แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: ยอดคนแปดทิศ
“นางซิ่ว เจ้าว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงใจร้ายขนาดนี้นะ สองปีแล้ว เพียงเพราะข้าพูดตำหนิฉีซูเซี่ยนไปไม่กี่คำ นางก็ไม่ยอมเข้าวังมาอีกเลยสักครั้ง”

“ไม่รู้ว่าป่านนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง คนในจวนฉีกั๋วกงใช่ว่าจะรับมือได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ สามีของพี่สาวสามีนางนั่นน่ะเห็นชัดๆ ว่าเป็นพวกไร้น้ำยา แต่ยังกล้ามาแสดงความไม่พอใจกับตำแหน่งที่นางอุตส่าห์หาให้ด้วยความลำบาก...”

“แล้วยังมีเจ้าฉีซูเซี่ยนนั่นอีก แต่งงานได้เพียงสองวันก็หนีไปชายแดน พอกลับมากลับพาสตรีอื่นมาด้วย เห็นหัวข้าที่ยังเป็นย่าคนนี้อยู่บ้างหรือไม่? งานเลี้ยงในวังอีกไม่กี่วันข้างหน้า ข้าจะให้ฉีซูเซี่ยนพานางมาให้ข้าดูหน้าชัดๆ เสียหน่อย...”

“ท่านย่า!” เซิ่งจือหว่านไม่อาจกลั้นความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไปจนต้องร้องเรียกออกมา

ที่แท้ ท่านย่าก็คอยเป็นห่วงนางอยู่ตลอดเวลา!

ที่แท้ ในชาติก่อนที่ท่านย่าพยายามจะทำให้เมิ่งยางขายหน้าในงานเลี้ยง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการสร้างชื่อเสียงให้เมิ่งยาง จนสุดท้ายท่านย่าต้องถูกผู้คนทั่วหล้าก่นด่าประณาม ทั้งหมดนั้นก็ทำเพื่อนาง!

ท่านย่า...” ขอบตาของเซิ่งจือหว่านร้อนผ่าวขึ้นมา

ไทเฮาดึงตัวนางเข้ากอดแน่น น้ำตาร่วงลงไม่ขาดสาย “นังหนูคนนี้ ในที่สุดเจ้าก็ตัดใจมาหาข้าได้เสียที? มาเร็ว ให้ข้าดูหน่อยสิ ทำไมถึงได้ซูบผอมไปเช่นนี้?”

ไทเฮาจูงมือนาง พลิกซ้ายดูขวาอย่างละเอียด เซิ่งจือหว่านปล่อยให้นางมองตามสบาย

จนกระทั่งดูจนพอใจแล้ว ไทเฮาจึงถามถึงเรื่องสำคัญ

“แล้วเรื่องหญิงชาวนาคนนั้น เจ้าวางแผนไว้อย่างไร?”

“มิสู้หาโอกาสส่งนางไปอยู่ที่ไร่นาเสีย ป่านนี้เรื่องของนางกับฉีซูเซี่ยนลือกันไปทั่วเมืองแล้ว ทางชางหนานยังมีข่าวลืออีกว่า หากไม่ใช่เพราะนางช่วยถอนพิษให้ฉีซูเซี่ยน สงครามครั้งนี้คงพ่ายแพ้ยับเยินไปแล้ว” ไทเฮาตรัสถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา

ข่าวลือนี้ไม่รู้ว่าหลุดออกมาจากที่ใดกันแน่!

ทั้งที่เป็นชัยชนะที่เหล่าทหารกล้าแลกมาด้วยเลือดและชีวิต แต่ตอนนี้กลับเอาไปผูกโยงกับสตรีเพียงนางเดียว

ช้อนที่ตักบัวลอยต้มเหล้าของเซิ่งจือหว่านชะงักไป ข่าวลือนี้ในชาติก่อนก็เคยมีเช่นกัน

ตอนนั้นนางก็คิดเหมือนท่านย่า ว่ามันเป็นแค่เรื่องที่บังเอิญลือกันไปเอง จนกระทั่งภายหลังนางพบความผิดปกติหลายอย่างในตัวเมิ่งยาง จึงส่งคนไปสืบจนได้รู้ความจริง

แต่ว่าในชาตินี้ นางจะไม่ปล่อยให้ข่าวลือเช่นนี้ลุกลามอีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ความดีความชอบจากการรบของฉีซูเซี่ยน นางก็จะทำให้เขากระอักออกมาคืนเสียครึ่งหนึ่ง!

เซิ่งจือหว่านวางถ้วยบัวลอยต้มเหล้าลงตรงหน้าไทเฮา “ท่านย่าอย่าทรงกังวลเรื่องของข้าเลยเพคะ ทางจวนฉีกั๋วกงนั้น ข้ามีแผนการในใจแล้ว”

“เจ้ามีแผนอย่างไร?” ไทเฮารีบคว้ามือนางไว้ “ย่ารู้ว่าเจ้าใส่ใจฉีซูเซี่ยน กลัวว่าหากจัดการคนของเขาจะทำให้เขาบาดหมางกับเจ้า แต่พวกเจ้าสองคนไม่ได้พบหน้ากันมานานถึงสองปี ตอนนี้จู่ๆ ก็มีคนเพิ่มมาอีกคน เจ้ามั่นใจจริงๆ หรือว่าจะรักษาสัญญาใจจากเขาไว้ได้?”

“บุรุษน่ะเมื่อได้ลิ้มลองรสชาติความหวานล้ำแล้วก็ยากจะถอนตัว ยิ่งเขาไปกับ...” ไทเฮากล่าวถึงตรงนี้ก็หยุดไป เพราะเกรงว่าเซิ่งจือหว่านจะเสียใจจึงไม่ได้กล่าวต่อ

แต่เซิ่งจือหว่านกลับจับมือนางไว้แน่น ยิ้มบาง ๆ “ท่านย่า ข้าตั้งใจจะ…หย่าขาด”

“หย่าขาดหรือ?” ไทเฮาทรงชะงักวูบ “เจ้าเด็กโง่ พูดจาเลอะเทอะอะไรกัน? เจ้ายังเยาว์วัยถึงเพียงนี้ หากหย่าขาดไปแล้ว ชีวิตวันข้างหน้าจะอยู่อย่างไร?”

“ก็ต้องอยู่อย่างดีแน่นอนเพคะ” เซิ่งจือหว่านกลัวท่านย่าจะตื่นตระหนก จึงค่อยๆ อธิบายแผนการของตนอย่างละเอียด “ต่อให้หย่าขาด ข้าก็ยังคงเป็นองค์หญิง ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังมีท่านย่าและเสด็จพ่อคอยคุ้มครอง ทรัพย์สินไร่นาและสวนต่างๆ ที่ท่านย่าประทานให้ก็เพียงพอจะให้ข้าอยู่อย่างมั่งคั่งไปชั่วชีวิต โดยไม่ต้องคอยดูสีหน้าผู้ใด ท่านย่าว่าไม่ดีหรือเพคะ?”

“แต่มัน... มันจะเหมือนกันได้อย่างไร?” ไทเฮาทรงส่ายมือซ้ำๆ “อย่างไรเจ้าก็เป็นสตรี”

“เป็นสตรีแล้วอย่างไรเพคะ? สู้ให้ตัดขาดกันไปเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าต้องพัวพันชดใช้กันไปทั้งชีวิตจนเสียเวลาเปล่า ท่านย่าเองก็ทราบดีว่าที่ผ่านมาข้าอยู่อย่างไรในจวนนั้น เมื่อก่อนเป็นเพราะข้ารักเขาจึงยอมทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ แต่ตอนนี้ ข้าตาสว่างแล้วเพคะ” เซิ่งจือหว่านกล่าว

“เจ้าจะไม่เสียใจภายหลังแน่หรือ?” ไทเฮายังคงจำความเด็ดเดี่ยวของเซิ่งจือหว่านยามที่อ้อนวอนขอประทานสมรสได้ดี

เซิ่งจือหว่านส่ายหน้า “ไม่เพคะ!”

ไทเฮาทรงจ้องมองนางอยู่นาน ก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นอีกประเดี๋ยวย่าจะเชิญเสด็จพ่อของเจ้ามาพบ”

ในตอนนั้นเซิ่งจือหว่านยอมทำทุกอย่างทั้งอดอาหารทั้งคุกเข่าเพื่อให้ได้แต่งออกไป ยามนี้หากคิดจะหย่าย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

ไทเฮาทรงทราบข้อนี้ดี จึงตั้งพระทัยจะขอพระราชทานราชโองการให้หลานสาว

แต่ว่าเซิ่งจือหว่านกลับส่ายหน้า“ท่านย่า ข้ามีแผนในใจ เรื่องพวกนี้ ขอให้ท่านแกล้งทำเป็นยังไม่รู้ไปก่อนเถิดเพคะ…”

เมื่อข่าวการเข้าวังของเซิ่งจือหว่านมาถึงห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้เซิ่งกำลังลงลายพระนามเป็นบรรทัดสุดท้ายบนราชโองการพระราชทานรางวัลแก่ฉีซูเซี่ยน

แคว้นเซิ่งมีแม่ทัพไม่น้อยแต่ส่วนใหญ่อายุมากแล้ว

การปรากฏตัวของฉีซูเซี่ยนจึงเป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงปรารถนาจะเห็นยิ่งนัก

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังใช้กลศึกได้อย่างเทพเซียน โดยเฉพาะศึกสุดท้ายที่ใช้กลยุทธ์พิสดารเอาชนะศัตรูที่มีมากกว่าจนถล่มแคว้นเหยียนเจี๋ยลงได้

ทรัพยากรบุคคลเช่นนี้ พระองค์ย่อมต้องทรงเรียกใช้งานอย่าง

แต่เมื่อคิดถึงเซิ่งจือหว่าน คิ้วของฮ่องเต้ฉงเซิ่งก็อดขมวดไม่ได้

นังหนูคนนี้รักฉีซูเซี่ยนสุดหัวใจ พอได้ข่าวว่าเขาพาสตรีคนหนึ่งกลับมาจากชางหนาน วันนี้เข้าวังมาหาไทเฮาก็คงไม่พ้นจะใช้ปากของไทเฮามากดดันให้พระองค์มอบความยุติธรรมให้

แต่บุรุษจะมีสามภรรยาสี่อนุภรรยานั้นเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งตอนนั้นนางก็เป็นฝ่ายขอแต่งงานเอง อีกอย่างฉีซูเซี่ยนก็ไม่ได้ยกย่ององค์หญิงไว้เหนือหัวเสียหน่อย หากพระองค์ลงโทษไป จะไม่เป็นการบั่นทอนกำลังใจของฉีซูเซี่ยนหรอกหรือ?

ฮ่องเต้ฉงเซิ่งยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ทรงจึงนวดระหว่างคิ้ว “ประเดี๋ยวถ้าไทเฮาส่งคนมาเชิญข้า ก็บอกไปว่า... ข้ากำลังยุ่งอยู่”

“พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีซูต้าปั้นรีบดึงสติกลับมาจากความกังวล

กระดาษในแขนเสื้อร้อนราวกับไฟลนปลายนิ้ว ในปากขมขื่นไปหมด

ไม่รู้ว่าท่านผู้นั้นเกิดคิดอะไรขึ้นมา ถึงสั่งให้เขาคอยเป่าหูให้ร้ายฉีซูเซี่ยนต่อหน้าฮ่องเต้ฉงเซิ่ง เขาอยู่ปรนนิบัติข้างกายฝ่าบาทมาหลายปี มีหรือจะไม่รู้ว่าพระองค์กำลังทรงคิดอะไรอยู่?
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 30

    อาจงพยายามเช็ดเหงื่อที่ไหลท่วมหน้าท่วมหัว “องค์หญิงจะลงอาญาอย่างไรก็เชิญเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจำไม่ได้จริงๆ!”อาจงคนนี้ก็ถือว่ามีไหวพริบไม่น้อย เขากัดฟันยืนยันว่าเป็นฝีมือตนเอง และอ้างว่าไม่จำอะไรได้เลย ต่อให้เซิ่งจือหว่านรู้ว่าไม่ใช่เขา แล้วจะมีหลักฐานอะไรเล่า?แต่แล้วในเสี้ยววินาทีถัดมา“หึ!” เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาจากปากของเซิ่งจือหว่านไม่ใช่แค่นางเท่านั้น อั้นจื่อกับติงหลานที่ยืนอยู่ข้างกายก็เผยสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ รวมถึงบรรดาเหล่าผู้เชี่ยวชาญชราเหล่านั้นด้วยที่ยืนอยู่ก็ยังมีสีหน้าประหลาดไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไม่รอให้ฉีซูเซี่ยนคิดได้ทัน เซิ่งจือหว่านหันไปมองกลุ่มชายชราแล้วเอ่ยว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมากล่าวหาว่าเปิ่นกงชี้ตัวส่งเดช รบกวนพวกท่านช่วยบอกใต้เท้าฟางทีว่า สินเดิมของตัวข้าถูกเก็บไว้ที่ห้องคลังห้องไหนบ้าง”บรรดาชายชราพยักหน้ารับคำหนึ่งในนั้นก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของร้านเหวินโม่ องค์หญิงเชิญข้าน้อยมาเพื่อตรวจสอบภาพวาดอักษรเจ้าค่ะ ภาพวาดและคัมภีร์โบราณส่วนหนึ่งในสินเดิมขององค์หญิง ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในห้องหนังสือและห้องคลังทา

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 29

    ชายทั้งสองคนนั้นขวัญเสียอยู่ก่อนแล้ว พอถูกพาเข้าจวนกั๋วกงมาเจอผู้คนเต็มโถงก็ถึงกับตัวสั่นพวกเขายังไม่ทันถูกสอบสวนด้วยซ้ำ ก็พรั่งพรูความจริงออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก“เรียนองค์หญิง เรียนท่านซื่อจื่อและใต้เท้า ทั้ง ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณชายน้อยฉีพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบว่าของพวกนั้นเป็นของพระราชทาน จึงได้วู่วามทำผิดไป!”“ใช่พ่ะย่ะค่ะ! เดิมทีข้าน้อยก็ไม่อยากจะรับซื้อไว้หรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่คุณชายน้อยฉีขู่ว่าหากไม่รับ เขาจะทำให้ข้าน้อยไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง ข้าน้อยเป็นเพียงพ่อค้าวานิช จะกล้าไปต่อกรกับคุณชายน้อยฉีได้อย่างไร?”ทั้งสองคนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แม้จะพอเดาได้ว่าของพวกนั้นที่มาที่ไปไม่ค่อยสะอาดนัก แต่เต็มที่พวกเขาก็คิดแค่ว่าฉีซูหล่างแอบขโมยของในจวนออกมาขาย ใครจะไปนึกว่านั่นจะเป็นสินเดิมขององค์หญิง! “เป็นไปไม่ได้!” ชุยซื่อรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที“บังอาจ!” ฉีซูเซี่ยนตบโต๊ะดังปังเศษไม้กระเด็นว่อน ชายทั้งสองตกใจจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น“พวกเจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีจวนกั๋วกง? รู้ไหมว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร! พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าพูดจาเหลวไห

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 28

    ในบรรดาตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงตลอดหลายร้อยปี มีเพียงตระกูลหวังเท่านั้นที่เคยทำเรื่องอัปยศนำสินเดิมของภรรยาเอกไปใช้แต่งงานรับอนุภรรยา ผลคือถูกครหาไปอีกหลายปี แม้แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีหวังก็ยังเคยถูกฮ่องเต้ตำหนิเซิ่งจือหว่านช่างโหดร้ายจริง ๆนี่คือการโต้กลับของนาง หลังรู้ว่าเขาไปอยู่จวนเว่ยยางอย่างนั้นหรือ?ไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางใส่ร้ายตัวเองและจวนกั๋วกงได้ฉีซูเซี่ยนเอ่ยขึ้นว่า“ข้ามาถามเจ้า ก็เพราะเราสามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะขี้หึงถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเมื่อวานข้าไปเยี่ยงเมิ่งยาง เจ้าก็คิดแผนชั่วเช่นนี้ขึ้นมาได้”“เจ้าจะเกลียดหรือเคืองข้า มีอะไรก็มาลงที่ข้าเถิด เหตุใดต้องลากคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ซูหล่างก็ยังเป็นเพียงเด็ก… เจ้าใส่ร้ายเขาเช่นนี้ ใจไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบรรดาผู้เฒ่าที่เดิมยังลังเลอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ก็เริ่มเอนเอียงไปอีกฝั่งโดยไม่รู้ตัว ใคร ๆ ต่างรู้ว่าจวนกั๋วกงฉีมีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบและคุณธรรม ซูหล่างที่อายุเพียงสิบปี จะไปทำเรื

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 27

    เซิ่งจือหว่านพูดพลางหยิบแจกันเคลือบสีตงชิงชิ้นนั้นขึ้นมา แล้วทุ่มลงตรงหน้าฉีซูเซี่ยนอย่างไม่ใยดีเพล้ง!เสียงแตกดังสนั่น เศษกระเบื้องกระจายเกลื่อนภาพเหตุการณ์ดูราวกับหนังม้วนเดิมฉายซ้ำ เมื่อครู่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธและปัดถ้วยชาจนตกแตก แต่ตอนนี้ ผู้ที่เป็นฝ่ายคาดคั้นกลับกลายเป็นเซิ่งจือหว่านฉีซูเซี่ยนมีสิทธิ์อะไรมาคาดคั้นนาง?หรือเขาจะคิดจริงๆ ว่าข้าวของของนาง เพียงเพราะนางแต่งให้เขาแล้ว เขาจะสามารถบงการอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ?พวกบุรุษมักชอบคิดว่าสตรีเป็นดั่งสิ่งของส่วนตัว ไม่ใช่เพียงตัวสตรีเท่านั้น แม้แต่ทรัพย์สินและคุณค่าที่สตรียกติดตัวมาด้วย พวกเขาก็คิดจะตักตวงเอาตามใจชอบ ครั้นพอไม่ต้องการก็นึกจะถีบหัวส่งดั่งขยะแต่มันยุติธรรมแล้วหรือ?เซิ่งจือหว่านมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ยสายตาของฉีซูเซี่ยนเพิ่งจะสังเกตเห็นข้าวของที่วางกองอยู่ที่พื้น มีทั้งภาพวาดอักษร ของตั้งโชว์ และเครื่องประดับ ทุกชิ้นล้วนดูประณีตงดงาม แต่เมื่อครู่เซิ่งจือหว่านกลับบอกว่าของเหล่านี้เป็นของปลอมหมายความว่าอย่างไร?อย่างไรเสีย เขาก็คือบัณฑิตที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสามระดับแม้เหตุผลส่วนใหญ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 26

    “องค์หญิงใช้ชื่อโรงทานเซิ่งซื่อในการบริจาค... ท่านซื่อจื่อเองก็ไม่ทราบเรื่องเลยหรือ?” ชายผู้นั้นยังคงถามย้ำด้วยความไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตานักสีหน้าของฉีซูเซี่ยนย่ำแย่ลงทันทีเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย“โรง... โรงทานเซิ่งซื่อหรือ?” ทันใดนั้น นายทหารน้อยคนหนึ่งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราก็ชะโงกหน้าออกมาจากกลุ่มคนฉีซูเซี่ยนหันไปมองเขานายทหารน้อยผู้นั้นรีบส่งยิ้มซื่อๆ ออกมา “น้องสามีของข้าเป็นอนุภรรยาคนที่สามของน้องชายท่านแม่ทัพเหลียง แล้วข้าพอจะอ่านออกเขียนได้บ้าง บางครั้งพวกจดหมายตอบรับที่ท่านแม่ทัพเหลียงคร้านจะทำเอง ก็มักจะตกมาถึงมือข้าให้ช่วยจัดการ”“เจ้าของโรงทานเซิ่งซื่อนี่ไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีจากที่ไหน บริจาคทั้งเสบียง เสื้อกันหนาว และยาสมัคเร็จรูปให้กองทัพเราตั้งหลายครั้ง... ทำไมหรือพยะค่ะ ท่านซื่อจื่อรู้จักเขาด้วยหรือ?”“ถ้าท่านซื่อจื่อรู้จักล่ะก็ ช่วยเขียนจดหมายไปบอกท่านแม่ทัพเหลียงหน่อยเถิด ท่านอยากรู้มาตลอดว่าเศรษฐีผู้มีใจรักชาติท่านนี้เป็นใคร จะได้ทูลขอความดีความชอบประทานบำเหน็จให้ เอื๊อก!”เขาเป็นคนคออ่อน แม้จะดื่มไปไม่มากแต่ก็เริ่มมึนงงจนจำได้เพียง

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 25

    “ท่านแม่พูดถูก ข้าจะไปหาจือหว่านเดี๋ยวนี้ ให้นางกลับมาดูแลเรื่องในจวนตามเดิม!” ฉีซูเซี่ยนทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไปชุยซื่อรีบเรียกเขาไว้ “จะรีบร้อนไปใย? เจ้าไม่จำเป็นต้องไปหานาง เมื่อคืนเจ้าไปค้างที่ตำหนักเมิ่งยางแล้ว ก็แค่รอให้นางเป็นฝ่ายมาหาเจ้าเอง ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยเสนอเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย”“ข้าจะทำตามที่ท่านแม่บอก” ฉีซูเซี่ยนเห็นด้วยว่ามีเหตุผลเพียงแต่เงินที่จะใช้ในวันนี้เขาค่อนข้างรีบ...“ข้ามีเงินติดตัวอยู่หนึ่งพันตำลึง เจ้าเอาไปใช้ก่อนเถอะ” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมคนสนิทจัดการหลังจากฉีซูเซี่ยนเดินออกไปแล้วแม่นางผิงนึกถึงสายตาของเซิ่งจือหว่านเมื่อวานนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าดูเหมือนฮูหยินน้อยจะเปลี่ยนไปนะเพคะ”เมื่อก่อนนางช่างพูดง่ายและชักจูงได้ง่ายเหลือเกิน แต่ตอนนี้จู่ๆ กลับกลายเป็นคนแข็งกร้าวขึ้นมาปกติแล้วนางกตัญญูต่อฮูหยินที่สุด แต่เมื่อวานขนาดเห็นฮูหยินโกรธจนเป็นลม นางกลับไม่มีคำห่วงใยสักคำ...ในใจของนางมีความคิดที่ดูเพ้อเจ้อผุดขึ้นมาบางที ครั้งนี้เซิ่งจือหว่านอาจจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้วจริงๆแต่ความคิดนั้นก็อยู่เพียงชั่ววูบก่อน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status