INICIAR SESIÓNหลังจากปรับความเข้าใจกับครอบครัวเมดิสันแล้ว วาสินีก็ขอตัวกลับมายังบ้านพักพร้อมลูกชาย ปล่อยให้พี่น้องปรึกษากันเรื่องงานแต่งงานที่จะขึ้นในวันพรุ่งนี้ หญิงสาวจำต้องยอมแต่งงานกับโอลิเวอร์ตามคำขู่ของเขาอย่างจำใจ ในเวลานี้เพื่อนคนเดียวที่เธอมีและพอจะปรึกษาเรื่องนี้ได้ คือโจนาธานเท่านั้น
วาสินีจึงโทรคุยกับโจนาธาน เมื่อชายหนุ่มรู้เรื่องก็รีบมาหาเธอที่บ้านพักทันที
“น้องเอื้อออกไปเล่นหน้าบ้านก่อนนะครับ แม่สินีจะคุยธุระกับลุงโจสักครู่”
วาสินีบอกลูกชายที่ทำหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆ เอื้อไม่เคยชอบหน้าโจนาธาน และมักจะทำตัวเป็นก้างขวางคอของอีกฝ่ายเสมอ ยามใดโจนาธานแวะมาหาหรือชวนไปไหน เด็กชายจะหาเรื่องแกล้งเพื่อนของมารดาทุกครั้งไป แม้วาสินีจะห้ามปรามหรือคาดโทษไว้เช่นใด ลูกชายของเธอก็ไม่เคยจะยอมทำตามสักหน เด็กชายหวงมารดาไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้าใกล้ ยิ่งยามนี้แกได้เจอบิดาแล้ว เอื้อยิ่งหวงแม่ไว้ให้พ่อ
“เอื้อจะอยู่กับแม่” เด็ชายทำหน้าง้ำงอไม่พอใจที่ถูกแม่ไล่ให้ไปเล่นที่อื่น
“แม่สินีมีธุระสำคัญคุยกับลุงโจนะคะ เอื้อไปเล่นก่อนนะคะ แม่ขอเวลาครึ่งชั่วโมง โอเคนะคะคนเก่ง” วาสินีเอ่ยกับลูกชายอีกหน ใช้สายตาบังคับให้เด็กน้อยยอม
เอื้อมองหน้ามารดาเห็นสายตาเข้มดุมองมา จำต้องยอมพยักหน้ารับ “ครับ แม่สินีรีบคุยนะครับเอื้อหิวข้าว”
เจ้าตัวน้อยยังหาเหตุเร่งมารดา ก่อนจะยอมเดินออกไปตามคำสั่ง แต่พอเดินพ้นประตูร่างเล็กก็วิ่งอ้อมมาแอบดูที่หน้าต่าง ดวงตาสีฟ้าใสมองผ่านบานกระจกใสเข้าไปในบ้านแม้จะไม่ได้ยินสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดกันแต่ขอแอบมองก็ยังดี
“ฉันต้องแต่งงานกับพ่อของน้องเอื้อค่ะ ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาน้องเอื้อไปจากฉัน” วาสินีเอ่ยขึ้นเมื่อลูกชายออกไปจากห้อง คนฟังเบิกตากว้างตกใจกับการตัดสินใจนั้น
“ทำไมคุณไม่ให้ผมช่วยล่ะสินี ผมจะแต่งงานกับคุณแล้วรับน้องเอื้อเป็นลูก เท่านี้คุณก็ไม่ต้องแต่งงานกับเขาแล้ว” โจนาธานหาทางออกให้เธอ แต่ได้รับคำปฏิเสธจากหญิงสาว
“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณพ่อลงชื่อคุณโอลิเวอร์เป็นพ่อของน้องเอื้อ เขามีสิทธิ์ในตัวแกในฐานะพ่อ ถ้าเขารู้ว่าฉันไม่ใช่แม่ของแกเขาจะเอาน้องเอื้อจากฉันแน่ โดยที่ฉันไม่มีทางคัดค้านได้เลย คุณก็รู้นี่คะว่าฉันเป็นแค่น้าไม่ใช่แม่อย่างสิตา”
ใบหน้างามฉายรอยเศร้าหมองอย่างคนสิ้นไร้หนทาง น่าสงสารจนคนเห็นต้องกุมมือบางปลอบโยน
“ผมจะช่วยคุณพาน้องเอื้อไปอยู่ที่อื่นสักพัก ไปอยู่ในที่ๆ เขาตามหาคุณสองแม่ลูกไม่เจอ” อีกทางเลือกที่เขาเสนอ แต่เธอก็ไม่รับ
“ตอนนี้น้องเอื้อแกเจอพ่อของแกแล้ว แกรอคอยพ่อของแกมาตลอดชีวิตแกคงไม่ยอมให้ฉันพาหนีหรอกค่ะ คุณโอลิเวอร์ก็คงไม่ยอมปล่อยให้ฉันพาลูกชายเขาหนีไป ตระกูลเมดิสันมีอิทธิพลระดับโลก หากเขาจะตามหาเราสองแม่ลูกคงทำได้ไม่ยาก และถ้าเขารู้ว่าฉันไม่ใช่แม่ของน้องเอื้อเขาคงไม่ยอมให้ฉันเข้าใกล้ลูกอีก” หญิงสาวให้เหตุผลที่เขาค้านไม่ออก
“ทำไมคุณไม่บอกความจริงกับเขา และขอร้องเขาให้ยอมให้คุณดูแลน้องเอื้อต่อ บางทีเขาอาจจะยอมก็ได้นะ”
วาสินีส่ายหน้า “เขาไม่มีทางยอมหรอกค่ะ สิตาทำกับเขาและพี่ชายไว้มาก เขาไม่มีทางเห็นใจฉัน เขาขู่ฉันว่าหากฉันไม่ยอมแต่งงานกับเขา เขาจะแจ้งความจับคดียิงพี่ชายเขาเมื่อห้าปีก่อน เขาคิดว่าฉันคือสิตาถึงได้ขู่แบบนั้น และถ้าเขารู้ว่าฉันไม่ใช่ คุณคิดว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป” หญิงสาวสบตาเขาด้วยแววตาหนักใจ
“เพราะอย่างนี้ใช่ไหมคุณเลยยอมแต่งงานกับเขา ปลอมตัวเป็นสิตาเพื่อจะได้อยู่กับน้องเอื้อ”
“ค่ะ ฉันไม่มีทางเลือกค่ะ” วาสินีพยักหน้ารับอย่างจำยอม “ฉันไม่อยากเสียน้องเอื้อไป แกเป็นดวงใจของฉันนะคะ แกคือทุกสิ่งในชีวิตของฉัน”
“แล้วคุณไม่กลัวว่าเขาจะรู้ความจริงเหรอ” โจนาธานมองหน้าหญิงสาว กระดากใจเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถึงเรื่องที่ไม่ควรพูด “ผมหมายถึง เขากับคุณเป็นสามีภรรยากันเขาต้องรู้ว่าคุณไม่ใช่สิตาภา เมื่อคุณยังเอ่อ...”
เขาไม่กล้าพูดจบเว้นไว้ในนัยยะที่เข้าใจ วาสินีหน้าแดงแต่ก็ยอมบอกข้อตกลงระหว่างเธอกับโอลิเวอร์ให้เขาฟัง
“สิตาเป็นเลสเบี้ยนค่ะ คุณโอลิเวอร์เขารู้เรื่องนี้ดี ฉันจึงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับฉันแบบสามีภรรยาปกติทั่วไป เราจะแต่งงานกันแต่ในนามช่วยกันดูแลน้องเอื้อเท่านั้น”
“ตราบใดที่เขายังรักษาสัญญา คุณก็ปกปิดเรื่องนี้ได้ต่อไปสินะ”
โจนาธานมองหน้าวาสินี เขาแอบนึกกังวลใจไปถึงอนาคต หากโอลิเวอร์ไม่รักษาสัญญาละเมิดข้อตกลงขึ้นมา อีกฝ่ายคงรู้ควงามจริงว่าหญิงสาวไม่ใช่สิตาภา เวลานั้นวาสินีจะทำเช่นไร ชายหนุ่มอดหวั่นใจแกมเป็นห่วงเธอไม่ได้
“ฉันไม่ยอมให้เขารู้ความจริงหรอกค่ะ” วาสินียิ้มบางๆ ปลอบใจตัวเองและชายหนุ่ม “ความลับเรื่องนี้ต้องถูกปิดไว้ตลอดชีวิตค่ะ”
“ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย ผมยินดีนะสินี ขอเพียงคุณบอกมา” โจนาธานจำต้องยอมรับการตัดสินใจของหญิงสาว
“ขอบคุณค่ะโจ ฉันอยากให้คุณช่วยเรื่องสิตาเท่านั้น ช่วยทำหน้าที่แทนฉันตอนที่ฉันไปจากที่นี่ ฉันคงไม่สะดวกนักในเรื่องนี้”
เธอฝากฝังเรื่องสำคัญให้เขาช่วยดูแลแทน ซึ่งโจนาธานพยักหน้ารับคำ ด้วยไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเกินกำลังเขา
“ได้สิครับ ปกติผมก็ช่วยคุณเรื่องนี้อยู่แล้ว รับรองว่าผมจะทำหน้าที่นี้อย่างเต็มความสามารถ และจะโทรรายงานให้คุณทราบทุกระยะ ไม่ต้องห่วงนะครับสินี ผมไม่ปล่อยให้คุณเผชิญปัญหาคนเดียวหรอก ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ครับ”
ชายหนุ่มบีบกระชับมือนุ่มแน่นขึ้น มองสบตาคู่สวยด้วยแววตาของเพื่อนผู้หวังดี อย่างที่เคยทำมาตลอดห้าปีที่ผ่านมา คนภายนอกอาจจะมองว่าเขาคิดอะไรกับวาสินีเกินเพื่อน แต่โจนาธานรู้ดีว่าเขารักและปรารถนาดีต่อหญิงสาวในฐานะพี่ชายและน้องสาวเท่านั้น หญิงสาวเองก็คิดแบบเดียวกับเขา ทั้งคู่จึงไม่ได้สนใจคำพูดของคนรอบกาย นอกจากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเป็น
“แม่สินีคุยอะไรกับลุงโจนะ คุยน๊านนาน”
เด็กชายบ่นงึมงำเมื่อรอจนเมื่อยผู้ใหญ่ทั้งสองยังคุยกันไม่เสร็จ หลังจากทนรอจนเบื่อเด็กน้อยจึงเดินมาเล่นหน้าบ้าน และเพลินกับของเล่นจนลืมไปว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน จนได้ยินเสียงเรียกคุ้นหู
“น้องเอื้อ ทำไมมาเล่นตรงนี้ลูก”
โอลิเวอร์เปิดประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้าน เขาร้องทักลูกชายที่นั่งเล่นของเล่นบนสนามหญ้าหน้าบ้าน สายตามองหามารดาของเด็กชาย คิ้วดกหนาขมวดนิ่วเมื่อไม่เห็นร่างระหงของวาสินี ร่างสูงเดินมาหาลูกชายก้มลงไปดึงแขนร่างเล็กให้ลุกขึ้น
“แม่คุยธุระกับลุงโจในบ้านครับ แม่บอกให้เอื้อมาเล่นตรงนี้” เด็กชายลุกขึ้นตามแรงดึงของบิดา
“ลุงโจ...” โอลิเวอร์ยกคิ้วสูงมองหน้าลูกชายอย่างสงสัย “ใครกันลุงโจ”
“ลุงโจนาธานเจ้าของรีสอร์ตนี้ไงครับ เขาเป็นเพื่อนแม่”
เอื้อทำหน้ายุ่ง เมื่อเอ่ยถึงคนที่แกไม่ชอบหน้า เด็กชายมองหน้าของบิดา ก่อนจะเล่าถึงเพื่อนของแม่ให้ฟัง
“ลุงโจชอบมาหาแม่ ซื้อของมาฝากบ้าง มาพาแม่กับเอื้อไปเที่ยวบ่อยๆ ด้วย เอื้อว่าลุงโจต้องแอบชอบแม่แน่ๆ ครับ”
“แล้วแม่ของเอื้อเขาสนใจลุงโจหรือเปล่า”
ผู้เป็นพ่อตะล่อมถามลูกชาย รู้สึกไม่ชอบหน้าโจนาธานขึ้นมา แม้อีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมธุรกิจ แต่เรื่องงานกับเรื่องหัวใจมันคนละส่วนกัน แค่ได้ยินว่ามีผู้ชายมาเกาะแกะแม่ของลูก เขาก็รู้สึกโมโหจนลมออกหู ลืมคิดไปว่าสิตาภาของเขาเป็นเลสเบี้ยนหญิงสาวไม่มีทางให้ความสนใจผู้ชายคนไหน
“ไม่รู้ครับ แม่ไม่เคยปฏิเสธเวลาลุงโจชวนไปเที่ยว แล้วยังยอมให้ลุงโจมากินข้าวที่บ้านด้วยครับ” เด็กชายถือโอกาสฟ้อง แกอยากให้พ่อจัดการลุงโจไปให้พ้นๆ ตา จะได้ไม่มายุ่งกับแม่ของแกอีก
“ผมทำเป็น ไม่ต้องกลัวอด คุณได้อิ่มทุกอย่างแน่ทั้งอาหาร ทั้ง...ด้วย” เขายิ้มตาพราว รอเวลาไปถึงเกาะแทบไม่ไหวพิธีการเสร็จสิ้นลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกพาขึ้นเรือไปยังเกาะดาวล้อมเดือนเรียบร้อย แขกผู้มาร่วมงานก็แยกย้ายกันกลับโอลิเวอร์อุ้มลูกชายและโอบไหล่ภรรยาสาวพาเดินกลับบ้านพักส่วนตัว ยามนี้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยกราบขอโทษวาสินีและสัญญาว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก คุณอโณมากับคุณโรเบิร์ตรับขวัญสะใภ้กลับบ้านด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่และยินยอมให้วาสินีกลับไปดูแลร้านอาหารต่อโดยมีนางแมรี่เป็นผู้ช่วยหลังจากนั้นก็จัดพิธีแต่งงานให้ทั้งสองอีกครั้งพร้อมกับจดทะเบียนสมรส ให้วาสินีก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวเมดิสันอย่างเต็มตัว“สินี... คุณจะโกรธผมไหม ถ้าผมอยากรู้เรื่องของสิตา”โอลิเวอร์เอ่ยถามอย่างเกรงใจภรรยา เขาไม่ได้อาลัยรักสิตาภาอีกแค่อยากรู้เรื่องของเธอเท่านั้น“สินีก็คิดจะเล่าเรื่องของสิตาให้คุณฟังเหมือนกัน สินีแค่รอคุณถาม”เธอยิ้มให้เขา พลางจูงมือเขาเดินไปยังท้ายเกาะ หลังบ้านผู้เฒ่าการ์ซู“ที่นี่คือดินแดนรักนิรันดร์ยังไงล่ะคะ”หญิงสาวพาโอลิเวอร์มายังสถานที่ ที่เรียกว่าด
“จริงอยู่ที่สิตาเป็นแม่ของลูกผม แต่เธอไม่ใช่เมียผม เราแค่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ตั้งใจ”โอลิเวอร์ดึงร่างงามเข้ามากอดไว้อีกครั้ง ลูบแผ่นหลังเธอเบาๆ“ผมไม่ได้ต้องการสิตาภา ไม่ได้รักพี่สาวของคุณอีกแล้ว”“คุณโกรธฉัน หาว่าฉันหลอกคุณ”เธอยอมผ่อนกายให้เขากอด แต่ยังเอ่ยปากหาข้อมางัดง้างคำพูดเขาต่อ“ผมขอโทษ ผมแค่รู้สึกโกรธตัวเองที่ตาถั่ว แยกแยะไม่ออกว่าคุณกับสิตาต่างกันแค่ไหน”โอลิเวอร์ถอนหายใจแรง เสียใจกับการกระทำโง่เง่าของตัวเอง“คุณก็เลยมาโกรธฉันด้วย ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนโง่เหรอคะ” วาสินีนึกน้อยใจ“ไม่ ไม่ ผมแค่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่ต่างหาก ถึงได้โยนความผิดให้คุณ เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหน้า”“โยนโทษให้ฉัน แล้วยังหาเรื่องรังแกฉัน บังคับให้ฉันเป็นนางบำเรอของคุณนี่นะ” เธอโกรธเขาข้อนี้ที่สุด“ผมแค่ไม่อยากเสียคุณไป กับคิดโง่ๆ อยากแกล้งให้คุณเจ็บ ลงโทษที่คุณหลอกผม”คนฟังส่ายหน้าผลักร่างหนาถอยห่าง“ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้น คุณคงแกล้งฉันไปเรื่อยๆ ใช่ไหม”“โถ่ ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอก ผมแค่อยากผูกมัดคุณให้อยู่กับผม จนกว่า...” เขาผ่อนเสียงลง ดวงตาไหววูบหม่นเศร้าเมื่อก้มลงมองหน้าท้องแบนราบของเธอ“จนกว่า
“สินี...” เสียงเรียกคุ้นหูแว่วมาวาสินีหันไปมองรอบกาย ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อไม่เห็นใครสักคน ริมฝีปากกดยิ้มเศร้าเมื่อนึกว่าตัวเองคิดถึงใครบางคนจนหูแว่ว“สินี...” เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งหญิงสาวหันไปมองรอบกาย ค้นหาต้นเสียงแต่ก็ไม่เห็นใคร“คุณโอลิเวอร์...”เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงแผ่ว ใบหน้างามหมองเศร้าแววตาหม่นซึม“ต้องลืมเขาให้ได้สิ เราต้องไม่คิดถึงคนใจร้ายคนนั้น”เธอพึมพำบอกตัวเอง ปัดภาพใบหน้าหล่อเหลารอยยิ้มที่ยังตราตรึงในหัวใจออกจากความคิด เธอยังจำช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกับเขาบนเกาะดาวเคียงเดือนได้ฝังใจ เจ็ดวันนั้นเธอช่างมีความสุขเหลือเกิน เขาแสนดีราวกับเทพบุตรจากสวรรค์ปกป้องคุ้มภัยมอบไออุ่นรักอ่อนโยนหญิงสาวลูบข้อมือข้างซ้ายของตัวเองมองดูมันแล้วถอนหายใจยาว โซ่ที่มองไม่เห็นดูเหมือนจะร้อยรัดเธอไว้กับเขาไม่ยอมหลุด เธอมอบใจให้เขาหมดทั้งดวงในตอนนั้นเอง และไม่เคยถอนใจกลับคืนแม้จะถูกเขาทำร้ายจนเจ็บปวดแทบขาดใจเธอเคยได้ยินว่าความรักทำให้คนตาบอด สำหรับเธอมันยิ่งกว่าตาบอดแต่ผสมความโง่งมเข้าไปด้วย รักคนที่เขาไม่รักไม่พอยังยอมให้เขาพร่าผลาญทั้งร่างกายและจิตใจไม่รู้เข็ดหลาบ กายหนีห่างแต่ใจกลับสยบยอมอยู่
“ตาสบายดี หนูล่ะเพิ่งหายป่วยอาการเป็นยังไงบ้าง”“สินีหายแล้วค่ะ ตอนนี้กลับมาช่วยงานโจนาธานได้เหมือนเดิมแล้ว”วาสินียิ้มอ่อนๆ แต่แววตายังฉาบรอยหมองเศร้าจนผู้สูงวัยสังเกตเห็น“หนูสินี ชีวิตคนเรามันสั้นนักนะ อย่าให้ความทุกข์มาทำให้เราสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เลย”วาสินีหลบตารับรู้ความห่วงใยผ่านกระแสเสียงของผู้เฒ่า ท่านรักและเอ็นดูเธอเหมือนหลานสาวคนหนึ่ง ย่อมห่วงใยจนสังเกตเห็นว่าเธอสุขหรือทุกข์“สินีไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะคุณตา สินีสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ทั้งน้องเอื้อ... ทั้งลูกในท้อง และ...” คนที่เธอรักหญิงสาวน้ำตาคลอหัวใจสะเทือนไหว น้ำตาไหลออกมาง่ายดายนักเพียงแค่นึกถึงคนที่เธอหันหลังให้“หนูเสียเขาไป หรือว่าหนูทิ้งพวกเขามา”ผู้เฒ่าการ์ซู ถามออกไป ก่อนจะยิ้มปลอบโยน“ตาเคยสอนให้หนูใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ไม่ใช่หรือ หนูถามพวกเขาหรือยังว่าพวกเขาไม่ต้องการหนูจริงหรือ การคิดเอาเองมันไม่ช่วยให้เราพ้นทุกข์หรอกนะ หนูต้องกล้าเผชิญความจริง”มือเหี่ยวย่นยื่นมาลูบศีรษะเบาๆ“มองดูต้นผูกรักนั่นสิ ปีหนึ่งมันจะออกดอกแค่ครั้งเดียวก็จริง แต่ดอกของมันจะหอมไปนานแสนนานจนกว่าต้นของมันจะตายไป เปรียบเหมือนควา
โจนาธานไม่โกรธมิเชลที่ขับรถชนวาสินี เพราะรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ เขาเล่าเรื่องวาสินีให้มิเชลฟังหลังจากที่ปรับความเข้าใจกับเธอแล้ว มิเชลรู้สึกผิดที่เคยคิดไม่ดีกับวาสินีจึงอยากไปขอโทษ แต่กลับไปขับรถชนอีกฝ่ายแทน มิเชลถูกยึดใบหนุญาตขับขี่และถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทกว่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ก็ยุ่งยากพอดู โชคดีที่วาสินีไม่เอาเรื่องและบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอวิ่งไปตัดหน้ารถของมิเชลเอง คดีจึงไม่ร้ายแรงอย่างที่กลัว หลังจากนั้นมิเชลก็ไปขอโทษวาสินีที่โรงพยาบาล สองสาวปรับความเข้าใจกัน วาสินีขอร้องให้มิเชลกับโจนาธานช่วยพาเธอหนีจากโอลิเวอร์ หญิงสาวขอเวลาทำใจเรื่องลูกสักพัก ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป“ฉันว่าเราเลิกยุ่งกับสองคนนั้นดีไหม ปล่อยให้เขาสองคนได้พบกัน และตัดสินใจอนาคตของเขาเอง พี่โอลิเวอร์กับสินีเจ็บปวดมามากแล้วนะ” มิเชลเปรยขึ้น มองหน้าคนรักหวังให้เขาใจอ่อนโจนาธานนิ่วหน้า “คุณพูดเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่าง หรือว่าทำไปแล้วไม่บอกผม”เขารู้นิสัยของคนรักดีว่ามิเชลมักทำอะไรก่อนบอกเสมอ ครั้งนี้คงทำอะไรสักอย่างไปแล้ว“รู้ทันอีกแล้วนะพี่ร็อต”มิเชลยิ้มหวาน ขยับมาเบียดร่างหนาขอ
ครอบครัวเมดิสันพากันมาเยี่ยมวาสินี คุณอโณมาเมื่อได้รู้ความจริงเรื่องว่าสินีก็รู้สึกเสียใจ ที่ตั้งแง่รังเกียจลูกสะใภ้อีกทั้งยัง กลั่นแกล้งด้วยการแย่งหลานชายมาดูแลเอง ไม่เคยพูดจาดีๆ กับอีกฝ่ายแม้สักคำ รวมถึงสั่งสอนหลานชายให้เกลียดแม่ตัวเอง ทำให้วาสินีต้องคิดมากจนกดดัน“หนูสินี ยกโทษให้แม่ด้วยนะ ที่แม่เคยทำไม่ดีกับหนูไว้” คุณอโณมาเอ่ยขอโทษลูกสะใภ้“สินีไม่เคยโกรธคุณ... คุณป้าหรอกค่ะ”วาสินียิ้มบางๆ ไม่ถือโทษเอาความคนสูงวัยกว่า เธอหุบยิ้มเมื่อหันไปสบตาโอลิเวอร์ เมินหน้าหนีเขาเหมือนที่ทำทุกวัน ทำเอาคนถูกเมินทำหน้าจ๋อย“ไอรีนก็ขอโทษด้วยนะ ไอรีนเสียใจที่บังคับให้สินีตีน้องเอื้อ”ไอรีนขยับเข้ามาหาคนเจ็บ เอ่ยขอโทษเสียงอ่อน“วันนั้นคนที่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่น้องเอื้อแต่เป็นจาคอฟ ลูกชายไอรีนเขาไปเรียกสินีว่ายายเลสเบี้ยน น้องเอื้อโมโหเลยต่อยจาคอฟ แกไม่ได้ตั้งใจผลักจัสมินด้วย ไอรีนลงโทษจาคอฟไปแล้วนะ จับฟาดจนขาเขียวไปแล้วล่ะ”“โถ่ อย่าไปตีแกอีกนะคะ เด็กเขาจะคิดว่าแม่ไม่รัก เหมือน...”วาสินีหยุดพูดหน้าตาหมองลงเมื่อคิดถึงลูกชาย น้องเอื้อไม่โผล่หน้ามาเยี่ยมแม่ของแกเลย แกคงเกลียดแม่คนนี้แล้วถึงไม่ยอมมาหา
“ลูก... ลูกมองเราอยู่” วาสินีบอกเสียงสั่น เมินหน้าหลบสายตาของเขาอย่างอับอาย“เราออกไปหาลูกกันเถอะ ผมจะพาคุณไปหาพี่เอริกกับไอรีนด้วย” โอลิเวอร์ถอนหายใจแรงๆ ไล่อารมณ์คุคลั่งในกายทิ้ง เขาต้องบ้าแน่ๆ หากอยู่สองต่อสองกับเธอแบบนี้“ไปสิคะ คุณปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ”วาสินีดึงมือออกจากต้นคอเขาขยับตัวถอยห่าง
“ก็ได้ พ่อคนฉลาด” ...ฉลาดจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร วาสินีสะบัดเสียงเข้าใส่ “ฉันจะแต่งงานกับคุณก็ได้ แต่ฉันมีข้อตกลงบางอย่างกับคุณ”คิ้วดกหนาเลิกขึ้นสูง ดวงตาสีฟ้าสดจ้องหน้าคนพูดอย่างระแวง “ข้อเสนออะไร ถ้ามันไม่เกินความสามารถและไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมอาจรับปากคุณ”“มันไม่เกินความสามารถของคุณแน่”วาสิน
“พ่อใส่ชื่อพ่อของเจ้าเอื้อว่า โอลิเวอร์ เมดิสันไปแล้ว อย่าบอกสิตาให้รู้นะ ไม่อย่างนั้นมันจะอาละวาดพ่อ มันเกลียดผู้ชายคนนั้นมาก แต่เจ้าเอื้อควรได้รับสิทธิ์ตามชาติกำเนิดของแก ไอ้คนเป็นพ่อของมันต้องชดใช้ให้ลูกชายที่มันทำให้เกิดมา” นายชาญชัยลงชื่อบิดาในใบเกิดของหลานชายตามจริง ด้วยหวังในทรัพย์มหาศาลของ
“พ่อ... พ่อคือพ่อโอลิเวอร์ของลูกยังไงล่ะครับ”โอลิเวอร์ผลักประตูก้าวเข้าไปหาลูกชาย เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้เด็กน้อยที่ทำหน้าเหวอ ย่อตัวอ้าแขนออกสบตาสีเดียวกันแล้วพยักหน้าให้ น้องเอื้อนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่งริมฝีปากสีสดเบะออกก่อนจะโผเข้าหาอ้อมกอดที่แกรอคอยมาทั้งชีวิต พร้อมกับปล่อยโฮลั่น“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่







