แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: ยอดคนแปดทิศ
“นั่นก็จริง”

ฉีกั๋วกงกลัวบุตรชายจะเสียใจ จึงพยายามฝืนประคองสติเอ่ยว่า “ความดีความชอบจากการรบเพียงครั้งเดียวแล้วจะให้ขึ้นเป็นขั้นสี่ชั้นเอกทันทีนั้นดูจะไม่เหมาะจริงๆ บางทีฝ่าบาทอาจทรงอยากให้เจ้าสะสมผลงานเพิ่มอีกสักสองสามครั้ง เพื่อจะได้เลื่อนขั้นเจ้าขึ้นไปอย่างสง่างาม ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้สร้างบารมีในกองทัพได้อย่างมั่นคงด้วย”

“ขอรับ...” ฉีซูเซี่ยนพยักหน้า แต่ว่าสีหน้ากลับมืดมน เขาเอาแต่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น

ละก็เป็นอย่างที่คิด พอมาถึงหน้าจวน เขาก็เห็นเซิ่งจือหว่านกำลังวางมือบนแขนของติงหลานก้าวลงมาจากรถม้าพอดี

เมื่อเห็นชุดพิธีการที่นางสวมใส่ ฉีซูเซี่ยนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

จากนั้นสีหน้าก็คล้ำลงในทันที

มิน่าเล่า!

มิน่าเล่าเมื่อวานฝ่าบาทยังทรงมีพระประสงค์จะตั้งเขาเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก แต่เพียงข้ามคืน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมด!

ได้เป็นเพียงแม่ทัพซวนเวยขั้นห้าชั้นโท...

บททดสอบอะไรกัน เลื่อนขั้นอย่างสง่างามอะไรกัน?

ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะเซิ่งจือหว่านเข้าไปฟ้องร้องในวังมาแน่ๆ!

เมื่อนึกถึงความดีความชอบที่เขาแลกมาด้วยการเสี่ยงตายในสนามรบ! ตลอดเวลาสองปีที่กินนอนร่วมกับเหล่าทหารเลว ฝ่าพายุหิมะ อดทนต่อความหนาวเหน็บเสียดกระดูก กลับต้องมลายหายไปเพียงเพราะความหึงหวงและนิสัยใจแคบของนางคนเดียว!

เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ปรี่เข้าไปหาด้วยฝีเท้าอันรวดเร็ว

ก่อนจะกระชากตัวเซิ่งจือหว่านออกมาจากมือของติงหลานอย่างแรง “เซิ่งจือหว่าน!”

ติงหลานถูกเหวี่ยงออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อเห็นเจ้านายของตนถูกฉีซูเซี่ยนฉุดกระชากก็นึกร้อนใจขึ้นมาทันที “ท่านซื่อจื่อ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ?”

“ไสหัวไป!”

สายตาอันเกรี้ยวกราดของฉีซูเซี่ยนจับจ้องไปที่เซิ่งจือหว่าน เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ ไม่เหลือเค้าความสงบนิ่งที่เคยมีในวังแม้แต่นิดเดียว “เจ้าเข้าวังไปฟ้องฝ่าบาทมาใช่หรือไม่?”

เขาไม่รอให้เซิ่งจือหว่านได้ตอบ

กลับแผดเสียงใส่ต่อว่า “ก็แค่สตรีคนหนึ่ง ทำไมเจ้าต้องบีบคั้นนางถึงเพียงนี้? ถึงขนาดจะเอาชีวิตนางให้ได้เลยหรือ?! หรือว่าที่ผ่านมาเจ้าเอาแต่พูดว่าสตรีนั้นใช้ชีวิตลำบาก ทั้งหมดก็แค่เพื่อเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าผู้อื่น? พอมีคนมาแตะต้องผลประโยชน์ของเจ้า เจ้าก็ลงมือบดขยี้นางอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้หรือ?

ในสนามรบข้าถูกสายลับศัตรูวางยา พอหนีออกมาได้ก็คือนางที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ยามที่ข้าโดนฤทธิ์ยา ข้าเห็นนางเป็นเจ้า นางเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องแต่กลับต้องมาเสียตัวให้ข้าอย่างไร้สาเหตุ การที่ข้าแสดงความรับผิดชอบมันไม่ควรหรืออย่างไร?

ข้าก็บอกแล้วว่าจะไม่ไปพบนางอีก เจ้าเองก็รับปากท่านแม่ไว้แล้วด้วย! แล้วเหตุใดพอคล้อยหลัง เจ้าถึงกลับไปคร่ำครวญต่อหน้าฝ่าบาทอีก? หรือเจ้าต้องเห็นนางตายไปต่อหน้าถึงจะสาแก่ใจ?

เซิ่งจือหว่าน! เมื่อก่อนเหตุใดข้าถึงดูไม่ออกว่าเจ้าเป็นคนใจคออำมหิตเช่นนี้?

เพียงเพราะความอิจฉา ถึงกับจะเอาชีวิตคนที่บริสุทธิ์เชียวหรือ?!”

คำพูดแต่ละคำของฉีซูเซี่ยนทิ่มแทงหัวใจยิ่งนัก!

เขาอุตส่าห์ผ่านความเป็นความตายในสนามรบกลับมาได้ เซิ่งจือหว่านไม่สนก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะมาขุ่นเคืองเขาเพราะสตรีคนเดียว

ความรู้สึกผิดของเขามันมลายหายไปสิ้นตั้งแต่ตอนที่เขายืนตากฝนเมื่อวานแล้ว

ที่เขายอมข่มอารมณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แม้แต่เรื่องที่ท่านแม่กับพี่สาวพูด เขาก็ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ก็เพราะยังคำนึงถึงเยื่อใยเก่าก่อน

แต่ว่านางล่ะ? กลับไม่มีความสำนึกแม้แต่นิดเดียว!

เพียงคำพูดไม่กี่คำของนาง ก็ลบล้างความยากลำบาก และการเอาชีวิตเข้าแลกตลอดสองปีของเขาจนสิ้น!

ส่วนเมิ่งยางแม้จะเป็นเพียงสาวชาวบ้าน แต่ยามที่เขาบาดเจ็บนางกลับคอยเปลี่ยนยาปรนนิบัติไม่ยอมหลับยอมนอนทั้งคืน

นางบอกแล้วว่าขอแค่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป จะไม่แย่งชิงสิ่งใดกับเซิ่งจือหว่านเด็ดขาด! นางยอมลดตัวลงถึงเพียงนี้ แต่เซิ่งจือหว่านก็ยังไม่ยอมปล่อยไป

เมื่อชายหนุ่มคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและผิดหวัง

เซิ่งจือหว่านจ้องมองชายที่กำลังโกรธถึงขีดสุดด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของนางดำสนิทและนิ่งสงบ

ที่แท้ เขาก็มองนางเป็นคนเช่นนี้เองหรือ?

ติงหลานฟังจนน้ำตานองหน้า พยายามจะเอ่ยปากแก้ต่างแทนเจ้านายอย่างร้อนรน

แต่ว่าพอนางกำลังจะพูด ก็ถูกเซิ่งจือหว่านยกมือห้ามไว้เสียก่อน

“ท่านซื่อจื่อคลุ้มคลั่งอะไรขึ้นมาอีกเพคะ?”

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว!” ฉีซูเซี่ยนไม่เชื่อเด็ดขาดว่านางจะไม่รู้ “เมื่อวานฝ่าบาททรงตั้งใจจะแต่งตั้งข้าเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก เป็นเพราะเจ้าคนเดียว ทุกอย่างถึงพังพินาศหมด!”

ดวงตาของเซิ่งจือหว่านไหววูบ ชาตินี้ เสด็จพ่อกลับไม่ได้แต่งตั้งเขาเป็นขั้นสี่ชั้นเอกอย่างนั้นหรือ?

มีตรงไหนที่เปลี่ยนไปกันนะ?

อ้อ ใช่แล้ว ชาติก่อนภายใต้คำเกลี้ยกล่อมของห้วนจู นางยอมกัดฟันตกลงให้เมิ่งยางเข้ามาเป็นอนุในจวน ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อสงบข่าวลือที่ไม่ดีต่อฉีซูเซี่ยน นางจึงรีบเข้าวังไปพบเสด็จพ่อตั้งแต่เช้าตรู่

นางพูดจาชื่นชมฉีซูเซี่ยนต่อหน้าเสด็จพ่อตั้งมากมาย บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ บอกว่าการที่เขาพาสตรีที่เสียความบริสุทธิ์กลับมานั้นเป็นการแสดงความรับผิดชอบ และบอกว่าศึกสุดท้ายเขากู้สถานการณ์มาได้อย่างไร ทั้งที่อันตรายและพลิกผันเพียงใด...

นางเอาแต่ปั้นแต่งคำชมจนเขากลายเป็นบุรุษผู้กล้าหาญชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบสูงส่งไปเสียอย่างนั้น!

ตอนนั้นเสด็จพ่อเพียงแต่ถอนพระทัยด้วยสีหน้าสลับซับซ้อนแล้วตรัสว่านางโตขึ้นมากแล้ว จากนั้น ข่าวดีเรื่องฉีซูเซี่ยนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพผิงเหยียนก็มาถึงจวน ทุกคนต่างพากันเฉลิมฉลอง

เมื่อเซิ่งจือหว่านนึกถึงตรงนี้ นางก็แทบอยากจะลากตัวเองในชาติก่อนมาตบให้หน้าหงายสักฉาดใหญ่จริงๆ!

ฉีซูเซี่ยนเห็นนางเงียบไปก็นึกว่านางละอายแก่ใจ ในใจจึงยิ่งทวีความโกรธ

เขากำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่เซิ่งจือหว่านกลับช้อนสายตาขึ้นมอง “ท่านซื่อจื่อเคยให้สัญญาว่าจะไม่รับอนุเด็ดขาด แต่ตอนนี้กลับพาสตรีอื่นมาบีบบังคับให้ข้าจำยอม นับว่าไร้สัตย์ทั้งยังปกปิดเรื่องแม่นางเมิ่งยางตั้งครรภ์ หลอกล่อให้ข้าตกลงรับนางเข้าจวน นับว่าไร้ยางอาย คนที่ไร้สัตย์ไร้ยางอายเช่นท่านแทนที่จะสำนึกตนเองให้ดี กลับมาโทษข้าที่เอาเรื่องที่ท่านทำไปพูดอย่างนั้นหรือ?”

เซิ่งจือหว่านยิ้มอย่างเย็นชาไปสะบัดมือของเขาออกไป

ฉีซูเซี่ยนออกแรงมากเกินไป จนแขนของนางน่าจะขึ้นรอยเขียวช้ำ ติงหลานจึงรีบกลั้นน้ำตาเข้าพยุงนางไว้
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 30

    อาจงพยายามเช็ดเหงื่อที่ไหลท่วมหน้าท่วมหัว “องค์หญิงจะลงอาญาอย่างไรก็เชิญเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจำไม่ได้จริงๆ!”อาจงคนนี้ก็ถือว่ามีไหวพริบไม่น้อย เขากัดฟันยืนยันว่าเป็นฝีมือตนเอง และอ้างว่าไม่จำอะไรได้เลย ต่อให้เซิ่งจือหว่านรู้ว่าไม่ใช่เขา แล้วจะมีหลักฐานอะไรเล่า?แต่แล้วในเสี้ยววินาทีถัดมา“หึ!” เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาจากปากของเซิ่งจือหว่านไม่ใช่แค่นางเท่านั้น อั้นจื่อกับติงหลานที่ยืนอยู่ข้างกายก็เผยสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ รวมถึงบรรดาเหล่าผู้เชี่ยวชาญชราเหล่านั้นด้วยที่ยืนอยู่ก็ยังมีสีหน้าประหลาดไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไม่รอให้ฉีซูเซี่ยนคิดได้ทัน เซิ่งจือหว่านหันไปมองกลุ่มชายชราแล้วเอ่ยว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมากล่าวหาว่าเปิ่นกงชี้ตัวส่งเดช รบกวนพวกท่านช่วยบอกใต้เท้าฟางทีว่า สินเดิมของตัวข้าถูกเก็บไว้ที่ห้องคลังห้องไหนบ้าง”บรรดาชายชราพยักหน้ารับคำหนึ่งในนั้นก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของร้านเหวินโม่ องค์หญิงเชิญข้าน้อยมาเพื่อตรวจสอบภาพวาดอักษรเจ้าค่ะ ภาพวาดและคัมภีร์โบราณส่วนหนึ่งในสินเดิมขององค์หญิง ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในห้องหนังสือและห้องคลังทา

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 29

    ชายทั้งสองคนนั้นขวัญเสียอยู่ก่อนแล้ว พอถูกพาเข้าจวนกั๋วกงมาเจอผู้คนเต็มโถงก็ถึงกับตัวสั่นพวกเขายังไม่ทันถูกสอบสวนด้วยซ้ำ ก็พรั่งพรูความจริงออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก“เรียนองค์หญิง เรียนท่านซื่อจื่อและใต้เท้า ทั้ง ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณชายน้อยฉีพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบว่าของพวกนั้นเป็นของพระราชทาน จึงได้วู่วามทำผิดไป!”“ใช่พ่ะย่ะค่ะ! เดิมทีข้าน้อยก็ไม่อยากจะรับซื้อไว้หรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่คุณชายน้อยฉีขู่ว่าหากไม่รับ เขาจะทำให้ข้าน้อยไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง ข้าน้อยเป็นเพียงพ่อค้าวานิช จะกล้าไปต่อกรกับคุณชายน้อยฉีได้อย่างไร?”ทั้งสองคนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แม้จะพอเดาได้ว่าของพวกนั้นที่มาที่ไปไม่ค่อยสะอาดนัก แต่เต็มที่พวกเขาก็คิดแค่ว่าฉีซูหล่างแอบขโมยของในจวนออกมาขาย ใครจะไปนึกว่านั่นจะเป็นสินเดิมขององค์หญิง! “เป็นไปไม่ได้!” ชุยซื่อรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที“บังอาจ!” ฉีซูเซี่ยนตบโต๊ะดังปังเศษไม้กระเด็นว่อน ชายทั้งสองตกใจจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น“พวกเจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีจวนกั๋วกง? รู้ไหมว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร! พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าพูดจาเหลวไห

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 28

    ในบรรดาตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงตลอดหลายร้อยปี มีเพียงตระกูลหวังเท่านั้นที่เคยทำเรื่องอัปยศนำสินเดิมของภรรยาเอกไปใช้แต่งงานรับอนุภรรยา ผลคือถูกครหาไปอีกหลายปี แม้แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีหวังก็ยังเคยถูกฮ่องเต้ตำหนิเซิ่งจือหว่านช่างโหดร้ายจริง ๆนี่คือการโต้กลับของนาง หลังรู้ว่าเขาไปอยู่จวนเว่ยยางอย่างนั้นหรือ?ไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางใส่ร้ายตัวเองและจวนกั๋วกงได้ฉีซูเซี่ยนเอ่ยขึ้นว่า“ข้ามาถามเจ้า ก็เพราะเราสามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะขี้หึงถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเมื่อวานข้าไปเยี่ยงเมิ่งยาง เจ้าก็คิดแผนชั่วเช่นนี้ขึ้นมาได้”“เจ้าจะเกลียดหรือเคืองข้า มีอะไรก็มาลงที่ข้าเถิด เหตุใดต้องลากคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ซูหล่างก็ยังเป็นเพียงเด็ก… เจ้าใส่ร้ายเขาเช่นนี้ ใจไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบรรดาผู้เฒ่าที่เดิมยังลังเลอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ก็เริ่มเอนเอียงไปอีกฝั่งโดยไม่รู้ตัว ใคร ๆ ต่างรู้ว่าจวนกั๋วกงฉีมีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบและคุณธรรม ซูหล่างที่อายุเพียงสิบปี จะไปทำเรื

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 27

    เซิ่งจือหว่านพูดพลางหยิบแจกันเคลือบสีตงชิงชิ้นนั้นขึ้นมา แล้วทุ่มลงตรงหน้าฉีซูเซี่ยนอย่างไม่ใยดีเพล้ง!เสียงแตกดังสนั่น เศษกระเบื้องกระจายเกลื่อนภาพเหตุการณ์ดูราวกับหนังม้วนเดิมฉายซ้ำ เมื่อครู่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธและปัดถ้วยชาจนตกแตก แต่ตอนนี้ ผู้ที่เป็นฝ่ายคาดคั้นกลับกลายเป็นเซิ่งจือหว่านฉีซูเซี่ยนมีสิทธิ์อะไรมาคาดคั้นนาง?หรือเขาจะคิดจริงๆ ว่าข้าวของของนาง เพียงเพราะนางแต่งให้เขาแล้ว เขาจะสามารถบงการอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ?พวกบุรุษมักชอบคิดว่าสตรีเป็นดั่งสิ่งของส่วนตัว ไม่ใช่เพียงตัวสตรีเท่านั้น แม้แต่ทรัพย์สินและคุณค่าที่สตรียกติดตัวมาด้วย พวกเขาก็คิดจะตักตวงเอาตามใจชอบ ครั้นพอไม่ต้องการก็นึกจะถีบหัวส่งดั่งขยะแต่มันยุติธรรมแล้วหรือ?เซิ่งจือหว่านมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ยสายตาของฉีซูเซี่ยนเพิ่งจะสังเกตเห็นข้าวของที่วางกองอยู่ที่พื้น มีทั้งภาพวาดอักษร ของตั้งโชว์ และเครื่องประดับ ทุกชิ้นล้วนดูประณีตงดงาม แต่เมื่อครู่เซิ่งจือหว่านกลับบอกว่าของเหล่านี้เป็นของปลอมหมายความว่าอย่างไร?อย่างไรเสีย เขาก็คือบัณฑิตที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสามระดับแม้เหตุผลส่วนใหญ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 26

    “องค์หญิงใช้ชื่อโรงทานเซิ่งซื่อในการบริจาค... ท่านซื่อจื่อเองก็ไม่ทราบเรื่องเลยหรือ?” ชายผู้นั้นยังคงถามย้ำด้วยความไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตานักสีหน้าของฉีซูเซี่ยนย่ำแย่ลงทันทีเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย“โรง... โรงทานเซิ่งซื่อหรือ?” ทันใดนั้น นายทหารน้อยคนหนึ่งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราก็ชะโงกหน้าออกมาจากกลุ่มคนฉีซูเซี่ยนหันไปมองเขานายทหารน้อยผู้นั้นรีบส่งยิ้มซื่อๆ ออกมา “น้องสามีของข้าเป็นอนุภรรยาคนที่สามของน้องชายท่านแม่ทัพเหลียง แล้วข้าพอจะอ่านออกเขียนได้บ้าง บางครั้งพวกจดหมายตอบรับที่ท่านแม่ทัพเหลียงคร้านจะทำเอง ก็มักจะตกมาถึงมือข้าให้ช่วยจัดการ”“เจ้าของโรงทานเซิ่งซื่อนี่ไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีจากที่ไหน บริจาคทั้งเสบียง เสื้อกันหนาว และยาสมัคเร็จรูปให้กองทัพเราตั้งหลายครั้ง... ทำไมหรือพยะค่ะ ท่านซื่อจื่อรู้จักเขาด้วยหรือ?”“ถ้าท่านซื่อจื่อรู้จักล่ะก็ ช่วยเขียนจดหมายไปบอกท่านแม่ทัพเหลียงหน่อยเถิด ท่านอยากรู้มาตลอดว่าเศรษฐีผู้มีใจรักชาติท่านนี้เป็นใคร จะได้ทูลขอความดีความชอบประทานบำเหน็จให้ เอื๊อก!”เขาเป็นคนคออ่อน แม้จะดื่มไปไม่มากแต่ก็เริ่มมึนงงจนจำได้เพียง

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 25

    “ท่านแม่พูดถูก ข้าจะไปหาจือหว่านเดี๋ยวนี้ ให้นางกลับมาดูแลเรื่องในจวนตามเดิม!” ฉีซูเซี่ยนทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไปชุยซื่อรีบเรียกเขาไว้ “จะรีบร้อนไปใย? เจ้าไม่จำเป็นต้องไปหานาง เมื่อคืนเจ้าไปค้างที่ตำหนักเมิ่งยางแล้ว ก็แค่รอให้นางเป็นฝ่ายมาหาเจ้าเอง ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยเสนอเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย”“ข้าจะทำตามที่ท่านแม่บอก” ฉีซูเซี่ยนเห็นด้วยว่ามีเหตุผลเพียงแต่เงินที่จะใช้ในวันนี้เขาค่อนข้างรีบ...“ข้ามีเงินติดตัวอยู่หนึ่งพันตำลึง เจ้าเอาไปใช้ก่อนเถอะ” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมคนสนิทจัดการหลังจากฉีซูเซี่ยนเดินออกไปแล้วแม่นางผิงนึกถึงสายตาของเซิ่งจือหว่านเมื่อวานนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าดูเหมือนฮูหยินน้อยจะเปลี่ยนไปนะเพคะ”เมื่อก่อนนางช่างพูดง่ายและชักจูงได้ง่ายเหลือเกิน แต่ตอนนี้จู่ๆ กลับกลายเป็นคนแข็งกร้าวขึ้นมาปกติแล้วนางกตัญญูต่อฮูหยินที่สุด แต่เมื่อวานขนาดเห็นฮูหยินโกรธจนเป็นลม นางกลับไม่มีคำห่วงใยสักคำ...ในใจของนางมีความคิดที่ดูเพ้อเจ้อผุดขึ้นมาบางที ครั้งนี้เซิ่งจือหว่านอาจจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้วจริงๆแต่ความคิดนั้นก็อยู่เพียงชั่ววูบก่อน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status