Home / รักโบราณ / ซือซือฮองเฮาพันโฉม / บทที่ 2 มังกรขาวจอมเจ้าเล่ห์

Share

บทที่ 2 มังกรขาวจอมเจ้าเล่ห์

last update Last Updated: 2026-01-26 16:48:21

         “เจ้าพูดเพ้ออันใด ” สายตาเหม่อลอยของเจ้าสำนักหงทำให้พระชายาหานที่ผ่านการมีความรักและครอบครัวถึงกับถอนหายใจเบาๆ

         “ข้าว่าเจ้าเห็นคนน่าสนใจใช่หรือไม่”

         “อืม! เอ๊ย! ที่ไหนได้ คนเจ้าเล่ห์ ซ้ำยังหมกมุ่นในกามแบบนั้นมีหรือข้าจะสนใจ” นางเผลอพูดออกมารัวๆ

ครั้นเห็นเพื่อนหัวเราะคิกคัก หงซือซือก็หน้าเสีย

         “ที่แท้เจ้าก็สนใจมังกรขาวเจ้าเล่ห์นี่เอง” พระชายาหานซูลี่พยักหน้าล้อเลียนสหายรัก

หากท่านอ๋องเก้าสวามีของนางเป็นจิ้งจอกขาว ฮ่องเต้ก็สมควรเป็นสัตว์ร้ายตัวนั้น

         “ข้าแค่แปลกใจที่เขาสังเกตความแตกต่างของข้ากับคนที่ข้าแปลงเป็นพวกเขาต่างหากเล่า” หงซือซือรีบหันมาทำหน้าตาขึงขัง แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ฮ่องเต้ดูจะสงสัยในตัวนางขณะที่แปลงเป็นไป๋เพ่ยเจินนางกำนัลวังอดีตฮองเฮาผู้ล่วงลับ

         “สมแล้วกับที่เป็นพี่ชายของจิ้งจอกขาว ข้าเคยได้ยินว่ามังกรตัวนี้ร้ายกาจนัก สามารถพลิกโอกาสล้มรัชทายาทจนขึ้นครองราชย์ได้”

         “ใช่! เรื่องนี้ถูกซุบซิบกัน เห็นทีข้าต้องไปฟังข้อมูลเพิ่มเติมที่โรงเตี๊ยมยุทธภพเสียแล้ว”

หงซือซือเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านางมิได้ไปเยือนโรงเตี๊ยมยุทธภพมาเสียนาน เรือนใหญ่ลึกลับนั่นจะต้องเป็นผู้มีวิทยายุทธ์เท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้เข้าไปใช้บริการ

         “ที่นั่นเป็นอย่างไรหรือ  ข้าเคยได้ยินคนพูดถึงแต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ใด ”

         “โรงเตี๊ยมยุทธภพอยู่กลางทะเลสาบเซินหลันเซ่อ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีหมอกตลอดปี เราต้องพายเรือไปทางเข้าทุกทางล้วนมีค่ายกล ผู้ที่จะเข้าไปได้ล้วนต้องมีวรยุทธ์ระดับกลางถึงระดับสูง มิฉะนั้นได้ลอยคอในทะเลสาบแทนการนอนในโรงเตี๊ยมแน่ แต่หากอยากเข้าไปง่ายต้องรอคืนพระจันทร์เต็มดวงเพราะหมอกจะน้อย ยามที่ไม่มีผู้บุกรุกหมอกพวกนั้นจะสลายไปเอง”

         “โอ....นับว่าเป็นสถานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ข้าอยากไป เจ้าพาข้าไปด้วยได้หรือไม่” สายตาของหานซูลี่วิบวับทันทีที่ได้ฟังสิ่งที่สหายเล่า

         “จอมยุทธ์ลี่ เจ้ายังมีลูกให้ดูแลอีกสองคน ท่านอ๋องเก้าจะยอมหรือ ” หงซือซือเอ่ยนามในยุทธภพของสหาย

         “จอมยุทธหง หากคนอย่างข้าคิดจะไป เจ้าคิดหรือว่าท่านพี่จะกล้าขัดคอข้า” พระชายาอมยิ้ม เชิดหน้าเล็กน้อย นางกำลังครุ่นคิดกลยุทธ์ที่จะทำให้ท่านพี่เก้ายินยอมให้นางออกไปเที่ยวแต่โดยดี

         “เอาเถิด หากเจ้าทำให้ท่านอ๋องเก้าอนุญาตได้ ข้าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเจ้าเอง” หงซือซือผู้ยังโสดและโดดเดี่ยวคิดเพียงแต่เหตุผลที่ตนมองเห็น

         “ดี! คืนนี้ข้าจะได้ไม้เด็ดเทียว”

         เมื่อท่านอ๋องเก้ากลับมาในยามตะวันใกล้ตก เห็นพระชายาของตนอาบน้ำแต่งกายหอมกรุ่นนั่งอยู่พร้อมอาหารเต็มโต๊ะ “เจ้ามิได้ลงไปดูแปลงผักดอกหรือ ”

         “ดูแล้วเพคะ แต่หม่อมฉันอยากดูแลท่านพี่มากกว่า” นางยิ้มมีจริตเล็กน้อย

ท่านอ๋องเก้าเห็นแล้วรู้สึกเสียวสันหลัง ในยามพระชายาทำเช่นนี้เขามักรู้สึกว่าตนเองจะต้องสูญเสียบางสิ่งหรือต้องยอมทำบางอย่างให้กับภรรยา

         ชุดในคืนนี้ของนางจงใจยั่วเย้า คอเสื้อดูสวมให้ดูกว้างกว่าปกติ สาบเสื้อตรงหน้าอกลาดลงต่ำจนมองด้านข้างเห็นเนินอกอวบอิ่มของสตรีที่ผ่านการให้นมบุตรฝาแฝด เขาจินตนาการได้ว่ามันขยายขนาดขึ้นมากกว่าเดิมพอสมควร แต่ก็เป็นสิ่งที่ท่านอ๋องพึงพอใจอย่างยิ่ง เขาไม่ต้องรบเร้านางให้เพิ่มน้ำหนักอีกต่อไป

         อ๋องเก้าที่นั่งข้างภรรยาเห็นสาบเสื้อที่หย่อนในยามนางคีบอาหารส่งให้ก็กลืนน้ำลายเอื๊อกหนึ่ง สายตาของเขาไม่อาจละจากเนินเนื้อขาวอวบนั้น

“อืม...อาหารคืนนี้อร่อยเป็นพิเศษ น้องหญิงเจ้าลงมือเองหรือ ”

         “เพคะ หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่รับประทานเยอะๆ เผื่อคืนนี้ท่านพี่จะต้องช่วยหม่อมฉันสักหน่อย” นางจงใจตะแคงใบหน้าเข้าไปใกล้บ่าไหล่ของเขา นั่นยิ่งทำให้สาบเสื้อนางเผยอมากขึ้น

ท่านอ๋องเก้าที่ร่างสูงกว่าก้มลงมามองเห็นร่องอกพอดี ดวงตาจึงทอประกายพึงพอใจอย่างยิ่งยวด “เช่นนั้นข้าจะตั้งใจกินให้มากตามที่เจ้าต้องการ”

ไม่นานนักท่านอ๋องก็รับข้าวหมดไปถึงสองถ้วย ถามไถ่ถึงลูกทั้งสองตามปกติ เมื่อพระชายาแจ้งว่าลูกทั้งสองรับประทานอาหารและเข้านอนไปแล้ว ท่านอ๋องเก้าก็อมยิ้ม

‘ดูเหมือนหมีขาวจะมีจุดประสงค์จริงๆ สินะ เตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยเทียว’

         พระชายาเกาะแขนพระสวามีฉอเลาะชักชวนให้กลับห้องบรรทม “หม่อมฉันสั่งคนเตรียมน้ำอาบไว้แล้ว ท่านพี่ไปแช่ให้สบายเถิด”

         ท่านอ๋องเก้ายิ้มน้อยๆ เมื่อนางจงใจใช้หน้าอกอวบเสียดสีกับต้นแขนของพระองค์ “หากเจ้าทำเช่นนี้ ข้าคงจะไม่ทันได้อาบน้ำเป็นแน่ คงได้ออกแรงทำสิ่งอื่นเสียก่อน”

         “อาบก่อนเถิดเพคะ จะได้สบายเนื้อสบายตัว”

นางเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานจนท่านอ๋องอดจะโน้มกายลงจุมพิตริมฝีปากนางมิได้

         “น้องหญิง เจ้าเอาใจข้าถึงเพียงนี้ ข้าชักไม่สบายใจเสียแล้ว”

         คืนนั้นองค์หญิงหานซูลี่ทั้งช่วยถูตัวให้ท่านอ๋อง ทั้งนวดเนื้อตัวเอาใจ และเป็นฝ่ายรุกเร้าจนท่านอ๋องอดรนทนไม่ไหวร่วมรักกับนางเสียหลายครั้ง

กระทั่งล่วงไปยามจื่อ[1]นางที่เกยใบหน้าไว้บนอกท่านอ๋องจึงเอ่ยขอสิ่งที่ตั้งใจ“ท่านพี่เพคะ ท่านเคยเห็นโรงเตี๊ยมยุทธภพหรือไม่ ”

         ท่านอ๋องเก้ายกมือลูบแก้มนวลของภรรยา “ผู้ใดเล่าให้เจ้าฟัง ”

         “หงซือซือเพคะ นางว่าจะไป ข้าจึงอยากไปด้วย”

         หลังจากที่กำจัดกบฏฮองเฮาตระกูลเถียนได้แล้ว หานซูลี่จึงยอมเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเจ้าสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟให้เขาได้รู้

หมิงหลี่เหว่ยโมโหหงอี้เทียนที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเขา เมื่อเรียกฝ่ายนั้นมาเลี้ยงสุราเพื่อต่อว่ากลับถูกพี่ชายหงซือซือใช้เหตุผลมาโต้แย้งจนเขาไม่อาจด่าทออีกฝ่ายได้อีกต่อไป

         การปกปิดความลับของตระกูลหงเป็นเรื่องปกติ และความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับคนรอบข้างล้วนยากจะคาดเดา เพราะเพียงแค่เปลี่ยนโฉมหน้าสองพี่น้องตระกูลหงก็พร้อมจะเป็นผู้ใดก็ได้

สำหรับองค์หญิงหานซูลี่แห่งแคว้นเว่ยพวกเขานับถือเสมือนญาติการให้ความช่วยเหลือและการปกปิดความลับจึงต้องมาพร้อมกัน

         “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไปกับนางตามลำพัง เจ้ามีบุตรถึงสองคนแล้ว หากเป็นอันใด ข้าจะกับลูกจะอยู่อย่างไร”

เมื่อเห็นนางทำหน้างอง้ำ ท่านอ๋องเก้าชะโงกหน้าขึ้นมาจูบหน้าผากภรรยา

         “แต่ข้าอยากจะเห็นนี่นา!” นางดิ้นจนหน้าอกอวบบดเบียดหน้าอกเขาไปมา

         ท่านอ๋องสอดแขนเข้ากอดร่างนางแล้วพลิกตัวเป็นฝ่ายทาบทับอยู่ข้างบน “น้องหญิง ตามใจข้าอีกครั้ง เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง”

         เช้าวันต่อมาเมื่อหงซือซือได้รับพิราบสื่อสารแจ้งว่าท่านอ๋องเก้าจะพาหานซูลี่ไปโรงเตี๊ยมยุทธภพพร้อมกัน นางถึงกับเอาสันฝ่ามือเคาะหน้าขมับตนเอง

“ไม่น่าเชื่อ! ลี่เอ๋อร์ใช้วิธีไหนกันถึงทำให้ท่านอ๋องยอมได้ สองสามีภรรยานี้ช่างแย่จริง ไม่ห่วงลูกเลยหรือไร”

[1] ยามจื่อ หมายถึง ช่วงเวลา 23.00-01.00 น.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 170 คนสนิทของฮ่องเต้

    หงซือซือได้แต่ถอนหายใจที่บุรุษข้างกายนางทั้งสองดูระมัดระวังนางมากจนจินวั่งซูเริ่มสงสัย “จอมยุทธ์หง เหตุใดสองคนนั้นถึงได้จับตามองเจ้าตลอดเวลา ” “ท่านคิดว่าเพราะเหตุใด” นางเอียงคอถาม “หงซือ เจ้าไม่เองก็ไม่รู้หรือ” จินวั่งซูเลิกคิ้วคล้ายไม่เชื่อ เขาเห็นจอมยุทธ์หลงคล้ายประคองหนุ่มน้อยผู้นี้อยู่บ่อยๆ‘เอาเถอะ! ข้าจะจับผิดพวกเจ้าให้ได้คาหนังคาเขาเอง แล้วพวกเจ้าจะพูดไม่ออก’ เมื่อรถม้าเดินทางถึงเมืองหลวงแคว้นผิง หงอี้เทียนพาเข้าไปพักเรือนด้านหลังของสำนักกู้ภัยหงส์ไฟสาขาแคว้นผิง“ที่นี่ปลอดภัยที่สุด ข้าวางกำลังคุ้มกันแน่นหนา”หมิงเฟยหลงยิ้มน้อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหลังคาเรือน เงาวูบผ่านไปสองสาย เหล่าแมวดำมาถึงแล้ว เท่านี้ก็วางใจได้! ข้อมูลจากอ๋องเก้าบอกไว้ว่าตรากระเรียนทองคำถูกเก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงของแคว้นผิงการขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันได้อาศัยตรานี้เป็นเครื่องรับรอง ครั้งนั้นท่านตาของฝู่กั๋วกงของท่านอ๋องเก้าได้เป็นผู้ว่าจ้างให้ขโมยตราทองคำกลับมาจากตำหนักเสียนเหลียงของอดีตฮองเฮาหงซือซือร่วมมือกับนินจาหานซู่ลี่เข้าไปบุกตำหนักเถียนฮองเฮาแต่นางกลั

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 169 ยาปลอมของท่านพี่

    หงซือซือบังคับพี่ชายให้เฝ้าดูแลหมิงเฟยหลงที่นอนหลับอยู่ในห้องพัก ส่วนตนเองแอบออกไปข้างนอก แปลงโฉมเป็นสตรีชาวบ้านเขาไปตรวจในโรงหมอ “ยินดีด้วยนะแม่นาง เจ้าตั้งครรภ์แล้ว” “ไอ้หยา!” หงซือซือตาโต “ท่านหมอแน่ใจหรือ” “ข้าเป็นหมอมาตั้งแต่เป็นเด็กหนุ่มจนแก่ปูนนี้คนครึ่งเมืองนี้ ข้าเคยตรวจชีพจรพวกเขาตั้งแต่อยู่ในท้อง เจ้ายังจะคิดว่าข้าเข้าใจผิดได้อีกหรือ เจ้าตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว เดี๋ยวข้าจัดเทียบยาบำรุงให้” พลันนางคิดขึ้นได้ “ท่านหมอ ท่านตรวจยาลูกกลอนนี้ให้ข้าที” หมอวัยกลางคนรับขวดยากระเบื้องเคลือบสีขาวแล้วเทเม็ดยาลงในอุ้งมือ ก่อนจะยกขึ้นดมกลิ่น“อ้อ! เจ้าก็กินยาบำรุงครรภ์อย่างดีอยู่แล้วนี่ เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องเขียนเทียบยาให้เจ้าแล้ว กินให้หมดนี่ล่ะ ส่วนผสมแพงเสียด้วยที่บ้านเจ้าคงฐานะดี” “มิได้ๆ” หงซือซือรู้สึกคล้ายวิงเวียนขึ้นมาทันทียาห้ามครรภ์ที่นางกินอยู่ทุกคืนก่อนนอนกลับกลายเป็นยาบำรุงครรภ์ไปตั้งแต่เมื่อใดกัน นางรับขวดยาจากท่านหมอพร้อมฟังคำแนะนำในการดูแลตนเองระยะแรกในการตั้งท้องอยู่พักใหญ่ เมื่อแวะแปลงโฉมกลับเป็น

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 168 จอมยุทธ์หลงแพ้ท้อง

    การเดินทางไปยังแคว้นผิงต้องผ่านเมืองเทียนคง จินวั่งซูที่เคยมาเยือนเมืองนี้เมื่อครั้งมาช่วยเสนาบดีฟ่าน หลี่เจี๋ย[1]กับท่านหญิงจีปราบกบฏเจ้าเมืองเทียนคงจึงแนะนำให้ทุกคนเข้าไปพักในโรงเตี๊ยมเมืองนี้สักคืนก่อน จินวั่งซูรู้สึกแปลกใจที่จอมยุทธ์หลงมักจะขอพักห้องเดียวกับจอมยุทธ์หง แม้เขาจะยืนยันว่าค่าที่พักที่เขาได้รับจากชินอ๋องมามากพอที่แต่ละคนจะพักแยกกันได้ แต่จอมยุทธ์หลงผู้นั้นก็ไม่ยอมแยกห้อง “ข้าสนิทกับน้องหงมาก ที่ผ่านมาพวกเราเดินทางไปที่ใดก็มักจะนอนห้องเดียวกันตลอดเพื่อระวังความปลอดภัย” “อ้อ!” ทีแรกจินวั่งซูก็รับรู้แบบผ่านๆ แต่พอเห็นจอมยุทธ์หลงดูใส่ใจกับหงซือมากจนเกินปกติเขาจึงคอยลอบสังเกต “จอมยุทธ์หง ปกติเจ้าก็ทำงานกับหัวหน้าหงมิใช่หรือ” จินวั่งซูปรายตาไปทางหงอี้เทียนจอมยุทธ์หงผู้นี้ มีชื่อแซ่ว่า หงซือ จินวั่งซูนึกแปลกใจที่หงซือเป็นหนุ่มน้อยรูปร่างผอมบางกลับได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้คุ้มภัยของสำนักหงส์ไฟ “ใช่! ข้าก็เป็นหนึ่งในผู้คุ้มภัยเช่นกัน” “เจ้ารูปร่างผอมบางหากข้าไม่รู้จักมาก่อนคงคิดว่าเจ้าเป็นผู้ว่าจ้าง เจ้าทำงานกั

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 167 จินวั่งซูเป็นหัวหน้า

    ท่านอ๋องเก้าทรงฟังสิ่งที่ฮ่องเต้ทรงเล่าด้วยความตื่นเต้น เรือนน้อยของอนุถานช่างน่าสนใจนัก! หากพาพระชายาไปพักผ่อนแล้วได้อ๋องน้อยติดท้องมาอีกสักคนสองคนคงจะดี “เห็นหรือไม่ เจ้าได้ยินแล้วก็ยังสนใจเหมือนข้า” “อืม....” อ๋องเก้าเพียงอมยิ้มและผงกศีรษะเบาๆ อู๋กงกงที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าตำหนักเป่าฉีพร้อมด้วยชินอ๋อง ครั้นเห็นหู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งยืนเฝ้าประตูอย่างแข็งขันรีบเดินมาทักทาย “ฝ่าบาทให้พวกเจ้าไปอารักขาท่านอ๋องเก้ากับพระชายาด้วยเหตุใด ” “อู๋กงกงท่านก็รู้ว่าเรื่องนี้พวกเราบอกไม่ได้” องครักษ์หู่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าระยะหลังๆ อู๋กงกงดูจะร้อนรนที่มิได้เป็นคนสำคัญของฮ่องเต้เช่นแต่ก่อน อู๋กงกงหน้าม้าน “อ้อ! ข้าลืมไป ขออภัยพวกเจ้าด้วยก็แล้วกัน”ในเมื่อตนมิได้เป็นคนสำคัญแล้ว อู๋กงกงก็มิกล้าข่มขวัญองครักษ์ทั้งสองอีก ยามนี้ดูเหมือนฮองเฮาจะทรงถือหางคนทั้งสอง และฝ่าบาทก็ทรงเกรงพระทัยฮองเฮายิ่งนักสนมทั่วทั้งวังหลังต่างซุบซิบกันว่าไม่รู้เมื่อใดฮ่องเต้จะทรงให้ฮองเฮาเสด็จกลับไปประทับตำหนักเสียนเหลียงเพราะหากพระนางยังอ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 166 ว่าที่รัชทายาท

    สองวันหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อย่างที่กล่าวกันว่าช่วงใดที่เรามีความสุขเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ หมิงเฟยหลงก็ทรงรู้สึกเช่นนั้น การได้ใช้ชีวิตเยี่ยงชาวบ้านทั่วไปกันสองสามีภรรยาในเรือนหลังน้อยริมแม่น้ำฉางเจียงของอนุถานช่างเป็นภาพที่พระองค์มิเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ หากสวรรค์มิได้ส่งให้หงซือซือเข้ามาในเส้นทางชีวิตอันโดดเดี่ยวนี้ เกรงว่าชั่วชีวิตพระองค์คงมิอาจจะได้ลิ้มรสความสุขที่มุ่งหวัง “ซือซือข้าไม่อยากกลับวังหลวงเลย น่าเสียดายนัก” “พี่สาม คราวหน้าเราก็มากันใหม่ก็ได้เจ้าค่ะ” ฮ่องเต้ทรงถอนพระปัสสาสะ “ข้ามีลางสังหรณ์ว่ากว่าเราจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งคงอีกนาน” “ทำไมหรือเจ้าคะ” หมิงเฟยหลงรวบภรรยาเข้ามาแนบอก “เราคงต้องเร่งมือตามหาตรากระเรียนทองคำมาเพื่อเปิดขุมทรัพย์ให้สำเร็จ ก่อนที่ฤดูฝนคราวหน้าจะมาถึง หากสร้างเขื่อนไม่ทันอาจจะเกิดอุทกภัยอีกครา เจ้าคงไม่อยากเห็นผู้คนล้มตายไร้ที่อยู่อาศัยเหมือนที่เมืองชิงหลิวอีกกระมัง ” “เจ้าค่ะ ราษฎรล้วนทุกข์ยาก ผู้คนพลัดพรากจากครอบครัว บ้านเรือน ไร้ที่อยู่ หากน้ำท่วมหรือฝนแล้ง พวกเขาล้วนต้อ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 165 ลานรักกลางแจ้ง

    ฮ่องเต้ทรงส่งหูซิ่นสือไปขอเช่าเรือนน้อยริมน้ำของอนุถานสักสองวัน โดยให้หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งแต่งกายเลียนแบบชาวบ้านลงไปสำรวจความปลอดภัยโดยรอบล่วงหน้าห้าวัน “ตรวจสอบให้เรียบร้อย หากเจิ้นกับฮองเฮาออกไปพักที่นั่น สิ่งสำคัญคือความปลอดภัย” หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรจัดการทุกอย่างเรียบร้อยกว่าฮ่องเต้ทรงคาดหวัง เขาส่งสาวใช้ที่จวนออกไปเปลี่ยนผ้าห่ม ผ้าปู และหมอนมุ้งใหม่ให้เรียบร้อย รวมจัดหาข้าวสารอาหารแห้งและเสื้อผ้าของใช้ให้พร้อมสำหรับการถูกปล่อยให้อยู่กันสองต่อสองเป็นเวลาสองวัน “พื้นที่โดยรอบสิบลี้กระหม่อมตรวจสอบความปลอดภัยและวางกำลังคนคอยดูแลไว้เรียบร้อยพ่ะย่ะค่ะ” “ดี! ระยะนี้มีข่าวว่านักฆ่าสำนักมืออสูรถูกปล่อยออกมาแล้ว แม้ข้าจะห่วงความปลอดภัย แต่หากยังไม่สามารถทำให้ฮองเฮาตั้งครรภ์ได้เสียทีก็ย่อมเป็นความสูญเสียความมั่นคงในบัลลังก์เช่นกัน” การออกจากวังหลวงถูกดำเนินการอย่างเงียบเชียบ อู๋กงกงที่พยายามเงี่ยหูฟังกลับมิได้ยินสิ่งใด ฮ่องเต้ทรงระมัดระวังพระองค์ยิ่งนักตกค่ำคืนนั้นทรงเล่าแผนการให้กับหงซือซือฟัง นางหัวเราะคิกคัก “พี่สาม ท่านจะทำเช่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status