LOGIN“อะ...อื้อ” ปากหนาดูดเร่ากลืนกินยอดอกทั้งสองข้างไลลาสลับกันไปมา
“ซีอีโอชั่ว อะ...อื้อ”
ไลลารู้ชะตากรรมตัวเองว่ายังไงก็หนีไม่พ้นจากใต้ร่างใหญ่ แม้พยายามขัดขืนต่อต้าน แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงเหลือเกิน เรี่ยวแรงถูกไฟราคะของเขาล้างผลาญดูดกินกลืนจนอ่อนระทวยหลอมเหลวบิดส่ายตอบสนองคนต่ำทราม
“เดี๋ยวก็จะเป็นผัวชั่วของเธอทูนหัว อื้ม...ดูดมันเป็นบ้า อ่า...”
ปากหนาดูดเต้าสลับข้างไปมาพร้อมมือใหญ่นวดคลึงหนักหน่วง ก่อนจะผละปากเคลื่อนลากลิ้นสากอุ่นร้อนเปียกแฉะผ่านร่องอกมายังหน้าท้องแบนราบแล้วใช้ปากกัดขอบกางเกงในสีเนื้อเข้าชุดกับยกทรงไลลากระชากดึง
“อ่า...ให้ตายสิ อวบอูมเป็นบ้า”
เมื่อใช้ปากกัดดึงถอดกางเกงในของสาวสวยร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลก็ได้เห็นความสวยงามโหนกนูนเป็นสาวของไลลา
“คุณมันเลวคุณแดน อะ...อื้อ” แล้วก็ต้องครางซ่านเสียวออกมาเมื่อเขาก้มลงกัดดึงเส้นขนดกอุยกลางหว่างขาตนเอง
“น่ามันเขี้ยวเป็นบ้า ตอนนี้ฉันไม่ไหวกับเธอแล้วไลลา ฉันต้องการเธอ ฉันอยากกระแทกเธอแรงๆ ทูนหัว อ่า...ซี้ด”
แล้วเขาก็สูดปากก่อนจะตวัดลิ้นสากเลียริมฝีปากบนตัวเองแล้วผละออกมาจัดการกับเสื้อผ้าตัวเอง เพียงเวลาไม่กี่อึดใจ ซีอีโอหนุ่มก็เปลือยเปล่า ส่วนไลลาก็ถูกจัดการจนเปลือยเปล่าเช่นกัน กางเกงชั้นในก็ถูกถลกดึงออกทางปลายเท้าแล้วร่างใหญ่บุรุษก็โถมตัวทิ้งน้ำหนักทับกักร่างน้อยตรึงไว้ใต้ร่างเปลือยตน
“คุณมันชั่วเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ประธานแดน สารเลว! อะ...อื้อ” แล้วปากหนาคนสารเลวก็ทาบทับปิดกลืนลมหายใจของเธอบดจูบหนักหน่วงเอาแต่ใจ
“อ่า...อื้อ” ความหวานของปากน้อยทำให้แดนไม่อยากผละปากออกห่าง อยากจูบดูดลิ้นสาวเจ้าจนลิ้นเปื่อยทีเดียว เอวหนาบดเบียดปลายความโอหังร้อนรุ่มตัวเองกับหน้าท้องแบนราบแล้วเสียดสีถูไถกับเนินอวบอูมกลางหว่างขาสาวเจ้า แขนแข็งแรงสอดกอดรั้งร่างน้อยยกขึ้นหาตัวเอง
“อะ...อื้อ” ร่างกายของเธอกำลังทรยศคำสั่งการของสมอง ตอนนี้สองแขนโอบกอดร่างเปลือยบุรุษชั่วเหนือร่างแล้วก็แอ่นเด้งยกอกอวบอูมขึ้นเบียดเสียดสีหน้าอกแกร่ง ไม่พอยังจูบตอบปากโสมมซีอีโอเผด็จการด้วย
แดนใช้มือหนึ่งข้างจับยกสะโพกกลมกลึงขึ้นแล้วกดแนบบดเบียดความแข็งแรงอุ่นร้อนกลางหว่างขาจอมผยองของตนกดกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับไลลา แต่แล้วก็ได้รู้ความจริงว่าความอุ่นร้อนภายในกายสาวยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องดังเดิมเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้ว
“อ่า...ให้ตายสิ ฉันเข้าไปไม่ได้ไลลา เธอ...อ่า...ขอบคุณทูนหัวที่ยังเก็บมันไว้ให้ฉัน” เขาผละออกมาเอ่ยบอกกับเธอ ก่อนจะจูบปากเธออีกครั้งด้วยความอ่อนโยนแล้วก็ค่อยๆ ขยับสะโพกบดเบียดทแยงดุ้นเนื้อใหญ่แข็งแรงยาวดุดันตัวเองเข้าหาร่างน้อย แต่ก็ยากเหลือเกิน
“อื้อ...อ่า” ความเจ็บปวดกลางกายทำสาวเจ้าบิดส่ายเอวเล็กคอดหนีความโอหังซีอีโอหนุ่ม แต่ก็หนีไม่รอดเมื่อมือใหญ่ของเขากอดรั้งจับเอวเล็กคอดเธอรั้งไว้มั่น
“อ่า...เจ็บใช่ไหม”
น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนบุรุษต่ำทรามเหนือร่างทำเอาหัวใจไลลาสั่นไหวเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ กับคู่หมั้นหนุ่ม เธอไม่เคยเป็นแบบนี้ คบหากัน หมั้นหมายกัน เพราะความดีของเขา แต่กับคนถ่อยเหนือร่าง มันกลับมีอิทธิพลกับการเต้นของหัวใจเธอเหลือเกิน
ความคับแน่น ความบริสุทธิ์ของไลลาทำให้แดนเข้ายึดครองอำนาจภายในสาวเจ้าได้ลำบาก แต่ความลำบากในครั้งนี้ทำให้ต้นไม้ในใจของเขาแตกกิ่งก้านใบ เอวสอบกระแทกดุนดันความเกรี้ยวกราดโอหังตัวเองเข้าหาไลลาและครั้งนี้ก็สำเร็จ เขาเข้ายึดครองอำนาจภายในกายสาวเจ้าได้สำเร็จจนสุดโคนเนื้อ และทำแบบนี้เพื่อทำให้เธอเจ็บปวดน้อยลงด้วย หากค่อยๆ ทยอยทแยงยัดเยียดช้าๆ จะยิ่งทำให้เธอเจ็บนาน
“อ่า...คับแน่นเป็นบ้าทูนหัว อื้ม...” ตอนนี้ไลลาหมดสิทธิ์ไปสวมแหวนแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น หมดสิทธิ์เลือกชีวิตหลังจากนี้ เพราะหลังจากวันนี้ไป เขาจะบงการชีวิตของสาวเจ้าทุกอย่าง ชีวิตที่เหลือ ไลลาจะเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น มีแค่เขาบงการได้เท่านั้น
“เจ็บ!” ไลลาพูดสั้นๆ แล้วหลับตาปล่อยน้ำใสๆ ไหลออกทางหางตาระบายความเจ็บปวดกลางกายความเป็นสาวตนเอง
“ชูว์...ไม่ต้องเกร็ง ผ่อนคลาย แล้วทุกอย่างผัวจะจัดการเองคนสวย อื้ม...”
น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยปลอบพร้อมจูบเปลือกตาสวยแล้วเคลื่อนไล้มาจูบปลายจมูก ก่อนมาหยุดที่ปากแล้วเริ่มขยับเคลื่อนไหวซอยเอวสอบ ด้วยไม่อาจนิ่งได้เมื่อภายในไลลาตอดรัดดูดคลึงจนปวดร้าวไปทั้งท่อนเนื้อบุรุษที่ฝากฝังแน่นในกายสาว
“อ่า...อื้อ” เมื่อหนีไม่ได้ และไม่อาจแก้ไขได้ ตอนนี้ไลลาต้องจำใจยอมรับชะตากรรมของตนเอง ร่างเล็กปล่อยพลิ้วไหวไปตามจังหวะเคลื่อนไหวบดเอวสอบคนเป็นซีอีโอ สองแขนเล็กยกขึ้นโอบกอดยกร่างตนเองขึ้นเด้งรับแรงกระแทกอีกฝ่าย ส่วนปากน้อยก็ดูดคลึงเรียวลิ้นสากหนักหน่วง เขาดูดลิ้นเธอ เธอก็ดูดกลับไม่ยอมเสียเปรียบ
“อ่า...อื้อ” เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากปากทั้งสองประสานกับเสียงผิวเนื้อกระทบกระทั่งกัน ความใหญ่โตของเขาอัดแน่นซอยเข้าออกลึกเข้าหาไลลาหนักหน่วงดุดัน
ทุกคนที่ประเทศไทยรอลมพาแสงระวีกลับบ้าน และทุกคนก็ต่างตื่นเต้นดีใจที่แสงระวีกำลังจะมีหลานให้ตนเอง ด้านคุณปู่ คุณย่าก็เห่อหลานเข้าวัดไปปรึกษาเรื่องชื่อหลานรอ ส่วนคุณยายไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่ เพราะว่าหลานคนแรก ลูกชายมีให้ อีกไม่กี่เดือน เกล้าภรรยาของแสนก็จะคลอด “นี่เราจะกลับบ้านกันสัปดาห์หน้านะแพมมี่” เพราะใกล้กลับ ทั้งสองจึงมาพักที่โรงแรมที่เป็นครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคน “ค่ะ แพมมี่ไม่คิดว่าพี่ลมจะอยู่เรียนภาษากับแพมมี่ที่นี่จริงๆ ขอบคุณที่อยู่กับแพมมี่และแพ้ท้องแทนแพมมี่นะคะ” “แพ้ท้องก็ต้องพี่อยู่แล้ว เพราะพี่ทำให้แพมมี่ท้องนี่ ว่าแต่จะแช่ออนเซ็นเฉยๆ แบบนี้เหรอ เรามารำลึกความหลังกันไหมทูนหัว”ลมขยับเข้าใกล้แม่ของลูกพร้อมกับก้มหน้าไปซุกไซ้ลำคอระหง “เดี๋ยวคนมาเห็นค่ะ” เธอดันหน้าหล่อพ่อของลูกในท้องออกห่างซอกคอตัวเอง 
“รัก เพราะรักไม่ใช่เพราะแพมมี่ท้อง ที่พี่อยากแต่งงานกับแพมมี่ เพราะพี่รัก อยากหยุดและใช้เวลาที่เหลือของพี่กับแพมมี่ พี่ต้องการแพมมี่มาอยู่ในลมหายใจของพี่” เขาจับมือน้อยที่ดันไหล่ตัวเองมาจูบเบาๆ และเธอก็ไม่ได้ต่อต้านหรือชักดึงมือหนี ลมเงยหน้าขึ้นจากหลังมือน้อยที่เพิ่งจูบไปสบตาเจ้าของมือแล้วพูดต่อ “แพมมี่มองตาพี่ แล้วแพมมี่จะรู้ว่าพี่พูดความจริง พี่ไม่ได้โกหก และก่อนจะมา พี่ก็บอกกับพี่แสน คุณน้าและพ่อกับแม่พี่ว่าพี่ ‘รัก’ แพมมี่ พี่อยากแต่งงานกับแพมมี่ แต่ทุกคนบอกว่าจะเคารพการตัดสินใจของแพมมี่ แต่พี่ไม่เคารพหรอกนะ สิ่งที่พี่ต้องการคือแพมมี่ แพมมี่เป็นของพี่ก็ต้องเป็นของพี่ เข้าใจไหม” “โรคจิต!” หัวใจแสงระวีเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ แต่ก็ยังแสร้งตีหน้าตึงใส่อีกฝ่ายแล้วชักดึงมือตัวเองออกจากมือลม “ใช่ พี่มันโรคจิตและหวงของด้วย และยิ่งถ้าได้รักแล้วพี่จะบ้าและคลั่งมาก และไม่ยอมให้คนอื่นม
“อย่าไปว่าเขาเลยนะ เขาทำถูกแล้ว แพมมี่บอกมาสิว่าทำไมถึงแต่งงานกับพี่ไม่ได้ แพมมี่จะอุ้มท้องคนเดียวได้ยังไง” “แพมมี่ก็อุ้มท้องอยู่นี่ไงคะ แล้วมันไม่ได้ยังไง” “แล้วแพ้ท้องไหม” “ไม่ค่ะ” “รู้ไหมทำไมไม่แพ้ท้อง เพราะพี่แพ้ท้องแทนแพมมี่ยังไงล่ะ พี่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนตอนตื่นนอนทุกเช้า ไม่พอได้กลิ่นกาแฟก็เหม็นอ้วกตลอด และโบราณว่าไว้คนที่แพ้ท้องแทนเมียคือคนที่ ‘รัก’ เมียมากถึงจะแพ้ท้องแทนได้ แพมมี่เคยได้ยินไหม” ทำไมจะไม่เคยได้ยิน และผู้ชายตัวโตอย่างเขาเนี่ยนะจะมาแพ้ท้องแทนเธอ เป็นไปได้ยังไงกัน คนสำส่อนมั่วผู้หญิงอย่างลมเนี่ยนะจะมา ‘รัก’ เธอ เป็นไปไม่ได้ &ldquo
ณัฐรู้ว่าตัวเองทำผิดต่อเพื่อน แต่ก็สงสารเพื่อนและหลานที่จะเกิดมาจึงยอมบอกที่อยู่ของแสงระวีที่ญี่ปุ่นให้ลม ที่ยอมบอกก็เพราะว่าอีกฝ่ายบอกว่า ‘รัก’ จริงจังกับเพื่อนตัวเองจริงๆ และยังบอกอีกด้วยว่าตั้งแต่กลับมาจากญี่ปุ่นครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้แตะต้องผู้หญิงคนไหนอีก และตรี แฟนของรัฐก็บอกว่าคำพูดของลมเชื่อถือได้แน่นอน และเขาก็เชื่อเหมือนกันว่าอีกฝ่ายพูดจริง “พี่ตรีว่าณัฐทำถูกไหมครับ ที่บอกพี่ลมไปว่าแพมมี่พักอยู่ไหน และยังบอกด้วยว่าแพมมี่ท้อง” “หนูทำถูกแล้วครับ หนูทำเพื่อแพมมี่กับหลานนะ” ตรีโอบกอดแฟนตนเองพร้อมกับเอ่ย “ใช่ไหมครับ ณัฐอยากให้แพมมี่มีความสุข แพมมี่น่ะปากแข็ง ปากบอกว่าเกลียดพี่ลมอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ในใจน่ะรักพี่ลมมากรู้ไหมครับ ตอนเรียนมัธยม ณัฐเคยเห็นแพมมี่แอบเก็บรูปพี่ลมไว้ในกระเป๋าตังค์ด้วยครับ” “งั้นหนูก็ไม่ต
“ป้ากับลุงเข้าใจ แต่...” มาลียังพูดไม่จบ ลมลูกชายนางก็พูดแทรกขึ้น “ผมไม่ถอนหมั้น ยังไงผมก็ไม่ถอนหมั้นกับแพมมี่ อาทิตย์ก่อนเรายังนอนด้วยกันที่คอนโดอยู่แล้วจะมาถอนหมั้นได้ยังไงครับ” “งั้นมาคุยกันแบบลูกผู้ชายนะนายลม พี่เองก็รู้จักนายดี และเมื่อก่อนพี่กับนายก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เรื่องผู้หญิง แต่เกล้าทำให้พี่หยุดที่เธอและมองแค่เธอคนเดียวได้ นั่นเพราะพี่รักเกล้า แล้วลมล่ะ ทำไมถึงรั้นให้มีงานแต่งงานทั้งๆ ที่แพมมี่อยากถอนหมั้นกับเรา คิดให้ดีและถามตัวเองดีๆ ล่ะ” แสนถามทั้งๆ ที่มองออกว่าลมนั้นรั้นไปเพื่ออะไร แต่ก็อยากฟังจากปากของลม ลมสบตาแสนแล้วหันไปสบตาพ่อแม่ตัวเองกับคุณน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมว่าผม ‘รัก’ แพมมี่ครับพี่แสน” “แน่ใจ?” แสนถาม “แน่ใจ
“นั่นมันเรื่องของพี่ ไม่ถอนหมั้นก็ช่างพี่ แต่อย่าเพ้อฝันว่าแพมมี่จะแต่งงานกับคนสำส่อนอย่างพี่ จูบกับคนอื่น นอนกับคนอื่นแล้วมาทำแบบนี้กับแพมมี่ทำไมคะ สารเลว! อึก! ฮือ” แล้วเธอก็ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมา ทั้งๆ ที่บอกตัวเองให้เข้มแข็ง แต่มันก็เข้มแข็งไม่ไหวจริงๆ ฮือๆ แสงระวีทรุดตัวนั่งกับพื้นยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ และมันทำให้เจ้าของห้องตกใจทำอะไรไม่ถูกรีบลุกขึ้นลงจากเตียงมาทรุดตัวกอดปลอบ แต่ถูกแสงระวีผลักไสออกห่าง “อย่ามาแตะต้องแพมมี่! ฮึก! ฮือๆๆ” เธอผลักเขากระเด็นออกห่างแล้วดันกายตัวเองลุกขึ้นยืนปาดป้ายเช็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้มกลืนก้อนสะอื้นไว้ในอก ข่มเสียงร้องไห้ไว้ในลำคอแล้วเดินออกจากห้อง ลมมองดูคนที่ร้องไห้เดินออกไปจากห้องตัวเอง จนได้ยินเสียงกระแทกปิดประตูหน้าห้องเสียงดัง เขาถึงลุกขึ้นยืนแล้วถอนหายใจยาวออกมา “เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้







