Share

บทที่ 7

“ต้องซาวน้ำล้างเศษดินทิ้งก่อนหุงเจ้าค่ะ” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ในกระแสเสียงปะปนด้วยอารมณ์หวาดหวั่นของผู้เป็นเจ้าของ

เยว่อวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย ในใจบางอ้อขึ้นมาทันที ที่แท้เพราะนางยังไม่ได้ล้างข้าวก่อนนี่เอง สีของน้ำจึงมิต่างจากน้ำโคลนเช่นนี้ หญิงสาวหันไปยิ้มให้เจ้าตัวน้อยที่แอบอยู่ด้านหลังพี่ชาย พลางยกหม้อออกไปล้างเมล็ดข้าวตามคำบอก โดยไม่มีท่าทีเหนียมอายต่อการกระทำผิดพลาดของตนเลยแม้แต่น้อย

เสี่ยวอวี้หลบอยู่ด้านหลังพี่ชายฝาแฝด คำพูดที่หลุดออกไปเมื่อครู่ทำให้นางเกิดอาการตื่นตระหนก คิดถึงยามอาหญิงเล็กที่ชอบหยิกตีตนยามไม่พอใจ เด็กหญิงก็ยิ่งหวาดกลัวว่ามารดาคนใหม่อาจไม่ชอบคำพูดที่ตนเองกล่าวออกมา

ทว่ารอยยิ้มบางของเยว่อวิ๋นเมื่อครู่ ทำให้เด็กหญิงงงงันไปพักหนึ่ง ดวงตาคู่เล็กเบิกกว้างในแววตาผุดประกายวาดหวังบางอย่าง “พี่ชาย ท่านแม่คนใหม่… นางดูใจดีมากเลยเจ้าค่ะ”

ผู้เป็นพี่ฟังน้องสาวพูดพร้อมกับดึงชายเสื้อตนแล้วพูดไม่ออก น้องโง่เอ๋ย ผู้อื่นแค่ส่งยิ้มให้เล็กน้อย นางก็มอบป้ายคนดีให้อีกฝ่ายเสียแล้ว ช่าง…

ต้าเป่าแม้จะมีอายุแค่ห้าขวบ ทว่าฉลาดเฉลียวมีความคิดเกินเด็กวัยเดียวกัน ก่อนที่พ่อเฒ่าเซี่ยจะจากไป เขาเคยได้ร่ำเรียนเขียนอ่านกับท่านปู่มาก่อน จึงพอรู้จักคำพูดประโยคในตำรามาอยู่บ้าง เด็กชายรู้สึกว่าเวลานี้เขาสามารถนิยามลักษณะนิสัยน้องสาวฝาแฝดของตนเองได้เพียงประโยคนี้เท่านั้น

นั่นก็คือ คนโง่ใสซื่อไร้เดียงสาที่ถูกขายแล้วยังช่วยคนลงมือนับเงินอีกด้วย!

เสี่ยวอวี้ไม่ทันรู้เลยว่าถูกพี่ชายแปะป้ายคนโง่ใสซื่อให้แล้ว ดวงตาคู่เล็กมองตามด้านหลังของสตรีแปลกหน้าอย่างสนใจใคร่รู้ ก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งปรื๋อออกไปด้านหลังตามอีกฝ่าย

ต้าเป่าสบถเบาๆ ก้าวเท้าตามไปติดๆ ดูสิ เพียงแค่หันหลังน้องสาวโง่ก็ลืมคำเตือนของเขาเสียแล้ว

เสี่ยวอวี้ที่ถูกพี่ชายค่อนขอดไม่ได้รู้ตัวแม้แต่น้อย เด็กหญิงวิ่งมาหยุดด้านหลังมารดาเลี้ยงของตน จากนั้นจึงชะโงกมองภายในหม้อ เห็นว่าสีน้ำใสไร้ตะกอนดินศีรษะเล็กๆ ก็ผงกขึ้นลงอย่างพอใจ

แม้ไม่มีวาจา ทว่าเยว่อวิ๋นกลับเข้าใจความหมายของท่าทางเหล่านั้นได้ นึกไม่ถึงว่าจากแม่ทัพผู้บัญชาการรบ ยามนี้ตนจะตกต่ำจนเด็กน้อยก็ยังดูแคลนไม่เชื่อใจ คิดแล้วนางพลันรู้สึกทั้งฉิวทั้งขันบอกไม่ถูก

“หิวแล้วใช่หรือไม่ รอก่อนนะข้าวต้มยังต้องต้มอีกสักพักถึงจะสุก” มองเห็นดวงตากลมพราวระยับที่จับจ้องไปยังหม้อในมือนาง เยว่อวิ๋นเอ่ยบอกอย่างอดไม่ได้

เสี่ยวอวี้ฟังแล้วดวงตาเบิกกว้าง เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าคำพูดเมื่อครู่นั้นกล่าวกับตัวเองจริงๆ

เมื่อครู่ที่บอกให้รอ แสดงว่าอีกฝ่ายคิดจะแบ่งอาหารให้นางด้วยใช่หรือไม่ คิดแล้วดวงหน้าเล็กก็เผยรอยยิ้มสดใสออกมาเต็มสีหน้า

“อื้ม เจ้าค่ะ”

เสียงเล็กๆ รับคำ ท่าทางเชื่อฟังรู้ความในขณะที่เจ้าตัวยังจ้องเขม็งไปยังหม้อ ท่าทางน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก เยว่อวิ๋นใจอ่อนยวบจนอดเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กไม่ได้

เส้นผมของเด็กน้อยทั้งเหนียวทั้งแข็งกระด้างไม่สบายมือเลยสักนิด เยว่อวิ๋นขมวดคิ้วบางๆ ทว่าไม่เอ่ยปากอะไร นางหันหลังก้าวเข้าครัว หลังจากวางหม้อลงบนเตา ก็เดินไปค้นของบนโต๊ะอีกครั้ง

ในบ้านไม่มีผักสด มีเพียงผักแห้งกับโหลผักดองที่ด้านในมีอยู่ไม่ถึงครึ่ง มือเรียวอุ้มโหลขึ้นมาถือ ก่อนจะฉวยเอาตะกร้าใส่ไข่ที่มีอยู่สิบกว่าใบติดมาด้วย

ผักสดไม่มีไม่เป็นไร ข้าวต้มกับผักดองก็พอเข้ากันอยู่ เพียงแต่ในบ้านมีเด็กน้อยวัยกำลังโตกับคนป่วยอยู่ คนผู้นั้นร่างกายย่ำแย่ทรุดโทรมนัก หากไม่บำรุงด้วยเนื้อหรือไข่ก็คงไม่เพียงพอให้ฟื้นตัวเป็นแน่

เห็นมารดาคนใหม่ยืนนิ่งไม่ขยับ เสี่ยวอวี้เริ่มวุ่นวายใจ แม้จะไม่คุ้นเคยกันมาก่อน ทว่ารอยยิ้มกับฝ่ามือที่ลูบศีรษะก็อบอุ่นเหลือประมาณ อีกทั้งอีกฝ่ายยังเอ่ยปากแล้วว่าจะแบ่งอาหารให้พวกตนด้วย

“ผะ…ผักสดต้องไปเก็บที่แปลงในลานด้านหลังบ้านใหญ่เจ้าค่ะ ทะ…ที่นี่แต่ก่อนเป็นกระท่อมสำหรับเก็บของเท่านั้น”

ใช่แล้ว เดิมทีพวกนางอาศัยอยู่ในบ้านสกุลเซี่ย แต่เป็นเพราะท่านพ่อแต่งมารดาใหม่เข้ามา ท่านย่าจึงจัดเตรียมกระท่อมแห่งนี้ให้พวกนางสามคนพ่อลูกย้ายมาอยู่ที่นี่แทน

เยว่อวิ๋นฟังแล้วพลันเข้าใจในทันที มิน่าเล่าเมื่อวานนางถึงรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เหตุใดบ้านสกุลเซี่ยที่ใครต่างก็บอกว่าฐานะไม่เลว ถึงได้ดูยากไร้ถึงเพียงนี้ นั่นก็เพราะกระท่อมแห่งนี้ก็เป็นแค่ที่ทิ้งขว้างภาระของพวกเขาเท่านั้น

“ไม่เป็นไร มีผักดองกับไข่ไก่อยู่ พวกเรากินไปก่อนก็แล้วกัน” เยว่อวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะที่มือก็ล้างไข่ไก่ไปด้วย

ยามนี้ฟ้าเริ่มสางแล้ว อีกสักพักคนบ้านเซี่ยก็คงมา หากไม่รีบกินให้อิ่มไว้ก่อนจะเอาแรงที่ไหนไปรับมือ เยว่อวิ๋นคิดพลางขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะนำไข่ไก่ในมือลงใส่ในหม้อข้าวต้มทันที

ห้า… หก… เจ็ด… แปด…

เสี่ยวอวี้เบิกตากว้าง นับจำนวนไข่ที่จมหายไปในหม้ออย่างตกใจ ไข่ไก่ถือเป็นของล้ำค่ามาก อยู่กับท่านย่านางและพี่ชายยังไม่เคยได้กิน ทว่ามารดาคนใหม่กลับใส่ลงไปถึงแปดฟอง ช่างมือเติบยิ่งนัก

ต้าเป่าที่เพิ่งขยับเข้ามาดูอ้าปากค้างไม่ต่างกัน ไข่ไก่ในบ้านเซี่ยมีไว้สำหรับอาสามกับอาหญิงเล็กเท่านั้น แม้แต่เซี่ยเสี่ยวเกอบุตรชายคนโตของท่านลุงใหญ่บางวันก็ยังไม่มีให้กินด้วยซ้ำ ทว่าสตรีตรงหน้ากลับนำมาต้มในคราวเดียวถึงแปดฟอง

ฟุ่มเฟือย! นี่มันฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว!

เยว่อวิ๋นไหนเลยจะเข้าใจถึงเรื่องราวเหล่านี้ ชีวิตก่อนนางคือท่านหญิงแห่งวังอ๋อง ต่อให้มีชีวิตเป็นเพียงเม็ดหมากในมือบิดา ทว่าด้านอาหารการกินที่เพียงต้องใช้เงินมีหรือจะขาดตกบกพร่อง กระทั่งเข้าสู่กองทัพในยามที่เดินทางไร้เสบียง บนโต๊ะอาหารของนางก็มิเคยขาดแคลนจานเนื้อสักมื้อ

ไม่สิ อย่าว่าแต่จะไม่มีให้กินเลย แต่ละมื้อของนางยังไม่เคยจำเจด้วยซ้ำ หากไม่มีเนื้อหมูป่าก็มักเป็นกวาง ไม่มีไก่ป่าก็เป็นนกหรือปลา และเบื้องหลังความเพียบพร้อมพวกนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นความชอบของคนผู้นั้นทั้งสิ้น

เนื่องจากความคิดถูกดึงล่องลอยไปกับอดีต เยว่อวิ๋นจึงไม่ทันสังเกตสีหน้าสองพี่น้อง ทำให้นางพลาดสีหน้าหนักอกหนักใจของเจ้าตัวน้อยทั้งสองไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 392

    “ที่แม่พูดไปฟังเข้าใจไหม” เยว่อวิ๋นถามซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าเหลอหลาของบุตรสาว“ขะ... เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสียงเล็กตอบรับ“เยว่ซื่อ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร มิน่าบุตรสาวเจ้าถึงติดนิสัยชอบโกหก นั่นเป็นเพราะเจ้าเอาแต่ให้ท้ายนางอย่างไรเล่า” จั๋วเหมียวกล่าวพลางตบโต๊ะข้างมือเสียงดังปัง“เจ้าลองพูดอีกคำสิ” เยว

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 391

    “เมื่อมีการฟ้องร้อง ขุนนางท่านนั้นจึงเปิดศาลไต่สวนทั้งคู่ เถ้าแก่กล่าวหาว่าหญิงชราขโมยของของตน ครั้นหญิงชราก็ปฏิเสธว่านางมิได้กระทำ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดของตนมาหักล้างเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำของตัวเอง แล้วอาจารย์ทั้งสองเล่าคิดเห็นอย่างไร”คิดเห็นอย่างไร?คำถามถูกเอ่ย ซูจี๋กับจั๋วเหมียวต่างมีสีหน้าเค

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 390

    “ในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีวีรสตรีมากมายที่ฝากนามจารึกสู่ชนรุ่นหลัง ยกตัวอย่างที่ทุกคนรู้จัก ก็ไทเฮาเต๋อหนิงที่ขึ้นว่าราชการหลังม่านช่วยเหลือฮ่องเต้ไท่ผิงหลังสิ้นฮ่องเต้หย่งชางนั่นอย่างไรเล่า”ปกติบรรดาบรรดาบัณฑิตไม่ว่าสมัยไหนก็มักกีดกันสตรี ทว่ากับไทเฮาเต๋อหนิงผู้นี้กลับแตกต่างออกไ

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 389

    “เสี่ยวอวี้อย่าร้องนะลูก แม่อยู่ที่นี่แล้วลูกไม่ต้องกลัว”น้ำเสียงปลอบประโลมรวมถึงฝ่ามือที่ตบลงมาบนหลังอย่างอ่อนโยนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เจ้าซาลาเปาน้อยที่ถูกห้อมล้อมด้วยความไม่เป็นธรรมและการกดดันมานาน พลันร้องร่ำไห้ออกมาโฮใหญ่ทันที ชั่วขณะนั้นห้องเรียนมีเพียงเสียงร้องไห้ที่ราวกับจะขาดใจดังก้องไปทั

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 388

    ซูจี๋ขมวดคิ้วเป็นร่องลึกกว่าเดิม ประโยคเมื่อครู่ของจั๋วเหมียวฟังผิวเผินคล้ายว่าเป็นเพียงคำพูดทั่วไปไม่มีอะไร ทว่าแท้จริงแล้วพุ่งเป้ามาที่เขากับเซี่ยจื่ออวี้อย่างเห็นได้ชัดแค่ประโยคเดียวที่อีกฝ่ายกล่าวมา ก็สรุปรวบรัดไปได้แล้วสองความหมายกลายๆ นั่นคือ หนึ่งเซี่ยจื่ออวี้เป็นฝ่ายพูดโกหก สองเพราะเขาเห็นแ

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 387

    เสี่ยวอวี้ตัวน้อยถูกการกระทำของอาจารย์ทำให้หมดความมั่นใจ คิดถึงว่าขนาดอาจารย์ที่เป็นคนอื่นยังเชื่อคำพูดของเยว่เสี่ยวซู เจ้าตัวเล็กก็ไม่กล้าบอกกล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้เยว่อวิ๋นฟังเยว่เสี่ยวซูบอกว่าเขาคือหลานชายแท้ๆ ของท่านแม่ ส่วนนางนั้นเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด หากพู

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 37

    อู๋ซื่อได้ยินถ้อยคำที่กล่าวพลันตาเหลือก หลบเลี่ยงสายตาที่จ้องมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อตนของน้องสามีด้วยใจหวาดหวั่น ตนก็แค่อยากใช้สถานะสะใภ้ใหญ่ของตัวเองมาข่มเยว่ซื่อระบายโทสะในใจ ไหนเลยจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เดินตามบทบาทเหมือนคนปกติทั่วไปแบบนี้เยว่อวิ๋นไม่รอให้น้องสามีกับพี่สะใภ้ส่งสายตากันจบ นางก็เร

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-18
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 18

    เสียงของเยว่อวิ๋นไม่ได้เบานัก ภายในบ้านที่คับแคบจึงได้ยินกันโดยทั่ว สี่คนที่กำลังถูกเปรียบเปรยเป็นสุนัขมีใบหน้าแดงก่ำ ส่วนแม่เฒ่าเซี่ยนั้นทั้งแดงทั้งดำสลับกันจนดูน่าขันที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากแม่เฒ่าเซี่ยไม่มั่นใจ ว่าประโยคเมื่อครู่ของเยว่อวิ๋นหมายถึงลูกๆ ของนาง หรือกล่าวเหมารวมไปถึงตัวนางเองด้วย เพ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-17
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 21

    หลังจากวกวนทุ่มเถียงกันไปมาอยู่นาน ในที่สุดหนังสือแยกครอบครัวก็ถูกเขียนขึ้นโดยเซี่ยเหล่าซานท่ามกลางคำเกลี้ยกล่อมของเซี่ยจินและเซี่ยหยวนชาง แม่เฒ่าเซี่ยรับเอาหนังสือที่ถูกลงชื่อมาถือไว้ด้วยมืออันสั่นเทา นางไม่ยินยอมทว่ากลับไม่อาจขัดขืนดวงตาหญิงชราจับจ้องไปที่ร่างบนเตียงของบุตรชายไม่วางตา ขณะที่ใจก็

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-17
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 16

    เยว่อวิ๋นยังไม่ทันกล่าวคำพูด ก็มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นเสียก่อน เมื่อหันไปมองที่มาของเสียงก็เห็นแม่เฒ่าเซี่ยเดินนำหน้าคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาคนกลุ่มนั้นประกอบไปด้วยบุรุษสองคนสตรีสองนาง สองในสี่นั้นนางพอรู้จักคุ้นหน้าอยู่บ้าง เพราะเคยพบอีกฝ่ายเมื่อวันส่งตัวเจ้าสาว เป็นเซี่ยจินกับอู๋ซื่อพี่สะใภ้ใหญ่ของนางนั

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-17
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status