Share

- 1 - กลับมา

last update publish date: 2026-07-24 14:43:28

"ฮัมเพลงมาแต่ไกลเลยนะมึง! คนมีแฟนนี่มันอารมณ์ดีออร่าจับขนาดนี้เลยหรือไงวะไอ้โซ่"

เสียงของเกียร์ตะโกนแซวขึ้นมาทันทีที่เห็นร่างสูงของเพื่อนสนิทเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้ามาในโรงอาหารของคณะ

 โซ่เดินถือจานข้าวมานั่งแหมะลงตรงข้ามกับเกียร์ บนใบหน้าหล่อยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างขวางจนคนมองอดหมั่นไส้ไม่ได้

"ก็ช่วยไม่ได้ว่ะ คนมันมีความรัก โลกมันก็เลยเป็นสีชมพูหน่อยๆ มึงไม่เข้าใจหรอกไอ้พวกคนโสด" โซ่ยักคิ้วกวนๆให้เกียร์ ก่อนจะตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย 

"แล้วนี่เจ้าขาก็เพิ่งซื้อขนมมาฝากกูด้วยนะเว้ย โคตรน่ารักเลยว่ะ"

"เออๆอวดเข้าไป! ระวังมดจะขึ้นโรงอาหารจนคนอื่นเขาไม่มีที่นั่ง" 

เกียร์เบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ปนอิจฉา ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับเพื่อนอีกคนในกลุ่มที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เช้า

ซีนหนุ่มหล่อลูกเจ้าของห้างทองที่ปกติมักจะเป็นจุดสนใจของคนรอบข้าง แต่วันนี้กลับแผ่ออร่าความอึมครึมออกมาจนแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

 เขานั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมืออย่างเอาเป็นเอาตาย นิ้วแกร่งเลื่อนหน้าจอแอปพลิเคชันอินสตาแกรมขึ้นลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม

พะพายหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆซีนลอบสังเกตอาการของอีกคนมาพักใหญ่แล้ว เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือไปแตะลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาเบาๆ

"ซีนเป็นอะไรหรือเปล่า? ทำไมวันนี้ดูเงียบๆ ข้าวก็ไม่ยอมกิน"

 เสียงหวานใสของพะพายเอ่ยถามด้วยความห่วงใย พร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างไปให้

ซีนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของพะพายอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ เขาไม่ได้หันไปมองหน้าเธอด้วยซ้ำ สายตายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์

"เปล่า" ซีนตอบสั้นๆน้ำเสียงห้วนจัดจนคนฟังรู้สึกได้

เขาเลื่อนฟีดอินสตาแกรมอีกครั้ง... ว่างเปล่า ไม่มีอัปเดตอะไรเลย

ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของคนอารมณ์ร้อน ซีนถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง 'ปึก' เรียกความสนใจจากเพื่อนทั้งโต๊ะ

"เป็นเหี้ยไรของมึงเนี่ยไอ้ซีน" โซ่ที่ทนดูพฤติกรรมแปลกๆของเพื่อนไม่ได้เอ่ยปากถามขึ้น 

"กูเห็นมึงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องโทรศัพท์เหมือนคนบ้ามาหลายวันแล้วนะเว้ย เป็นอะไรวะ"

"นั่นดิ มึงมีเรื่องอะไรเครียดๆ หรือเปล่า บอกพวกกูได้นะเว้ย" เกียร์เสริม พลางมองหน้าเพื่อนอย่างจับผิด

ซีนจิ๊ปากอย่างขัดใจ ยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมสีเข้มของตัวเองจนยุ่งเหยิงไปหมด

"เรื่องของกูน่า พวกมึงไม่ต้องมายุ่งหรอก"

เขาตอบปัดๆพยายามเก็บซ่อนความว้าวุ่นใจเอาไว้มิดชิด ความจริงที่เขาไม่อยากบอกใครก็คือ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่มีนาบินไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ เขาไม่เคยหยุดส่องโซเชียลมีเดียของเธอเลยแม้แต่วันเดียว 

แม้ในชีวิตจริงอีโก้ของเขาจะสูงเสียดฟ้าจนไม่ยอมทักไปง้อก่อน แต่ในโลกออนไลน์ เขากลับกลายเป็นคนโรคจิตที่คอยตามดูชีวิตประจำวันของเธอทุกฝีก้าว

เธอไปกินอะไร ไปเที่ยวที่ไหน ยิ้มกว้างแค่ไหน เขารู้หมด

แต่ทว่าช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากที่มหาลัยเปิดเทอมสองของปีสาม จู่ๆความเคลื่อนไหวบนอินสตาแกรมของมีนาก็หยุดชะงักลง ไม่มีรูปถ่าย ไม่มีสตอรี่ ไม่มีแม้แต่การกดไลก์รูปของเพื่อนคนไหนเลย

ในใจของคนฟอร์มจัดกำลังจะบ้าตาย เขาคิดไปสารพัดว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า ป่วยไหม เกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า 

หรือว่า... เธอจะมีคนใหม่ไปแล้วถึงได้หายเงียบไปแบบนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด หงุดหงิดที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั่งมองหน้าจอโง่ๆนี่

พรึ่บ!

จู่ๆซีนก็ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง จนเก้าอี้ขูดกับพื้นเสียงดังลั่น เพื่อนทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นตาเดียว

"อ้าว มึงจะไปไหนวะไอ้ซีน ข้าวยังไม่ได้แดกเลยนะเว้ย" โซ่ร้องถามด้วยความงุนงง

"ไม่หิวว่ะ กูจะไปเดินเล่นหน่อย พวกมึงกินกันไปเถอะ"

ซีนพูดจบก็คว้าโทรศัพท์มือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกง เตรียมจะก้าวขาเดินออกไปจากโต๊ะ

"เดี๋ยวสิ!" พะพายรีบลุกขึ้นยืนตามทันที 

"ให้กูไปเป็นเพื่อนไหม มึงดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลย กูไม่อยากปล่อยให้มึงไปคนเดียว"

หญิงสาวทำท่าจะเดินตามหลังเขาไป แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นโต๊ะ เกียร์ก็รีบเอื้อมมือไปคว้าสายกระเป๋าสะพายของพะพายเอาไว้เสียก่อน พร้อมกับส่งรอยยิ้มกวนๆไปให้

"โอ๊ยยย พายยย มึงจะไปเดินตากแดดให้ผิวเสียทำไมเนี่ย" เกียร์ทำทีเป็นพูดติดตลก ออกแรงดึงเบาๆ ฃให้พะพายนั่งลงที่เดิม 

"ปล่อยมันไปเดินโง่ๆ ระบายอารมณ์ของมันคนเดียวเถอะ มึงมานั่งนี่เลย มาช่วยกูดูหน่อยว่ากูจะตอบแชทน้องคนนี้ยังไงดี มึงเป็นผู้หญิงน่าจะเข้าใจผู้หญิงด้วยกันมากกว่ากูนะ มาๆช่วยเพื่อนหน่อย"

เกียร์พยายามหาข้ออ้างดึงตัวพะพายเอาไว้ เขาพอจะมองออกว่าซีนกำลังต้องการความเป็นส่วนตัว 

และที่สำคัญ... เขาไม่อยากให้พะพายเข้าไปวุ่นวายกับซีนมากเกินไป ในฐานะเพื่อน เขาเริ่มรู้สึกว่าการกระทำของพะพายบางอย่างมันดูเกินเลยและอาจจะทำให้ซีนอึดอัด

พะพายทำหน้างอเล็กน้อย ขืนตัวไว้ไม่ยอมนั่งลงง่ายๆ ชะเง้อคอมองตามแผ่นหลังกว้างของซีนที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆอย่างไม่สบอารมณ์ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมทิ้งตัวลงนั่งตามแรงดึงของเกียร์

"เกียร์! มึงนี่น่ารำคาญจริงๆ เลย!" หญิงสาวบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมก้มลงดูหน้าจอโทรศัพท์ของเกียร์แต่โดยดี

ทางด้านซีนเมื่อปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนได้ เขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปตามทางเดินของคณะอย่างเลื่อนลอย อากาศร้อนอบอ้าวช่วงพักเที่ยงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเท่ากับความว้าวุ่นใจที่สุมอยู่ข้างใน

เขาเดินเตะฝุ่น เตะก้อนหินริมทางไปเรื่อยเปื่อย ริมฝีปากหยักพึมพำบ่นกับตัวเองไม่หยุด

"ยัยบ้าเอ๊ย หายไปไหนของเธอวะ จะอัปสตอรี่สักนิดให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่มันยากนักหรือไงวะ โทรศัพท์พังหรือไง หรืออินเทอร์เน็ตที่นู่นมันห่วยแตกจนเล่นไอจีไม่ได้ว่ะ"

เขาพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองสารพัด แต่ในส่วนลึกของจิตใจ เขารู้ดีว่ามันเป็นแค่การหลอกตัวเอง 

ความกลัวสูญเสียเริ่มเกาะกินหัวใจทีละนิด หากเธอหายไปจากชีวิตของเขาจริงๆ เขาจะทำยังไง หกเดือนที่ผ่านมามันก็พิสูจน์แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ

อีโก้บ้าบออะไรนั่น ตอนนี้มันแทบจะไม่เหลือความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับการที่เขาไม่ได้เห็นหน้าเธอ

เขาเดินใจลอยมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงริมสนามฟุตบอลของมหาลัย เสียงโหวกเหวกโวยวายของนักศึกษาชายที่กำลังเตะบอลกันอยู่กลางสนามดังแว่วเข้าหู แต่ซีนไม่ได้ใส่ใจ เขากำลังจะหมุนตัวเดินกลับ ทว่า... หางตาของเขากลับสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง

ลูกฟุตบอลหนังสีขาวดำกำลังพุ่งมาด้วยความเร็วสูง ทิศทางของมันมุ่งตรงไปยังร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าผ้าอยู่ริมสนาม

"เฮ้ย! ระวังน้อง!" เสียงตะโกนเตือนจากในสนามดังลั่น

วินาทีนั้นร่างกายของซีนตอบสนองเร็วกว่าความคิด ขาหยาวสับวิ่งพุ่งเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่คิดชีวิต เขาเอื้อมมือออกไปสุดแขน...

ป้าบ!

เสียงลูกฟุตบอลกระแทกเข้ากับท่อนแขนแกร่งของซีนอย่างจัง แรงปะทะทำเอาเขาเซไปเล็กน้อย ลูกฟุตบอลกระดอนตกลงพื้นแล้วกลิ้งหลบไปอีกทาง ซีนสะบัดแขนไล่ความชา ก่อนจะรีบหันไปหาหญิงสาวที่เพิ่งถูกเขาช่วยเอาไว้

"เป็นอะไรไหมครับ โดนตรงไหนหรือเปล่า" ซีนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความกังวล

หญิงสาวที่กำลังตกใจสุดขีด ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองคนแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้

วินาทีที่ดวงตาสองคู่สบประสานกัน... โลกทั้งใบของซีนก็เหมือนหยุดหมุน

ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกลมหายใจปรากฏอยู่ตรงหน้า

 ไม่ใช่ในหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ใช่ในความฝัน แต่มันคือเรื่องจริง

"มีนา..." เสียงทุ้มครางเรียกชื่อคนตรงหน้าแผ่วเบาราวกับละเมอ

มีนายืนนิ่งอึ้ง ดวงตากลมโตที่เคยสดใส บัดนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ความตกใจจากการเกือบโดนลูกบอลอัดหน้าจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจุกอกเมื่อได้เห็นหน้าผู้ชายที่ทำให้เธอต้องหนีไปไกลถึงครึ่งปี

ความรู้สึกมากมายตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ทั้งความคิดถึง ทั้งความเจ็บปวด ทั้งความโกรธที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจ 

น้ำตาที่เธอพยายามกักเก็บเอาไว้มาตลอดหกเดือน พังทลายลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ หยดน้ำใสๆไหลลงมาอาบสองแก้มเนียนอย่างเงียบงัน

ซีนมองภาพคนตรงหน้าร้องไห้ด้วยหัวใจที่บีบรัดจนปวดหนึบ อีโก้ที่เคยมีปลิวหายไปในอากาศ 

เขาลืมไปหมดสิ้นว่าก่อนหน้านี้เราทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหน ลืมไปหมดว่าเขาเคยบอกตัวเองว่าจะไม่ยอมง้อ

มือหนาที่กำลังสั่นเทายกขึ้นช้าๆ หมายจะเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มใสที่เขาเคยหวงแหน

แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะสัมผัสโดนผิวแก้ม มีนากลับก้าวเท้าถอยหลังหนีสัมผัสของเขาอย่างรวดเร็ว

ฝ่ามือของซีนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาในอกเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหมางเมิน

"ธะ.. เธอกลับมาแล้วเหรอ" ซีนพยายามเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ลำคอของเขาแห้งผากไปหมด 

"กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่.ทำไมถึง..."

ทำไมถึงไม่บอกกันบ้าง ทำไมถึงเงียบหายไป ทำไมถึงปล่อยให้เขากลายเป็นคนบ้าอยู่แบบนี้ คำถามมากมายอัดอั้นอยู่ในใจ แต่เขาไม่กล้าพอที่จะพูดมันออกมา

มีนายกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเองอย่างลวกๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด  แม้ในใจจะกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงก็ตาม 

เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนของเขา ก่อนจะแค่นยิ้มบางๆออกมา

"จะถามทำไม?"

น้ำเสียงเย็นชาและห่างเหินที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบาง ทำเอาซีนถึงกับหน้าชา มันไม่ได้มีความอ่อนโยนหรือความคุ้นเคยหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

มีนาหมุนตัวหันหลังเตรียมจะเดินหนีไปจากตรงนั้น เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของเธอ ไม่อยากให้เขารู้ว่าตลอดหกเดือนที่ผ่านมา เธอเองก็ไม่ได้ลืมเขาได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

"เดี๋ยว! มีนา!"

หมับ!

มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้แน่นจนมีนาเผลอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ 

เธอพยายามสะบัดข้อมือออก แต่เขากลับยิ่งกระชับให้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าถ้าเขาปล่อยมือครั้งนี้... เธอจะหายตัวไปจากชีวิตของเขาอีกครั้ง

"อย่าเดินหนีได้ไหม... ซีนขอร้อง"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซีนนี้มีนาขอทวง   - 32 - จบบริบูรณ์

    "ฟอดดด! แอบคิดอะไรอยู่ครับคนเก่ง เหม่อจนโดนขโมยหอมแก้มยังไม่รู้ตัวอีก"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนพวงแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยว ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของสวนหย่อมหลังมหาวิทยาลัย เสียงน้ำพุที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางดังกระทบผิวน้ำเบาๆ สร้างบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก"โอ๊ย! พี่ซีน! เล่นอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย!"มีนาสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งของคนที่ฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มเธอไปหนึ่งทีด้วยความตกใจปนเขินอาย ใบหน้าหวานหันไปค้อนขวับใส่ผู้ชายตัวโตที่กำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด"ก็ใครใช้ให้เธอยืนเหม่อล่ะครับ ซีนเรียกตั้งสองรอบก็ไม่ได้ยิน มัวแต่คิดอะไรอยู่ หืม?" ซีนไม่สะทกสะท้าน แถมยังรวบมือเล็กของเธอมากุมไว้หลวมๆแล้วแกว่งไปมาเบาๆ มีนาถอนหายใจออกมาบางๆ รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงเช้าของวัน"มีนาแค่... กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ""เรื่องเมื่อเช้า?" ซีนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เรื่องที่พายมาหาเราน่ะเหรอ""ใช่ค่ะ..." มีนาพยักหน้ารับ แววตาของเธอทอประกายอ่อนโยนลง "มีนา

  • ซีนนี้มีนาขอทวง   - 31 - มีเหตุผล

    "พี่ซีน! ถอยไปเลยนะ มาวอแวแบบนี้เดี๋ยวเค้าก็หั่นผักพลาดโดนนิ้วตัวเองหรอก ไปนั่งรอที่โต๊ะดีๆเลยไป"เสียงหวานใสเอ็ดขึ้นเบาๆพร้อมกับศอกเล็กที่กระทุ้งเข้าที่สีข้างของคนตัวโตเบาๆเป็นการประท้วง แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ถูกไล่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมขยับถอยห่างออกไปเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกระชับท่อนแขนแกร่งที่สวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังให้แน่นขึ้นไปอีก"ก็คนมันอยากช่วยนี่นา หอมจัง ทำอะไรกินครับเนี่ย หอมไปถึงข้างนอกเลย"ซีนกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ก่อนจะฉวยโอกาสกดปลายจมูกโด่งฝังลงบนพวงแก้มใสของแม่ครัวคนเก่งไปหนึ่งฟอดใหญ่เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันที่มีนายอมย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดของเขา ชีวิตของซีนก็เหมือนได้เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป ทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ การได้ยืนกอดเธอจากด้านหลัง มองดูเธอทำอาหารให้กิน มันกลายเป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่มีค่าที่สุดสำหรับเขาไปแล้ว"ไม่ต้องมาทำเนียนเลยนะ อยากช่วยหรืออยากป่วนกันแน่คะ ถอยไปเลย มีนาจะผัดข้าวแล้วเนี่ย" เธอหันมาทำตาดุใส่ แต่รอยยิ้มบางๆบนมุมปากก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวด

  • ซีนนี้มีนาขอทวง   - 30 - จัดการเรียบร้อยแล้ว

    "มึงทำเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยไอ้ซีน คุกนะมึง บุกรุกบ้านคนอื่นแถมพากันมาเป็นแก๊งแบบนี้เนี่ย"เสียงกระซิบกระซาบของโซ่ดังขึ้นที่ข้างหู ขณะที่เขาก้มตัวลงมาหาเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆกลางห้องโถงของบ้านเช่าหลังเล็ก ซีนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำทับเสื้อนักศึกษา ปากคาบมวนบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟติด ควันสีเทาหม่นลอยคลุ้งขึ้นสู่อากาศสร้างบรรยากาศที่ดูอันตรายและกดดันอย่างบอกไม่ถูกด้านซ้ายและขวามีโซ่กับเกียร์ยืนขนาบข้างด้วยใบหน้าตึงเครียด ส่วนด้านหลังของพวกเขายังมีกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์นับสิบคนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมูมายืนกอดอกทำหน้าเหี้ยมเป็นแบ็คอัพให้ลูกพี่ของพวกเขา"จริงของไอ้โซ่มัน" เกียร์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งโน้มตัวลงมากระซิบสมทบอีกคน "ละมึงจะเก๊กทำเหี้ยอะไรนักหนาวะ หล่อมากมั้งไอ้สัส ควันบุหรี่เข้าตากูหมดแล้วเนี่ย จะทำอะไรก็รีบๆทำ"ซีนที่กำลังสวมบทบาทเป็นมาเฟียหนุ่มถึงกับหลุดมาด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจที่เพื่อนรักทั้งสองคนเอาแต่ขัดจังหวะการสร้างบรรยากาศของเขา"จิ๊ พวกมึงนี่ ขัดมู้ดกูหมด" ซีนกระซิบตอบลอดไรฟัน "ก็ต้องวางมาดหน่อยสิวะ ไม่งั้นเขาจะกลัวกู

  • ซีนนี้มีนาขอทวง   - 29 - แค่นี้จิ๊บๆ

    "ไหนบอกว่าเจ็บแผลไงคะ แล้วมาซนอะไรตรงนี้เนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยประท้วงอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อร่างบางที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีเข้มกลางห้องนั่งเล่น ถูกวงแขนแกร่งของเจ้าของห้องดึงรั้งเข้าไปหาจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้าง มีนาพยายามจะขืนตัวออกเพราะกลัวจะไปกระทบกระเทือนบาดแผลที่แผ่นหลังและศีรษะของเขา แต่คนป่วยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังรัดเอวคอดของเธอแน่นขึ้นไปอีก"แผลที่หัวน่ะเจ็บครับ แต่ตรงอื่นมันคิดถึงเธอมากกว่านี่นา"เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างเอาแต่ใจ ซีนสูดดมกลิ่นหอมสบู่เด็กที่คุ้นเคยจากตัวเธอเข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการนอนโรงพยาบาลหลายวันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีผู้หญิงคนนี้อยู่ในอ้อมกอด"พี่ซีน... เพิ่งออกจากโรงพยาบาลแท้ๆ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง พักก่อนดีไหม" มีนาเอียงคอหลบสัมผัสร้อนผ่าว มือเล็กวางแหมะลงบนท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดเธออยู่ พยายามใช้เหตุผลเข้าสู้"บอกแล้วไงว่าเรื่องอื่นน่ะเหนื่อย" ซีนพลิกตัวร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า จับเธอให้นั่งคร่อมลงบนตักแกร่งของเขา นัยน์ตาคมพราวระยับทอดม

  • ซีนนี้มีนาขอทวง   - 28 - ซีนรักเธอคนเดียวก็พอ

    "นี่มันไม่ใช่ทางกลับหอพักของมีนานี่คะพี่ซีน เรากำลังจะไปไหนกันเนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยท้วงขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรู มีนาละสายตาจากวิวทิวทัศน์สองข้างทาง หันมามองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่กำลังทิ้งน้ำหนักศีรษะพิงซบลงบนลาดไหล่เล็กของเธออย่างออดอ้อนวันนี้เป็นวันที่ซีนได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้ โดยมีโซ่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้ และมีเกียร์นั่งประจำที่อยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนคนป่วยที่แผลยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างซีน ก็ฉวยโอกาสยึดเบาะหลังเป็นพื้นที่สวีท จับมือเล็กของมีนามากุมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมาตลอดทาง"ใช่ครับ" ซีนตอบรับเสียงนุ่มนวล ทั้งที่ตายังหลับพริ้มรับสัมผัสอบอุ่นจากเธอ "เรากำลังจะไปคอนโดของซีนกัน ต่อไปนี้เธอต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น ที่นั่นระบบรักษาความปลอดภัยดีกว่าหอพักของเธอตั้งเยอะ"มีนาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินคำตอบเอาแต่ใจนั้น "จะบ้าเหรอคะพี่ซีน ไปอยู่ได้ยังไง ข้าวของที่ห้องของมีนาก็ยังไม่ได้เก็บเลยนะ ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักศึกษา หนังสือเรียนอีก""ไม่ต้องห่วงหรอก ซีนให้คนไปจัดการแพ็คของทุกอย่าง แล้วก็ขนมาจัดไว้ที่ห้องของซีนเรียบร้อยหม

  • ซีนนี้มีนาขอทวง   - 27 -พูดความจริง

    "เงินมีแค่นี้เองเหรอวะมีนา แล้วพ่อจะเอาอะไรไปจ่ายดอกพวกมัน"เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อดังก้องไปทั่วบ้านเช่าหลังเล็กซอมซ่อ มีนายืนก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สภาพของเธอตอนนี้ทั้งเหนื่อยล้าและบอบช้ำไปทั้งกายและใจ ทั้งรอยแดงช้ำบนแก้มที่เพิ่งโดนแม่ของซีนตบมาเมื่อตอนบ่าย และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอก"มีนาทำทุกทางแล้วค่ะพ่อ" เธอตอบกลับเสียงสั่นเครือ "มีนาหามาได้เท่านี้จริงๆ เมื่อคืน... เมื่อคืนมันเกิดเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย มีนาก็เลยได้เงินมาไม่ครบ""เรื่องวุ่นวายอะไรของแก! พ่อบอกแล้วไงว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงิน พวกมันเอาพ่อตายแน่!" พ่อของเธอโวยวายอย่างคนเสียสติ เดินวนไปวนมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะชะงักแล้วหันมามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังอันเห็นแก่ตัว "เออใช่! แกก็ไปขอเงินไอ้แฟนแกสิ! ไอ้หนุ่มนั่นมันลูกคนรวยไม่ใช่หรือไง เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ไปขอมันมาเดี๋ยวนี้เลย!""ไม่! พ่ออย่ายุ่งกับพี่ซีนนะ!"มีนาเงยหน้าขึ้นตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นัยน์ตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธและปกป้อง "พี่ซีนไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้! ที่เขาต้องไปนอนเจ็บปางต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status