Home / รักโบราณ / ซือซือฮองเฮาพันโฉม / บทที่ 3 โรงเตี๊ยมยุทธภพ

Share

บทที่ 3 โรงเตี๊ยมยุทธภพ

last update publish date: 2026-01-26 16:48:40

         ทะเลสาบเซินหลันเซ่อกว้างใหญ่เดินทางจากเมืองหลวงหนึ่งวันเต็มๆ ก็ไปถึง รถม้าสองคันแล่นตามกันมาจอดที่ท่าเรือเล็ก โรงเตี๊ยมริมท่าเรือมีลูกค้ามาเยือนไม่ขาดสาย เถ้าแก่เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

         “พวกท่านต้องการห้องพักพี่ห้องขอรับ!”

         “เราต้องการเรือสามลำ”

         “ไม่พักก่อนหรือขอรับ ยามนี้หมอกยังหนาอยู่ หากพวกท่านคิดจะเข้าโรงเตี๊ยมยุทธภพอาจจะยากลำบากไปสักหน่อย”

         “ไม่เป็นไร เจ้าบอกค่าเช่าเรือมาเลย”

         “เช่ายามนี้ราคาไม่แพงแต่ต้องมีค่าประกันเรือด้วย หากพวกท่านไม่สามารถเอาเรือมาคืนข้าได้ ค่าประกันนี้เป็นอันว่ากลายเป็นราคาซื้อขาด”

         อ๋องเก้าตกลงหยิบเงินมาจ่ายค่าเรือนสามลำแล้วหันไปพยักหน้าให้ตงชางกับหนานเฉิงองครักษ์ประจำตัวตามเถ้าแก่โรงเตี๊ยมออกสำรวจเรือให้เรียบร้อย

ส่วนหงซือซือนำเอาหัวหน้าสวีซึ่งเป็นผู้ดูแลสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟสาขาเมืองหมิงมาด้วย การจะเข้าไปโรงเตี๊ยมยุทธภพได้ต้องมีคู่หูที่เป็นยอดฝีมือช่วยกันฝ่าค่ายกลจึงจะทำสำเร็จโดยง่าย

         “พร้อมแล้วพวกเราก็ไปกันเลย”

หงซือซือคึกคักกว่าทุกคน วันนี้นางแปลงโฉมเป็นบุรุษและให้ทุกคนเรียกขานเพียงจอมยุทธหง

ส่วนพระชายาหานซูลี่ก็มาในชุดทะมัดทะแมง ความจริงนางทั้งสองต้องการจะนั่งเรือคู่กันทว่าเห็นสายตาดุดันของท่านอ๋องเก้าแล้วจำต้องแยกย้าย

         “เจ้ามานั่งลำนี้น้องหญิง ข้าจะได้ดูแลอย่างเต็มที่” อ๋องเก้าชี้นิ้วไปที่นั่งด้านหน้า อีกมือก็คว้าไม้พายมากำไว้ เมื่อภรรยานั่งลงแล้วก็ยื่นไม้พายอีกอันให้นาง “เจ้าต้องใช้ไม้พายนี้ช่วยข้าป้องกันพวกท่อนไม้ที่จะพุ่งเข้ามา เราต้องระวังอย่าให้เรือคว่ำ เจ้าระวังหน้าให้ดี ส่วนด้านหลังข้าจะพายเอง”

เรือน้อยสามลำพายตามกันไปจนถึงกลุ่มเมฆหมอกข้างหน้า

คืนนี้แม้พระจันทร์ไม่เต็มดวงแต่กลับส่องแสงสว่างทั่วเวิ้งน้ำ ทะเลสาบเซินหลันเซ่อมีน้ำสีเข้มกว่าปกติหากมองในช่วงกลางวันจะเห็นเป็นสีน้ำเงิน รอบทะเลสาบเป็นที่ลาดเล็กน้อยแล้วก็เลยไปเป็นภูเขาขนาดหย่อมอยู่รายรอบ ช่วงกลางทะเลสาบมีเกาะแก่งใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง

จอมยุทธ์ฉู่ผู้เคยครองตำแหน่งเจ้ายุทธภพมาก่อสร้างโรงเตี๊ยมแห่งนี้และยังส่งต่อกันในสกุลฉู่ คราหนึ่งเกิดเหตุนองเลือด ณ ลานด้านหน้าโรงเตี๊ยม จอมยุทธ์ฉู่คนล่าสุดจึงได้สร้างค่ายกลรอบด้านเพื่อป้องกันมิให้เหล่านักฆ่าเข้ามาที่นี่ได้ง่าย

อาคารใหญ่สองชั้นบนเนินเขากลางทะเลสาบที่ปรากฏเบื้องหน้าเมื่อเรือสามลำลอยเข้าไปใกล้ก็เริ่มมีกลุ่มหมอกขาวลอยเข้าปกคลุม

“อา! โรงเตี๊ยมหายไปแล้ว หมอกหนาจริงๆ ท่านพี่”

“เจ้าอย่ามัวแต่ดูเพลินล่ะ ระวังเอาไว้เราจะเข้าไปในกลุ่มหมอกแล้ว” ท่านอ๋องเก้ารีบเตือนภรรยาเมื่อเห็นนางมัวแต่มองซ้ายมองขวาอย่างตื่นเต้น    

         “เอาล่ะ แยกย้ายเข้าคนละด้านนะ เพราะถ้าพายตามกันค่ายกลจะบีบรัดพวกเรา คอยระวังท่อนไม้ที่จะพุ่งเข้ามาให้ดี” หงซือซือร้องบอก นางกำกับให้หัวหน้าสวีพายเรือออกไปทางขวา

เมื่อพายเรือเข้าไปในกลุ่มหมอกไม่นานนัก ก็ปรากฏช่องสำหรับให้เรือพายไปได้โดยมีทางเลือกสองทาง

หงซือซือชี้เลือกด้านซ้าย นางกำไม้พายแน่นเมื่อสังเกตว่าผืนน้ำมีแรงกระเพื่อมเพิ่มขึ้น “มันกำลังจะมาแล้ว! เตรียมตัว!”

ท่อนซุงใหญ่ปลายล่ามด้วยโซ่ ถูกปล่อยลอยน้ำพุ่งเข้ามาหาเรือ หงซือซือใช้ไม้พายที่ทำมาจากท่อนเหล็กค้ำยันไว้แล้วปัดออกไปทางซ้ายและขวา ในม่านหมอกมีลำไม้ไผ่ลำใหญ่พุ่งออกมานับไม่ถ้วน

หงซือซือกำไม้พายเหล็กด้วยสองมือบริเวณกึ่งกลางแล้วกวัดแกว่งไปมาเพื่อสกัดท่อนไม้ไผ่ที่หมายพุ่งชนส่วนศีรษะ

หัวหน้าสวีทั้งโยกหัวหลบท่อนไม้ไผ่ทั้งพยายามพายเรือไปตามช่องทางที่หมอกเว้นว่างไว้ ตะเกียงที่มัดอยู่หัวเตียงทำให้มองเห็นข้างหน้าได้ถนัดถนี่

“นายท่านใกล้จะถึงหรือยังขอรับ”

“ยังเหลืออีกด่าน เจ้าพายไปเรื่อยๆ” สักพักหนึ่งซุงที่ลอยมาพุ่งชนเรือก็หายไป เหลือเพียงไม้ไผ่ที่พุ่งออกมาไม่ขาดสาย “ซุงหายไปหมดแล้ว ระวังคลื่น ถ่วงเรือให้ดีมันจะพยายามทำให้เรือล่ม วางพายแล้วคว่ำหน้าลงไป” จอมยุทธ์หงร้องเตือนหัวหน้าสวี

คลื่นขนาดใหญ่เริ่มโถมเข้าหาเรือน้อยจนโคลงเคลง หงซือซือเกร็งพลังไปทั่วร่างวางพายลงบนพื้นเรือโน้มตัวไปเกาะกราบหน้าเรือไว้แน่น หัวหน้าสวีทำเช่นเดียวกับหงซือซือ คลื่นแรงจนเรือโยนตัว

“กดไว้แน่นๆ อีกไม่นานคลื่นก็จะหมดแล้ว”

คลื่นสูงเป็นศอกกระแทกเรือเข้าถี่ๆ เรือน้อยค่อยๆ ลอยถอยไปจากจุดหมาย เมื่อพวกเขาประคองเรือเอาไว้ได้หนึ่งเค่อต่อมา คลื่นนั้นก็หายไป

“นายท่าน คลื่นหมดแล้ว”

“เจ้าเร่งพายเร็วเข้า! คราวนี้จะมีไม้มาทิ่มเรือให้ทะลุ” นางเด้งตัวขึ้นหยิบพายขึ้นมาจ้วงอย่างเร็วและแรง สวีเหยียนเล่อไม่รอช้าเร่งมือทำตามเจ้านาย เรือของพวกเขาเดินหน้าไปตามช่องว่างระหว่างกลุ่มหมอกอย่างรวดเร็ว

“เห็นตลิ่งแล้ว! ระวังตัว” หงซือซือกำพายแน่นแล้วลุกขึ้นยืนกางขาถ่วงน้ำหนักเรือ

ทันใดไม้ไผ่ปลายแหลมก็เสียบขึ้นมาจากใต้น้ำจนทะลุเรือขึนมาหลายแห่ง และท่อนซุงที่ปลายล่ามโซ่ข้างหนึ่งก็พุ่งออกมา

“ข้าไปก่อนนะ!” นางกระโจนไปข้างหน้าใช้ปลายเท้าแตะท่อนซุงที่ไหลมาไม่ขาดสาย

จนถึงจังหวะใกล้จะถึงตลิ่งก็มีท่อนไม้ไผ่จำนวนหนึ่งพุ่งใส่ร่าง นางเอาพายเหล็กปัดท่อนไม้ไผ่ออกก่อนจะกระโจนใช้เท้าแตะตลิ่งได้สำเร็จ ข้างหลังมีหัวหน้าสวีกระโจนตามมาติดๆ

หงซือซือเข้าไปจองโต๊ะใหญ่พร้อมสั่งอาหารรอ

จอมยุทธ์ที่นั่งโต๊ะอื่นๆ หันมามองนางครู่หนึ่งแล้วก็ละความสนใจเมื่อเห็นว่านางมิใช่คนดังหรือคนที่ตนรู้จัก ไม่นานนักท่านอ๋องเก้าก็เดินกุมมือพระชายาหานเข้ามา ส่วนตงชางกับหนานเฉิงทำหน้ามุ่ยเดินคู่กันเข้าตรงมายังโต๊ะที่เจ้านายนั่งรออยู่

“องครักษ์ตง เจ้าทำไมทำหน้าเช่นนั้น ” จอมยุทธ์หงร้องทัก

“หนานเฉิงน่ะสิ ไม่ระวังทำเรือคว่ำ ดีว่าข้าเกาะขอนไม้ใหญ่ไว้ได้ทัน เสื้อผ้าข้าเปียกหมด ทั้งยังห่อผ้าข้างหลังอีก”

“เจ้าพูดยังกับข้าไม่เปียก บอกเจ้าแล้วไงว่าตอนที่คลื่นมาให้หมอบต่ำๆ เจ้าก็ยังจะยืนอยู่นั่นล่ะ”

“ข้ากำลังปัดท่อนไม้ไผ่ที่มันพุ่งใส่หัวเจ้าอยู่นะ”

“เอาล่ะ! มาถึงได้ก็ดีแล้ว ไม่บาดเจ็บก็ถือว่าประสบความสำเร็จ” ท่านอ๋องเก้าอมยิ้มมององครักษ์ทั้งสองของตนที่เปียกมะล่อกมะแล่ก ทั้งยังมายืนเถียงกันเหมือนกับเด็ก

พวกเขาวางห่อผ้าที่พกมาลงบนโต๊ะใกล้ๆ

“เจ้าก็ไม่เปียกมากนี่ ยังนั่งกินข้าวได้ มาเถอะข้าสั่งอาหารเผื่อไว้แล้ว”

จอมยุทธ์หงหันไปสั่งให้เสี่ยวเอ้อยกอาหารที่นางสั่งไว้ออกมาให้หมด ทุกคนก็นั่งล้อมวงเริ่มรับประทานอาหารร่วมกัน  

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 246 หลงเชื่อท่าน (ตอนจบ)

    หงซือซือได้แต่โทษตนเองที่หลงเชื่อมังกรขาวเจ้าเล่ห์ตนนี้ นับตั้งแต่วันที่นางยอมเข้าห้องบรรทมใหม่กับเขาวันนั้น ทุกหัวค่ำนางก็ถูกเขาอุ้มเข้าไปใช้เตียงบรรทมก่อนจะออกมาในช่วงหนึ่งชั่วยามต่อจากนั้นเพื่อดูแลลูกๆ “เดี๋ยวๆ พี่สาม ระยะนี้ข้าไม่มีเวลาจะดูแลลูกๆ แล้ว” ฮ่องเต้หัวเราะหึๆ “ไม่ทันแล้ว ซือซือ เจ้าตกลงกับข้าแล้ว อย่าได้บิดพลิ้วเด็ดขาด” “แต่ลูกๆ ของเราจะเหงานะ” “เอาน่า! แค่หนึ่งชั่วยามเอง” “แต่นี่ ทุกวันเลยนะ” หมิงเฟยหลงยิ้มกริ่ม “ข้าว่าก็พอดีแล้วนะ หรือว่าเราจะเพิ่มเวลาอีกสักหน่อยดี” หงซือซือได้แต่ส่ายหน้า ไม่ถึงสามเดือน นางก็ตั้งท้องอีกครา “เห็นหรือไม่! เป็นเพราะท่านแท้เทียว ทำให้ข้าต้องลำบากอีกแล้ว”เมื่อฮ่องเต้ได้ยินหมอหลวงกราบทูลผลการตรวจร่างกายของฮองเฮาก็ทรงพระราชทานรางวัลก้อนใหญ่ให้“ฮ่าๆ ดีจริง! ข้าต้องชนะเจ้าชินอ๋องให้จงได้”“นี่ท่าน! ท่านอยากเอาชนะชินอ๋องถึงเพียงนั้นเชียวรึ!” หงซือซือพูดพลางใช้มือลูบท้องตนเอง บัดนี้ในท้องของนางมีชีพจรถึงสองชีวิต “คราวนี้มีมังกรน้อยอีกตั้งสอง ช่างน่าตื่นเต้นนัก ข้

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 245 มีลูกมากกว่าก็ชนะ

    ร่างเล็กๆ ทั้งสามที่นอนเรียงรายกันอยู่บนเบาะกำมือตะกุยบนอากาศอย่างไร้ทิศทาง ถัดไปเป็นร่างของหลิวเอ๋อร์พระธิดาองค์โตที่ขอมานอนเฝ้าพระอนุชาฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรพระโอรสใบหน้าจิ้มลิ้มริมฝีปากเป็นสีผลอิงเถาระเรื่อที่นอนเรียงรายกันด้วยความอิ่มเอมพระทัย นับตั้งแต่มังกรน้อยทั้งสามถูกหงซือซือเบ่งออกมา ไม่มีคืนใดที่พระองค์มิได้นอนเฝ้าพวกเขา องค์หญิงหมิงซีหลิวเองก็พลอยเห่อจนขอมานอนที่ตำหนักเป่าฉีอยู่บ่อยๆ ทำให้ฮ่องเต้ต้องทรงเปลี่ยนแปลงบางสิ่งให้เหมาะสมหงซือซือหันมามองสามีที่นอนตะแคงข้างอยู่ที่ฟากหนึ่งของเตียงขนาดยาวและกว้างที่ถูกสั่งทำขึ้นใหม่เพื่อหกคนพ่อแม่ลูกจะได้นอนด้วยกัน “เจ้าจะไปที่ใด” ฮ่องเต้ทรงเลิกพระขนงข้างหนึ่ง เอียงพระพักตร์มาทางผู้เป็นยอดดวงใจที่ทำท่าเหมือนจะออกไปจากห้องบรรทม “ข้าจะไปถ่ายเบาเจ้าค่ะ พี่สามเฝ้าลูกๆ ให้ดีเถอะ” ท่าทางละล้าละลังของหมิงเฟยหลงทำให้นางอดจะขำมิได้ “ท่านไม่ต้องห่วงข้ามากเช่นนั้นดอกเจ้าค่ะ” “ข้าอยากอุ้มเจ้าไปห้องส้วมเองเสียด้วยซ้ำ” ใบหน้าของนางแดงระเรื่อเมื่อสบตามีเลศนัยคู่นั้น ในยามจวนจะค

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 244 รักษาฮ่องเต้

    เป็นเพราะการรักษาต้องแข่งกับเวลา ในสองวันแรกเหล่าองครักษ์และทหารล่อเอานักฆ่าออกมาตายอยู่ในค่ายกลได้หลายร้อยคน ทว่าเมื่อฝ่ายนั้นรู้กลอุบายก็ไม่ยอมออกมาอีกจินวั่งซูที่ลอบยิงธนูคอยเก็บนักฆ่ามิให้กลับเข้าสำนักรู้สึกสะใจยิ่งนักในคราวแรก ทว่าวันต่อมากลับต้องสบถเสียหลายครั้งเมื่อนักฆ่าพวกนั้นก็นำเอาธนูมายิงโต้ตอบ เขาจึงต้องสั่งให้พลธนูเตรียมโล่กำบังมาด้วย พอถึงวันที่สามการยั่วยุก็ไม่เป็นผล จินวั่งซูจึงได้แผนเดิมก็ลอบเข้าทางลัดไปยิงธนูไฟเพื่อเผาเรือนในสำนักไหม้ไปอีกสองเรือน “ข้าเผาโรงครัวพวกมันแล้ว เจ้าก็คอยดูเถิดว่าพวกมันจะทำเยี่ยงไร ส้วมกับครัวไหม้ไปหมดแล้ว เช่นนี้จะดำรงชีวิตกันอย่างไร ความอดอยากนี่ล่ะจะทำให้พวกมันต้องดิ้นรนออกมาเอง” ชินอ๋องผงกศีรษะรับ จินวั่งซูช่างเป็นคนโฉดตัวจริง หากให้พระองค์ทรงคิดก็ไม่เคยคิดจะเผาส้วมและโรงครัวในค่ายทหารของแคว้นใดมาก่อน “เจ้าคิดได้ร้ายกาจนัก...” จินวั่งซูฟังแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นคำชมเพราะสีพระพักตร์ของชินอ๋องดูคล้ายจะแสยะยิ้มแบบแหยงๆ อยู่สักหน่อย....แต่คุณชายจินก็รู้สึกภาคภูมิใจเพราะไม่ถึงสองวันเหล่านักฆ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 243 ชิงกระบี่

    เกล็ดหิมะโอบล้อมร่างทั้งสองเอาไว้จนแทบจะมองไม่เห็น หมิงเฟยหลงเกร็งพลังภายในขึ้นไปรวมยังแขนสองข้างอย่างเต็มที่เพราะกระบี่ดูดวิญญาณสั่นแรงขึ้นจนเขาแทบจะต้านทานพลังของมันไว้ไม่ได้ “อ๊าก!!!!” เสียงของเถียนลู่หลินร้องเสียงดังก้องทุกคนต่างยืนตะลึงมองพายุเกล็ดหิมะที่หมุนวนอยู่ตรงกลางทุ่งหญ้าด้วยใจลุ้นระทึก หมิงเฟยหลงตัดสินใจออกกระบวนท่าสุดท้ายของเพลงกระบี่กระชากวิญญาณแบบย้อนกลับ เขาออกแรงดึงกระบี่ที่ดูดอยู่กับกระบี่สีดำสุดแรง ก่อนจะฟาดลงไปกลางกระหม่อมของประมุขเถียน ในขณะที่เถียนลู่หลินเองก็ย่อตัวลงยกกระบี่ขึ้นขวางรับไว้ เปรี้ยง! กระบี่ทั้งสองกระทบอีกครั้ง และครานี้ก็มีเสียงกัมปนาทราวกับดินปืนระเบิดลังใหญ่ ร่างของคนทั้งสองอยู่ในพายุหิมะเมื่อครู่กระเด็นหวือออกมาคนละทิศคนละทางร่างของฮ่องเต้หนุ่มแผ่หงายลงบนทุ่งหญ้าในพระหัตถ์ยังคงมีกระบี่สีขาว ส่วนร่างของประมุขสำนักมืออสูรลอยคว้างหมุนกลิ้งไปบนทุ่งหญ้านับสิบตลบ กระบี่สีดำในมือกระเด็นกระดอนออกจากมือไป พลั่ก! ปึ๊ก! แรงกระแทกทำเอาฮ่องเต้ทรงมึนไปครู่ใหญ่ “ฝ่าบาท ทรงเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 242 ประลองสองกระบี่

    หลวนฮองเฮาประทับอยู่ลึกเข้าไปด้านในเพราะเกรงจะเป็นเป้าหมายของเหล่านักฆ่า คนของทั้งสองฝ่ายล้วนเตรียมพร้อม ไม่ว่าผลการประลองจะเป็นอย่างใด วันนี้ต้องมีการนองเลือดอย่างแน่นอน “ในฐานะที่เขาเป็นญาติผู้น้องของเถียนฮองเฮา ข้าถือว่าให้เกียรติเขาในการแก้แค้นอย่างหมดจด” “ความจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” “ข้าเองก็เป็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่ง หากมีผู้กล้าท้าซ้ำยังมีความแค้นอันใหญ่หลวงต่อกัน เหตุใดจึงจะไม่ยอมทำเล่า เขาแค้นที่ข้าล้างตระกูลเขา ข้าก็แค้นที่พวกเขาอยากจะฆ่าข้า เราสองคนสมควรจะดวลกันให้รู้ดีรู้ชั่ว” หมิงเฟยหลงนึกถึงการบาดเจ็บล้มตายของเหล่าทหารและองครักษ์รอบข้างที่เกิดจากฝีมือของเถียนลู่หลินผู้นี้ ความหวาดระแวงนับสิบปีกับความอาฆาตมาดร้ายหมายชีวิตของศัตรูสมควรจะจบลงเสียที ฮ่องเต้ทรงอาภรณ์ขาวปักลายมังกรงดงามในพระหัตถ์คือกระบี่ดูดวิญญาณที่สูญหายไปในยุทธภพหลายสิบปีเถียนลู่หลินในคราแรกมิได้สนใจมองกระบี่ที่ฮ่องเต้จะใช้ ทว่าเมื่ออีกฝ่ายก้าวเท้าเข้ามาในทุ่งหญ้าในระยะที่สังเกตรายละเอียดของกระบี่ได้ชัดขึ้นก็ตกใจ “เจ้าได้กระบี่นั่นมาจากที่ใด”เดิมทีเ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 241 กระบี่ดูดวิญญาณ

    “กระบี่ทั้งสองจะสะท้อนพลังของกันและกันเพคะ หากฝ่าบาทถือกระบี่ดูดวิญญาณก็สะท้อนอาการหลอนนั้นไปยังประมุขเถียน ส่วนฝ่าบาทเองก็จะกลายเป็นผู้ที่รู้สึกว่าวิทยายุทธ์ตนเองลดลงจนกลายเป็นหวาดกลัวประมุขเถียน” เมื่อได้ยินฮองเฮาทรงอธิบายเช่นนั้น ทุกคนก็ยิ่งประหลาดใจ “ฮองเฮา เช่นนั้นแล้วฝ่าบาทจะทรงได้เปรียบประมุขเถียนได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”ชินอ๋องได้ฟังก็ยิ่งสับสน หากพระเชษฐาต้องรับผลสะท้อนจากกระบี่จะมิกลายเป็นกลัวจนต้องยอมแพ้หรอกหรือ “สิ่งที่คนในยุทธภพยังไม่รู้เกี่ยวกับกระบี่ดูดวิญญาณก็คือ มันกระบี่ที่ถูกหลอมขึ้นมาในภายหลังจึงมีพลังเหนือกว่ากระบี่กระชากวิญญาณ หากใช้วิชากระบี่กระชากวิญญาณแบบย้อนกลับจะทำให้สามารถดูดพลังของกระบี่กระชากวิญญาณเข้ามารวมอยู่ในกระบี่ดูดวิญญาณได้” หลวนฮองเฮาแสยะยิ้มเมื่อเอ่ยจนจบ พลางหันไปมองพระสวามีและชินอ๋องที่ยืนตะลึงมองมายังนางเป็นจุดเดียว “นี่มัน.....” “เป็นความลับของยุทธภพที่มีเพียงคนในครอบครัวของข้าล่วงรู้” นางหันไปยิ้มให้กับหมิงเฟยหลง “คืนนี้หม่อมฉันจะสอนวิธีการใช้วิชากระบี่กระชากวิญญาณแบบย้อนกลับให้ฝ่าบาทเอง”

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 8 ท่านอาพันหน้า

    หงซือซือและพระชายาหานนั่งเคียงคู่กันชมการประลองอย่างตื่นตาตื่นใจ “ข้าไม่เคยเลยว่าการประลองของเหล่าจอมยุทธ์ที่นี่จะตื่นเต้นราวกับการประลองเจ้ายุทธภพ” หานซูลี่แทบจะปรบมืออยู่ตลอดเวลาจนจอมยุทธ์หงนึกรำคาญต้องจับมือของนางลง “เจ้าก็พอก่อนเถิดอย่าเอาแต่ปรบมืออยู่เลย นั่งดูเงียบๆ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 7 ร่วมเตียงกับฮ่องเต้

    เมื่อเมากันจนลิ้นเริ่มแข็งจนพูดจาอ้อแอ้ทั้งคู่แล้ว คุณชายสามเป็นฝ่ายกึ่งโอบกึ่งลากเอาจอมยุทธ์หงขึ้นเตียงนอน“ปาย...น้องโหง...เจ้านอนข้างใน ส่วนข้าจานอนข้างนอนเตียงเอง” “เอือม...เอิ๊ก....เอื๊อก..ดะ...ด้ายยยยยย ตามใจพี่สาม” หงซือซือร้องอ้อแอ้ ครึ่งตัวนางอยู่บนเตียงแต่ขายังชี้โด่เด่

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 5 จับผิดผู้แปลงโฉม

    “พวกเขาเป็นชู้รักตัดแขนเสื้อที่รักใคร่กันอย่างยิ่ง ท่ามกลางไอน้ำบดบังนั้นเจ้าเมืองฉางเฉิงอุ้มร่างทาสชายที่กำยำไปยังเตียงนอนและเริ่มต้นบทรักอีกครา ทำเอาฮูหยินใจสลายจนสาวใช้ต้องช่วยกันหามร่างของนางกลับเรือนไป”กลองเริ่มรัวถี่กว่าเดิม เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ผู้ฟังทั้งหลายต่างส่งเสียงฮือ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 6 เจ้าเป็นน้องชายข้าแล้ว

    พลันมือใหญ่นั้นคว้าข้อมือน้อยเอาไว้ “เจ้าจะทิ้งข้าไปแบบนี้เลยหรือ จอมยุทธ์หงกว่าข้าจะได้ออกจากเรือนอันยุ่งเหยิงมาหาที่เมาแสนสงบได้ช่างยากเย็น ซ้ำยังคุยกับผู้รู้ใจ ช่างหากได้ยากยิ่งนัก” หงซือซือทำหน้าเลิ่กลั่ก นางกลายเป็นผู้รู้ใจเจ้ามังกรขาวตัวนี้ไปเมื่อใดกัน มีแต่เขาที่พูดๆ ส่วนนา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status