Beranda / รักโบราณ / ซือซือฮองเฮาพันโฉม / บทที่ 2 มังกรขาวจอมเจ้าเล่ห์

Share

บทที่ 2 มังกรขาวจอมเจ้าเล่ห์

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 16:48:21

         “เจ้าพูดเพ้ออันใด ” สายตาเหม่อลอยของเจ้าสำนักหงทำให้พระชายาหานที่ผ่านการมีความรักและครอบครัวถึงกับถอนหายใจเบาๆ

         “ข้าว่าเจ้าเห็นคนน่าสนใจใช่หรือไม่”

         “อืม! เอ๊ย! ที่ไหนได้ คนเจ้าเล่ห์ ซ้ำยังหมกมุ่นในกามแบบนั้นมีหรือข้าจะสนใจ” นางเผลอพูดออกมารัวๆ

ครั้นเห็นเพื่อนหัวเราะคิกคัก หงซือซือก็หน้าเสีย

         “ที่แท้เจ้าก็สนใจมังกรขาวเจ้าเล่ห์นี่เอง” พระชายาหานซูลี่พยักหน้าล้อเลียนสหายรัก

หากท่านอ๋องเก้าสวามีของนางเป็นจิ้งจอกขาว ฮ่องเต้ก็สมควรเป็นสัตว์ร้ายตัวนั้น

         “ข้าแค่แปลกใจที่เขาสังเกตความแตกต่างของข้ากับคนที่ข้าแปลงเป็นพวกเขาต่างหากเล่า” หงซือซือรีบหันมาทำหน้าตาขึงขัง แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ฮ่องเต้ดูจะสงสัยในตัวนางขณะที่แปลงเป็นไป๋เพ่ยเจินนางกำนัลวังอดีตฮองเฮาผู้ล่วงลับ

         “สมแล้วกับที่เป็นพี่ชายของจิ้งจอกขาว ข้าเคยได้ยินว่ามังกรตัวนี้ร้ายกาจนัก สามารถพลิกโอกาสล้มรัชทายาทจนขึ้นครองราชย์ได้”

         “ใช่! เรื่องนี้ถูกซุบซิบกัน เห็นทีข้าต้องไปฟังข้อมูลเพิ่มเติมที่โรงเตี๊ยมยุทธภพเสียแล้ว”

หงซือซือเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านางมิได้ไปเยือนโรงเตี๊ยมยุทธภพมาเสียนาน เรือนใหญ่ลึกลับนั่นจะต้องเป็นผู้มีวิทยายุทธ์เท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้เข้าไปใช้บริการ

         “ที่นั่นเป็นอย่างไรหรือ  ข้าเคยได้ยินคนพูดถึงแต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ใด ”

         “โรงเตี๊ยมยุทธภพอยู่กลางทะเลสาบเซินหลันเซ่อ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีหมอกตลอดปี เราต้องพายเรือไปทางเข้าทุกทางล้วนมีค่ายกล ผู้ที่จะเข้าไปได้ล้วนต้องมีวรยุทธ์ระดับกลางถึงระดับสูง มิฉะนั้นได้ลอยคอในทะเลสาบแทนการนอนในโรงเตี๊ยมแน่ แต่หากอยากเข้าไปง่ายต้องรอคืนพระจันทร์เต็มดวงเพราะหมอกจะน้อย ยามที่ไม่มีผู้บุกรุกหมอกพวกนั้นจะสลายไปเอง”

         “โอ....นับว่าเป็นสถานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ข้าอยากไป เจ้าพาข้าไปด้วยได้หรือไม่” สายตาของหานซูลี่วิบวับทันทีที่ได้ฟังสิ่งที่สหายเล่า

         “จอมยุทธ์ลี่ เจ้ายังมีลูกให้ดูแลอีกสองคน ท่านอ๋องเก้าจะยอมหรือ ” หงซือซือเอ่ยนามในยุทธภพของสหาย

         “จอมยุทธหง หากคนอย่างข้าคิดจะไป เจ้าคิดหรือว่าท่านพี่จะกล้าขัดคอข้า” พระชายาอมยิ้ม เชิดหน้าเล็กน้อย นางกำลังครุ่นคิดกลยุทธ์ที่จะทำให้ท่านพี่เก้ายินยอมให้นางออกไปเที่ยวแต่โดยดี

         “เอาเถิด หากเจ้าทำให้ท่านอ๋องเก้าอนุญาตได้ ข้าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเจ้าเอง” หงซือซือผู้ยังโสดและโดดเดี่ยวคิดเพียงแต่เหตุผลที่ตนมองเห็น

         “ดี! คืนนี้ข้าจะได้ไม้เด็ดเทียว”

         เมื่อท่านอ๋องเก้ากลับมาในยามตะวันใกล้ตก เห็นพระชายาของตนอาบน้ำแต่งกายหอมกรุ่นนั่งอยู่พร้อมอาหารเต็มโต๊ะ “เจ้ามิได้ลงไปดูแปลงผักดอกหรือ ”

         “ดูแล้วเพคะ แต่หม่อมฉันอยากดูแลท่านพี่มากกว่า” นางยิ้มมีจริตเล็กน้อย

ท่านอ๋องเก้าเห็นแล้วรู้สึกเสียวสันหลัง ในยามพระชายาทำเช่นนี้เขามักรู้สึกว่าตนเองจะต้องสูญเสียบางสิ่งหรือต้องยอมทำบางอย่างให้กับภรรยา

         ชุดในคืนนี้ของนางจงใจยั่วเย้า คอเสื้อดูสวมให้ดูกว้างกว่าปกติ สาบเสื้อตรงหน้าอกลาดลงต่ำจนมองด้านข้างเห็นเนินอกอวบอิ่มของสตรีที่ผ่านการให้นมบุตรฝาแฝด เขาจินตนาการได้ว่ามันขยายขนาดขึ้นมากกว่าเดิมพอสมควร แต่ก็เป็นสิ่งที่ท่านอ๋องพึงพอใจอย่างยิ่ง เขาไม่ต้องรบเร้านางให้เพิ่มน้ำหนักอีกต่อไป

         อ๋องเก้าที่นั่งข้างภรรยาเห็นสาบเสื้อที่หย่อนในยามนางคีบอาหารส่งให้ก็กลืนน้ำลายเอื๊อกหนึ่ง สายตาของเขาไม่อาจละจากเนินเนื้อขาวอวบนั้น

“อืม...อาหารคืนนี้อร่อยเป็นพิเศษ น้องหญิงเจ้าลงมือเองหรือ ”

         “เพคะ หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่รับประทานเยอะๆ เผื่อคืนนี้ท่านพี่จะต้องช่วยหม่อมฉันสักหน่อย” นางจงใจตะแคงใบหน้าเข้าไปใกล้บ่าไหล่ของเขา นั่นยิ่งทำให้สาบเสื้อนางเผยอมากขึ้น

ท่านอ๋องเก้าที่ร่างสูงกว่าก้มลงมามองเห็นร่องอกพอดี ดวงตาจึงทอประกายพึงพอใจอย่างยิ่งยวด “เช่นนั้นข้าจะตั้งใจกินให้มากตามที่เจ้าต้องการ”

ไม่นานนักท่านอ๋องก็รับข้าวหมดไปถึงสองถ้วย ถามไถ่ถึงลูกทั้งสองตามปกติ เมื่อพระชายาแจ้งว่าลูกทั้งสองรับประทานอาหารและเข้านอนไปแล้ว ท่านอ๋องเก้าก็อมยิ้ม

‘ดูเหมือนหมีขาวจะมีจุดประสงค์จริงๆ สินะ เตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยเทียว’

         พระชายาเกาะแขนพระสวามีฉอเลาะชักชวนให้กลับห้องบรรทม “หม่อมฉันสั่งคนเตรียมน้ำอาบไว้แล้ว ท่านพี่ไปแช่ให้สบายเถิด”

         ท่านอ๋องเก้ายิ้มน้อยๆ เมื่อนางจงใจใช้หน้าอกอวบเสียดสีกับต้นแขนของพระองค์ “หากเจ้าทำเช่นนี้ ข้าคงจะไม่ทันได้อาบน้ำเป็นแน่ คงได้ออกแรงทำสิ่งอื่นเสียก่อน”

         “อาบก่อนเถิดเพคะ จะได้สบายเนื้อสบายตัว”

นางเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานจนท่านอ๋องอดจะโน้มกายลงจุมพิตริมฝีปากนางมิได้

         “น้องหญิง เจ้าเอาใจข้าถึงเพียงนี้ ข้าชักไม่สบายใจเสียแล้ว”

         คืนนั้นองค์หญิงหานซูลี่ทั้งช่วยถูตัวให้ท่านอ๋อง ทั้งนวดเนื้อตัวเอาใจ และเป็นฝ่ายรุกเร้าจนท่านอ๋องอดรนทนไม่ไหวร่วมรักกับนางเสียหลายครั้ง

กระทั่งล่วงไปยามจื่อ[1]นางที่เกยใบหน้าไว้บนอกท่านอ๋องจึงเอ่ยขอสิ่งที่ตั้งใจ“ท่านพี่เพคะ ท่านเคยเห็นโรงเตี๊ยมยุทธภพหรือไม่ ”

         ท่านอ๋องเก้ายกมือลูบแก้มนวลของภรรยา “ผู้ใดเล่าให้เจ้าฟัง ”

         “หงซือซือเพคะ นางว่าจะไป ข้าจึงอยากไปด้วย”

         หลังจากที่กำจัดกบฏฮองเฮาตระกูลเถียนได้แล้ว หานซูลี่จึงยอมเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเจ้าสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟให้เขาได้รู้

หมิงหลี่เหว่ยโมโหหงอี้เทียนที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเขา เมื่อเรียกฝ่ายนั้นมาเลี้ยงสุราเพื่อต่อว่ากลับถูกพี่ชายหงซือซือใช้เหตุผลมาโต้แย้งจนเขาไม่อาจด่าทออีกฝ่ายได้อีกต่อไป

         การปกปิดความลับของตระกูลหงเป็นเรื่องปกติ และความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับคนรอบข้างล้วนยากจะคาดเดา เพราะเพียงแค่เปลี่ยนโฉมหน้าสองพี่น้องตระกูลหงก็พร้อมจะเป็นผู้ใดก็ได้

สำหรับองค์หญิงหานซูลี่แห่งแคว้นเว่ยพวกเขานับถือเสมือนญาติการให้ความช่วยเหลือและการปกปิดความลับจึงต้องมาพร้อมกัน

         “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไปกับนางตามลำพัง เจ้ามีบุตรถึงสองคนแล้ว หากเป็นอันใด ข้าจะกับลูกจะอยู่อย่างไร”

เมื่อเห็นนางทำหน้างอง้ำ ท่านอ๋องเก้าชะโงกหน้าขึ้นมาจูบหน้าผากภรรยา

         “แต่ข้าอยากจะเห็นนี่นา!” นางดิ้นจนหน้าอกอวบบดเบียดหน้าอกเขาไปมา

         ท่านอ๋องสอดแขนเข้ากอดร่างนางแล้วพลิกตัวเป็นฝ่ายทาบทับอยู่ข้างบน “น้องหญิง ตามใจข้าอีกครั้ง เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง”

         เช้าวันต่อมาเมื่อหงซือซือได้รับพิราบสื่อสารแจ้งว่าท่านอ๋องเก้าจะพาหานซูลี่ไปโรงเตี๊ยมยุทธภพพร้อมกัน นางถึงกับเอาสันฝ่ามือเคาะหน้าขมับตนเอง

“ไม่น่าเชื่อ! ลี่เอ๋อร์ใช้วิธีไหนกันถึงทำให้ท่านอ๋องยอมได้ สองสามีภรรยานี้ช่างแย่จริง ไม่ห่วงลูกเลยหรือไร”

[1] ยามจื่อ หมายถึง ช่วงเวลา 23.00-01.00 น.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 246 หลงเชื่อท่าน (ตอนจบ)

    หงซือซือได้แต่โทษตนเองที่หลงเชื่อมังกรขาวเจ้าเล่ห์ตนนี้ นับตั้งแต่วันที่นางยอมเข้าห้องบรรทมใหม่กับเขาวันนั้น ทุกหัวค่ำนางก็ถูกเขาอุ้มเข้าไปใช้เตียงบรรทมก่อนจะออกมาในช่วงหนึ่งชั่วยามต่อจากนั้นเพื่อดูแลลูกๆ “เดี๋ยวๆ พี่สาม ระยะนี้ข้าไม่มีเวลาจะดูแลลูกๆ แล้ว” ฮ่องเต้หัวเราะหึๆ “ไม่ทันแล้ว ซือซือ เจ้าตกลงกับข้าแล้ว อย่าได้บิดพลิ้วเด็ดขาด” “แต่ลูกๆ ของเราจะเหงานะ” “เอาน่า! แค่หนึ่งชั่วยามเอง” “แต่นี่ ทุกวันเลยนะ” หมิงเฟยหลงยิ้มกริ่ม “ข้าว่าก็พอดีแล้วนะ หรือว่าเราจะเพิ่มเวลาอีกสักหน่อยดี” หงซือซือได้แต่ส่ายหน้า ไม่ถึงสามเดือน นางก็ตั้งท้องอีกครา “เห็นหรือไม่! เป็นเพราะท่านแท้เทียว ทำให้ข้าต้องลำบากอีกแล้ว”เมื่อฮ่องเต้ได้ยินหมอหลวงกราบทูลผลการตรวจร่างกายของฮองเฮาก็ทรงพระราชทานรางวัลก้อนใหญ่ให้“ฮ่าๆ ดีจริง! ข้าต้องชนะเจ้าชินอ๋องให้จงได้”“นี่ท่าน! ท่านอยากเอาชนะชินอ๋องถึงเพียงนั้นเชียวรึ!” หงซือซือพูดพลางใช้มือลูบท้องตนเอง บัดนี้ในท้องของนางมีชีพจรถึงสองชีวิต “คราวนี้มีมังกรน้อยอีกตั้งสอง ช่างน่าตื่นเต้นนัก ข้

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 245 มีลูกมากกว่าก็ชนะ

    ร่างเล็กๆ ทั้งสามที่นอนเรียงรายกันอยู่บนเบาะกำมือตะกุยบนอากาศอย่างไร้ทิศทาง ถัดไปเป็นร่างของหลิวเอ๋อร์พระธิดาองค์โตที่ขอมานอนเฝ้าพระอนุชาฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรพระโอรสใบหน้าจิ้มลิ้มริมฝีปากเป็นสีผลอิงเถาระเรื่อที่นอนเรียงรายกันด้วยความอิ่มเอมพระทัย นับตั้งแต่มังกรน้อยทั้งสามถูกหงซือซือเบ่งออกมา ไม่มีคืนใดที่พระองค์มิได้นอนเฝ้าพวกเขา องค์หญิงหมิงซีหลิวเองก็พลอยเห่อจนขอมานอนที่ตำหนักเป่าฉีอยู่บ่อยๆ ทำให้ฮ่องเต้ต้องทรงเปลี่ยนแปลงบางสิ่งให้เหมาะสมหงซือซือหันมามองสามีที่นอนตะแคงข้างอยู่ที่ฟากหนึ่งของเตียงขนาดยาวและกว้างที่ถูกสั่งทำขึ้นใหม่เพื่อหกคนพ่อแม่ลูกจะได้นอนด้วยกัน “เจ้าจะไปที่ใด” ฮ่องเต้ทรงเลิกพระขนงข้างหนึ่ง เอียงพระพักตร์มาทางผู้เป็นยอดดวงใจที่ทำท่าเหมือนจะออกไปจากห้องบรรทม “ข้าจะไปถ่ายเบาเจ้าค่ะ พี่สามเฝ้าลูกๆ ให้ดีเถอะ” ท่าทางละล้าละลังของหมิงเฟยหลงทำให้นางอดจะขำมิได้ “ท่านไม่ต้องห่วงข้ามากเช่นนั้นดอกเจ้าค่ะ” “ข้าอยากอุ้มเจ้าไปห้องส้วมเองเสียด้วยซ้ำ” ใบหน้าของนางแดงระเรื่อเมื่อสบตามีเลศนัยคู่นั้น ในยามจวนจะค

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 244 รักษาฮ่องเต้

    เป็นเพราะการรักษาต้องแข่งกับเวลา ในสองวันแรกเหล่าองครักษ์และทหารล่อเอานักฆ่าออกมาตายอยู่ในค่ายกลได้หลายร้อยคน ทว่าเมื่อฝ่ายนั้นรู้กลอุบายก็ไม่ยอมออกมาอีกจินวั่งซูที่ลอบยิงธนูคอยเก็บนักฆ่ามิให้กลับเข้าสำนักรู้สึกสะใจยิ่งนักในคราวแรก ทว่าวันต่อมากลับต้องสบถเสียหลายครั้งเมื่อนักฆ่าพวกนั้นก็นำเอาธนูมายิงโต้ตอบ เขาจึงต้องสั่งให้พลธนูเตรียมโล่กำบังมาด้วย พอถึงวันที่สามการยั่วยุก็ไม่เป็นผล จินวั่งซูจึงได้แผนเดิมก็ลอบเข้าทางลัดไปยิงธนูไฟเพื่อเผาเรือนในสำนักไหม้ไปอีกสองเรือน “ข้าเผาโรงครัวพวกมันแล้ว เจ้าก็คอยดูเถิดว่าพวกมันจะทำเยี่ยงไร ส้วมกับครัวไหม้ไปหมดแล้ว เช่นนี้จะดำรงชีวิตกันอย่างไร ความอดอยากนี่ล่ะจะทำให้พวกมันต้องดิ้นรนออกมาเอง” ชินอ๋องผงกศีรษะรับ จินวั่งซูช่างเป็นคนโฉดตัวจริง หากให้พระองค์ทรงคิดก็ไม่เคยคิดจะเผาส้วมและโรงครัวในค่ายทหารของแคว้นใดมาก่อน “เจ้าคิดได้ร้ายกาจนัก...” จินวั่งซูฟังแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นคำชมเพราะสีพระพักตร์ของชินอ๋องดูคล้ายจะแสยะยิ้มแบบแหยงๆ อยู่สักหน่อย....แต่คุณชายจินก็รู้สึกภาคภูมิใจเพราะไม่ถึงสองวันเหล่านักฆ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 243 ชิงกระบี่

    เกล็ดหิมะโอบล้อมร่างทั้งสองเอาไว้จนแทบจะมองไม่เห็น หมิงเฟยหลงเกร็งพลังภายในขึ้นไปรวมยังแขนสองข้างอย่างเต็มที่เพราะกระบี่ดูดวิญญาณสั่นแรงขึ้นจนเขาแทบจะต้านทานพลังของมันไว้ไม่ได้ “อ๊าก!!!!” เสียงของเถียนลู่หลินร้องเสียงดังก้องทุกคนต่างยืนตะลึงมองพายุเกล็ดหิมะที่หมุนวนอยู่ตรงกลางทุ่งหญ้าด้วยใจลุ้นระทึก หมิงเฟยหลงตัดสินใจออกกระบวนท่าสุดท้ายของเพลงกระบี่กระชากวิญญาณแบบย้อนกลับ เขาออกแรงดึงกระบี่ที่ดูดอยู่กับกระบี่สีดำสุดแรง ก่อนจะฟาดลงไปกลางกระหม่อมของประมุขเถียน ในขณะที่เถียนลู่หลินเองก็ย่อตัวลงยกกระบี่ขึ้นขวางรับไว้ เปรี้ยง! กระบี่ทั้งสองกระทบอีกครั้ง และครานี้ก็มีเสียงกัมปนาทราวกับดินปืนระเบิดลังใหญ่ ร่างของคนทั้งสองอยู่ในพายุหิมะเมื่อครู่กระเด็นหวือออกมาคนละทิศคนละทางร่างของฮ่องเต้หนุ่มแผ่หงายลงบนทุ่งหญ้าในพระหัตถ์ยังคงมีกระบี่สีขาว ส่วนร่างของประมุขสำนักมืออสูรลอยคว้างหมุนกลิ้งไปบนทุ่งหญ้านับสิบตลบ กระบี่สีดำในมือกระเด็นกระดอนออกจากมือไป พลั่ก! ปึ๊ก! แรงกระแทกทำเอาฮ่องเต้ทรงมึนไปครู่ใหญ่ “ฝ่าบาท ทรงเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 242 ประลองสองกระบี่

    หลวนฮองเฮาประทับอยู่ลึกเข้าไปด้านในเพราะเกรงจะเป็นเป้าหมายของเหล่านักฆ่า คนของทั้งสองฝ่ายล้วนเตรียมพร้อม ไม่ว่าผลการประลองจะเป็นอย่างใด วันนี้ต้องมีการนองเลือดอย่างแน่นอน “ในฐานะที่เขาเป็นญาติผู้น้องของเถียนฮองเฮา ข้าถือว่าให้เกียรติเขาในการแก้แค้นอย่างหมดจด” “ความจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” “ข้าเองก็เป็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่ง หากมีผู้กล้าท้าซ้ำยังมีความแค้นอันใหญ่หลวงต่อกัน เหตุใดจึงจะไม่ยอมทำเล่า เขาแค้นที่ข้าล้างตระกูลเขา ข้าก็แค้นที่พวกเขาอยากจะฆ่าข้า เราสองคนสมควรจะดวลกันให้รู้ดีรู้ชั่ว” หมิงเฟยหลงนึกถึงการบาดเจ็บล้มตายของเหล่าทหารและองครักษ์รอบข้างที่เกิดจากฝีมือของเถียนลู่หลินผู้นี้ ความหวาดระแวงนับสิบปีกับความอาฆาตมาดร้ายหมายชีวิตของศัตรูสมควรจะจบลงเสียที ฮ่องเต้ทรงอาภรณ์ขาวปักลายมังกรงดงามในพระหัตถ์คือกระบี่ดูดวิญญาณที่สูญหายไปในยุทธภพหลายสิบปีเถียนลู่หลินในคราแรกมิได้สนใจมองกระบี่ที่ฮ่องเต้จะใช้ ทว่าเมื่ออีกฝ่ายก้าวเท้าเข้ามาในทุ่งหญ้าในระยะที่สังเกตรายละเอียดของกระบี่ได้ชัดขึ้นก็ตกใจ “เจ้าได้กระบี่นั่นมาจากที่ใด”เดิมทีเ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 241 กระบี่ดูดวิญญาณ

    “กระบี่ทั้งสองจะสะท้อนพลังของกันและกันเพคะ หากฝ่าบาทถือกระบี่ดูดวิญญาณก็สะท้อนอาการหลอนนั้นไปยังประมุขเถียน ส่วนฝ่าบาทเองก็จะกลายเป็นผู้ที่รู้สึกว่าวิทยายุทธ์ตนเองลดลงจนกลายเป็นหวาดกลัวประมุขเถียน” เมื่อได้ยินฮองเฮาทรงอธิบายเช่นนั้น ทุกคนก็ยิ่งประหลาดใจ “ฮองเฮา เช่นนั้นแล้วฝ่าบาทจะทรงได้เปรียบประมุขเถียนได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”ชินอ๋องได้ฟังก็ยิ่งสับสน หากพระเชษฐาต้องรับผลสะท้อนจากกระบี่จะมิกลายเป็นกลัวจนต้องยอมแพ้หรอกหรือ “สิ่งที่คนในยุทธภพยังไม่รู้เกี่ยวกับกระบี่ดูดวิญญาณก็คือ มันกระบี่ที่ถูกหลอมขึ้นมาในภายหลังจึงมีพลังเหนือกว่ากระบี่กระชากวิญญาณ หากใช้วิชากระบี่กระชากวิญญาณแบบย้อนกลับจะทำให้สามารถดูดพลังของกระบี่กระชากวิญญาณเข้ามารวมอยู่ในกระบี่ดูดวิญญาณได้” หลวนฮองเฮาแสยะยิ้มเมื่อเอ่ยจนจบ พลางหันไปมองพระสวามีและชินอ๋องที่ยืนตะลึงมองมายังนางเป็นจุดเดียว “นี่มัน.....” “เป็นความลับของยุทธภพที่มีเพียงคนในครอบครัวของข้าล่วงรู้” นางหันไปยิ้มให้กับหมิงเฟยหลง “คืนนี้หม่อมฉันจะสอนวิธีการใช้วิชากระบี่กระชากวิญญาณแบบย้อนกลับให้ฝ่าบาทเอง”

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 10 สัญญาของหมูโง่

    เมื่อเห็นร่างสูงของบุรุษหนุ่มทั้งสองที่เดินเคียงคู่กันมา หงซือซือก็หน้าเปลี่ยนสี เรื่องเมื่อคืนนางรู้ว่าคุณชายสามและนางเมามากจึงได้แต่ก่นด่าตนเองในใจ‘ซือซือเอ๋ย! เจ้านี่มันช่างงี่เง่าสิ้นดี ดันปล่อยตัวเองให้เละเทะจนขึ้นเตียงกับมังกรขาวเจ้าเล่ห์ นี่หากเขานึกออก ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน’

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 9 ร่องรอยของนักฆ่า

    “พี่สามเมื่อเช้าคนที่เดินหน้าห้องนอนข้าเอ่ยถึงคนของสำนักมืออสูร” อ๋องเก้าสีหน้าเคร่งเครียด “พวกมันปรากฏตัวที่แคว้นหมิงอีกแล้วหรือ” คนเป็นพี่ชายหน้าตาขึงขัง “เห็นว่ามีผู้วิชากระบี่แบบเดียวกับพวกมัน ไม่รู้ว่าจะใช้พวกเดียวกันหรือไม่” “เหตุใดจึงคิดว่าอาจมิใช่พวกเดียว

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 8 ท่านอาพันหน้า

    หงซือซือและพระชายาหานนั่งเคียงคู่กันชมการประลองอย่างตื่นตาตื่นใจ “ข้าไม่เคยเลยว่าการประลองของเหล่าจอมยุทธ์ที่นี่จะตื่นเต้นราวกับการประลองเจ้ายุทธภพ” หานซูลี่แทบจะปรบมืออยู่ตลอดเวลาจนจอมยุทธ์หงนึกรำคาญต้องจับมือของนางลง “เจ้าก็พอก่อนเถิดอย่าเอาแต่ปรบมืออยู่เลย นั่งดูเงียบๆ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 7 ร่วมเตียงกับฮ่องเต้

    เมื่อเมากันจนลิ้นเริ่มแข็งจนพูดจาอ้อแอ้ทั้งคู่แล้ว คุณชายสามเป็นฝ่ายกึ่งโอบกึ่งลากเอาจอมยุทธ์หงขึ้นเตียงนอน“ปาย...น้องโหง...เจ้านอนข้างใน ส่วนข้าจานอนข้างนอนเตียงเอง” “เอือม...เอิ๊ก....เอื๊อก..ดะ...ด้ายยยยยย ตามใจพี่สาม” หงซือซือร้องอ้อแอ้ ครึ่งตัวนางอยู่บนเตียงแต่ขายังชี้โด่เด่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status