Masukเมื่อเหลือกันลำพังในสวนของร้านอหาร เกล้าก็ผ
“คุณแสน” “อยู่กับผมและให้เวลาพิสูจน์คำพูดผมว่าผมพูดจริง ส่วนเรื่องผู้หญิง คุณไม่ต้องห่วง ผมจะมีแค่คุณ ส่วนอดีตมันจะไม่มีผลกับอนาคตและชีวิตคู่ของเราแน่นอน ให้ผมได้เป็นมากกว่าพ่อของลูกในท้องนะ ผมอยากดูแลคุณและเห็นคุณเติบโตไปพร้อมกับผม” “คุณแสน...” “เรียกผมพี่แสนสิเกล้า เรียกผมว่าพี่ หรือจะเรียกสามีก็ได้นะ เพราะตอนนี้ผมคือของคุณ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปจดทะเบียนเป็นเจ้าของผม ตกลงแต่งงานกันนะ ผมรักคุณ มันยากที่จะเชื่อ แต่ผมอยากให้คุณดูที่การกระทำและการแสดงออกของผมว่าผมพูดจริงหรือแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น” แสนยกมือเล็กขึ้นมาจูบหลังมืออีกครั้งแผ่วเบา ก่อนจะสบตาที่อาบคลอไปด้วยน้ำตาของเกล้าที่แหงนเงยขึ้นมองหน้าตนเอง เกล้าสบตาบุรุษตรงหน้าแล้วก้มมองมือที่ถูกจับกุมบีบแน่นแล้วปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมา ก่อนจะพูดตอบเขา เธอขอเชื่อความรู้สึกตัวเองสักครั้ง หากมันจะผิดพลาดก็ให้มันผิดพลาด
เมื่อเหลือกันลำพังในสวนของร้านอหาร เกล้าก็ผลักพ่อของลูกออกห่าง เธอไม่เข้าใจ เขาจะมาวุ่นวายก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเธอทำไม แล้วท่าทางหึงหวงนั่นอีก ทำไมถึงทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เรื่อยว่าเขานั้นมีใจให้ตัวเอง “ทำแบบนี้ทำไมคะคุณแสน?” “แบบไหน?” แสนถามกลับด้วยไม่เข้าใจ “การที่คุณตามมาหึงหวงเกล้าแบบนี้ มันไม่เหมาะสมนะคะ คุณก็รู้ว่าเราอยู่ด้วยกันเพราะลูก เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” “แล้วที่เรานอนด้วยกัน ‘เอา’ กันทุกคืน มันคืออะไร ฉันไม่นอนกับผู้หญิงซ้ำหรอกนะ ถ้าฉันไม่ ‘ชอบ’ น่ะ” เขาบอกเธอ “ฉันควรดีใจไหมคะ ที่คุณชอบนอนกับคนท้องอย่างฉัน ไม่รังเกียจตัวที่อ้วนที่หนาของฉ
กรอด! ซีอีโอหนุ่มขบกรามแน่นจนเสียงขบฟันดังลอดออกมาจากปากหนาเมื่อเห็นเกล้าให้คนอื่นประคองลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง ท่าทางสนิทสนมของทั้งสองมันทำให้เขาขุ่นเคืองจนต้องยกแก้วน้ำกระดกดื่มรวดเดียวหมดแก้วแล้วลุกเดินลงส้นเท้าหนักๆ ด้วยความเดือดดาลตามแม่ของลูกกับเพื่อนรุ่นพี่ชายออกไปยังสวนด้านนอกร้านอาหาร แสนตามออกมาก็ไม่ได้เข้าไปหาทั้งสอง เขายืนอยู่ห่างๆ เพราะเขาอยากรู้เหมือนกันว่ารุ่นพี่ของเกล้าจะพูดอะไรกับเกล้าบ้าง แต่แล้วก็ต้องกำหมัดแน่นเมื่อเกล้าถูกผู้ชายอื่นจับมือ แถมเกล้าก็ไม่ได้ต่อต้านยอมให้จับ “ให้มันจับมือได้ไงกันเกล้า” น้ำเสียงแข็งกระด้างตะโกนถามแม่ของลูกพร้อมเดินตรงเข้าไปหา เกล้าได้ยินเสียงซีอีโอของตนเองก็รีบดึงมือออกจากมือของป้อง “คุณแสน” “นี่ไง ผมถึงไม่ไว้ใจให้ค
“ทำไมคุณไม่บอกพวกเขาล่ะว่าผมเป็นพ่อของลูกคุณ คุณไม่ได้จับผมสักหน่อย มีแต่ผมที่จะจับคุณนะเกล้า ถ้าผมได้ยิน ผมจะบอกเองว่าผมคือพ่อ และผมกำลังจะจับคุณเป็นเมีย” เขาตอบกลับแม่ของลูก “น่าอาย เกล้าไปแล้วนะคะ และเกล้าก็บอกคุณท่านแล้วด้วยว่าจะไปทานข้าวกับเพื่อน” เธอปิดแล็ปท็อปแล้วกวาดของทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่จุของได้แบบไม่อั้นของตัวเอง “ผมจะไปด้วย” แสนพูดสั้นๆ แล้วเดินตามร่างอวบอิ่มไป “จะไปด้วยทำไมคะ ไปคุณแสนก็ไม่รู้จักเพื่อนเกล้า” “ทำไมจะไม่รู้จัก ครั้งก่อนหน้าห้องผมไง ตอนไปส่งคุณกลับก็ได้เจอกันแล้ว” “ถ้าไม่ให้ไป?” เกล้าหยุดเดินและถามเขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปยังลิฟต์ “ก็จะด้านไป” เฮ้อ
เมื่อเข้ามาในห้องรับรองของโรงแรม ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน ลมมองจ้องคู่หมั้นตัวเองที่มีสีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ได้อยู่กับตัวเองสองต่อสอง ส่วนเขาเองก็ไม่ชอบเช่นกันที่เธอมาเที่ยวกับผู้ชายสองต่อสองถึงต่างประเทศ แถมยังพักห้องเดียวกันด้วย “บอกพี่มาสิว่าแพมมี่กับนายหน้าขาวนั่นเป็นแค่เพื่อนกัน” “ค่ะ เพื่อนกัน” “แล้วทำไมนอนด้วยกัน” “เพื่อนกัน นอนด้วยกัน มันจะเป็นอะไรไปคะ” “แพมมี่ พี่จริงจังนะ” “แพมมี่ไม่ได้พูดเล่นค่ะ แพมมี่พูดจริง พี่ลมเถอะค่ะ มีอะไรจะคุยกับแพมมี่เหรอคะ” “เพราะนายหน้าขาวใช่ไหมถึงขอเลื่อนงานแต่งงานตลอด” แสงระ
ประเทศญี่ปุ่น แสงระวีมาพักโรงแรมกับเพื่อน เธอมาเที่ยวกับเพื่อนสนิทที่เป็นเกย์ แต่คนไม่รู้มักเข้าใจว่าเธอและเพื่อนนั้นเป็นคู่รักกัน ก็ทั้งสองสนิทสนมกัน มีโอบกอด จับมือหยอกล้อกัน “ลมคะ นั่นคู่หมั้นของคุณไหมคะ” ลมมองตามสายตาของนางแบบสาวที่ตนควงมาแก้เหงาระหว่างที่มาประชุมที่ญี่ปุ่น “ใช่ไหมคะ เหมือนว่าน้องเขาจะมาเที่ยวกับแฟนนะคะ” ปากหนาเม้มแน่นเมื่อมองตามเห็นแสงระวี คู่หมั้นของตนเองสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น เธอให้ผู้ชายคนอื่นโอบกอด จับมือและจุ๊บแก้มได้ยังไงกัน นี่น่ะเหรอคือสาเหตุที่ไม่ยอมแต่งงานกับเขาสักที ทั้งๆ ที่หมั้นหมายกันมานาน ผู้ใหญ่บอกว่าเธอเรียนจบให้แต่งงานทันที แต่คนตัวเล็กกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอม หาเรื่องเลื่อนงานแต่งงานมาตลอด “คุณกลับห้องพักไปก่อน ผมจะไปทักทายค







