ログイン“ไอรีน เธอก็มีลูกคงเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ว่ารักลูกตัวเองแค่ไหน พี่เพิ่งรู้ว่ามีน้องเอื้อเมื่อพี่ได้พบกับสิตา พี่อยากดูแลลูกอยากให้ลูกอยู่พร้อมหน้าครอบครัวเหมือนคนอื่นๆ ถ้าพี่พรากลูกมาจากแม่เขาลูกพี่จะมีความสุขเหรอ อีกอย่าง...”
โอลิเวอร์พยายามใจเย็น อธิบายให้น้องสาวยอมรับ เขากลืนก้อนขมที่แล่นมาจุกคอให้หายไป เมื่อจำเป็นต้องเปิดเผยถึงสิ่งเลวร้ายที่เขาทำกับสิตาภา แม้ไม่อยากเล่าถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้วแต่หากเก็บไว้เขาคงหาข้ออ้างในการรับผิดชอบสองแม่ลูกไม่ได้ เขามองหน้าพี่ชายก่อนจะสารภาพบาปด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า
“พี่เอริก... เมื่อห้าปีก่อนผมข่มขืนสิตา ผมทำร้ายเธอ... ก่อนที่เธอจะหนีหายไปหลังจากที่ยิงพี่ สิตามีน้องเอื้อติดท้องไปเพราะถูกผมข่มเหง แต่เธอยังเก็บลูกไว้และเลี้ยงดูลูกของผู้ชายเลวๆ ที่ทำร้ายเธออย่างดี” เขาหันมาสบตากับวาสินี อย่างลุแก่โทษ
“สิตายอมให้กำเนิดน้องเอื้อ และยังบอกให้ลูกรู้ว่ามีผมเป็นพ่อโดยไม่ใส่ความเกลียดชังในหัวลูกสักนิด ผมคงแย่มากหากทอดทิ้งลูกชายที่เฝ้ารอพ่อของแกมาตลอดไป หรือแย่งชิงแกมาจากแม่ที่ดูแลแกมาตั้งแต่เกิด ผมอยากดูแลสิตาอยากดูแลลูก พี่เอริกโปรดให้อภัยสิตา โปรดให้โอกาสน้องชายของพี่ได้รับผิดชอบหลานของพี่ด้วยเถอะครับ”
ร่างสูงของโอลิเวอร์ ทรุดลงคุกเข่าขอร้องพี่ชาย สร้างความตกใจให้เอริกและคนที่อยู่ตรงนั้น และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นวาสินีลงมาคุกเข่าข้างๆ โอลิเวอร์
“คุณเอริกคะ หากสิ่งใดที่สิตาเคยทำร้ายคุณไว้ ฉันขอกราบขอโทษคุณด้วย ได้โปรดยกโทษให้สิตานะคะ ฉันยินดีใช้ชีวิตของฉัน ชดใช้สิ่งที่สิตาได้ทำไว้ ขอเพียงคุณยกโทษให้สิตา” วาสินีพนมมือก้มลงกราบเท้าเอริก
เอริกย่นคิ้วเมื่อได้ยินคำขอโทษ ที่ดูเหมือนคนพูดจะใช้คำแทนตัวเองทั้งชื่อตัวและคำว่าฉันสลับกันไปหมด แต่น้ำเสียงและการกระทำไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำสักนิด แววตาที่ทอดมาบ่งบอกว่าเสียใจจริงๆ จากที่ตั้งใจจะต่อต้านเริ่มรู้สึกเห็นใจ ยิ่งเมื่อภรรยาส่งสายตาและพยักหน้าให้ในทำนองบอกว่าให้ยอมรับคำขอโทษ อดีตจอมมารร้ายจำต้องยอมทำตาม
“ก็ได้ ฉันยอมยกโทษให้เธอ เพื่อเห็นแก่น้องชายและหลานชายของฉัน แต่ถ้าเธอทำผิดอีกครั้งเธอจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการยกโทษอีกต่อไป” เอริกบอกเสียงเข้ม แต่ไม่ยอมละท่าทีไว้ตัวเหมือนกึ่งจำยอม
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่ยอมให้อภัยสิตา” วาสินีเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มขอบคุณ
หากสิตาภารู้ว่าเอริกยอมให้อภัย พี่สาวของเธอคงดีใจและหายจากความรู้สึกผิดที่ค้างคาใจมาเนิ่นนาน วันหนึ่งเธอจะบอกเรืองนี้ให้สิตาภารู้ วาสินีรู้สึกโล่งใจที่เอริกยอมให้อภัย
“ขอบคุณมากครับพี่เอริก”
โอลิเวอร์รีบขอบคุณพี่ชาย เขารู้ว่าเอริกต้องใจอ่อนหากได้รับคำขอโทษ ชายหนุ่มหันมายิ้มให้วาสินีแล้วดึงร่างบางของหญิงสาวมากอดไว้ด้วยความดีใจพร้อมกับหอมแก้มเธออย่างลืมตัว ทำเอาวาสินีอายจนหน้าแดงจัดแต่ไม่กล้าดิ้นหนีเพราะได้รับปากเขาไว้แล้วว่าจะแกล้งแสดงละครเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น จำต้องยอมให้ชายหนุ่มกอดหอมอยู่แบบนั้น
ไอรีนย่นจมูก ทำเสียง ฮึ ในคอ ไม่พอใจที่พี่ชายยอมยกโทษให้คนร้ายง่ายไปหน่อย แต่ก็อดแปลกใจกับท่าทางเหนียมอายของผู้หญิงในอ้อมกอดของโอลิเวอร์ไม่ได้ เมื่อก่อนเธอจำได้ว่ายามที่ถูกโอลิเวอร์นัวเนีย สิตาภาไม่เคยแสดงอาการเขินอายจนหน้าแดงแก้มแดงแบบนี้มาก่อน บางครั้งเธอยังเห็นสายตาอีกฝ่ายเหมือนจะรำคาญด้วยซ้ำ ห้าปีที่ผ่านมาสิตาภาเปลี่ยนไปจนน่าสงสัยราวกับไม่ใช่สิตาภาคนเดิม ไอรีนได้แต่ซ่อนความกังขาไว้ในใจ ก่อนจะเดินหนีไปหาลูกและสามีเพราะไม่อยากเสวนากับว่าที่พี่สะใภ้คนใหม่ต่อ
อาการของวาสินีไม่รอดพ้นสายตาของสองสามีภรรยาเช่นกัน โรสิตาที่คบหาใกล้ชิดกับกับสิตาภามากกว่าใคร รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงราวกับคนละคนของอดีตเพื่อนสาว ท่าทางแววตาตลอดจนการใช้น้ำเสียงของสิตาภาคนนี้ไม่คุ้นตาเธอเลย อะไรบางอย่างบอกเธอว่าสิตาภาคนที่เห็นไม่ใช่สิตาภาคนเก่า แต่รูปร่างหน้าตาไม่ผิดเพี้ยนจากสิตาภาคนเดิมทำให้โรสิตาปัดความคิดนี้ออกจากหัว
เอริกเองก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสิตาภา เขาบอกไม่ถูกว่าทำไมถึงไม่รู้สึกเกลียดชังผู้หญิงคนนี้มากเท่าในอดีต และรู้สึกว่าเธอมีบางอย่างไม่เหมือนสิตาภาคนที่เขาเกลียด บางทีเวลาอาจจะทำให้เลสเบี้ยนกลับใจมาเป็นหญิงแท้ก็ได้ เขาหาเหตุผลให้ความรู้สึกของตัวเอง
“พี่เอริกครับ ผมคิดว่าผมจะจัดงานแต่งงานกับสิตาในวันพรุ่งนี้ครับ”
โอลิเวอร์ยิ้มกว้างที่สุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาแทบจะไม่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าอีกเลย หลังจากคืนที่ทำร้ายสิตาภา
เอริกยกคิ้วสูง ก่อนจะพยักหน้ารับ “โอเค แกจะทำอะไรก็ตามใจ แต่ต้องโทรไปบอกคุณพ่อคุณแม่ให้รับรู้ก่อน” เขายอมตามใจน้องชาย แต่โรสิตากลับคัดค้าน
“มันไม่เร็วไปหน่อยหรือคะพี่โอลิเวอร์ ทำแบบนี้มันเหมือนมัดมือชกคุณสิตาเกินไป”
โรสิตาหันไปมองหน้าว่าที่เจ้าสาวอย่างเห็นใจ สิตาภาเป็นเลสเบี้ยนคงจะอึดอัดใจที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ชาย แม้จะมีความสัมพันธ์จนมีลูกด้วยกัน ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรสนิยมทางเพศได้ง่ายๆ
“พี่กับสิตาตกลงกันแล้ว ใช่ไหมครับสิตา” โอลิเวอร์ถามว่าที่เจ้าสาวของเขาเสียงนุ่ม แต่แฝงไปด้วยความคาดคั้นในที ริมฝีปากหยักสวยกระตุกยิ้มพอใจเมื่อเห็นศีรษะได้รูปพยักรับ
“ค่ะ ฉันอยากให้น้องเอื้อมีความสุขพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกค่ะ”
วาสินีพยักหน้ารับอย่างฝืดฝืน การรับบทเป็นสิตาภาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งต้องมารับบทว่าที่เจ้าสาวของผู้ชายมือไวอย่างโอลิเวอร์ เธอคงหัวใจหล่นไปกองตาตุ่มทุกชั่วโมง ก็เขาขยันค้ากำไรจากเธออยู่ตลอดเวลา หากไม่ติดข้อตกลงที่รับปากไว้ เธอคงไม่ยอมให้เขานัวเนียเป็นปลาหมึกเกาะเสาแบบนี้ ดูเหมือนชายหนุ่มจะหาเรื่องกอดหอมเธอไม่เลิกราราวกับอยากแกล้งให้เธอหัวใจวายตาย
“น่ารักจริงๆ เจ้าสาวของผม”
โอลิเวอร์กดจมูกบนแก้มนุ่มหอมแรงๆ เขาติดใจกลิ่นหอมกับความนุ่มเนียนของแก้มสาว จนทนไม่ไหวต้องหาโอกาสหอมบ่อยๆ แม้จะรู้ว่าเธอไม่ชอบให้เขาแตะต้องร่างกาย แต่ช่างปะไรเขาจะหอมซะอย่าง ไม่ได้ทำอย่างอื่นขอหอมก็ยังดี
“ผมจะจัดงานแต่งงานเล็กๆ ที่ชายหาด เชิญเจ้าหน้าที่มาจดทะเบียน และมีงานเลี้ยงสังสรรค์นิดหน่อยก็พอแล้ว ให้ที่นี่จัดเตรียมงานให้คงไม่ยุ่งยากอะไร” โอลิเวอร์บอกแผนการแต่งงานของเขาให้พี่ชายพี่สะใภ้รับรู้
“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวโรสช่วยคุณสิตาเตรียมเสื้อผ้าดีไหมคะ” โรสิตาอาสา แต่ถูกสามีคัดค้าน
“ปล่อยให้เขาจัดการกันเองเถอะโรส ฉันไม่อยากให้เธอไปยุ่งเรื่องของพวกเขามาก”
เอริกกดเสียงหนักในตอนท้าย ถึงเขาจะให้อภัยสิตาภา แต่ก็ใช่จะยอมให้อีกฝ่ายมาใกล้ชิดกับโรสิตาได้อีก ความระแวงยังเต็มหัวใจมีหรือจะยอมเปิดโอกาสให้คนเคยร้ายได้เข้าใกล้ดวงใจของเขา
“ขอบคุณนะคะคุณโรส ฉันดูแลเรื่องนี้เองได้ งานไม่ได้จัดใหญ่โตอะไร คงไม่ต้องแต่งตัวเยอะ”
วาสินีรีบบอกปัดอย่างสุภาพ ด้วยเกรงจะทำให้เอริกขุ่นใจอีก ตอนนี้เธอรู้อีกอย่างแล้วว่าการอยู่ห่างโรสิตาจะทำให้เธอไม่ต้องถูกเขม่น สิตาภาเคยพร่ำเพ้อให้เธอฟังถึงความรู้สึกที่มีต่อโรสิตา ต้นเหตุที่ทำให้พี่สาวฝาแฝดของเธอต้องทำเรื่องร้ายกาจลงไปเพื่อหาทางครอบครองผู้หญิงคนนี้ สุดท้ายสิตาภาต้องรับกรรมจากการกระทำของตัวเองอย่างสาหัส
“เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเตรียมงานกับเตรียมชุดให้คุณเอง คุณแค่เตรียมตัวให้พร้อมเป็นเจ้าสาวของผมก็พอ”
โอลิเวอร์รับจัดการทุกอย่างเอง เพื่อความสบายใจของทุกคน โดยเฉพาะพี่ชายของเขาที่ต้องรักษาน้ำใจให้มากที่สุด ด่านแรกสำเร็จลงไปอย่างง่ายดาย เหลือด่านหินด่านสุดท้ายคือบิดามารดาของเขา ท่านจะยอมรับสะใภ้คนนี้ได้ไหมเมื่อมีสะใภ้ในดวงใจที่เคยคิดจับเขาคลุมถุงชนมาแล้วแต่เขาปฏิเสธไป
“ผมทำเป็น ไม่ต้องกลัวอด คุณได้อิ่มทุกอย่างแน่ทั้งอาหาร ทั้ง...ด้วย” เขายิ้มตาพราว รอเวลาไปถึงเกาะแทบไม่ไหวพิธีการเสร็จสิ้นลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกพาขึ้นเรือไปยังเกาะดาวล้อมเดือนเรียบร้อย แขกผู้มาร่วมงานก็แยกย้ายกันกลับโอลิเวอร์อุ้มลูกชายและโอบไหล่ภรรยาสาวพาเดินกลับบ้านพักส่วนตัว ยามนี้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยกราบขอโทษวาสินีและสัญญาว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก คุณอโณมากับคุณโรเบิร์ตรับขวัญสะใภ้กลับบ้านด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่และยินยอมให้วาสินีกลับไปดูแลร้านอาหารต่อโดยมีนางแมรี่เป็นผู้ช่วยหลังจากนั้นก็จัดพิธีแต่งงานให้ทั้งสองอีกครั้งพร้อมกับจดทะเบียนสมรส ให้วาสินีก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวเมดิสันอย่างเต็มตัว“สินี... คุณจะโกรธผมไหม ถ้าผมอยากรู้เรื่องของสิตา”โอลิเวอร์เอ่ยถามอย่างเกรงใจภรรยา เขาไม่ได้อาลัยรักสิตาภาอีกแค่อยากรู้เรื่องของเธอเท่านั้น“สินีก็คิดจะเล่าเรื่องของสิตาให้คุณฟังเหมือนกัน สินีแค่รอคุณถาม”เธอยิ้มให้เขา พลางจูงมือเขาเดินไปยังท้ายเกาะ หลังบ้านผู้เฒ่าการ์ซู“ที่นี่คือดินแดนรักนิรันดร์ยังไงล่ะคะ”หญิงสาวพาโอลิเวอร์มายังสถานที่ ที่เรียกว่าด
“จริงอยู่ที่สิตาเป็นแม่ของลูกผม แต่เธอไม่ใช่เมียผม เราแค่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ตั้งใจ”โอลิเวอร์ดึงร่างงามเข้ามากอดไว้อีกครั้ง ลูบแผ่นหลังเธอเบาๆ“ผมไม่ได้ต้องการสิตาภา ไม่ได้รักพี่สาวของคุณอีกแล้ว”“คุณโกรธฉัน หาว่าฉันหลอกคุณ”เธอยอมผ่อนกายให้เขากอด แต่ยังเอ่ยปากหาข้อมางัดง้างคำพูดเขาต่อ“ผมขอโทษ ผมแค่รู้สึกโกรธตัวเองที่ตาถั่ว แยกแยะไม่ออกว่าคุณกับสิตาต่างกันแค่ไหน”โอลิเวอร์ถอนหายใจแรง เสียใจกับการกระทำโง่เง่าของตัวเอง“คุณก็เลยมาโกรธฉันด้วย ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนโง่เหรอคะ” วาสินีนึกน้อยใจ“ไม่ ไม่ ผมแค่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่ต่างหาก ถึงได้โยนความผิดให้คุณ เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหน้า”“โยนโทษให้ฉัน แล้วยังหาเรื่องรังแกฉัน บังคับให้ฉันเป็นนางบำเรอของคุณนี่นะ” เธอโกรธเขาข้อนี้ที่สุด“ผมแค่ไม่อยากเสียคุณไป กับคิดโง่ๆ อยากแกล้งให้คุณเจ็บ ลงโทษที่คุณหลอกผม”คนฟังส่ายหน้าผลักร่างหนาถอยห่าง“ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้น คุณคงแกล้งฉันไปเรื่อยๆ ใช่ไหม”“โถ่ ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอก ผมแค่อยากผูกมัดคุณให้อยู่กับผม จนกว่า...” เขาผ่อนเสียงลง ดวงตาไหววูบหม่นเศร้าเมื่อก้มลงมองหน้าท้องแบนราบของเธอ“จนกว่า
“สินี...” เสียงเรียกคุ้นหูแว่วมาวาสินีหันไปมองรอบกาย ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อไม่เห็นใครสักคน ริมฝีปากกดยิ้มเศร้าเมื่อนึกว่าตัวเองคิดถึงใครบางคนจนหูแว่ว“สินี...” เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งหญิงสาวหันไปมองรอบกาย ค้นหาต้นเสียงแต่ก็ไม่เห็นใคร“คุณโอลิเวอร์...”เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงแผ่ว ใบหน้างามหมองเศร้าแววตาหม่นซึม“ต้องลืมเขาให้ได้สิ เราต้องไม่คิดถึงคนใจร้ายคนนั้น”เธอพึมพำบอกตัวเอง ปัดภาพใบหน้าหล่อเหลารอยยิ้มที่ยังตราตรึงในหัวใจออกจากความคิด เธอยังจำช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกับเขาบนเกาะดาวเคียงเดือนได้ฝังใจ เจ็ดวันนั้นเธอช่างมีความสุขเหลือเกิน เขาแสนดีราวกับเทพบุตรจากสวรรค์ปกป้องคุ้มภัยมอบไออุ่นรักอ่อนโยนหญิงสาวลูบข้อมือข้างซ้ายของตัวเองมองดูมันแล้วถอนหายใจยาว โซ่ที่มองไม่เห็นดูเหมือนจะร้อยรัดเธอไว้กับเขาไม่ยอมหลุด เธอมอบใจให้เขาหมดทั้งดวงในตอนนั้นเอง และไม่เคยถอนใจกลับคืนแม้จะถูกเขาทำร้ายจนเจ็บปวดแทบขาดใจเธอเคยได้ยินว่าความรักทำให้คนตาบอด สำหรับเธอมันยิ่งกว่าตาบอดแต่ผสมความโง่งมเข้าไปด้วย รักคนที่เขาไม่รักไม่พอยังยอมให้เขาพร่าผลาญทั้งร่างกายและจิตใจไม่รู้เข็ดหลาบ กายหนีห่างแต่ใจกลับสยบยอมอยู่
“ตาสบายดี หนูล่ะเพิ่งหายป่วยอาการเป็นยังไงบ้าง”“สินีหายแล้วค่ะ ตอนนี้กลับมาช่วยงานโจนาธานได้เหมือนเดิมแล้ว”วาสินียิ้มอ่อนๆ แต่แววตายังฉาบรอยหมองเศร้าจนผู้สูงวัยสังเกตเห็น“หนูสินี ชีวิตคนเรามันสั้นนักนะ อย่าให้ความทุกข์มาทำให้เราสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เลย”วาสินีหลบตารับรู้ความห่วงใยผ่านกระแสเสียงของผู้เฒ่า ท่านรักและเอ็นดูเธอเหมือนหลานสาวคนหนึ่ง ย่อมห่วงใยจนสังเกตเห็นว่าเธอสุขหรือทุกข์“สินีไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะคุณตา สินีสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ทั้งน้องเอื้อ... ทั้งลูกในท้อง และ...” คนที่เธอรักหญิงสาวน้ำตาคลอหัวใจสะเทือนไหว น้ำตาไหลออกมาง่ายดายนักเพียงแค่นึกถึงคนที่เธอหันหลังให้“หนูเสียเขาไป หรือว่าหนูทิ้งพวกเขามา”ผู้เฒ่าการ์ซู ถามออกไป ก่อนจะยิ้มปลอบโยน“ตาเคยสอนให้หนูใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ไม่ใช่หรือ หนูถามพวกเขาหรือยังว่าพวกเขาไม่ต้องการหนูจริงหรือ การคิดเอาเองมันไม่ช่วยให้เราพ้นทุกข์หรอกนะ หนูต้องกล้าเผชิญความจริง”มือเหี่ยวย่นยื่นมาลูบศีรษะเบาๆ“มองดูต้นผูกรักนั่นสิ ปีหนึ่งมันจะออกดอกแค่ครั้งเดียวก็จริง แต่ดอกของมันจะหอมไปนานแสนนานจนกว่าต้นของมันจะตายไป เปรียบเหมือนควา
โจนาธานไม่โกรธมิเชลที่ขับรถชนวาสินี เพราะรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ เขาเล่าเรื่องวาสินีให้มิเชลฟังหลังจากที่ปรับความเข้าใจกับเธอแล้ว มิเชลรู้สึกผิดที่เคยคิดไม่ดีกับวาสินีจึงอยากไปขอโทษ แต่กลับไปขับรถชนอีกฝ่ายแทน มิเชลถูกยึดใบหนุญาตขับขี่และถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทกว่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ก็ยุ่งยากพอดู โชคดีที่วาสินีไม่เอาเรื่องและบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอวิ่งไปตัดหน้ารถของมิเชลเอง คดีจึงไม่ร้ายแรงอย่างที่กลัว หลังจากนั้นมิเชลก็ไปขอโทษวาสินีที่โรงพยาบาล สองสาวปรับความเข้าใจกัน วาสินีขอร้องให้มิเชลกับโจนาธานช่วยพาเธอหนีจากโอลิเวอร์ หญิงสาวขอเวลาทำใจเรื่องลูกสักพัก ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป“ฉันว่าเราเลิกยุ่งกับสองคนนั้นดีไหม ปล่อยให้เขาสองคนได้พบกัน และตัดสินใจอนาคตของเขาเอง พี่โอลิเวอร์กับสินีเจ็บปวดมามากแล้วนะ” มิเชลเปรยขึ้น มองหน้าคนรักหวังให้เขาใจอ่อนโจนาธานนิ่วหน้า “คุณพูดเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่าง หรือว่าทำไปแล้วไม่บอกผม”เขารู้นิสัยของคนรักดีว่ามิเชลมักทำอะไรก่อนบอกเสมอ ครั้งนี้คงทำอะไรสักอย่างไปแล้ว“รู้ทันอีกแล้วนะพี่ร็อต”มิเชลยิ้มหวาน ขยับมาเบียดร่างหนาขอ
ครอบครัวเมดิสันพากันมาเยี่ยมวาสินี คุณอโณมาเมื่อได้รู้ความจริงเรื่องว่าสินีก็รู้สึกเสียใจ ที่ตั้งแง่รังเกียจลูกสะใภ้อีกทั้งยัง กลั่นแกล้งด้วยการแย่งหลานชายมาดูแลเอง ไม่เคยพูดจาดีๆ กับอีกฝ่ายแม้สักคำ รวมถึงสั่งสอนหลานชายให้เกลียดแม่ตัวเอง ทำให้วาสินีต้องคิดมากจนกดดัน“หนูสินี ยกโทษให้แม่ด้วยนะ ที่แม่เคยทำไม่ดีกับหนูไว้” คุณอโณมาเอ่ยขอโทษลูกสะใภ้“สินีไม่เคยโกรธคุณ... คุณป้าหรอกค่ะ”วาสินียิ้มบางๆ ไม่ถือโทษเอาความคนสูงวัยกว่า เธอหุบยิ้มเมื่อหันไปสบตาโอลิเวอร์ เมินหน้าหนีเขาเหมือนที่ทำทุกวัน ทำเอาคนถูกเมินทำหน้าจ๋อย“ไอรีนก็ขอโทษด้วยนะ ไอรีนเสียใจที่บังคับให้สินีตีน้องเอื้อ”ไอรีนขยับเข้ามาหาคนเจ็บ เอ่ยขอโทษเสียงอ่อน“วันนั้นคนที่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่น้องเอื้อแต่เป็นจาคอฟ ลูกชายไอรีนเขาไปเรียกสินีว่ายายเลสเบี้ยน น้องเอื้อโมโหเลยต่อยจาคอฟ แกไม่ได้ตั้งใจผลักจัสมินด้วย ไอรีนลงโทษจาคอฟไปแล้วนะ จับฟาดจนขาเขียวไปแล้วล่ะ”“โถ่ อย่าไปตีแกอีกนะคะ เด็กเขาจะคิดว่าแม่ไม่รัก เหมือน...”วาสินีหยุดพูดหน้าตาหมองลงเมื่อคิดถึงลูกชาย น้องเอื้อไม่โผล่หน้ามาเยี่ยมแม่ของแกเลย แกคงเกลียดแม่คนนี้แล้วถึงไม่ยอมมาหา
2“มานอนเตียงฉันได้ยังไง ผมก็เปียกหมอนฉันแฉะหมดแล้ว” เธอเดินมายืนข้างเตียงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อย ผสมกับความตื่นตกใจโจนาธานปรายตามองใบหน้าแดงๆ ของคนเหนื่อยจัดอย่างขบขัน แม่คุณช่างกลัวเสียภาพพจน์เสียจริง กลัวว่าผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะไม่ชอบใจหากเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นในห้องสองต่อสอง ถึงกับลากเขามาหล
“สินีจ๋า... ผมอยากกอดคุณนานกว่านี้นะ แต่...”โอลิเวอร์คลายอ้อมแขนออก ทำหน้านิ่วเมื่อบางอย่างกำลังปั่นป่วนในท้องเขา ดับความวาบหวามใจจนสิ้น“แต่อะไรคะ”วาสินีเอียงคอมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ เขาทำหน้าราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“แต่ตอนนี้ ผมอยากเข้าห้องน้ำจังเลยครับ”ใบหน้าหล่อเหลาเริ่
เขาไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาทองสูญเสียไปอย่างไร้ค่า ฝ่ามือหนาสอดมือผ่านชุดนอนบางใสจับชายกระโปรงยกลอยสูงขึ้นจนร่นมากองเหนืออกอวบ ฝ่ามือลูบโลมผิวเนียนนุ่มราวกับผ้าไหมเนื้อดี ร่างงามกระตุกเล็กน้อยบิดกายหนีเขาอย่างอ่อนระโหย ดวงตาคู่สวยหรี่มองเขาด้วยอาการที่คล้ายจะได้สติโอลิเวอร์จึงก้มลงไปปิดปากน้อยๆ ที่กำลั
วาสินีตัวแข็งทื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เข้าปะทะแก้มของเธอหัวใจเต้นรัวก่อนจะสะดุ้งไหวจนลมหายใจสะดุดกับปลายจมูกที่กดลงบนแก้มนุ่มของตัวเองหน้าเห่อร้อนวาบจนขนลุกเกรียว หญิงสาวลืมตาโพลงขึ้นมาทันทีอย่างแตกตื่นก่อนจะนิ่งงันเมื่อสบสายตาสีฟ้าสวยของเขาที่เจือรอยร้าวราน“คุณโอลิเวอร์...”เธอเรีย







