เข้าสู่ระบบ“หมายความว่ายังไงคะ?” เธอขมวดคิ้วงุนงงไม่เข้าใจในคำพูดของซีอีโอตรงหน้าตน
“ก็ตอนนี้ไอ้สิงห์มันคงกลับไปแล้ว ส่วนเธอก็ถูกทิ้งให้ฉันพากลับไงล่ะ” แดนเห็นสีหน้างุนงงของสาวเจ้าก็รีบพูดเฉลยให้คนตัวเล็กรู้ว่าตนกับสิงห์นั้นสนิทกันแค่ไหน สนิทถึงขั้นเปลือยตัวนอนในหอพักโรงเรียนประจำด้วยกันมาแล้ว
“รู้ไหมว่าท่านประธานของเธอน่ะเป็นเพื่อนสนิทฉัน ไลลา และตอนนี้มันทิ้งเธอให้ฉันดูแลแล้ว”
“ถึงจะเป็นเพื่อนกัน แต่ท่านประธานไม่มีทางทิ้งฉันแน่นอน”
“เอาอะไรมามั่นใจมิทราบ เธอกับฉัน มันต้องฟังคำเพื่อนอย่างฉันอยู่แล้ว ว่าไหม”
“ไม่จริง ปล่อยดิฉันเดี๋ยวนี้ประธานแดน ฉันจะโทรหาท่านประธานสิงห์” เธอบอกเขาพร้อมบิดข้อมือให้เขาปล่อย แต่เขาก็จับกำแน่นจนเธอเจ็บ
“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องโกหกเธอ เจรจาวันนี้ล่ม เพราะเธอ การเจรจาถึงล่ม”
“ล่มเพราะดิฉันเนี่ยนะ ปล่อยดิฉันเดี๋ยวนี้ประธานแดน เดี๋ยวมีคนมาเห็น”
“เขามีตาก็ต้องเห็นอยู่แล้ว ไปกับฉัน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“เรื่องอะไรคะ?”
“เรื่องของเราไงล่ะ”
มันผ่านมาสี่ปีแล้ว เขาจะมาฟื้นฝอยหาตะเข็บเพื่ออะไรกัน
“จะเดินออกไปดีๆ หรือจะให้อุ้มพาดไหล่ออกจากห้องน้ำไลลา”
“งั้นก็ปล่อยดิฉันสิคะ แล้วดิฉันจะไปด้วย”
“เดินออกไปพร้อมกัน ส่วนมือ ฉันจะไม่ปล่อยเด็ดขาด ถ้าฉันเผลอ เธอก็ฉวยโอกาสวิ่งหนีไปน่ะสิ”
“ก็ได้ค่ะ งั้นก็ออกไปจากห้องน้ำ”
“ว่าง่ายแบบนี้แต่แรกก็สิ้นเรื่อง” แล้วเขาก็จับข้อมือเล็กดึงลากพาเดินออกจากห้องน้ำ ขณะเดินออกมาจากห้องน้ำนั้นก็มีคนเดินสวนเข้าห้องน้ำพอดี แดนไม่สนสายตาของผู้หญิงสองคนที่เดินสวนเข้าไปมองมายังตน ส่วนไลลายกมืออีกข้างขึ้นปิดหน้าก้มหน้าเดินตามตน
ซีอีโอหนุ่มขับรถพาผู้ช่วยของสิงห์มายังคอนโดส่วนตัวตนเอง จริงๆ อยากพาแวะโรงแรมด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวมีภาพหลุดไปถึงพ่อกับแม่และน้องสาว เขาได้โดนเรียกกลับบ้านปรับความประพฤติแน่นอน
“ทำไมถึงพาดิฉันมาที่นี่?” เธอรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เพราะเมื่อสี่ปีก่อน เธอก็เจอเขากับนางแบบสาวที่นี่
“หรือจะให้พาเข้าม่านรูดล่ะ?” แดนหันมาถามพร้อมดับเครื่องยนต์เมื่อขับมาจอดที่จอดรถประจำของตน
“ทุเรศ! ถ้าจะคุยกัน ดิฉันจะคุยที่อื่น ไม่คุยที่ห้องของประธานแดนหรือม่านรูดอะไรทั้งนั้น พาดิฉันไปร้านอาหารหรือร้านกาแฟก็ได้นี่คะ”
“เรื่องที่จะคุยมันคุยที่สาธารณะได้ที่ไหนกันล่ะไลลา ลืมไปรึเปล่าว่าสี่ปีก่อน เธอติดค้างอะไรฉันไว้”
“จะฟื้นฝอยหาตะเข็บเพื่ออะไรมิทราบ มันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปสิคะ เรื่องของเรามันจบไปแล้วประธานแดน” เธอเน้นย้ำทุกคำในประโยค
“ก็ต้องฟื้นฝอยหาตะเข็บสิ เพราะตอนนั้นเธอทิ้งฉันไปทั้งๆ ที่จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ก็แค่ฉันไปนอนกับนางแบบ...” เขายังพูดไม่จบ เสียงเล็กก็แทรกขึ้น
“ก็แค่เหรอคะ ถ้าตอนนั้นดิฉันแต่งงานกับประธานแดน ดิฉันต้องเห็นภาพสามีตัวเองไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นงั้นเหรอคะ ทั้งๆ ที่สัญญาแล้วว่าจะหยุดที่ดิฉัน แต่ประธานแดนก็ทำไม่ได้ ที่สัญญารับปากก็แค่ทำส่งๆ เท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำจริง ลับหลังดิฉัน คุณก็ไปควงหญิงอื่น หรือเห็นว่าดิฉันเป็นลูกแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวจนๆ ถึงไม่เห็นค่าหัวใจของดิฉันคะ” ไลลาร่ายยาวด้วยความรู้สึกเจ็บปวด แม้ผ่านมาสี่ปี แต่เธอก็ไม่เคยลืมความเจ็บปวดในวันนั้น ภาพวันนั้นยังคงชัดในความทรงจำ แถมหัวใจเธอที่ควรจะลืมคนตรงหน้า แต่มันกลับไม่ลืม สี่ปีแล้ว ทำไมยังจดจำไม่ลืมอีกเล่า
“ถ้าฉันรังเกียจที่เธอเป็นลูกแม่ค้า ฉันจะคบ เธอจะแต่งงานกับเธอทำไมไลลา อีกอย่างฉันเป็นผู้ชาย ฉันก็มีความต้องการ จะให้ฉันอดทนได้ยังไง ในเมื่อเธอไม่ยอมมี ‘เซ็กซ์’ กับฉัน บอกให้รอแต่งงาน โบราณสิ้นดี!”
ทุกคนที่ประเทศไทยรอลมพาแสงระวีกลับบ้าน และทุกคนก็ต่างตื่นเต้นดีใจที่แสงระวีกำลังจะมีหลานให้ตนเอง ด้านคุณปู่ คุณย่าก็เห่อหลานเข้าวัดไปปรึกษาเรื่องชื่อหลานรอ ส่วนคุณยายไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่ เพราะว่าหลานคนแรก ลูกชายมีให้ อีกไม่กี่เดือน เกล้าภรรยาของแสนก็จะคลอด “นี่เราจะกลับบ้านกันสัปดาห์หน้านะแพมมี่” เพราะใกล้กลับ ทั้งสองจึงมาพักที่โรงแรมที่เป็นครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคน “ค่ะ แพมมี่ไม่คิดว่าพี่ลมจะอยู่เรียนภาษากับแพมมี่ที่นี่จริงๆ ขอบคุณที่อยู่กับแพมมี่และแพ้ท้องแทนแพมมี่นะคะ” “แพ้ท้องก็ต้องพี่อยู่แล้ว เพราะพี่ทำให้แพมมี่ท้องนี่ ว่าแต่จะแช่ออนเซ็นเฉยๆ แบบนี้เหรอ เรามารำลึกความหลังกันไหมทูนหัว”ลมขยับเข้าใกล้แม่ของลูกพร้อมกับก้มหน้าไปซุกไซ้ลำคอระหง “เดี๋ยวคนมาเห็นค่ะ” เธอดันหน้าหล่อพ่อของลูกในท้องออกห่างซอกคอตัวเอง 
“รัก เพราะรักไม่ใช่เพราะแพมมี่ท้อง ที่พี่อยากแต่งงานกับแพมมี่ เพราะพี่รัก อยากหยุดและใช้เวลาที่เหลือของพี่กับแพมมี่ พี่ต้องการแพมมี่มาอยู่ในลมหายใจของพี่” เขาจับมือน้อยที่ดันไหล่ตัวเองมาจูบเบาๆ และเธอก็ไม่ได้ต่อต้านหรือชักดึงมือหนี ลมเงยหน้าขึ้นจากหลังมือน้อยที่เพิ่งจูบไปสบตาเจ้าของมือแล้วพูดต่อ “แพมมี่มองตาพี่ แล้วแพมมี่จะรู้ว่าพี่พูดความจริง พี่ไม่ได้โกหก และก่อนจะมา พี่ก็บอกกับพี่แสน คุณน้าและพ่อกับแม่พี่ว่าพี่ ‘รัก’ แพมมี่ พี่อยากแต่งงานกับแพมมี่ แต่ทุกคนบอกว่าจะเคารพการตัดสินใจของแพมมี่ แต่พี่ไม่เคารพหรอกนะ สิ่งที่พี่ต้องการคือแพมมี่ แพมมี่เป็นของพี่ก็ต้องเป็นของพี่ เข้าใจไหม” “โรคจิต!” หัวใจแสงระวีเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ แต่ก็ยังแสร้งตีหน้าตึงใส่อีกฝ่ายแล้วชักดึงมือตัวเองออกจากมือลม “ใช่ พี่มันโรคจิตและหวงของด้วย และยิ่งถ้าได้รักแล้วพี่จะบ้าและคลั่งมาก และไม่ยอมให้คนอื่นม
“อย่าไปว่าเขาเลยนะ เขาทำถูกแล้ว แพมมี่บอกมาสิว่าทำไมถึงแต่งงานกับพี่ไม่ได้ แพมมี่จะอุ้มท้องคนเดียวได้ยังไง” “แพมมี่ก็อุ้มท้องอยู่นี่ไงคะ แล้วมันไม่ได้ยังไง” “แล้วแพ้ท้องไหม” “ไม่ค่ะ” “รู้ไหมทำไมไม่แพ้ท้อง เพราะพี่แพ้ท้องแทนแพมมี่ยังไงล่ะ พี่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนตอนตื่นนอนทุกเช้า ไม่พอได้กลิ่นกาแฟก็เหม็นอ้วกตลอด และโบราณว่าไว้คนที่แพ้ท้องแทนเมียคือคนที่ ‘รัก’ เมียมากถึงจะแพ้ท้องแทนได้ แพมมี่เคยได้ยินไหม” ทำไมจะไม่เคยได้ยิน และผู้ชายตัวโตอย่างเขาเนี่ยนะจะมาแพ้ท้องแทนเธอ เป็นไปได้ยังไงกัน คนสำส่อนมั่วผู้หญิงอย่างลมเนี่ยนะจะมา ‘รัก’ เธอ เป็นไปไม่ได้ &ldquo
ณัฐรู้ว่าตัวเองทำผิดต่อเพื่อน แต่ก็สงสารเพื่อนและหลานที่จะเกิดมาจึงยอมบอกที่อยู่ของแสงระวีที่ญี่ปุ่นให้ลม ที่ยอมบอกก็เพราะว่าอีกฝ่ายบอกว่า ‘รัก’ จริงจังกับเพื่อนตัวเองจริงๆ และยังบอกอีกด้วยว่าตั้งแต่กลับมาจากญี่ปุ่นครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้แตะต้องผู้หญิงคนไหนอีก และตรี แฟนของรัฐก็บอกว่าคำพูดของลมเชื่อถือได้แน่นอน และเขาก็เชื่อเหมือนกันว่าอีกฝ่ายพูดจริง “พี่ตรีว่าณัฐทำถูกไหมครับ ที่บอกพี่ลมไปว่าแพมมี่พักอยู่ไหน และยังบอกด้วยว่าแพมมี่ท้อง” “หนูทำถูกแล้วครับ หนูทำเพื่อแพมมี่กับหลานนะ” ตรีโอบกอดแฟนตนเองพร้อมกับเอ่ย “ใช่ไหมครับ ณัฐอยากให้แพมมี่มีความสุข แพมมี่น่ะปากแข็ง ปากบอกว่าเกลียดพี่ลมอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ในใจน่ะรักพี่ลมมากรู้ไหมครับ ตอนเรียนมัธยม ณัฐเคยเห็นแพมมี่แอบเก็บรูปพี่ลมไว้ในกระเป๋าตังค์ด้วยครับ” “งั้นหนูก็ไม่ต
“ป้ากับลุงเข้าใจ แต่...” มาลียังพูดไม่จบ ลมลูกชายนางก็พูดแทรกขึ้น “ผมไม่ถอนหมั้น ยังไงผมก็ไม่ถอนหมั้นกับแพมมี่ อาทิตย์ก่อนเรายังนอนด้วยกันที่คอนโดอยู่แล้วจะมาถอนหมั้นได้ยังไงครับ” “งั้นมาคุยกันแบบลูกผู้ชายนะนายลม พี่เองก็รู้จักนายดี และเมื่อก่อนพี่กับนายก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เรื่องผู้หญิง แต่เกล้าทำให้พี่หยุดที่เธอและมองแค่เธอคนเดียวได้ นั่นเพราะพี่รักเกล้า แล้วลมล่ะ ทำไมถึงรั้นให้มีงานแต่งงานทั้งๆ ที่แพมมี่อยากถอนหมั้นกับเรา คิดให้ดีและถามตัวเองดีๆ ล่ะ” แสนถามทั้งๆ ที่มองออกว่าลมนั้นรั้นไปเพื่ออะไร แต่ก็อยากฟังจากปากของลม ลมสบตาแสนแล้วหันไปสบตาพ่อแม่ตัวเองกับคุณน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมว่าผม ‘รัก’ แพมมี่ครับพี่แสน” “แน่ใจ?” แสนถาม “แน่ใจ
“นั่นมันเรื่องของพี่ ไม่ถอนหมั้นก็ช่างพี่ แต่อย่าเพ้อฝันว่าแพมมี่จะแต่งงานกับคนสำส่อนอย่างพี่ จูบกับคนอื่น นอนกับคนอื่นแล้วมาทำแบบนี้กับแพมมี่ทำไมคะ สารเลว! อึก! ฮือ” แล้วเธอก็ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมา ทั้งๆ ที่บอกตัวเองให้เข้มแข็ง แต่มันก็เข้มแข็งไม่ไหวจริงๆ ฮือๆ แสงระวีทรุดตัวนั่งกับพื้นยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ และมันทำให้เจ้าของห้องตกใจทำอะไรไม่ถูกรีบลุกขึ้นลงจากเตียงมาทรุดตัวกอดปลอบ แต่ถูกแสงระวีผลักไสออกห่าง “อย่ามาแตะต้องแพมมี่! ฮึก! ฮือๆๆ” เธอผลักเขากระเด็นออกห่างแล้วดันกายตัวเองลุกขึ้นยืนปาดป้ายเช็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้มกลืนก้อนสะอื้นไว้ในอก ข่มเสียงร้องไห้ไว้ในลำคอแล้วเดินออกจากห้อง ลมมองดูคนที่ร้องไห้เดินออกไปจากห้องตัวเอง จนได้ยินเสียงกระแทกปิดประตูหน้าห้องเสียงดัง เขาถึงลุกขึ้นยืนแล้วถอนหายใจยาวออกมา “เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้







