LOGIN“ไอรีน เธอก็มีลูกคงเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ว่ารักลูกตัวเองแค่ไหน พี่เพิ่งรู้ว่ามีน้องเอื้อเมื่อพี่ได้พบกับสิตา พี่อยากดูแลลูกอยากให้ลูกอยู่พร้อมหน้าครอบครัวเหมือนคนอื่นๆ ถ้าพี่พรากลูกมาจากแม่เขาลูกพี่จะมีความสุขเหรอ อีกอย่าง...”
โอลิเวอร์พยายามใจเย็น อธิบายให้น้องสาวยอมรับ เขากลืนก้อนขมที่แล่นมาจุกคอให้หายไป เมื่อจำเป็นต้องเปิดเผยถึงสิ่งเลวร้ายที่เขาทำกับสิตาภา แม้ไม่อยากเล่าถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้วแต่หากเก็บไว้เขาคงหาข้ออ้างในการรับผิดชอบสองแม่ลูกไม่ได้ เขามองหน้าพี่ชายก่อนจะสารภาพบาปด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า
“พี่เอริก... เมื่อห้าปีก่อนผมข่มขืนสิตา ผมทำร้ายเธอ... ก่อนที่เธอจะหนีหายไปหลังจากที่ยิงพี่ สิตามีน้องเอื้อติดท้องไปเพราะถูกผมข่มเหง แต่เธอยังเก็บลูกไว้และเลี้ยงดูลูกของผู้ชายเลวๆ ที่ทำร้ายเธออย่างดี” เขาหันมาสบตากับวาสินี อย่างลุแก่โทษ
“สิตายอมให้กำเนิดน้องเอื้อ และยังบอกให้ลูกรู้ว่ามีผมเป็นพ่อโดยไม่ใส่ความเกลียดชังในหัวลูกสักนิด ผมคงแย่มากหากทอดทิ้งลูกชายที่เฝ้ารอพ่อของแกมาตลอดไป หรือแย่งชิงแกมาจากแม่ที่ดูแลแกมาตั้งแต่เกิด ผมอยากดูแลสิตาอยากดูแลลูก พี่เอริกโปรดให้อภัยสิตา โปรดให้โอกาสน้องชายของพี่ได้รับผิดชอบหลานของพี่ด้วยเถอะครับ”
ร่างสูงของโอลิเวอร์ ทรุดลงคุกเข่าขอร้องพี่ชาย สร้างความตกใจให้เอริกและคนที่อยู่ตรงนั้น และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นวาสินีลงมาคุกเข่าข้างๆ โอลิเวอร์
“คุณเอริกคะ หากสิ่งใดที่สิตาเคยทำร้ายคุณไว้ ฉันขอกราบขอโทษคุณด้วย ได้โปรดยกโทษให้สิตานะคะ ฉันยินดีใช้ชีวิตของฉัน ชดใช้สิ่งที่สิตาได้ทำไว้ ขอเพียงคุณยกโทษให้สิตา” วาสินีพนมมือก้มลงกราบเท้าเอริก
เอริกย่นคิ้วเมื่อได้ยินคำขอโทษ ที่ดูเหมือนคนพูดจะใช้คำแทนตัวเองทั้งชื่อตัวและคำว่าฉันสลับกันไปหมด แต่น้ำเสียงและการกระทำไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำสักนิด แววตาที่ทอดมาบ่งบอกว่าเสียใจจริงๆ จากที่ตั้งใจจะต่อต้านเริ่มรู้สึกเห็นใจ ยิ่งเมื่อภรรยาส่งสายตาและพยักหน้าให้ในทำนองบอกว่าให้ยอมรับคำขอโทษ อดีตจอมมารร้ายจำต้องยอมทำตาม
“ก็ได้ ฉันยอมยกโทษให้เธอ เพื่อเห็นแก่น้องชายและหลานชายของฉัน แต่ถ้าเธอทำผิดอีกครั้งเธอจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการยกโทษอีกต่อไป” เอริกบอกเสียงเข้ม แต่ไม่ยอมละท่าทีไว้ตัวเหมือนกึ่งจำยอม
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่ยอมให้อภัยสิตา” วาสินีเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มขอบคุณ
หากสิตาภารู้ว่าเอริกยอมให้อภัย พี่สาวของเธอคงดีใจและหายจากความรู้สึกผิดที่ค้างคาใจมาเนิ่นนาน วันหนึ่งเธอจะบอกเรืองนี้ให้สิตาภารู้ วาสินีรู้สึกโล่งใจที่เอริกยอมให้อภัย
“ขอบคุณมากครับพี่เอริก”
โอลิเวอร์รีบขอบคุณพี่ชาย เขารู้ว่าเอริกต้องใจอ่อนหากได้รับคำขอโทษ ชายหนุ่มหันมายิ้มให้วาสินีแล้วดึงร่างบางของหญิงสาวมากอดไว้ด้วยความดีใจพร้อมกับหอมแก้มเธออย่างลืมตัว ทำเอาวาสินีอายจนหน้าแดงจัดแต่ไม่กล้าดิ้นหนีเพราะได้รับปากเขาไว้แล้วว่าจะแกล้งแสดงละครเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น จำต้องยอมให้ชายหนุ่มกอดหอมอยู่แบบนั้น
ไอรีนย่นจมูก ทำเสียง ฮึ ในคอ ไม่พอใจที่พี่ชายยอมยกโทษให้คนร้ายง่ายไปหน่อย แต่ก็อดแปลกใจกับท่าทางเหนียมอายของผู้หญิงในอ้อมกอดของโอลิเวอร์ไม่ได้ เมื่อก่อนเธอจำได้ว่ายามที่ถูกโอลิเวอร์นัวเนีย สิตาภาไม่เคยแสดงอาการเขินอายจนหน้าแดงแก้มแดงแบบนี้มาก่อน บางครั้งเธอยังเห็นสายตาอีกฝ่ายเหมือนจะรำคาญด้วยซ้ำ ห้าปีที่ผ่านมาสิตาภาเปลี่ยนไปจนน่าสงสัยราวกับไม่ใช่สิตาภาคนเดิม ไอรีนได้แต่ซ่อนความกังขาไว้ในใจ ก่อนจะเดินหนีไปหาลูกและสามีเพราะไม่อยากเสวนากับว่าที่พี่สะใภ้คนใหม่ต่อ
อาการของวาสินีไม่รอดพ้นสายตาของสองสามีภรรยาเช่นกัน โรสิตาที่คบหาใกล้ชิดกับกับสิตาภามากกว่าใคร รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงราวกับคนละคนของอดีตเพื่อนสาว ท่าทางแววตาตลอดจนการใช้น้ำเสียงของสิตาภาคนนี้ไม่คุ้นตาเธอเลย อะไรบางอย่างบอกเธอว่าสิตาภาคนที่เห็นไม่ใช่สิตาภาคนเก่า แต่รูปร่างหน้าตาไม่ผิดเพี้ยนจากสิตาภาคนเดิมทำให้โรสิตาปัดความคิดนี้ออกจากหัว
เอริกเองก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสิตาภา เขาบอกไม่ถูกว่าทำไมถึงไม่รู้สึกเกลียดชังผู้หญิงคนนี้มากเท่าในอดีต และรู้สึกว่าเธอมีบางอย่างไม่เหมือนสิตาภาคนที่เขาเกลียด บางทีเวลาอาจจะทำให้เลสเบี้ยนกลับใจมาเป็นหญิงแท้ก็ได้ เขาหาเหตุผลให้ความรู้สึกของตัวเอง
“พี่เอริกครับ ผมคิดว่าผมจะจัดงานแต่งงานกับสิตาในวันพรุ่งนี้ครับ”
โอลิเวอร์ยิ้มกว้างที่สุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาแทบจะไม่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าอีกเลย หลังจากคืนที่ทำร้ายสิตาภา
เอริกยกคิ้วสูง ก่อนจะพยักหน้ารับ “โอเค แกจะทำอะไรก็ตามใจ แต่ต้องโทรไปบอกคุณพ่อคุณแม่ให้รับรู้ก่อน” เขายอมตามใจน้องชาย แต่โรสิตากลับคัดค้าน
“มันไม่เร็วไปหน่อยหรือคะพี่โอลิเวอร์ ทำแบบนี้มันเหมือนมัดมือชกคุณสิตาเกินไป”
โรสิตาหันไปมองหน้าว่าที่เจ้าสาวอย่างเห็นใจ สิตาภาเป็นเลสเบี้ยนคงจะอึดอัดใจที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ชาย แม้จะมีความสัมพันธ์จนมีลูกด้วยกัน ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรสนิยมทางเพศได้ง่ายๆ
“พี่กับสิตาตกลงกันแล้ว ใช่ไหมครับสิตา” โอลิเวอร์ถามว่าที่เจ้าสาวของเขาเสียงนุ่ม แต่แฝงไปด้วยความคาดคั้นในที ริมฝีปากหยักสวยกระตุกยิ้มพอใจเมื่อเห็นศีรษะได้รูปพยักรับ
“ค่ะ ฉันอยากให้น้องเอื้อมีความสุขพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกค่ะ”
วาสินีพยักหน้ารับอย่างฝืดฝืน การรับบทเป็นสิตาภาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งต้องมารับบทว่าที่เจ้าสาวของผู้ชายมือไวอย่างโอลิเวอร์ เธอคงหัวใจหล่นไปกองตาตุ่มทุกชั่วโมง ก็เขาขยันค้ากำไรจากเธออยู่ตลอดเวลา หากไม่ติดข้อตกลงที่รับปากไว้ เธอคงไม่ยอมให้เขานัวเนียเป็นปลาหมึกเกาะเสาแบบนี้ ดูเหมือนชายหนุ่มจะหาเรื่องกอดหอมเธอไม่เลิกราราวกับอยากแกล้งให้เธอหัวใจวายตาย
“น่ารักจริงๆ เจ้าสาวของผม”
โอลิเวอร์กดจมูกบนแก้มนุ่มหอมแรงๆ เขาติดใจกลิ่นหอมกับความนุ่มเนียนของแก้มสาว จนทนไม่ไหวต้องหาโอกาสหอมบ่อยๆ แม้จะรู้ว่าเธอไม่ชอบให้เขาแตะต้องร่างกาย แต่ช่างปะไรเขาจะหอมซะอย่าง ไม่ได้ทำอย่างอื่นขอหอมก็ยังดี
“ผมจะจัดงานแต่งงานเล็กๆ ที่ชายหาด เชิญเจ้าหน้าที่มาจดทะเบียน และมีงานเลี้ยงสังสรรค์นิดหน่อยก็พอแล้ว ให้ที่นี่จัดเตรียมงานให้คงไม่ยุ่งยากอะไร” โอลิเวอร์บอกแผนการแต่งงานของเขาให้พี่ชายพี่สะใภ้รับรู้
“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวโรสช่วยคุณสิตาเตรียมเสื้อผ้าดีไหมคะ” โรสิตาอาสา แต่ถูกสามีคัดค้าน
“ปล่อยให้เขาจัดการกันเองเถอะโรส ฉันไม่อยากให้เธอไปยุ่งเรื่องของพวกเขามาก”
เอริกกดเสียงหนักในตอนท้าย ถึงเขาจะให้อภัยสิตาภา แต่ก็ใช่จะยอมให้อีกฝ่ายมาใกล้ชิดกับโรสิตาได้อีก ความระแวงยังเต็มหัวใจมีหรือจะยอมเปิดโอกาสให้คนเคยร้ายได้เข้าใกล้ดวงใจของเขา
“ขอบคุณนะคะคุณโรส ฉันดูแลเรื่องนี้เองได้ งานไม่ได้จัดใหญ่โตอะไร คงไม่ต้องแต่งตัวเยอะ”
วาสินีรีบบอกปัดอย่างสุภาพ ด้วยเกรงจะทำให้เอริกขุ่นใจอีก ตอนนี้เธอรู้อีกอย่างแล้วว่าการอยู่ห่างโรสิตาจะทำให้เธอไม่ต้องถูกเขม่น สิตาภาเคยพร่ำเพ้อให้เธอฟังถึงความรู้สึกที่มีต่อโรสิตา ต้นเหตุที่ทำให้พี่สาวฝาแฝดของเธอต้องทำเรื่องร้ายกาจลงไปเพื่อหาทางครอบครองผู้หญิงคนนี้ สุดท้ายสิตาภาต้องรับกรรมจากการกระทำของตัวเองอย่างสาหัส
“เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเตรียมงานกับเตรียมชุดให้คุณเอง คุณแค่เตรียมตัวให้พร้อมเป็นเจ้าสาวของผมก็พอ”
โอลิเวอร์รับจัดการทุกอย่างเอง เพื่อความสบายใจของทุกคน โดยเฉพาะพี่ชายของเขาที่ต้องรักษาน้ำใจให้มากที่สุด ด่านแรกสำเร็จลงไปอย่างง่ายดาย เหลือด่านหินด่านสุดท้ายคือบิดามารดาของเขา ท่านจะยอมรับสะใภ้คนนี้ได้ไหมเมื่อมีสะใภ้ในดวงใจที่เคยคิดจับเขาคลุมถุงชนมาแล้วแต่เขาปฏิเสธไป
พรึบ !!! กรี๊ดดด !!!ไฟดับมืดลงเมื่อเขาก้าวพ้นห้อง มิเชลรีบกระโจนลงจากเตียงวิ่งตามออกมาทันที ก่อนจะกรี๊ดลั่นอีกรอบเมื่อถูกกอดรัดไว้แน่น“ผมเอง เครื่องปั่นไฟมันคงเสีย ไฟเลยดับ เราคงต้องอยู่มืดๆ กันไปก่อน มาผมจะกอดคุณไว้นะ กลัวหรือเปล่าเสียงฟ้าร้องดังเชียว”โจนาธานกอดรัดหญิงสาวไว้แน่น พาเดินกลับเข้ามาในห้องโดยอาศัยแสงจากฟ้าแลบที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาเมื่อมานั่งบนเตียงได้ มิเชลก็ผลักร่างหนาออก “มากอดฉันทำไม ฉันไม่ได้กลัวฟ้าร้องฟ้าผ่านะแค่ตกใจที่ไฟดับเฉยๆ อย่าฉวยโอกาส” เธอสะบัดค้อนให้เขาในความมืด“เราอุตส่าห์จะปลอบ ดันเป็นผู้หญิงแกร่งเสียได้ ไม่เหมือนกับสินีเลย รายนั้นกลัวเสียงฟ้าร้องที่สุด ป่านนี้คงให้สามีเขากอดปลอบใจอยู่” โจนาธานขยับเข้ามาใกล้ แล้วกอดเธอไว้อีกหน ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเอ็นดูมิเชลต่างจากวาสีนีราวกับฟ้ากับดิน หากเป็นวาสินีอยู่ตรงนี้คงตกใจกลัวเสียงฟ้าร้องจนร้องไห้ไปแล้ว เขาต้องคอยโทรมาหาตอนที่เกิดฝนตกกำชับให้เธอปิดม่านและหายานอนหลับมากินจะได้ไม่ต้องกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ป่านนี้หญิงสาวคงอยู่ในอ้อมกอดของสามีของเธอ ฟ้าฝนคงเป็นใจให้สองสามีภรรยาได้ผูกสัมพันธ์กันแนบแน่นขึ้น และตัวเข
“โอลิเวอร์... อืม”เสียงเรียกขานชื่อของเขาดังขึ้นแผ่วๆ เมื่อชายหนุ่มระริมฝีปากออก เขายิ้มละมุนเมื่อสบตาปรือปรอยของหญิงสาว เธอไม่ดิ้นรนไม่ขัดขืนเขาแต่ก็ไม่ได้ตอบสนองเต็มที่ มือบางขยุ้มเสื้อตรงอกเขาหอบหายใจแรงเหมือนคนขาดอากาศ ร่างบางสั่นระริกไปทั้งตัววาสินีสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอหัวหมุนไปหมดเมื่อถูกเขารุกเร้าแบบนี้ ร่างกายอ่อนระทวยยอมให้เขาสัมผัสอย่างสิ้นแรงขัดขืน ปฏิกิริยาของเธอไร้ซึ่งการรังเกียจเดียดฉันท์ แต่เปิดรับสัมผัสของเขาราวกับคุ้นเคยกับมันบ้างแล้ว สมองพร่าพรายกับฤทธิ์เสน่หาที่กำลังโหมแรงในกายสาว มือหนาเลื่อนมาจับเอวขอดพลิกร่างเธอให้นอนหงาย ร่างกายใหญ่โตล่ำสันบังร่างบางจนมิด เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวใช้หัวเข่าพยุงร่างไว้กึ่งคร่องกึ่งก่ายเกยให้กลางลำตัวแนบชิดบดเบียดกันจนรู้สึกถึงบางอย่างที่โป่งนูนร้อนผ่าวนั้น กางเกงผ้าฝ้ายเนื้อบางพอๆ กับกระโปรงของเธอที่บางพอกัน ปราการขวางกั้นไร้ประโยชน์เมื่ออีกฝ่ายตลบชายกระโปรงมากองบนเอวตอนที่พลิกกายเธอลงมาแนบพื้น ใบหน้าคมจ้องมองใบหน้างามในระยะประชิด จนลมหายใจร้อนๆ รินรดกัน ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกขณะถูกเขาครอบครองอีกครั้ง เสียงครางเบาๆ ดังขึ
การคบหากันจึงไม่คืบหน้าไปไกลเท่าที่ควร เขาแทบไม่รู้จักตัวตนของเธอจนเกิดเรื่องขึ้นและได้รับรู้ว่าเธอไม่ได้จริงใจกับเขาเลย เธอคบเขาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเข้าชิดใกล้โรสิตาและทำร้ายเอริก ทว่า.. สองสามวันนี้ตั้งแต่ได้พบเธออีกครั้งสิตาภาเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนจนเขาเผลอคิดว่าเธอไม่ใช่คนเดิม จากการสัมผัสร่างกายเธอในตอนนั้นช่างต่างกับยามนี้ราวกับคนละคน ร่างกายของสิตาภาในยามนั้นงดงามไม่ผิดเพี้ยนกับสิตาภาตอนนี้ แต่ต่างกันที่ความนุ่มหยุ่นของผิวเนื้อ สิตาภาคนนั้นผิวเนื้อแน่นตึงอย่างคนชอบออกกำลังกายรูปร่างเพรียวกว่าไม่อวบนิ่มนุ่มละมุนไปทั้งตัวแบบสิตาภาคนนี้ โอลิเวอร์มองใบหน้างามของหญิงสาวอย่างสงสัย ก่อนจะปัดความกังขาในใจออกไปเมื่อคิดว่าเธอผ่านการมีลูกมาแล้ว ร่างกายคงจะอวบนิ่มตามกาลเวลา เธอจะเป็นคนอื่นไปได้อย่างไร เขาช่างคิดอะไรเลอะเทอะแท้เชียว...ชายหนุ่มยิ้มขำความคิดของตัวเอง จับมือนุ่มมาแตะริมฝีปากอย่างแสนรัก “ขอเวลาให้สินีได้ปรับตัวสักพักนะคะ สินียังไม่เคยชินกับการอยู่ใกล้ๆ เอ่อ... ผู้ชาย” เธอบอกเขาเสียงเบา ไม่ใช่แค่ไม่เคยชิน แต่วาสินีไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมากเท่าเขาเลย กับโจนาธานก็รู้จักสน
“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณสวยมาก” เขาเชยคางมน งอปลายนิ้วล็อกปลายคางให้มองสบตา“แต่คุณนิสัยแย่ วันๆ คิดแต่จะหาทางแย่งชิงผู้ชายที่เขามีเมียแล้วมาเป็นของตัวเอง ลองคิดดูสิว่าถ้าโอลิเวอร์เขาคิดอะไรกับคุณ เขาไม่ปล่อยเวลามาเนิ่นนานถึงป่านนี้หรอก เขาไม่เคยสนใจคุณไม่เคยคิดอยากได้คุณสักนิด อะ อ๊ะ อย่าเถียง ถ้าคุณไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปคุณคงจะมองเห็นความจริงข้อนี้” คำพูดของเขาราวกับปลายมีดคมกรีดลงมาบนหัวใจคนฟัง มิเชลอ้าปากจะเถียงก็เถียงไม่ออก ในส่วนลึกหญิงสาวยอมรับว่าทุกสิ่งที่โจนาธานพูดคือความจริง เธอพยายามทุกทางให้โอลิเวอร์หันมามอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจยิ่งเธอเข้าใกล้เขายิ่งถอยห่าง เธอได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะเห็นเธอในสายตาบ้าง แต่พอเขาเจอสิตาภาเขาก็กระโจนกลับเข้าหาขุมนรกขุมเดิมที่เคยทำให้เขาทุกข์ทรมานมาห้าปีอย่างไม่เข็ดหลาบ หากเขาไปรักคนอื่นหรือแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่สิตาภาเธอคงร่วมยินดีด้วย แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้คนที่เคยทำร้ายโอลิเวอร์ เธอไม่มีวันยอมให้เขาต้องถูกผู้หญิงกลับกรอกคนนั้นหลอกลวงซ้ำอีกแน่ แม้จะถูกมองว่าเป็นนางร้ายขี้อิจฉาก็ตาม“คุณไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้ หากคุณรักใค
“อลัน เราลงไปข้างล่างกันไหมครับ น้ามิเชลว่าบนนี้มันสูงอันตรายออก” มิเชลชักชวนเด็กชายให้ลงไป แต่ใบหน้าเล็กส่ายปฏิเสธ“ไม่เอา ผมอยากดูวิวอยากเล่นบนนี้นานๆ ลุงโจผมอยากได้บ้านต้นไม้นี้บ้าง”เด็กชายไม่สนใจจะลงไปง่ายๆ เขาติดใจบรรยากาศข้างบนที่คล้ายกับบ้านต้นไม้ของทาร์ซานการ์ตูนเรื่องโปรด ติดใจจนยอมขอให้คนที่แกไม่ชอบหน้าสร้างบ้านแบบนี้ให้ ปกติเด็กชายแทบไม่ยอมสนิทสนมกับโจนาธานเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งมารดา ตอนนี้เมื่อบิดากลับมาแล้ว แกเลยวางใจไม่กลัวเรื่องนี้อีก บวกกับโจนาธานยอมตามใจพาแกขึ้นมาบนนี้ ยิ่งทำให้เด็กชายรู้สึกดีด้วยกว่าเดิมลดความเป็นอริลง“ไว้ลุงจะสร้างให้ที่เกาะล้อมรักสักหลังนะ เอาแถวๆ บ้านตาการ์ซูดีไหม” โจนาธานลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดูยอมตามใจเด็กชาย ทำเอาเจ้าตัวน้อยยิ้มแป้นอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้มาก่อน“จริงๆ นะครับลุงโจ”“จริงสิ แต่มีข้อแม้นะ” โจนาธานย่อตัวนั่งลง แล้วดึงร่างเล็กมาใกล้ ก่อนจะกระซิบบอกข้อตกลงบางอย่าง น้องเอื้อพยักหน้ารับ ก่อนจะวิ่งตัวปลิวลงไปข้างล่าง มิเชลร้องห้ามเสียงหลงกลัวแกจะตกบันได“ว้าย ค่อยๆ เดิน อย่าวิ่งเดี๋ยวตกบันได” หญิงสาวขยับจะวิ่งตาม แต่ถูกคว้าข้อมือไว
“ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้สิตา”เธอฝืนยิ้มทั้งที่รู้สึกรวดร้าว หัวใจทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้ มันเร็วไปไหมกับการรู้สึกแบบนี้กับเขา หรือที่เคยได้ยินว่ารักไม่ต้องการเวลามันคือเรื่องจริง “ผมขอโทษ ขอโทษที่เคยทำร้ายคุณ” เขากล่าวคำที่อยากบอกเธอมานานหลายปีออกมาวาสินีพยักหน้าช้าๆ “มันผ่านไปแล้วค่ะ สิตาก็ทำผิดไว้กับคุณและครอบครัวของคุณมากมาย ถือว่าชดใช้ให้กันนะคะ” เธอยิ้มให้เขาโอลิเวอร์นิ่งงันกับคำตอบของเธอ ดวงตาคมมองใบหน้างามของเธอนิ่ง ในหัวนึกถึงเรื่องของสิตาภาในอดีต หญิงสาวเคยทำร้ายเขาและพี่ชายไว้ร้ายแรงนัก หลอกลวง ปั้นหน้า สร้างเรื่องโกหกสารพัด จนถึงขั้นยิงเอริกจนปางตายเธอก็ทำมาแล้ว หัวใจของเขาเจ็บปวดกับการกระทำของเธอจนแทบขาดใจตาย และกลั่นความรู้สึกเจ็บแค้นมาทำร้ายเธอในภายหลัง วูบแรกที่เจอเธอมันทั้งดีใจและปวดใจในคราเดียวกัน ทั้งรักทั้งแค้นแต่ก็ไม่อาจปล่อยเธอไป“เราจะเริ่มต้นกันใหม่นะ ให้โอกาสผมนะสินี”โอลิเวอร์ยิ้มให้เธอ ก่อนจะก้มลงมาประทับจุมพิตบนริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบแล้วแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานฉ่ำอย่างโหยหา เมื่อคืนเขาทนทรมานตัวเองนอนหันหลังให้เธอตลอดทั้งคืนไม่ใช่เพราะเขาโกร







