Share

บทที่ 9

Penulis: ยอดคนแปดทิศ
“นั่นก็จริง”

ฉีกั๋วกงกลัวบุตรชายจะเสียใจ จึงพยายามฝืนประคองสติเอ่ยว่า “ความดีความชอบจากการรบเพียงครั้งเดียวแล้วจะให้ขึ้นเป็นขั้นสี่ชั้นเอกทันทีนั้นดูจะไม่เหมาะจริงๆ บางทีฝ่าบาทอาจทรงอยากให้เจ้าสะสมผลงานเพิ่มอีกสักสองสามครั้ง เพื่อจะได้เลื่อนขั้นเจ้าขึ้นไปอย่างสง่างาม ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้สร้างบารมีในกองทัพได้อย่างมั่นคงด้วย”

“ขอรับ...” ฉีซูเซี่ยนพยักหน้า แต่ว่าสีหน้ากลับมืดมน เขาเอาแต่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น

ละก็เป็นอย่างที่คิด พอมาถึงหน้าจวน เขาก็เห็นเซิ่งจือหว่านกำลังวางมือบนแขนของติงหลานก้าวลงมาจากรถม้าพอดี

เมื่อเห็นชุดพิธีการที่นางสวมใส่ ฉีซูเซี่ยนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

จากนั้นสีหน้าก็คล้ำลงในทันที

มิน่าเล่า!

มิน่าเล่าเมื่อวานฝ่าบาทยังทรงมีพระประสงค์จะตั้งเขาเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก แต่เพียงข้ามคืน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมด!

ได้เป็นเพียงแม่ทัพซวนเวยขั้นห้าชั้นโท...

บททดสอบอะไรกัน เลื่อนขั้นอย่างสง่างามอะไรกัน?

ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะเซิ่งจือหว่านเข้าไปฟ้องร้องในวังมาแน่ๆ!

เมื่อนึกถึงความดีความชอบที่เขาแลกมาด้วยการเสี่ยงตายในสนามรบ! ตลอดเวลาสองปีที่กินนอนร่วมกับเหล่าทหารเลว ฝ่าพายุหิมะ อดทนต่อความหนาวเหน็บเสียดกระดูก กลับต้องมลายหายไปเพียงเพราะความหึงหวงและนิสัยใจแคบของนางคนเดียว!

เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ปรี่เข้าไปหาด้วยฝีเท้าอันรวดเร็ว

ก่อนจะกระชากตัวเซิ่งจือหว่านออกมาจากมือของติงหลานอย่างแรง “เซิ่งจือหว่าน!”

ติงหลานถูกเหวี่ยงออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อเห็นเจ้านายของตนถูกฉีซูเซี่ยนฉุดกระชากก็นึกร้อนใจขึ้นมาทันที “ท่านซื่อจื่อ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ?”

“ไสหัวไป!”

สายตาอันเกรี้ยวกราดของฉีซูเซี่ยนจับจ้องไปที่เซิ่งจือหว่าน เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ ไม่เหลือเค้าความสงบนิ่งที่เคยมีในวังแม้แต่นิดเดียว “เจ้าเข้าวังไปฟ้องฝ่าบาทมาใช่หรือไม่?”

เขาไม่รอให้เซิ่งจือหว่านได้ตอบ

กลับแผดเสียงใส่ต่อว่า “ก็แค่สตรีคนหนึ่ง ทำไมเจ้าต้องบีบคั้นนางถึงเพียงนี้? ถึงขนาดจะเอาชีวิตนางให้ได้เลยหรือ?! หรือว่าที่ผ่านมาเจ้าเอาแต่พูดว่าสตรีนั้นใช้ชีวิตลำบาก ทั้งหมดก็แค่เพื่อเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าผู้อื่น? พอมีคนมาแตะต้องผลประโยชน์ของเจ้า เจ้าก็ลงมือบดขยี้นางอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้หรือ?

ในสนามรบข้าถูกสายลับศัตรูวางยา พอหนีออกมาได้ก็คือนางที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ยามที่ข้าโดนฤทธิ์ยา ข้าเห็นนางเป็นเจ้า นางเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องแต่กลับต้องมาเสียตัวให้ข้าอย่างไร้สาเหตุ การที่ข้าแสดงความรับผิดชอบมันไม่ควรหรืออย่างไร?

ข้าก็บอกแล้วว่าจะไม่ไปพบนางอีก เจ้าเองก็รับปากท่านแม่ไว้แล้วด้วย! แล้วเหตุใดพอคล้อยหลัง เจ้าถึงกลับไปคร่ำครวญต่อหน้าฝ่าบาทอีก? หรือเจ้าต้องเห็นนางตายไปต่อหน้าถึงจะสาแก่ใจ?

เซิ่งจือหว่าน! เมื่อก่อนเหตุใดข้าถึงดูไม่ออกว่าเจ้าเป็นคนใจคออำมหิตเช่นนี้?

เพียงเพราะความอิจฉา ถึงกับจะเอาชีวิตคนที่บริสุทธิ์เชียวหรือ?!”

คำพูดแต่ละคำของฉีซูเซี่ยนทิ่มแทงหัวใจยิ่งนัก!

เขาอุตส่าห์ผ่านความเป็นความตายในสนามรบกลับมาได้ เซิ่งจือหว่านไม่สนก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะมาขุ่นเคืองเขาเพราะสตรีคนเดียว

ความรู้สึกผิดของเขามันมลายหายไปสิ้นตั้งแต่ตอนที่เขายืนตากฝนเมื่อวานแล้ว

ที่เขายอมข่มอารมณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แม้แต่เรื่องที่ท่านแม่กับพี่สาวพูด เขาก็ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ก็เพราะยังคำนึงถึงเยื่อใยเก่าก่อน

แต่ว่านางล่ะ? กลับไม่มีความสำนึกแม้แต่นิดเดียว!

เพียงคำพูดไม่กี่คำของนาง ก็ลบล้างความยากลำบาก และการเอาชีวิตเข้าแลกตลอดสองปีของเขาจนสิ้น!

ส่วนเมิ่งยางแม้จะเป็นเพียงสาวชาวบ้าน แต่ยามที่เขาบาดเจ็บนางกลับคอยเปลี่ยนยาปรนนิบัติไม่ยอมหลับยอมนอนทั้งคืน

นางบอกแล้วว่าขอแค่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป จะไม่แย่งชิงสิ่งใดกับเซิ่งจือหว่านเด็ดขาด! นางยอมลดตัวลงถึงเพียงนี้ แต่เซิ่งจือหว่านก็ยังไม่ยอมปล่อยไป

เมื่อชายหนุ่มคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและผิดหวัง

เซิ่งจือหว่านจ้องมองชายที่กำลังโกรธถึงขีดสุดด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของนางดำสนิทและนิ่งสงบ

ที่แท้ เขาก็มองนางเป็นคนเช่นนี้เองหรือ?

ติงหลานฟังจนน้ำตานองหน้า พยายามจะเอ่ยปากแก้ต่างแทนเจ้านายอย่างร้อนรน

แต่ว่าพอนางกำลังจะพูด ก็ถูกเซิ่งจือหว่านยกมือห้ามไว้เสียก่อน

“ท่านซื่อจื่อคลุ้มคลั่งอะไรขึ้นมาอีกเพคะ?”

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว!” ฉีซูเซี่ยนไม่เชื่อเด็ดขาดว่านางจะไม่รู้ “เมื่อวานฝ่าบาททรงตั้งใจจะแต่งตั้งข้าเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก เป็นเพราะเจ้าคนเดียว ทุกอย่างถึงพังพินาศหมด!”

ดวงตาของเซิ่งจือหว่านไหววูบ ชาตินี้ เสด็จพ่อกลับไม่ได้แต่งตั้งเขาเป็นขั้นสี่ชั้นเอกอย่างนั้นหรือ?

มีตรงไหนที่เปลี่ยนไปกันนะ?

อ้อ ใช่แล้ว ชาติก่อนภายใต้คำเกลี้ยกล่อมของห้วนจู๋ นางยอมกัดฟันตกลงให้เมิ่งยางเข้ามาเป็นอนุในจวน ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อสงบข่าวลือที่ไม่ดีต่อฉีซูเซี่ยน นางจึงรีบเข้าวังไปพบเสด็จพ่อตั้งแต่เช้าตรู่

นางพูดจาชื่นชมฉีซูเซี่ยนต่อหน้าเสด็จพ่อตั้งมากมาย บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ บอกว่าการที่เขาพาสตรีที่เสียความบริสุทธิ์กลับมานั้นเป็นการแสดงความรับผิดชอบ และบอกว่าศึกสุดท้ายเขากู้สถานการณ์มาได้อย่างไร ทั้งที่อันตรายและพลิกผันเพียงใด...

นางเอาแต่ปั้นแต่งคำชมจนเขากลายเป็นบุรุษผู้กล้าหาญชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบสูงส่งไปเสียอย่างนั้น!

ตอนนั้นเสด็จพ่อเพียงแต่ถอนพระทัยด้วยสีหน้าสลับซับซ้อนแล้วตรัสว่านางโตขึ้นมากแล้ว จากนั้น ข่าวดีเรื่องฉีซูเซี่ยนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพผิงเหยียนก็มาถึงจวน ทุกคนต่างพากันเฉลิมฉลอง

เมื่อเซิ่งจือหว่านนึกถึงตรงนี้ นางก็แทบอยากจะลากตัวเองในชาติก่อนมาตบให้หน้าหงายสักฉาดใหญ่จริงๆ!

ฉีซูเซี่ยนเห็นนางเงียบไปก็นึกว่านางละอายแก่ใจ ในใจจึงยิ่งทวีความโกรธ

เขากำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่เซิ่งจือหว่านกลับช้อนสายตาขึ้นมอง “ท่านซื่อจื่อเคยให้สัญญาว่าจะไม่รับอนุเด็ดขาด แต่ตอนนี้กลับพาสตรีอื่นมาบีบบังคับให้ข้าจำยอม นับว่าไร้สัตย์ทั้งยังปกปิดเรื่องแม่นางเมิ่งยางตั้งครรภ์ หลอกล่อให้ข้าตกลงรับนางเข้าจวน นับว่าไร้ยางอาย คนที่ไร้สัตย์ไร้ยางอายเช่นท่านแทนที่จะสำนึกตนเองให้ดี กลับมาโทษข้าที่เอาเรื่องที่ท่านทำไปพูดอย่างนั้นหรือ?”

เซิ่งจือหว่านยิ้มอย่างเย็นชาไปสะบัดมือของเขาออกไป

ฉีซูเซี่ยนออกแรงมากเกินไป จนแขนของนางน่าจะขึ้นรอยเขียวช้ำ ติงหลานจึงรีบกลั้นน้ำตาเข้าพยุงนางไว้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 417

    ยามที่พ่อบ้านมาตามตัว แม่นมก่วนก็รู้ดีว่าวันนี้ตนเองคงไม่มีชีวิตรอดอีกแล้วเดิมทีนางมิได้คิดจะทำเรื่องนี้เลยทว่าท่านหญิงทุกข์ใจถึงเพียงนั้น ทั้งยังคุกเข่าขอร้องนาง แล้วนางจะทนเห็นท่านหญิงน้อยที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?นางคิดว่า ขอเพียงตนเองลงมืออย่างมิดชิดสักหน่อย ก็ย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้เป็นแน่ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่เรื่องสับเปลี่ยนธูปกำหนึ่งเท่านั้น คงไม่มีผู้ใดอยากจะก่อเรื่องให้บานปลายในวันสำคัญเช่นนี้หรอกอย่างมากที่สุด ก็แค่ทำให้เซิ่งยางต้องถูกผู้คนครหาบ้างเท่านั้นเองทว่านางคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเรื่องนี้จะลุกลามไปถึงองค์หญิงชิ่งหนิงได้ อีกทั้งองค์หญิงชิ่งหนิงยังไม่ทรงยอมรามือ จนทำให้เรื่องราวบานปลายมาถึงขั้นนี้...ไม่ว่าจะอย่างไร ท่านหญิงก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มิได้เด็ดขาดดังนั้น...แม่นมก่วนจึงคุกเข่าลงบนพื้น แล้วยอมรับออกมาตรง ๆ ว่าทั้งหมดเป็นเพราะตนไม่อาจทนดูพฤติกรรมของเซิ่งยางได้!นางตะโกนเสียงดังและรวดเร็วว่า “บ่าวไม่เชื่อว่าหญิงชั้นต่ำที่ลอบได้เสียกับบุรุษโดยไม่มีแม่สื่อ แย่งชิงวาสนาคู่ครองของผู้อื่น และไร้ยางอายเช่นนี้ จะเป็นบุตรสาวข

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 416

    แววตาของเขาพลันไหววูบ ก่อนจะเอ่ยว่า “กระหม่อมเพียงแต่ทูลว่ามีความเป็นไปได้เช่นนี้ แน่นอน... แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่นด้วยเช่นกัน”“อ้อ?” เซิ่งจือหว่านจ้องเขาตาเขม็ง “เช่นนั้นรองเจ้ากรมอวี๋ลองบอกเรามาที ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด?”สภาพอากาศในช่วงปลายเดือนสาม ปีนี้กลับยิ่งหนาวเย็นกว่าปีอื่นทว่าบนหน้าผากของรองเจ้ากรมอวี๋ในยามนี้กลับมีเหงื่อเย็นซึมออกมาเต็มหน้าผากเขาหันหลังกลับไป สบเข้ากับสายตาอันไม่พึงพอใจของหวายอ๋องและพระชายาหวายอ๋อง ทว่าเมื่อเทียบกับคนเหล่านี้ คนที่เขาไม่กล้าล่วงเกินที่สุดในยามนี้กลับเป็นเซิ่งจือหว่าน——ท่ามกลางสายตาที่เคลือบแคลงสงสัยของทุกคน เขาเดินไปข้างหน้าด้วยร่างกายที่แข็งทื่อ แล้วก้มลงเก็บธูปจำนวนหนึ่งที่หักอยู่บนพื้นขึ้นมาหลังจากนั้น ดูเหมือนเขาจะค้นพบบางอย่างเข้าดวงตาที่พร่ามัวพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที “ธูปมีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ! มิ... มิใช่เพราะองค์หญิงชิ่งหนิง แต่เป็นธูปนี้ที่มีปัญหา!”พระชายาหวายอ๋องไม่อาจทนได้อีกต่อไปเซิ่งจือหว่านทั้งที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของจวนหวายอ๋อง เหตุใดจึงไม่ยอมรามือ ถึงกับต้องก่อเรื่องให้บานปลายเช่นนี้?หากชื่อเสียงของ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 415

    เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ รองเจ้ากรมอวี๋ก็จงใจยืดหลังให้ตรง มองไปยังทิศทางของเซิ่งจือหว่านอย่างไม่เกรงกลัวใด ๆ “ก่อนหน้านี้กระหม่อมเคยถวายฎีกาเพื่อเรื่องนี้ โดยทูลขอให้ฝ่าบาททรงถอนรับสั่งคืน ทว่า... เฮ้อ ยามนี้ดูเหมือนว่า ธูปบูชาในวันนี้คงเป็นเพราะมีองค์หญิงชิ่งหนิงประทับอยู่ที่นี่ จึงได้หักลงมา!”สิ้นคำกล่าว สายตาจำนวนมากในที่นั้นต่างพากันหันไปมองที่เซิ่งจือหว่านมีทั้งมองพิจารณาด้วยความรังเกียจ ดูถูกเหยียดหยาม หรือกระทั่งสมน้ำหน้าสตรีออกเรือนครั้งที่สอง ถือเป็นผู้ประพฤติตนเสื่อมเสียและไร้ศีลธรรมสตรีเช่นนี้ นอกจากกระทำในสิ่งที่สตรีจำนวนมากไม่กล้าทำและไม่อาจทำได้แล้ว ก็ยังเป็นการท้าทายศักดิ์ศรีของบุรุษทุกคนในที่แห่งนี้อีกด้วยยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุที่เซิ่งจือหว่านทูลขอราชโองการหย่าร้างในยามนั้น ก็เพียงเพราะฉีซื่อจื่อรับอนุภรรยาเท่านั้นบุรุษรับอนุภรรยา ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมอยู่แล้วหากเป็นเพราะเหตุนี้ต้องหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่ ใต้หล้านี้มิใช่จะวุ่นวายไปหมดหรอกหรือ แล้วจะยังมีกฎระเบียบจารีตและการอบรมสั่งสอนใดให้พูดถึงอีก?สายตาหลากหลายประเภททอดมองมา ภายในโถงใหญ่ที่เต็มไปด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 414

    คนผู้นั้นจะเป็นใครไปได้อีกเล่า?นางพลันนึกถึงท่านหญิงหมิงเจียที่แสร้งป่วยจนมิได้มาร่วมงานในวันนี้ขึ้นมาทันทีแม้ว่าในช่วงหลายวันมานี้ ท่านหญิงหมิงเจียจะแสดงท่าทีสนิทสนมและรู้สึกผิดต่อหน้าหวายอ๋องและพระชายาหวายอ๋องอยู่ตลอดเวลา แต่ความเคียดแค้นในแววตานั้น นางไม่มีทางมองพลาดเป็นแน่ยิ่งไปกว่านั้น หากจะแอบทำสิ่งใดในจวนหวายอ๋อง จะมีผู้ใดที่ลงมือได้สะดวกกว่าท่านหญิงหมิงเจียอีกเล่า?เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซิ่งยางก็กัดริมฝีปากเบา ๆ พลางถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยใบหน้าซีดเผือดทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากพูดในกลุ่มฝูงชน ฉีกั๋วกงกลับเอ่ยเย้ยหยันขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอดิบพอดีว่า “ผู้ใดบอกว่าเป็นเพราะเซิ่งยาง? พิธีการเช่นนี้ หากมีผู้ที่ประพฤติตนเสื่อมเสียอยู่ด้วย ก็ย่อมทำให้บรรพบุรุษพิโรธได้เช่นกัน!”ผู้ที่ประพฤติตนเสื่อมเสียงั้นหรือ?ทุกคนต่างพากันชะงักงัน ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ตามสัญชาตญาณ“นั่นสิ! ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเพราะแม่นางเซิ่งยางเสมอไป หากพูดถึงเรื่องการประพฤติตนเสื่อมเสีย ตั้งแต่โบราณมาสตรีต้องซื่อสัตย์ต่อสามีเดียว การหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่ มิใช่ไร้ศีลธรรมและประพฤติตนเสื่อมเสียหรอก

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 413

    เหลียงเหราเคยได้ยินมาว่าในอดีตเซิ่งจือหว่านกตัญญูและเคารพมารดาของฉีซูเซี่ยนเพียงใด กระทั่งยาก็ยังลงมือเคี่ยวด้วยตนเองตัวนางเองก็ถือว่าเป็นว่าที่แม่สามีของเซิ่งจือหว่านเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องปล่อยให้นางเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน แม้แต่ของขวัญแรกพบก็ยังไม่ยอมมอบให้ว่าที่น้องสะใภ้เลยสักชิ้นทว่ายามนี้กำลังอยู่ภายนอก อีกทั้งเซิ่งจือหว่านก็เป็นถึงองค์หญิงแม้ในใจเหลียงเหราจะไม่สบอารมณ์ แต่ก็ทำได้เพียงสะกดกลั้นความรู้สึกนี้เอาไว้ในขณะเดียวกันก็คิดในใจว่า นี่ต้องเป็นเพราะเซิ่งจือหว่านมิได้มีความรู้สึกใด ๆ ต่อซางสิงอวี้เป็นแน่ มิเช่นนั้นด้วยฐานะที่เหมือนกัน เหตุใดจึงได้ปฏิบัติแตกต่างกันลิบลับเช่นนี้?เมื่อเหลียงเหราคิดได้เช่นนี้ ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมากเซิ่งจือหว่านสนทนากับฮูหยินหานต่ออีกครู่ใหญ่ ก็ได้ยินคนมาแจ้งว่า ขุนนางผู้ดำเนินพิธีการของกรมราชสกุลมาถึงแล้ว และขอเชิญทุกท่านย้ายไปยังด้านหน้าเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในขั้นตอนการหวนคืนสู่ตระกูลเนื่องจากบรรพบุรุษของหวายอ๋องได้รับพระราชทานสกุลจากฮ่องเต้ และยามนี้ก็ได้ตั้งจวนและมีเขตศักดินาแล้ว ขั้นตอนการหวนคืนสู่ตระกูลของเมิ่งยางในวันนี้จ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 412

    ไม่เพียงแต่ต้องซ่อมแซมเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้เมิ่งยางสวมมันได้จริง ๆ ด้วยมิเช่นนั้น คำพูดที่นางเอ่ยไว้ก่อนหน้านั้น... จะไม่กลายเป็นเรื่องน่าขันหรอกหรือ?ภายใต้การพูดคุยหยอกล้อของเหล่าฮูหยิน ในที่สุดเรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไปได้เสียทีเซิ่งจือหว่านก็มิได้สนใจจะมาคอยจับจ่ออยู่กับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่เลิกรา เอาเวลานี้ไปพูดคุยกับฮูหยินหาน และไต่ถามถึงสุขภาพของนายหญิงผู้เฒ่าหานไม่ดีกว่าหรือ?ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้คนที่มาจากจวนสกุลหานมิได้มีเพียงแค่ฮูหยินหานเท่านั้น แต่ยังมีหานจิ่นเหยา น้องสาวสามีของฮูหยินหานอีกด้วยหานจิ่นเหยามิใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของท่านแม่ทัพใหญ่หาน แต่เป็นบุตรสาวของรองแม่ทัพนายหนึ่งที่พลีชีพในสงคราม ซึ่งท่านแม่ทัพใหญ่หานได้รับเลี้ยงไว้เมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่หานจื่ออันจะสิ้นใจ เขาได้หมั้นหมายคู่ครองให้น้องสาวผู้นี้ไว้แล้ว ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเทียบดวงชะตากันเรียบร้อย และการสมรสก็ถูกกำหนดไว้ในเดือนแปดของปีนี้แม่นางน้อยผู้นี้มีอายุน้อยกว่าเซิ่งจือหว่านสองปี นางแตกต่างจากเหล่าสตรีสูงศักดิ์ทั่วไปในเมืองหลวง ผิวพรรณของนางค่อนข้างคล้ำ และท่าทางดูมีความองอาจและห้าวหาญเซิ่งจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status