LOGIN“ใช่ค่ะ ดิฉันมันหัวโบราณ ปลดล็อกประตูให้ดิฉันด้วยค่ะ ดินฉันจะกลับ” มือเล็กปลดเข็มขัดนิรภัยเพื่อจะลงจากรถ
“ปลดล็อกประตูให้ด้วยค่ะประธานแดน”
“เธอก็รู้จักฉันดีนี่ไลลาว่าฉันเป็นคนยังไง”
“เพราะรู้จักไงคะ ถึงได้จะกลับบ้าน”
“รู้ไหมตอนนั้นทำไมฉันยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เพราะฉันเองก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมแต่งงานและก็คงหยุดที่เธอไม่ได้เหมือนกัน ฉันจึงยอมปล่อยไปง่ายๆ แต่วันนี้ฉันเสียดายมากที่ตอนนั้นปล่อยเธอไปง่ายๆ แบบนั้น ฉันน่าจะให้เธอได้ลิ้มรสไฟราคะก่อนจะจากไปวันนั้น”
ตลอดเวลาสี่ปี เขาบอกตัวเองตลอดว่าเสียดายที่ตนเองปล่อยให้ไลลาหลุดมือไป แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอคนตัวเล็กอีกครั้ง และวินาทีแรกที่สบตาเธอตรงหน้าประตูหน้าห้องอาหาร เขาก็รู้ทันทีว่าหัวใจของเขายังเต้นอยู่ มันเต้นแรงอีกครั้งเหมือนเมื่อสี่ปีก่อน ตอนรู้จักกับนักศึกษาฝึกงานตรงหน้า แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่นักศึกษาฝึกงานไร้เดียงสาคนเดิม คำพูดคำจาฉะฉาน แถมยังดูมั่นใจในตัวเองด้วย และยิ่งการแต่งตัวที่เคยจืดชืดตอนนี้กลับดูเซ็กซี่เร่าร้อนทั้งๆ ที่ไลลาไม่ได้แต่งตัวโชว์เนื้อหนังสักนิด แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่าเธอเซ็กซี่มากตอนนี้
“งั้นก็ปล่อยดิฉันไปอีกสิคะวันนี้ ระหว่างเราติดต่อกันแค่เรื่องงานเถอะค่ะ” เพราะยังไงก็ต้องเจอกันอีก เมื่อเธอต้องไปติดต่อธุรกิจพร้อมกับซีอีโอของตน
“มีแฟนรึยัง?”
เขาไม่ตอบ แต่ถามในสิ่งที่อยากรู้แทน เพราะตาเหลือบไปเห็นแหวนทองวงเล็กบนนิ้วมือข้างซ้ายของไลลา
“ค่ะ และจะแต่งงานอีกสองเดือนข้างหน้านี้ด้วยค่ะ” เธอพูดพร้อมกับมองตามสายตาของซีอีโอหนุ่มที่จ้องมองมายังมือตนเอง ไลลายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นอวดแหวนทองวงเล็กบนนิ้วมือเรียวสวยตนเอง
“ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะนอนกับว่าที่เจ้าบ่าวรึยัง เพราะยังไงวันนี้เธอก็ต้อง ‘ขึ้นเตียง’ กับฉัน ไลลา”
เขาพูดพร้อมกับจับกระชากมือซ้ายของเธอแล้วดึงแหวนออกจากนิ้วนางของเธอออกมาโยนทิ้งไปเบาะด้านหลังรถ
“คุณทำบ้าอะไรของคุณประธานแดน” เธอร้องตกใจเมื่อเขากระชากมือไปดึงถอดแหวนหมั้นของเธอโยนทิ้งหลังเบาะรถ
“มันมีปัญญาซื้อให้เธอแค่นี้เหรอไลลา อยากได้แหวนเดี๋ยวฉันซื้อให้”
“ดิฉันไม่ต้องการค่ะ” เธอพูดพร้อมกับขยับตัวจะข้ามไปเบาะหลังเพื่อจะไปหาแหวนทองวงเล็กของตนเองที่ถูกโยนทิ้งไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทันขยับ มือใหญ่ก็คว้าจับเอวเล็กเธอรั้งไว้ด้วยมือเดียว
“ถ้ากล้าไปเก็บมันมา ฉันจะ ‘เอา’ เธอในรถ”
“เลว!” นี่คือคำที่เหมาะกับเขาแล้ว
“ด่าได้ดี!” ไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดแบบนี้จะหลุดจากปากของไลลา เมื่อสี่ปีก่อน ตอนเธอเห็นเขาขึ้นขี่ขย่มนางแบบสาว เธอยังไม่พูดคำว่า ‘เลว’ ออกมาจากปาก มีเพียงคำว่า ‘พอแล้ว’ กาลเวลาทำให้สาวน้อยนักศึกษาฝึกงานของเขาโตแล้วจริงๆ
ไลลาเม้มปากแน่นไม่ตอบโต้ เธอถูกเขากอดเอวเล็กรั้งกระชากให้กลับมานั่งที่เดิม
“จะขึ้นห้องหรือในรถ เลือกเอานะ”
“ดิฉันไม่เลือกอะไรทั้งนั้น ดิฉันจะกลับ”
อืม!
ซีอีโอหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้จะทำตาม เขาเปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมไปฝั่งประตูไลลาเปิดประตูแล้วก้มตัวไปอุ้มร่างเล็กขึ้นพาดบ่ากว้างตัวเอง
“ปล่อยดิฉันเดี๋ยวนี้คุณแดน!”
“ก็บอกแล้วไงให้เลือก เมื่อไม่เลือกก็จะเลือกให้ ขึ้นห้อง คุยกันบนเตียงสะดวกกว่าคุยในรถ ปึก!” แล้วเขาก็ปิดประตูรถแล้วเดินกอดอุ้มคนตัวเล็กที่ดิ้นบนบ่ากว้างตัวเองพาเข้าไปในตัวตึกเพื่อขึ้นลิฟต์ไปชั้นสิบแปด ห้องตนเอง
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคุณแดน ปล่อยดิฉันเดี๋ยวนี้!” ไลลาทั้งดิ้นและทุบตีแผ่นหลังกว้าง แต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่อเขายังคงกอดอุ้มเธอยืนนิ่งในลิฟต์โดยสารไม่ยอมปล่อยเธอลงจากบ่าหนา
“ถ้าไม่หยุดดิ้นและทุบตีไม่หยุด ฉันจะจูบโชว์กล้องวงจรปิดในลิฟต์ เผียะ!” เขาไม่ได้ขู่ แต่จะทำจริงๆ พร้อมกับตบก้นกลมกลึงไปหนึ่งทีเพื่อย้ำคำพูดตนเองว่าตนเองทำจริงแน่ ถ้าเธอยังดิ้นและไม่หยุดทุบตีหลังเขาแบบนี้
ทุกคนที่ประเทศไทยรอลมพาแสงระวีกลับบ้าน และทุกคนก็ต่างตื่นเต้นดีใจที่แสงระวีกำลังจะมีหลานให้ตนเอง ด้านคุณปู่ คุณย่าก็เห่อหลานเข้าวัดไปปรึกษาเรื่องชื่อหลานรอ ส่วนคุณยายไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่ เพราะว่าหลานคนแรก ลูกชายมีให้ อีกไม่กี่เดือน เกล้าภรรยาของแสนก็จะคลอด “นี่เราจะกลับบ้านกันสัปดาห์หน้านะแพมมี่” เพราะใกล้กลับ ทั้งสองจึงมาพักที่โรงแรมที่เป็นครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคน “ค่ะ แพมมี่ไม่คิดว่าพี่ลมจะอยู่เรียนภาษากับแพมมี่ที่นี่จริงๆ ขอบคุณที่อยู่กับแพมมี่และแพ้ท้องแทนแพมมี่นะคะ” “แพ้ท้องก็ต้องพี่อยู่แล้ว เพราะพี่ทำให้แพมมี่ท้องนี่ ว่าแต่จะแช่ออนเซ็นเฉยๆ แบบนี้เหรอ เรามารำลึกความหลังกันไหมทูนหัว”ลมขยับเข้าใกล้แม่ของลูกพร้อมกับก้มหน้าไปซุกไซ้ลำคอระหง “เดี๋ยวคนมาเห็นค่ะ” เธอดันหน้าหล่อพ่อของลูกในท้องออกห่างซอกคอตัวเอง 
“รัก เพราะรักไม่ใช่เพราะแพมมี่ท้อง ที่พี่อยากแต่งงานกับแพมมี่ เพราะพี่รัก อยากหยุดและใช้เวลาที่เหลือของพี่กับแพมมี่ พี่ต้องการแพมมี่มาอยู่ในลมหายใจของพี่” เขาจับมือน้อยที่ดันไหล่ตัวเองมาจูบเบาๆ และเธอก็ไม่ได้ต่อต้านหรือชักดึงมือหนี ลมเงยหน้าขึ้นจากหลังมือน้อยที่เพิ่งจูบไปสบตาเจ้าของมือแล้วพูดต่อ “แพมมี่มองตาพี่ แล้วแพมมี่จะรู้ว่าพี่พูดความจริง พี่ไม่ได้โกหก และก่อนจะมา พี่ก็บอกกับพี่แสน คุณน้าและพ่อกับแม่พี่ว่าพี่ ‘รัก’ แพมมี่ พี่อยากแต่งงานกับแพมมี่ แต่ทุกคนบอกว่าจะเคารพการตัดสินใจของแพมมี่ แต่พี่ไม่เคารพหรอกนะ สิ่งที่พี่ต้องการคือแพมมี่ แพมมี่เป็นของพี่ก็ต้องเป็นของพี่ เข้าใจไหม” “โรคจิต!” หัวใจแสงระวีเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ แต่ก็ยังแสร้งตีหน้าตึงใส่อีกฝ่ายแล้วชักดึงมือตัวเองออกจากมือลม “ใช่ พี่มันโรคจิตและหวงของด้วย และยิ่งถ้าได้รักแล้วพี่จะบ้าและคลั่งมาก และไม่ยอมให้คนอื่นม
“อย่าไปว่าเขาเลยนะ เขาทำถูกแล้ว แพมมี่บอกมาสิว่าทำไมถึงแต่งงานกับพี่ไม่ได้ แพมมี่จะอุ้มท้องคนเดียวได้ยังไง” “แพมมี่ก็อุ้มท้องอยู่นี่ไงคะ แล้วมันไม่ได้ยังไง” “แล้วแพ้ท้องไหม” “ไม่ค่ะ” “รู้ไหมทำไมไม่แพ้ท้อง เพราะพี่แพ้ท้องแทนแพมมี่ยังไงล่ะ พี่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนตอนตื่นนอนทุกเช้า ไม่พอได้กลิ่นกาแฟก็เหม็นอ้วกตลอด และโบราณว่าไว้คนที่แพ้ท้องแทนเมียคือคนที่ ‘รัก’ เมียมากถึงจะแพ้ท้องแทนได้ แพมมี่เคยได้ยินไหม” ทำไมจะไม่เคยได้ยิน และผู้ชายตัวโตอย่างเขาเนี่ยนะจะมาแพ้ท้องแทนเธอ เป็นไปได้ยังไงกัน คนสำส่อนมั่วผู้หญิงอย่างลมเนี่ยนะจะมา ‘รัก’ เธอ เป็นไปไม่ได้ &ldquo
ณัฐรู้ว่าตัวเองทำผิดต่อเพื่อน แต่ก็สงสารเพื่อนและหลานที่จะเกิดมาจึงยอมบอกที่อยู่ของแสงระวีที่ญี่ปุ่นให้ลม ที่ยอมบอกก็เพราะว่าอีกฝ่ายบอกว่า ‘รัก’ จริงจังกับเพื่อนตัวเองจริงๆ และยังบอกอีกด้วยว่าตั้งแต่กลับมาจากญี่ปุ่นครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้แตะต้องผู้หญิงคนไหนอีก และตรี แฟนของรัฐก็บอกว่าคำพูดของลมเชื่อถือได้แน่นอน และเขาก็เชื่อเหมือนกันว่าอีกฝ่ายพูดจริง “พี่ตรีว่าณัฐทำถูกไหมครับ ที่บอกพี่ลมไปว่าแพมมี่พักอยู่ไหน และยังบอกด้วยว่าแพมมี่ท้อง” “หนูทำถูกแล้วครับ หนูทำเพื่อแพมมี่กับหลานนะ” ตรีโอบกอดแฟนตนเองพร้อมกับเอ่ย “ใช่ไหมครับ ณัฐอยากให้แพมมี่มีความสุข แพมมี่น่ะปากแข็ง ปากบอกว่าเกลียดพี่ลมอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ในใจน่ะรักพี่ลมมากรู้ไหมครับ ตอนเรียนมัธยม ณัฐเคยเห็นแพมมี่แอบเก็บรูปพี่ลมไว้ในกระเป๋าตังค์ด้วยครับ” “งั้นหนูก็ไม่ต
“ป้ากับลุงเข้าใจ แต่...” มาลียังพูดไม่จบ ลมลูกชายนางก็พูดแทรกขึ้น “ผมไม่ถอนหมั้น ยังไงผมก็ไม่ถอนหมั้นกับแพมมี่ อาทิตย์ก่อนเรายังนอนด้วยกันที่คอนโดอยู่แล้วจะมาถอนหมั้นได้ยังไงครับ” “งั้นมาคุยกันแบบลูกผู้ชายนะนายลม พี่เองก็รู้จักนายดี และเมื่อก่อนพี่กับนายก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เรื่องผู้หญิง แต่เกล้าทำให้พี่หยุดที่เธอและมองแค่เธอคนเดียวได้ นั่นเพราะพี่รักเกล้า แล้วลมล่ะ ทำไมถึงรั้นให้มีงานแต่งงานทั้งๆ ที่แพมมี่อยากถอนหมั้นกับเรา คิดให้ดีและถามตัวเองดีๆ ล่ะ” แสนถามทั้งๆ ที่มองออกว่าลมนั้นรั้นไปเพื่ออะไร แต่ก็อยากฟังจากปากของลม ลมสบตาแสนแล้วหันไปสบตาพ่อแม่ตัวเองกับคุณน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมว่าผม ‘รัก’ แพมมี่ครับพี่แสน” “แน่ใจ?” แสนถาม “แน่ใจ
“นั่นมันเรื่องของพี่ ไม่ถอนหมั้นก็ช่างพี่ แต่อย่าเพ้อฝันว่าแพมมี่จะแต่งงานกับคนสำส่อนอย่างพี่ จูบกับคนอื่น นอนกับคนอื่นแล้วมาทำแบบนี้กับแพมมี่ทำไมคะ สารเลว! อึก! ฮือ” แล้วเธอก็ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมา ทั้งๆ ที่บอกตัวเองให้เข้มแข็ง แต่มันก็เข้มแข็งไม่ไหวจริงๆ ฮือๆ แสงระวีทรุดตัวนั่งกับพื้นยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ และมันทำให้เจ้าของห้องตกใจทำอะไรไม่ถูกรีบลุกขึ้นลงจากเตียงมาทรุดตัวกอดปลอบ แต่ถูกแสงระวีผลักไสออกห่าง “อย่ามาแตะต้องแพมมี่! ฮึก! ฮือๆๆ” เธอผลักเขากระเด็นออกห่างแล้วดันกายตัวเองลุกขึ้นยืนปาดป้ายเช็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้มกลืนก้อนสะอื้นไว้ในอก ข่มเสียงร้องไห้ไว้ในลำคอแล้วเดินออกจากห้อง ลมมองดูคนที่ร้องไห้เดินออกไปจากห้องตัวเอง จนได้ยินเสียงกระแทกปิดประตูหน้าห้องเสียงดัง เขาถึงลุกขึ้นยืนแล้วถอนหายใจยาวออกมา “เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้