแล้วเป่าเปาฉันบอกให้เข้ามาห้อง 196 ไม่ใช่ 169 ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะพอดีพนักงานเพิ่งเข้ามาทำงานค่ะ”
“เอ่อ ขอโทษค่ะ” พรพระจันทร์รีบเอ่ยเป็นภาษาจีนทันที
“ไม่ได้เรื่องใครมันโง่รับคนไม่มีสมองเข้ามาทำงาน”
“ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ”
“ไล่ออกไปซะ อย่าให้ฉันเจอหน้าอีก” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำก่อนจะโบกมือให้คนนอกออกไป มาตรฐานโรงแรมของเขาตกต่ำถึงขนาดนี้เลยหรือถึงได้รับพนักงานไม่มีสมองเข้ามา
“อย่าเครียดเลยนะคะเดี๋ยวเหมยหลิงช่วยคุณผ่อนคลายเอง”
แต่จนแล้วจนลอดเขาไม่ลืมใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นได้เลย เหมือนเวทมนตร์คอยสะกดจิตใจของเขาให้นึกถึงแต่ใบหน้าหวานๆ น่ารักราวกับตุ๊กตา เพียงแค่นึกถึงชื่อเขาเกิดหน้าแดงขึ้นมา
"เป่าเปา" (宝宝 - bǎobǎo) ในภาษาจีนกลางแปลว่า เบบี้, สมบัติล้ำค่า ความหมายใกล้เคียง ที่รัก ,ของรักของหวง
“อะไรนะ ถูกไล่ออกเหรอหนูจ๋า!” ติช่าสาวไทยรุ่นพี่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ถึงกับตวาดเสียงดัง หนีออกจากที่นี่ได้ไม่นานก็ไปทำงานที่อื่นไม่รอด“ฉันบอกแล้วไงว่าศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ ไม่มีเงินนี่แหละจะทำให้เธออดตาย!”“ผู้ชายน่ากลัว” พรพระจันทร์เม้มปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า“มาทำงานที่นี่ใครบ้างไม่ขาย เธอยังหวังจะเจอเจ้าชายอยู่เหรอ” ติช่าหัวเราะในลำคอ ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาคำว่าขายในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงขายของ แต่หมายถึงขายร่างกาย คำพูดนั้นทำเอาพรพระจันทร์ตัวชาไปทั้งร่าง“หนูจ๋าไม่พร้อมค่ะ” ถ้ารู้ว่าต้องมาทำงานแบบนี้ เธอไม่มีวันข้ามน้ำข้ามทะเลมาหรอกติช่าตีสีหน้าเห็นใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับเป็นความจริงของโลกใบนี้“จะกลับไทยก็ไม่ได้ญาติเธอคงจับเธอไปขายให้เสี่ยแก่อยู่ดี อยู่ที่นี่ก็ลำบากชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ถ้าเราไม่สู้ก็มีแต่อดตาย”“พี่ช่ามีงานให้ทำไหมคะอะไรก็ได้” เธอเงยหน้าเหมือนคนหมดทางเลือก“มีสิงานขายตัวจะทำมั้ย? คำตอบของเธอคือไม่อยู่ดีฉันไม่เห็นแก่เธอที่เป็นน้อง ฉันจะจับเธอโยนขึ้นเตียงให้คนรวยๆ ไปเลย” ติช่าตอบทันทีไม่มีการประนีประนอม ถึงแม้จะพูดแบบนั้นแต่หญิงสาวก็รั
น่าก้าวตามหลังพรพระจันทร์ไปเพียงไม่กี่ก้าว ก็เห็นบางอย่างร่วงหล่นจากกระเป๋าผ้าของหญิงสาว“หนูทำของตกจ้ะ” ก้มลงเก็บอย่างตั้งใจจะคืนเท่านั้น แต่พอปลายนิ้วแตะขอบหนังสือเดินทาง หน้าพาสปอร์ตก็ดันเปิดออกเองราวกับโชคชะตาตั้งใจให้เห็นรูปถ่ายใบหน้าจิ้มลิ้มชื่อ “พรพระจันทร์” และวันเดือนปีเกิดที่ทำให้จีน่าชะงักไปหนึ่งวินาที“ขอบคุณค่ะ” พรพระจันทร์หันกลับมารับอย่างลนลานจีน่าส่งคืนให้ แต่ดวงตาเธอกลับเปล่งประกายประหลาด ทั้งอบอุ่นอ่อนโยน และเหมือนมีความหวังลึกๆ ซ่อนอยู่“หนูเป็นคนไทยเหรอจ๊ะ?” น้ำเสียงของจีน่านุ่มขึ้นกว่าตอนคุยกับตำรวจมาก“ใช่ค่ะ”“ไปนั่งคุยกันก่อนไหมอยากทำงานที่นี่แบบถูกกฎหมายไหมน้าช่วยได้นะ”“คุณน้ารู้เหรอคะ” หญิงสาวตกใจไม่น้อยที่มีคนรู้เรื่องนี้“น้าไม่ทำอะไรหรอกเราแค่ไปนั่งคุยกัน หากถูกชะตาน้าอาจจะจ้างงานหนูก็ได้” จีน่ายิ้มอบอุ่นหากเวลาเกิดตรงกับที่ซินแสบอก หรือว่าเป็นโชคชะตาแล้วกันพรพระจันทร์ทิ้งตัวลงนอนที่เตียงในห้องพักหลังจากกลับมาถึง ในสมองกำลังคิดถึงแต่คำพูดของคนที่เพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้“หนูอยากได้เงินไหมน้าจะจ้าง ลืมแนะนำตัวไปน้าชื่อจีน่า”“หนูจ๋าค่ะ แ
เพิ่งหวงไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัว ข้อมูลบนแฟ้มประวัติที่อี้เฉินวางไว้ตรงหน้ายังเปิดค้างอยู่เขาจ้องตัวเลขนั้นอยู่เกือบหนึ่งนาทีเต็มๆ มือข้างที่ถือแฟ้มค่อยๆ กำเข้าหากันแน่นขึ้น“เรื่องบ้าอะไรกัน” เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากลำคอแบบที่ลูกน้องได้ยินทีไรต้องกลั้นหายใจทุกครั้ง เขาไม่เชื่อในดวงหรือโชคชะตา แต่เขาจำประโยคของซินแสได้แม่นยิ่งกว่าประโยคไหนในชีวิต“ผู้หญิงที่จะเสริมดวงคุณได้ ต้องเกิดวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 09.09 น. หาให้เจอ แล้วแต่งงานด้วยทุกอย่างจะราบรื่นหนีให้ตายก็ฝืนโชคชะตาไม่ได้”เขาสูดลมหายใจยาวพยายามหาข้ออ้างกับตัวเองจะบังเอิญเกินไปไหม วันที่ 9 เดือน 9 ก็ว่าแปลกแล้วเวลาเกิดยังตรงเป๊ะอีก“บ้าเอ๊ย” เขากัดฟันต่ำๆก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาต้องดึงสติกลับทันทีเขารีบปิดแฟ้มที่อยู่ในมือแล้ววางลงที่เดิม“ขออนุญาตพนักงานที่ให้ไปตามมาแล้วครับ” เจียวห่าวพูดพร้อมเปิดประตูเข้ามาเล็กน้อย ก่อนโค้งให้เจ้านาย“สวัสดีครับท่านประธานผมซูเม่ยเป็นหัวหน้าแผนกแม่บ้านครับ” ซูเม่ยไม่กล้ามองหน้าเขาคิดมาตลอดทางว่าตัวเองทำอะไรผิด“ทำไมคุณถึงร
“โอ๊ย เจ็บๆ” พรพระจันทร์ย่นคอเมื่ออันฉี คว้าหูเธอแล้วดึงแรงจนหญิงสาวต้องเกือบย่อตัวตาม“ทำไมเปิดประตูเข้าไปไม่ดูอะไรเลย!” อันฉีฟาดเพื่อนร่วมงานเสียงดังลั่น “เธอรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร” “ก็ฉันไม่รู้จริงๆ นี่นะ” เธอขมวดคิ้ว จับหูของตัวเองป้อยๆ“จำใส่สมองกลวงๆ ของเธอเอาไว้นะเขาคือหลงเฟิ่งหวง” อันฉีหันขวับมามองเหมือนอยากจะเขย่าเพื่อนให้สติกลับมา“ใครเหรอ” หญิงสาวนิ่งตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ทำแต่งานเธอจะไปรู้จักใคร “ยัยบ๊อง! เขาเป็นเจ้าของที่นี่ เป็นเจ้านายของพวกเรา และยังเป็นเจ้าพ่อกาสิโนอันดับหนึ่งของมาเก๊า” อันฉีแทบเป็นลม “เจ้าพ่อมาเฟียเหมือนในหนังป่ะ” พรพระจันทร์เบิกตากว้าง ตกใจจนลืมหายใจไปแวบหนึ่ง“คิดอะไรอยู่อย่าหวังสูงเชียวเตือนไว้ก่อนอย่าคิดเป็นหนูตกถังข้าวสารน้ำหน้าอย่างเธออยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาพูดจีนก็ไม่เก่งเขาไม่ชายตามองเธอหรอก” อันฉีชี้หน้าพรพระจันทร์“อันฉีฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะ” พรพระจันทร์หน้าเสียทันทีไม่พอใจที่ถูกด้อยค่า“ถ้าเขารู้ว่าเธอมีเส้นสาย เธอตายคนแรก”พรพระจันทร์ จันทราภิรมย์ หรือชื่อไทยว่าหนูจ๋าสาวน้อยวัย 22 ปีที่ข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อหวังเข้ามาทำงา





