Share

บทที่ 8

Author: ยอดคนแปดทิศ
แต่เรื่องที่อยู่ในกระดาษนั่นเขาก็จำเป็นต้องจัดการให้สำเร็จ...

ประจวบเหมาะกับตอนนั้นที่มีรายงานจากด้านนอก ขันทีซูต้าปั้นได้ยินแล้วก็รีบก้าวเท้าแผ่วเบาเข้าไปข้างโต๊ะทรงพระอักษรฝ่าบาท องค์หญิงชิ่งหนิงเสด็จกลับแล้วพ่ะย่ะค่ะ””

ฮ่องเต้ฉงเซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“ทางเสด็จแม่ล่ะ มีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่?”

“ได้ยินว่าทรงเสวยบัวลอยต้มเหล้าที่องค์หญิงชิ่งหนิงปรุงด้วยพระองค์เองไปค่อนชาม ยามนี้ทรงเข้าสู่พระบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงชะงักไปครู่หนึ่ง “ชิ่งหนิงนี้ รู้ความขึ้นมาบ้างแล้วสินะ ข้านึกว่านางจะมาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ข้าคืนความเป็นธรรมให้นางเสียอีก”

“ฝ่าบาท” ขันทีซูต้าปั้นก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม “แต่หม่อมฉันเห็นว่านี่อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปพ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างไร?” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงไม่เข้าใจ

ขันทีซูต้าปั้นกล่าวว่า “ยามนี้ภายนอกลือกันหนาหูว่า ที่องค์หญิงชิ่งหนิงเคยทูลขอประทานสมรสทำให้ฝ่าบาทและไทเฮาทรงพิโรธ การที่ท่านฉีซื่อจื่อกล้ารับอนุ ก็เป็นเพราะเห็นว่าฝ่าบาทกับไทเฮาไม่ทรงหนุนหลังองค์หญิงแล้ว แต่…แท้จริงแล้ว ฝ่าบาททรงรักใคร่องค์หญิงมาก”

“ท่านฉีซื่อจื่อรู้ทั้งรู้ แต่ยังพาคนกลับมาเช่นนี้ เกรงว่า…”

“เกรงว่าอะไร?!” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งกริ้ว ขึ้นทันที

ขันทีซูต้าปั้นรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที “เกรงว่า... เกรงว่าจะเป็นเพราะเขาถือดีว่าตนเองมีความชอบใหญ่จนไม่เห็นหัวใครพ่ะย่ะค่ะ!”

สีหน้าของฮ่องเต้ฉงเซิ่งเปลี่ยนเป็นหม่นคล้ำในพริบตา!

พระองค์ขาดแม่ทัพหนุ่มจริง แต่หากเพราะเหตุนี้ ฉีซูเซี่ยนกลับคิดว่าตนเป็นคนที่ขาดไม่ได้…

ใจฮ่องเต้ยากแท้หยั่งถึง ผ่านไปครู่หนึ่ง จู่ๆ พระองค์ก็ปรายตามองขันทีซูต้าปั้น “คำพูดพวกนี้ ใครเป็นคนสอนให้เจ้าพูด?”

ขันทีซูต้าปั้นตัวสั่น รีบก้มกราบไม่หยุด“ฝ่าบาททรงโปรดเมตตา หม่อมฉันเพียงแต่เห็นองค์หญิงชิ่งหนิงมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ยามนี้นางต้องทุกข์ใจ หม่อมฉันจึงอดรู้สึกเวทนาไม่ได้ ทั้งที่เมื่อก่อนฉีซื่อจื่อเคยให้สัญญากับนางไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าในชาตินี้จะไม่รับอนุภรรยาเด็ดขาด”

เสียงโขกศีรษะดังขึ้นต่อเนื่อง เพียงครู่เดียว หน้าผากของเขาก็มีเลือดซึมออกมา

ความระแวงในใจของฮ่องเต้ฉงเซิ่งหายไป ทรงโบกมือ “ช่างเถอะ ลุกขึ้นมาได้แล้ว ใครสั่งให้เจ้าโขกศีรษะปานนั้น? แก่ตัวขนาดนี้แล้ว ไม่กลัวจะโขกจนตายหรืออย่างไร”

“หม่อมฉันมีฝ่าบาทคุ้มครอง ดวงแข็งยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีซูต้าปั้นกล่าวเอาใจ

ฮ่องเต้ฉงเซิ่งแค่นเสียงเหอะ ทรงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะมองไปยังราชโองการที่หมึกยังไม่แห้งสนิทบนโต๊ะ “ช่างเถอะ ฉีซูเซี่ยนยังเยาว์วัยนัก ย่อมต้องมีความทะนง ตำแหน่งแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอกนั่นดู

ขันทีซูต้าปั้นได้ฟังก็ถอนใจโล่งอก “ฝ่าบาททรงพระปรีชา!”

เช่นนี้แล้ว ผู้นั้นก็คงพอใจแล้วกระมัง

เพียงแต่ไม่รู้ว่า ตั้งแต่เขาเริ่มทำงานให้คนผู้นั้นมา เขาได้รับคำสั่งเพียงสามครั้ง สองครั้งแรกล้วนเป็นเรื่องใหญ่โตที่สั่นคลอนราชสำนักได้ แต่ครั้งนี้เหตุใดดูเหมือนเป็นเรื่องแค้นเคืองส่วนตัวไปได้?

*

ณ ด้านนอกตำหนักจื่อเซิ่ง

ฉีซูเซี่ยนรับมือกับบรรดาขุนนางที่เข้ามาทักทายด้วยท่าทีเรียบเฉย

ฉีกั๋วกงกำชับบุตรชาย “วันนี้ยามฝ่าบาทประทานรางวัล เจ้าจงอย่าได้หลงตัวเอง ขยันอีกหน่อย ไม่แน่ว่าในอนาคตตระกูลเราอาจจะมีกั๋วกงถึงสองคนในบ้านเดียว ถึงตอนนั้นจึงจะเรียกว่าเป็นการสร้างเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลอย่างแท้จริง”

แม้เขาจะพร่ำบอกว่าอย่าหลงตัวเอง แต่แววตาและรอยยิ้มกลับเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม

ฉีซูเซี่ยนพยักหน้าเบาๆ

ท่ามกลางแสงอรุณรุ่ง รูปลักษณ์ของเขานั้นหล่อเหลาอย่างไร้ที่ติ คิ้วคมเข้มดวงตาเป็นประกาย จมูกโด่งเป็นสัน อีกทั้งยังเก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊ ความสง่าผ่าเผยแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของนักปราชญ์ ยิ่งขับเน้นให้เขาดูโดดเด่นเหนือผู้ใด

ในไม่ช้า ท่ามกลางเสียงขานรายงานที่ดังขึ้นเป็นระยะ ฉีซูเซี่ยนก็ก้าวเข้ามายืนกลางตำหนักภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและชื่นชมของผู้คน

ฮ่องเต้ฉงเซิ่งมองเขานานกว่าปกติ

เดิมทีฝ่าบาทตั้งพระทัยจะชื่นชมต่อหน้าสาธารณชนอย่างเต็มที่ แต่พอนึกถึงคำพูดของขันทีซูต้าปั้น จึงตัดทอนคำชมเหลือเพียง "อายุยังน้อยแต่มากความสามารถ เชี่ยวชาญการศึก" จากนั้นสั่งให้เริ่มอ่านราชโองการปูนบำเหน็จศึกชางหนานทันที

ฉีซูเซี่ยนสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่จริง แต่ว่าในศึกชางหนานนั้น แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการตัวจริงกลับเป็นผู้อื่น

ราชโองการมีทั้งหมดสามฉบับ อ่านไล่เรียงตามลำดับ

หากวัดจากศึกสุดท้ายที่ฉีซูเซี่ยนพลิกสถานการณ์กลับมาได้ เขาควรจะได้เป็นผู้มีความชอบอันดับหนึ่ง

แต่ว่าราชโองการฉบับแรกที่ถูกอ่านกลับไม่ใช่ชื่อของเขา

แววตาของฉีซูเซี่ยนฉายแววงงงวยวูบหนึ่ง จนกระทั่งได้ยินชื่อตัวเองในราชโองการฉบับสุดท้าย เขาถึงได้เบาใจลง คิดไปว่าฝ่าบาทอาจจะทรงตั้งใจเก็บเขาไว้ท้ายสุดเพื่อความสำคัญ

เขาไล่เรียงคำกล่าวขอบพระทัยที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานอีกรอบในใจ ฉีซูเซี่ยนเตรียมพร้อมจะคุกเข่ารับพระมหากรุณาธิคุณ แต่ว่าจู่ๆ กลับได้ยินประโยคที่ว่า "พระราชทานบรรดาศักดิ์ แม่ทัพซวนเวย ขั้นห้าชั้นโท" เขาก็ถึงกับอึ้งไปทันที แม้ราชโองการจะอ่านจบลงแล้ว เขาก็ยังดึงสติกลับมาไม่ได้

ขั้นห้าชั้นโท?

เหตุใดจึงเป็นเพียงขั้นห้าชั้นโท?

“ท่านแม่ทัพซวนเวย ยังไม่รีบรับราชโองการขอบพระทัยอีกหรือ?” ขันทีซูต้าปั้นเอ่ยเตือน

ฉีซูเซี่ยนเม้มปากแน่นเพื่อซ่อนความตกตะลึงไว้ในดวงตา ก่อนจะคุกเข่าโขกศีรษะ ส่วนสายตาของคนรอบข้างที่มองมานั้น เขาทำเป็นมองไม่เห็นทั้งสิ้น

เมื่อพิธีจบลง ฉีกั๋วกงที่มีสีหน้าย่ำแย่รีบเข้าไปขวางขันทีซูต้าปั้นที่กำลังจะเดินจากไป

“ท่านขันทีซูต้าปั้น เมื่อวานฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะตั้งบุตรชายข้าเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอกมิใช่หรือ? เหตุใดวันนี้... ถึงกลายเป็นขั้นห้าชั้นโทไปได้?”

นี่มันต่างกันตั้งสองระดับขั้นใหญ่เลยนะ!

“ท่านกงกั๋วฉีกับท่านซื่อจื่อ กำลังตั้งข้อสงสัยในพระราชดำริของฝ่าบาทหรือ?” ขันทีซูต้าปั้นยิ้มถาม

“ไม่กล้า ไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ” กั๋วกงฉีกล่าว แม้ในใจจะไม่พอใจเพียงใด ก็ต้องกล้ำกลืนเก็บงำไว้

เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังของขันทีซูต้าปั้นที่เดินจากไป บรรดาขุนนางที่เดิมทีตั้งใจจะมาทำความรู้จักเพราะความดีความชอบของฉีซูเซี่ยน ยามนี้ต่างก็พากันลดความกระตือรือร้นลง ใจฮ่องเต้ยากที่จะเดา ใครจะรู้ว่าฝ่าบาทกำลังทรงคิดอะไรอยู่?

ฉีกั๋วกงยังคิดจะสืบถามต่อ

แต่ฉีซูเซี่ยนสูดหายใจเข้าลึกแล้วดึงมือบิดาไว้ “ท่านพ่อกลับไปก่อนเถิด บางทีนี่อาจจะเป็นบททดสอบที่ฝ่าบาททรงมีต่อข้า ข้ายังเยาว์นัก ตำแหน่งขั้นสี่ชั้นเอกนั้นดูจะเกินตัวไปจริงๆ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 100

    "หมายความว่าอย่างไร" ฉีซูเซี่ยนชะงักไป คำว่าจงใจหาเรื่องใส่ตัวหมายความว่าอย่างไร?ท่านหมอส่งเสียงฮึดฮัดเมิ่งยางนึกไม่ถึงว่าหมอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะกล้าไม่ไว้หน้าตนเองถึงเพียงนี้!ตั้งแต่ร่วมงานกับองค์ชายสามมา นางมักจะเป็นที่ยกยอปอปั้นอยู่เสมอ ยามนี้ถูกนังบ่าวชั้นต่ำของเซิ่งจือหว่านหยามเกียรติยังไม่พอ หมอตัวเล็ก ๆ นี่ก็ยังกล้า...เมิ่งยางหลุบตาข่มแค้น เม้มปากพูดอย่างน้อยใจ "ท่านหมอสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ต้องโทษข้าที่ตอนเดินมัวแต่คิดเรื่องโรงสุรา ถึงได้เผลอก้าวพลาด ตกลงไปในสระน้ำ""อะไรนะ เจ้าตกลงไปในสระน้ำหรือ" ฉีซูเซี่ยนตกใจ จากนั้นก็โกรธจัด หันไปทางชิงซิ่ง "เมื่อวานเป็นเจ้าที่อยู่ข้างกายหยางเอ๋อร์ใช่หรือไม่""เจ้า... เจ้าค่ะ..." ชิงซิ่งคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวฉีซูเซี่ยนกล่าวเสียงเย็น "เจ้าดูแลเจ้านายอย่างไร หากหยางเอ๋อร์กับเด็กในท้องเป็นอะไรไป ต่อให้เจ้ามีร้อยชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ! ไสหัวออกไป ไปรับโทษโบยเองซะ!"ชิงซิ่งหน้าซีดเผือดเมิ่งยางรีบคว้ามือฉีซูเซี่ยนไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง "ซื่อจื่ออย่าไปขู่นางเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะข้าชินกับการคิดอะไรคนเดียว เลยจงใจให้นางอยู่ห่าง ๆ ตกลงไปก็ต

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 99

    "อื้อ ๆ ..."ท่ามกลางความมืดยามราตรี เมิ่งยางจ้องเขม็งไปที่เซิ่งจือหว่านด้วยดวงตาโกรธแค้นเซิ่งจือหว่านไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด นางลูบผมของอีกฝ่ายพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ สระน้ำนี้มีไว้สำหรับเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเท่านั้น จุดที่ลึกที่สุดก็ไม่ทำให้คนจมตายหรอก เจ้าชอบป่วยนักไม่ใช่หรือ เราย่อมต้องสนองความต้องการของเจ้าอยู่แล้ว"นิ้วมือที่อุ่นนุ่มและละเอียดอ่อน ลูบไล้ไปตามเส้นผมยาวจนถึงลำคอเมิ่งยางรู้สึกขนลุกซู่ไปตามตำแหน่งที่มือนั้นสัมผัส ความกลัวทำให้นางอยากจะกรีดร้อง แต่เพราะขากรรไกรถูกถอดออก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเสียงที่เปล่งออกมาก็มีเพียงเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์"อนุเมิ่ง ความอดทนของเรามีจำกัด" น้ำเสียงที่เคยอ่อนนุ่มของเซิ่งจือหว่านพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเมิ่งยางสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของนาง พลันนึกถึงภาพที่นางโบกมีดฟันใส่ฉีซูเซี่ยนเมื่อวานนี้ขึ้นมา...ร่างกายจึงสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ในสภาพการณ์เช่นนี้ ตนเองไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ชิงซิ่งเพียงคนเดียวที่พาออกมาด้วยก็ถูกคนของเซิ่งจือหว่านคุมตัวไว้เนิ่นนานผ่านไป นางหลับตาลงแน่น ในที่สุ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 98

    สวนหนิงเซียง?เมิ่งยางขมวดคิ้ว ชั่วขณะนั้นนึกไม่ออกว่าสวนหนิงเซียงคือที่ไหน แต่ในไม่ช้า นางก็นึกออก เป็นสาวใช้ที่รับตำแหน่งอนุพร้อมกับนางในวันนั้นนั่นเองนังแพศยาที่ไร้ยางอายที่ปีนขึ้นเตียง!นางเคยหยั่งเชิงซื่อจื่อมาแล้ว พบว่าเขารังเกียจนางคนนั้นสุด ๆซื่อจื่อจะไปหานางได้อย่างไร?"ตามข้าไปดูหน่อย" เมิ่งยางขมวดคิ้วแล้วสาวเท้าเดินไปทันทีชิงซิ่งเห็นดังนั้นก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่อยากพูดกลับลงไป ในใจเพียงหวังว่าซื่อจื่อคงจะทำเรื่องนั้นเสร็จแล้ว...แต่เห็นได้ชัดว่า ความปรารถนาของนางต้องพังทลายลงเมิ่งยางเพิ่งมาถึงนอกสวนหนิงเซียง ก็ได้ยินเสียงอันคลุมเครือดังแว่วออกมาจากข้างใน ฝีเท้าหยุดชะงักกะทันหัน ร่างกายโซเซอย่างรุนแรง"ท่านอนุ..." ชิงซิ่งมองนางด้วยความกังวล "ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ""หุบปาก!" ฝ่ามือหนึ่งตบฉาดลงบนใบหน้าของชิงซิ่งทันที จากนั้น ร่างกายของนางกลับยิ่งโซเซหนักกว่าเดิม "ไม่! เป็นไปไม่ได้...เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง"เห็น ๆ กันอยู่ว่าซื่อจื่อรังเกียจห้วนจู๋ จะมาหานางที่นี่ได้ยังไง? แถมยัง...ชิงซิ่งไม่มัวพะวงความเจ็

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 97

    ฉีซูเซี่ยนได้ยินดังนั้นแววตาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากมีคนอื่นรักษาได้ เขาย่อมไม่อยากไปอ้อนวอนเซิ่งจือหว่านแน่นอนเมื่อก่อนห้วนจู๋เป็นคนของเซิ่งจือหว่าน การที่นางจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติมาก!เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินก้าวยาวย้อนกลับมา "ดี หากเจ้ากล้าหลอกข้า ผลที่ตามมา เจ้าคงรู้นะ!""เจ้าค่ะ!" ห้วนจู๋ก้มหน้าลงอย่างขี้ขลาด "ถ้าอย่างนั้น...ซื่อจื่อจะให้ข้าจัดการ...ตัวเองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ"ฉีซูเซี่ยนถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เปียกโชกบนตัวห้วนจู๋ชุดบางเบาพอเปียกโชกแล้วก็แนบเนื้อเหมือนผ้าพันกาย ผิวพรรณที่หยดน้ำไหลผ่านภายใต้แสงตะวันรอนดูขาวผ่องดั่งหยก ทำให้เขาเผลอนึกไปถึงอีกคนที่มีผิวพรรณดั่งหยกเช่นนี้เหมือนกัน..."ซื่อจื่อเจ้าคะ?" ห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อยชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้นี้ก็งดงามอยู่หรอก แต่พอเปียกน้ำแล้วถูกลมพัดเข้าก็หนาวจริง ๆฉีซูเซี่ยนถูกเสียงของนางเรียกสติกลับมา เขาเบือนสายตาหนี "เจ้าไปเถอะ""เจ้าค่ะ" ห้วนจู๋รีบเปลี่ยนชุดใหม่อย่างรวดเร็วยังคงเป็นชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้ บางเบาแต่ไม่โปร่งแสง เสื้อตัวนอกสีชมพูอ่อนขับกับเสื้อซับในสี

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 96

    เซิ่งจือหว่านเดินไปที่ลานเรือน อั้นจื่อกำลังพาแม่นมคนนั้นกลับมาพอดีแม่นมได้รับผลประโยชน์แล้ว เมื่อเห็นนางก็รีบพยักหน้าคำนับอย่างนอบน้อม "องค์หญิงคุยเสร็จแล้วหรือ กลับดี ๆ นะ"เซิ่งจือหว่านยิ้มอ่อน "แม่นม แม้ว่าห้วนจู๋จะทำเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจไปบ้าง แต่จะว่าไป นางก็อยู่ข้างกายเรามาหลายปี วันหน้า ยังต้องหวังให้แม่นมช่วยดูแลนางให้มากหน่อย อย่างน้อยในฐานะที่เป็นอนุของซื่อจื่อ มือและผิวพรรณ จะปล่อยให้ดูแย่ไม่ได้ แม่นมว่าจริงหรือไม่""จริง... จริงเพคะ" แม่นมสีหน้าเปลี่ยนไป ตอบรับอย่างหวาดเกรงเซิ่งจือหว่านมองไปที่อั้นจื่อ "ลานเรือนนี้ก็ต้องปรับปรุง นอกจากนี้ยังต้องจัดหาของใช้เพิ่มเติม เอาเงินให้แม่นมไปส่วนหนึ่งด้วย"อั้นจื่อได้ยินคำสั่งแล้วไม่เต็มใจเลย แต่ในเมื่อองค์หญิงสั่ง นางก็ต้องทำตามแม่นมได้รับเงินก็ยิ้มหน้าบานทันที "ขอบคุณฮูหยินน้อยที่เมตตา!"เดิมทีนึกว่าตนเองถูกย้ายมาที่สวนหนิงเซียงนี้แล้ว ก็คงหมดหวังที่จะพลิกชีวิต นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันข้างหน้าอนุห้วนจู๋อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้...ขณะที่คิดได้เช่นนี้ นางก็รีบยิ้มแย้มพลางเดินเข้าห้องไปคำพู

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 95

    เซิ่งจือหว่านไม่ได้พูดอะไร นำติงหลานเดือนผ่านนางเข้าไปในเรือนติงหลานหัวเราะหึในลำคอห้วนจู๋เม้มปากเดินตามเข้าไปข้างในเซิ่งจือหว่านกวาดมองพวกเครื่องเรือนในห้อง เดิมทีนึกว่าลานบ้านนั้นดูแย่แล้ว นึกไม่ถึงว่าข้างในนี้จะยิ่งซอมซ่อกว่า นางถึงกับหาที่นั่งลงไม่ได้เลยสักที่แม้แต่ผ้าห่มบนเตียง ก็ยังสู้ของบ่าวรับใช้ในเรือนของนางไม่ได้ด้วยซ้ำห้วนจู๋เห็นนางยืนขมวดคิ้ว ในใจก็รู้สึกอับอายยิ่งนัก "ยามนี้บ่าวตกอับถึงเพียงนี้ องค์หญิงคงพอพระทัยแล้วกระมัง"เซิ่งจือหว่านได้ยินดังนั้นก็หันไปมองนาง กวาดสายตาประเมินขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง "นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจ้าดิ้นรนหามาเองหรอกหรือ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าเห็นฉีซูเซี่ยน เจ้าก็มีใจให้เขาแล้วสินะ ไม่เช่นนั้นคงไม่คอยเทียวไปเทียวมาเพื่อเป็นแม่สื่อระหว่างเรากับเขา แล้วส่งต่อคำพูดที่ไร้มูลความจริงตั้งมากมายหรอก"เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน นางถึงได้เชื่อมั่นว่าฉีซูเซี่ยนคือคู่ครองที่ดีห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อย นางยิ้มอย่างขมขื่น "เพคะ บ่าวตกหลุมรักซื่อจื่อตั้งแต่แรกจริง ๆ แต่บ่าวไม่เคยคิดจะทำอะไรเลย...""แต่เจ้าก็ทำลงไปแล้ว!" เซิ่งจือหว่านพูดขัด ห้วนจู๋ขอบต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status