로그인"เลิกตามกูสักทีได้ไหมพะพาย!"
เสียงทุ้มตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน ร่างสูงของซีนหยุดชะงักฝีเท้ากะทันหันบริเวณลานจอดรถของคณะ เขาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่เดินตามหลังต้อยๆมาตั้งแต่เลิกเรียน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม แววตาฉายชัดถึงความหงุดหงิดและรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง พะพายชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนมองคนตัวสูงด้วยความน้อยใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "ซีน มึงจะโกรธเรื่องนั้นไปถึงไหน กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้" "ไม่ได้ตั้งใจเหรอว่ะ?" ซีนแค่นหัวเราะในลำคอ เขายืนนิ่งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย "กูยังยอมเป็นเพื่อนมึงได้จนถึงตอนนี้ก็ดีแค่ไหนแล้วพะพาย มึงทำให้กูเลิกกับแฟนเลยนะเว้ย! อยู่ห่างๆกูหน่อยได้ไหมวะ" ความผิดพลาดในอดีตที่เขาเคยใจดีและไม่เว้นระยะห่างกับเพื่อนผู้หญิงคนนี้ มันย้อนกลับมาทำร้ายความรักของเขาจนพังทลาย ซีนเรียนรู้แล้วว่าความเกรงใจที่ผิดที่ผิดทางมันส่งผลร้ายแรงแค่ไหน และเขาจะไม่ยอมทำพลาดซ้ำสองอีก "แต่กูไม่อยากให้มึงห่างเหินกับพายขนาดนี้นี่นา เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะเว่ยซีน" พะพายทำใจดีสู้เสือ ขยับเท้าก้าวเข้าไปหาแล้วเอื้อมมือไปจับท่อนแขนแกร่งของเขาเอาไว้แน่น หวังจะใช้ความคุ้นเคยเดิมๆดึงให้เขากลับมาอ่อนโยนกับเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สะบัด! ซีนสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรงจนพะพายเซถอยหลังไปครึ่งก้าว เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เคยทำมา "มึงเลือกเองนะพะพาย มึงเลือกที่จะทำลายความเชื่อใจของกูเอง" น้ำเสียงเด็ดขาดของซีนทำเอาพะพายถึงกับหน้าเจื่อน ทว่าก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินต่อไป สายตาของซีนก็เหลือบไปเห็นร่างบางของใครบางคนที่เพิ่งเดินพ้นมุมตึกเข้ามายังลานจอดรถพอดี มีนา... ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขากับพะพายเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ร่างเล็กจะชะงักงัน และตัดสินใจหมุนตัวหันหลังเดินหนีไปอีกทางทันที ภาพที่เห็นคงดูเหมือนเขากับพะพายกำลังยืนง้อหรืองอนกันอยู่แน่ๆ "มีนา เดี๋ยว! มีนา!" ความตื่นตระหนกแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ ซีนทิ้งพะพายไว้ข้างหลังทันที ขาหยาวก้าวสับวิ่งตามร่างของแฟนเก่าไปอย่างรวดเร็ว เขาเอื้อมมือไปคว้าแขนเล็กเอาไว้แล้วดึงให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้า "มีนา ฟังซีนก่อนนะ มันไม่มีอะไรเลย ซีนกับพะพายไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ซีนแค่กำลังไล่มันให้เลิกตาม...." ซีนพยายามอธิบายด้วยความร้อนรน เขาไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว แค่นี้เขาก็แทบจะไม่มีโอกาสแก้ตัวเหลืออยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ริมฝีปากบางของมีนาก็ขยับพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเย็นชาจนคนฟังหน้าชา "อธิบายทำไม มีนาไม่จำเป็นต้องรู้ พี่จะทำอะไรกับใครก็ทำ อย่าลืมสิ... เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว" สรรพนามที่เปลี่ยนไปและคำว่าไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วเหมือนมีดแหลมคมที่กรีดลงกลางใจของคนฟัง ซีนยืนนิ่งค้างไปสนิท ลมหายใจสะดุดกึก มือที่จับแขนของเธออยู่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาคมเบิกกว้างมองใบหน้าหวานที่ปราศจากเยื่อใยด้วยความเจ็บปวด พอมีนาเห็นว่าเขาเงียบไป เธอจึงพยายามจะบิดแขนออกเพื่อเดินหนี แต่ทันทีที่เธอขยับตัว สติของซีนก็กลับคืนมา เขารีบคว้าข้อมือเล็กนั้นเอาไว้อีกครั้ง คราวนี้จับแน่นกว่าเดิม "ไม่ได้แล้วจริงๆเหรอว่ะมีนา.." เสียงทุ้มสั่นพร่า แววตาของนักศึกษาวิศวะจอมหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวรานและเว้าวอน "เธอ... เธอมีคนใหม่แล้วเหรอ?" คำถามที่หลุดออกมาจากปากของเขาทำให้มีนาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาคมที่กำลังสั่นไหว หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อเห็นสภาพของผู้ชายที่เคยอีโก้สูงเสียดฟ้ากำลังมองเธอด้วยสายตาอ้อนวอนขนาดนี้ แต่ความเจ็บปวดในอดีตก็ยังคงเป็นกำแพงที่ขวางกั้นไม่ให้เธอใจอ่อนง่ายๆ มีนาปั้นหน้าเรียบตึง หันมองเขาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ไม่ใช่เรื่องที่มีนาต้องอธิบาย ปล่อยได้แล้ว มีนาจะกลับบ้าน" "เธอจะกลับยังไง รถก็ไม่มีเดี๋ยวซีนไปส่ง" ซีนรีบเสนอตัวทันที แม้จะถูกปฏิเสธอย่างไรเขาก็ไม่ยอมแพ้ ปี๊นๆ! แต่ยังไม่ทันที่มีนาจะได้ตอบปฏิเสธ เสียงแตรของรถยนต์คันหรูที่ขับมาจอดเทียบฟุตบาทข้างๆก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน กระจกค่อยๆ เลื่อนลง ปรากฏใบหน้าหล่อเหลาของเบ๊บรุ่นพี่คณะของมีนาที่กำลังส่งยิ้มบางๆมาให้ "มีนา กลับพร้อมพี่ไหม?" ราวกับสวรรค์ส่งตัวช่วยมาให้ถูกจังหวะ ความจริงแล้วมีนาไม่ได้นัดเบ๊บเอาไว้เลยสักนิด แต่ในเมื่อเขามาตรงจังหวะขนาดนี้ เธอจึงไม่รอช้าที่จะใช้เขาเป็นเกราะกำบัง มีนาสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของซีนที่กำลังเผลอมองรถคันนั้นด้วยความตกตะลึง เธอรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับทันที "พี่เบ๊บ รบกวนไปส่งมีนาหน้ามอหน่อยนะคะ" มีนาหันไปพูดกับคนขับด้วยรอยยิ้ม ทำทีเป็นสนิทสนม "พี่ไปส่งที่หอเลยก็ได้นะ ไม่เป็นไรหรอก" เบ๊บอาสาอย่างใจดี "ไม่เป็นไรค่ะ มีนาต้องไปทำธุระต่อ รบกวนแค่หน้ามอพอนะคะ" มีนาปฏิเสธอย่างเกรงใจ ความจริงเธอไม่ได้มีธุระที่ไหนหรอก เธอแค่ต้องการจะหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงนี้ หนีไปให้พ้นจากสายตาตัดพ้อของซีนที่มองทะลุกระจกรถเข้ามาต่างหาก เบ๊บพยักหน้ารับก่อนจะเหยียบคันเร่งขับรถออกไป ทิ้งให้ซีนยืนเคว้งคว้างมองตามท้ายรถที่ค่อยๆห่างออกไปจนลับสายตา "แม่งเอ๊ย!! ไอเหี้ย!" เมื่อรถยนต์คันนั้นลับสายตาไป ซีนก็สบถคำหยาบออกมาลั่นลานจอดรถด้วยความหัวเสียขั้นสุด มือหนายกขึ้นขยี้กลุ่มผมของตัวเองอย่างบ้าคลั่งจนมันยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ความหึงหวงและความรู้สึกไร้ค่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เขาทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากยืนโง่ๆมองผู้ชายคนอื่นพาคนที่เขารักที่สุดจากไป พะพายที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เขาที่กำลังอารมณ์คุกรุ่น "เพราะมีนากลับมาแล้วใช่ไหม? มึงถึงพยายามห่างกับกูแบบนี้" พะพายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ประโยคนั้นทำให้ซีนหันขวับกลับมาจ้องหน้าเพื่อนสนิท "มึงพูดให้มันดีๆนะพะพาย" เสียงทุ้มกดต่ำลอดไรฟัน ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความโกรธจัด "กูพยายามห่างมึงมาตลอดต่างหาก! ตั้งแต่วันที่มึงทำให้กูเสียเขาไป กูไม่เคยอยากเข้าใกล้มึงอีกเลย ถ้าไม่เห็นแก่ที่มึงเคยช่วยชีวิตกูไว้ กูอยากจะเลิกเป็นเพื่อนมึงด้วยซ้ำ!" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งความรักษาน้ำใจทำเอาพะพายถึงกับหน้าชา หน้าอกของเธอชาวาบราวกับถูกตบฉาดใหญ่ หยาดน้ำตาแห่งความอับอายและเจ็บใจเริ่มเอ่อคลอเบ้า ซีนไม่สนใจจะมองผลงานตัวเอง เขาหมุนตัวเดินตรงไปยังรถบิ๊กไบค์ของตัวเอง ตวัดขาขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าหมวกกันน็อกขึ้นมาสวม แต่ก่อนที่จะดึงหน้ากากลง เขาหันกลับมามองพะพายที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "อ่อ แล้วจำเอาไว้นะ อย่าดึงเอามีนามาพูดถึงแบบนี้อีก" เสียงเครื่องยนต์ถูกสตาร์ทดังกระหึ่มลานจอดรถ แต่ก็ไม่ดังไปกว่าประโยคสุดท้ายที่กรีดลึกลงไปในใจของคนฟัง "ไม่ใช่ว่าเขากลับมาแล้วกูถึงเป็นแบบนี้... แต่เขาไม่เคยหายไปจากใจกูเลยต่างหาก" ซีนก็ดึงหน้ากากหมวกกันน็อกลง บิดคันเร่งกระชากออกไปจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูง ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและร่างของพะพายที่ยืนกำหมัดแน่น "ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ว่ะ" เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา ขณะที่ร่างสูงของซีนทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวยาวในสวนสาธารณะข้างคอนโด เขาออกมาจากมหาลัยอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้ความหงุดหงิดนำทางจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่นี่สถานที่ที่เมื่อก่อนเขาและเธอชอบมานั่งเล่นด้วยกันบ่อยๆ บรรยากาศเงียบสงบยามเย็นไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของเขาเย็นลงเลย ซีนนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงมุมใต้ต้นไม้ใหญ่ มุมเดิมที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า... ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีร่างบางของผู้หญิงอีกคนกำลังยืนทอดสายตามองผืนน้ำในสระอยู่เช่นกัน ทั้งสองคนยืนอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน ในสถานที่ที่มีความหลังร่วมกัน ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปช้าๆโดยที่ต่างคนต่างไม่เห็นกันและกัน จนกระทั่งเวลาผ่านไปพักใหญ่... ซีนถอนหายใจยาวดันตัวลุกขึ้นยืนเตรียมจะหมุนตัวหันหลังกลับ เป็นจังหวะเดียวกับที่มีนากำลังจะหันหลังเดินกลับเช่นเดียวกัน วินาทีนั้น... สายตาสองคู่ประสานกันอย่างจัง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ มีนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอตอบสนองเร็วกว่าความคิด ปลายเท้าเล็กก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เตรียมจะหันหลังวิ่งหนีไปจากตรงนี้ "มีนา! เดี๋ยว!" แต่ความไวของซีนมีมากกว่า ขาหยาวก้าวสับเพียงไม่กี่ก้าวก็เข้าประชิดตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กอย่างรวดเร็วและจับเอาไว้แน่น "ปล่อยนะ!" มีนาสะบัดเสียงใส่ พยายามขืนตัวออก "อย่าเดินหนีซีนเลยนะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนทำเอาคนฟังชะงักไปเล็กน้อย ซีนไม่ยอมปล่อยมือ เขาค่อยๆลดสายตาลงมองที่หน้าอกของตัวเอง มืออีกข้างเอื้อมไปแตะสร้อยเกียร์สีเงินที่ห้อยอยู่บนคอ เกียร์ที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของมีนา "ตั้งแต่เธอไป" ซีนเอ่ยเสียงสั่น นัยน์ตาคมช้อนขึ้นสบตากับคนตรงหน้าอย่างมีความหมาย "ซีนไม่เคยให้เกียร์เส้นนี้กับใครเลยนะ" คำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของเขา ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของมีนากระตุกวูบ แต่บาดแผลในใจที่ยังไม่ตกสะเก็ดดี ทำให้เธอเลือกที่จะสร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันตัวเองอีกครั้ง "อธิบายทำไม มีนาไม่ได้อยากรู้" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตาของเธอว่างเปล่าจนคนมองใจหาย "ที่สำคัญ... มีนาก็ไม่อยากได้มันอีกแล้ว" มีนาก็ออกแรงสะบัดข้อมือจนหลุดจากการเกาะกุม ร่างเล็กก้าวเดินสวนไปข้างหน้า จงใจเดินชนไหล่ของเขาอย่างแรงเป็นการตอกย้ำความห่างเหิน ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ซีนเซไปตามแรงกระแทก เขายืนนิ่ง ขาทั้งสองข้างหนักอึ้ง เขาอยากจะวิ่งตามไปรั้งเธอเอาไว้ แต่ก็กลัวเหลือเกินว่าการดึงดันของเขาจะยิ่งทำให้เธออึดอัดและเกลียดเขาไปมากกว่านี้ เธอทำได้เพียงกำหมัดแน่น มองตามแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ก่อนจะตัดสินใจตะโกนไล่หลังไปด้วยเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ซีนไม่มีวันยอมแพ้หรอกนะ! เธอรู้เอาไว้ด้วย!" เสียงทุ้มที่ตะโกนก้องไปทั่วบริเวณสวนสาธารณะ ทำให้จังหวะการเดินของมีนาชะงักไปเสี้ยววินาที เธอไม่หยุดเดิน ไม่หันกลับไปมอง แต่ทุกถ้อยคำ ทุกน้ำเสียงที่หนักแน่นของเขา เธอได้ยินมันชัดเจนทุกคำ ติ๊ง! ระหว่างที่กำลังเดินออกมาจากสวนสาธารณะ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น มีนาล้วงมันออกมาจากกระเป๋า หน้าจอสว่างวาบโชว์ชื่อบัญชีที่คุ้นตาบัญชีที่ใช้ชื่อเพียงแค่ว่า unknow หัวใจของมีนากระตุกวาบ เธอรู้ดีว่าเจ้าของบัญชีนี้คือใคร เพราะมันคือบัญชีเดียวกับที่เคยส่งข้อความปั่นประสาทเธอตลอด นิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอเพื่ออ่านข้อความล่าสุดที่ถูกส่งมา unknow : อยู่ห่างๆซีนเอาไว้ ฉันเตือนเธอก่อนจะกลับมาแล้วนะ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เธออุตส่าห์หนีไปตั้งไกล พอกลับมาก็ยังต้องมาเจอคนนี้ตามส่งข้อความรังควานไม่เลิกรา แววตาของมีนาเปลี่ยนจากความสับสนเมื่อครู่ กลายเป็นความเด็ดเดี่ยวในทันที 'ก็ได้ ในเมื่อชอบเล่นแบบนี้นัก ก็จะจัดให้'"ฟอดดด! แอบคิดอะไรอยู่ครับคนเก่ง เหม่อจนโดนขโมยหอมแก้มยังไม่รู้ตัวอีก"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนพวงแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยว ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของสวนหย่อมหลังมหาวิทยาลัย เสียงน้ำพุที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางดังกระทบผิวน้ำเบาๆ สร้างบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก"โอ๊ย! พี่ซีน! เล่นอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย!"มีนาสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งของคนที่ฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มเธอไปหนึ่งทีด้วยความตกใจปนเขินอาย ใบหน้าหวานหันไปค้อนขวับใส่ผู้ชายตัวโตที่กำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด"ก็ใครใช้ให้เธอยืนเหม่อล่ะครับ ซีนเรียกตั้งสองรอบก็ไม่ได้ยิน มัวแต่คิดอะไรอยู่ หืม?" ซีนไม่สะทกสะท้าน แถมยังรวบมือเล็กของเธอมากุมไว้หลวมๆแล้วแกว่งไปมาเบาๆ มีนาถอนหายใจออกมาบางๆ รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงเช้าของวัน"มีนาแค่... กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ""เรื่องเมื่อเช้า?" ซีนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เรื่องที่พายมาหาเราน่ะเหรอ""ใช่ค่ะ..." มีนาพยักหน้ารับ แววตาของเธอทอประกายอ่อนโยนลง "มีนา
"พี่ซีน! ถอยไปเลยนะ มาวอแวแบบนี้เดี๋ยวเค้าก็หั่นผักพลาดโดนนิ้วตัวเองหรอก ไปนั่งรอที่โต๊ะดีๆเลยไป"เสียงหวานใสเอ็ดขึ้นเบาๆพร้อมกับศอกเล็กที่กระทุ้งเข้าที่สีข้างของคนตัวโตเบาๆเป็นการประท้วง แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ถูกไล่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมขยับถอยห่างออกไปเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกระชับท่อนแขนแกร่งที่สวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังให้แน่นขึ้นไปอีก"ก็คนมันอยากช่วยนี่นา หอมจัง ทำอะไรกินครับเนี่ย หอมไปถึงข้างนอกเลย"ซีนกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ก่อนจะฉวยโอกาสกดปลายจมูกโด่งฝังลงบนพวงแก้มใสของแม่ครัวคนเก่งไปหนึ่งฟอดใหญ่เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันที่มีนายอมย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดของเขา ชีวิตของซีนก็เหมือนได้เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป ทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ การได้ยืนกอดเธอจากด้านหลัง มองดูเธอทำอาหารให้กิน มันกลายเป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่มีค่าที่สุดสำหรับเขาไปแล้ว"ไม่ต้องมาทำเนียนเลยนะ อยากช่วยหรืออยากป่วนกันแน่คะ ถอยไปเลย มีนาจะผัดข้าวแล้วเนี่ย" เธอหันมาทำตาดุใส่ แต่รอยยิ้มบางๆบนมุมปากก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวด
"มึงทำเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยไอ้ซีน คุกนะมึง บุกรุกบ้านคนอื่นแถมพากันมาเป็นแก๊งแบบนี้เนี่ย"เสียงกระซิบกระซาบของโซ่ดังขึ้นที่ข้างหู ขณะที่เขาก้มตัวลงมาหาเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆกลางห้องโถงของบ้านเช่าหลังเล็ก ซีนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำทับเสื้อนักศึกษา ปากคาบมวนบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟติด ควันสีเทาหม่นลอยคลุ้งขึ้นสู่อากาศสร้างบรรยากาศที่ดูอันตรายและกดดันอย่างบอกไม่ถูกด้านซ้ายและขวามีโซ่กับเกียร์ยืนขนาบข้างด้วยใบหน้าตึงเครียด ส่วนด้านหลังของพวกเขายังมีกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์นับสิบคนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมูมายืนกอดอกทำหน้าเหี้ยมเป็นแบ็คอัพให้ลูกพี่ของพวกเขา"จริงของไอ้โซ่มัน" เกียร์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งโน้มตัวลงมากระซิบสมทบอีกคน "ละมึงจะเก๊กทำเหี้ยอะไรนักหนาวะ หล่อมากมั้งไอ้สัส ควันบุหรี่เข้าตากูหมดแล้วเนี่ย จะทำอะไรก็รีบๆทำ"ซีนที่กำลังสวมบทบาทเป็นมาเฟียหนุ่มถึงกับหลุดมาด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจที่เพื่อนรักทั้งสองคนเอาแต่ขัดจังหวะการสร้างบรรยากาศของเขา"จิ๊ พวกมึงนี่ ขัดมู้ดกูหมด" ซีนกระซิบตอบลอดไรฟัน "ก็ต้องวางมาดหน่อยสิวะ ไม่งั้นเขาจะกลัวกู
"ไหนบอกว่าเจ็บแผลไงคะ แล้วมาซนอะไรตรงนี้เนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยประท้วงอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อร่างบางที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีเข้มกลางห้องนั่งเล่น ถูกวงแขนแกร่งของเจ้าของห้องดึงรั้งเข้าไปหาจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้าง มีนาพยายามจะขืนตัวออกเพราะกลัวจะไปกระทบกระเทือนบาดแผลที่แผ่นหลังและศีรษะของเขา แต่คนป่วยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังรัดเอวคอดของเธอแน่นขึ้นไปอีก"แผลที่หัวน่ะเจ็บครับ แต่ตรงอื่นมันคิดถึงเธอมากกว่านี่นา"เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างเอาแต่ใจ ซีนสูดดมกลิ่นหอมสบู่เด็กที่คุ้นเคยจากตัวเธอเข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการนอนโรงพยาบาลหลายวันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีผู้หญิงคนนี้อยู่ในอ้อมกอด"พี่ซีน... เพิ่งออกจากโรงพยาบาลแท้ๆ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง พักก่อนดีไหม" มีนาเอียงคอหลบสัมผัสร้อนผ่าว มือเล็กวางแหมะลงบนท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดเธออยู่ พยายามใช้เหตุผลเข้าสู้"บอกแล้วไงว่าเรื่องอื่นน่ะเหนื่อย" ซีนพลิกตัวร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า จับเธอให้นั่งคร่อมลงบนตักแกร่งของเขา นัยน์ตาคมพราวระยับทอดม
"นี่มันไม่ใช่ทางกลับหอพักของมีนานี่คะพี่ซีน เรากำลังจะไปไหนกันเนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยท้วงขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรู มีนาละสายตาจากวิวทิวทัศน์สองข้างทาง หันมามองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่กำลังทิ้งน้ำหนักศีรษะพิงซบลงบนลาดไหล่เล็กของเธออย่างออดอ้อนวันนี้เป็นวันที่ซีนได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้ โดยมีโซ่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้ และมีเกียร์นั่งประจำที่อยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนคนป่วยที่แผลยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างซีน ก็ฉวยโอกาสยึดเบาะหลังเป็นพื้นที่สวีท จับมือเล็กของมีนามากุมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมาตลอดทาง"ใช่ครับ" ซีนตอบรับเสียงนุ่มนวล ทั้งที่ตายังหลับพริ้มรับสัมผัสอบอุ่นจากเธอ "เรากำลังจะไปคอนโดของซีนกัน ต่อไปนี้เธอต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น ที่นั่นระบบรักษาความปลอดภัยดีกว่าหอพักของเธอตั้งเยอะ"มีนาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินคำตอบเอาแต่ใจนั้น "จะบ้าเหรอคะพี่ซีน ไปอยู่ได้ยังไง ข้าวของที่ห้องของมีนาก็ยังไม่ได้เก็บเลยนะ ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักศึกษา หนังสือเรียนอีก""ไม่ต้องห่วงหรอก ซีนให้คนไปจัดการแพ็คของทุกอย่าง แล้วก็ขนมาจัดไว้ที่ห้องของซีนเรียบร้อยหม
"เงินมีแค่นี้เองเหรอวะมีนา แล้วพ่อจะเอาอะไรไปจ่ายดอกพวกมัน"เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อดังก้องไปทั่วบ้านเช่าหลังเล็กซอมซ่อ มีนายืนก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สภาพของเธอตอนนี้ทั้งเหนื่อยล้าและบอบช้ำไปทั้งกายและใจ ทั้งรอยแดงช้ำบนแก้มที่เพิ่งโดนแม่ของซีนตบมาเมื่อตอนบ่าย และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอก"มีนาทำทุกทางแล้วค่ะพ่อ" เธอตอบกลับเสียงสั่นเครือ "มีนาหามาได้เท่านี้จริงๆ เมื่อคืน... เมื่อคืนมันเกิดเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย มีนาก็เลยได้เงินมาไม่ครบ""เรื่องวุ่นวายอะไรของแก! พ่อบอกแล้วไงว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงิน พวกมันเอาพ่อตายแน่!" พ่อของเธอโวยวายอย่างคนเสียสติ เดินวนไปวนมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะชะงักแล้วหันมามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังอันเห็นแก่ตัว "เออใช่! แกก็ไปขอเงินไอ้แฟนแกสิ! ไอ้หนุ่มนั่นมันลูกคนรวยไม่ใช่หรือไง เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ไปขอมันมาเดี๋ยวนี้เลย!""ไม่! พ่ออย่ายุ่งกับพี่ซีนนะ!"มีนาเงยหน้าขึ้นตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นัยน์ตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธและปกป้อง "พี่ซีนไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้! ที่เขาต้องไปนอนเจ็บปางต







