Share

บทที่ 9

Author: ยอดคนแปดทิศ
“นั่นก็จริง”

ฉีกั๋วกงกลัวบุตรชายจะเสียใจ จึงพยายามฝืนประคองสติเอ่ยว่า “ความดีความชอบจากการรบเพียงครั้งเดียวแล้วจะให้ขึ้นเป็นขั้นสี่ชั้นเอกทันทีนั้นดูจะไม่เหมาะจริงๆ บางทีฝ่าบาทอาจทรงอยากให้เจ้าสะสมผลงานเพิ่มอีกสักสองสามครั้ง เพื่อจะได้เลื่อนขั้นเจ้าขึ้นไปอย่างสง่างาม ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้สร้างบารมีในกองทัพได้อย่างมั่นคงด้วย”

“ขอรับ...” ฉีซูเซี่ยนพยักหน้า แต่ว่าสีหน้ากลับมืดมน เขาเอาแต่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น

ละก็เป็นอย่างที่คิด พอมาถึงหน้าจวน เขาก็เห็นเซิ่งจือหว่านกำลังวางมือบนแขนของติงหลานก้าวลงมาจากรถม้าพอดี

เมื่อเห็นชุดพิธีการที่นางสวมใส่ ฉีซูเซี่ยนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

จากนั้นสีหน้าก็คล้ำลงในทันที

มิน่าเล่า!

มิน่าเล่าเมื่อวานฝ่าบาทยังทรงมีพระประสงค์จะตั้งเขาเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก แต่เพียงข้ามคืน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมด!

ได้เป็นเพียงแม่ทัพซวนเวยขั้นห้าชั้นโท...

บททดสอบอะไรกัน เลื่อนขั้นอย่างสง่างามอะไรกัน?

ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะเซิ่งจือหว่านเข้าไปฟ้องร้องในวังมาแน่ๆ!

เมื่อนึกถึงความดีความชอบที่เขาแลกมาด้วยการเสี่ยงตายในสนามรบ! ตลอดเวลาสองปีที่กินนอนร่วมกับเหล่าทหารเลว ฝ่าพายุหิมะ อดทนต่อความหนาวเหน็บเสียดกระดูก กลับต้องมลายหายไปเพียงเพราะความหึงหวงและนิสัยใจแคบของนางคนเดียว!

เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ปรี่เข้าไปหาด้วยฝีเท้าอันรวดเร็ว

ก่อนจะกระชากตัวเซิ่งจือหว่านออกมาจากมือของติงหลานอย่างแรง “เซิ่งจือหว่าน!”

ติงหลานถูกเหวี่ยงออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อเห็นเจ้านายของตนถูกฉีซูเซี่ยนฉุดกระชากก็นึกร้อนใจขึ้นมาทันที “ท่านซื่อจื่อ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ?”

“ไสหัวไป!”

สายตาอันเกรี้ยวกราดของฉีซูเซี่ยนจับจ้องไปที่เซิ่งจือหว่าน เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ ไม่เหลือเค้าความสงบนิ่งที่เคยมีในวังแม้แต่นิดเดียว “เจ้าเข้าวังไปฟ้องฝ่าบาทมาใช่หรือไม่?”

เขาไม่รอให้เซิ่งจือหว่านได้ตอบ

กลับแผดเสียงใส่ต่อว่า “ก็แค่สตรีคนหนึ่ง ทำไมเจ้าต้องบีบคั้นนางถึงเพียงนี้? ถึงขนาดจะเอาชีวิตนางให้ได้เลยหรือ?! หรือว่าที่ผ่านมาเจ้าเอาแต่พูดว่าสตรีนั้นใช้ชีวิตลำบาก ทั้งหมดก็แค่เพื่อเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าผู้อื่น? พอมีคนมาแตะต้องผลประโยชน์ของเจ้า เจ้าก็ลงมือบดขยี้นางอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้หรือ?

ในสนามรบข้าถูกสายลับศัตรูวางยา พอหนีออกมาได้ก็คือนางที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ยามที่ข้าโดนฤทธิ์ยา ข้าเห็นนางเป็นเจ้า นางเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องแต่กลับต้องมาเสียตัวให้ข้าอย่างไร้สาเหตุ การที่ข้าแสดงความรับผิดชอบมันไม่ควรหรืออย่างไร?

ข้าก็บอกแล้วว่าจะไม่ไปพบนางอีก เจ้าเองก็รับปากท่านแม่ไว้แล้วด้วย! แล้วเหตุใดพอคล้อยหลัง เจ้าถึงกลับไปคร่ำครวญต่อหน้าฝ่าบาทอีก? หรือเจ้าต้องเห็นนางตายไปต่อหน้าถึงจะสาแก่ใจ?

เซิ่งจือหว่าน! เมื่อก่อนเหตุใดข้าถึงดูไม่ออกว่าเจ้าเป็นคนใจคออำมหิตเช่นนี้?

เพียงเพราะความอิจฉา ถึงกับจะเอาชีวิตคนที่บริสุทธิ์เชียวหรือ?!”

คำพูดแต่ละคำของฉีซูเซี่ยนทิ่มแทงหัวใจยิ่งนัก!

เขาอุตส่าห์ผ่านความเป็นความตายในสนามรบกลับมาได้ เซิ่งจือหว่านไม่สนก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะมาขุ่นเคืองเขาเพราะสตรีคนเดียว

ความรู้สึกผิดของเขามันมลายหายไปสิ้นตั้งแต่ตอนที่เขายืนตากฝนเมื่อวานแล้ว

ที่เขายอมข่มอารมณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แม้แต่เรื่องที่ท่านแม่กับพี่สาวพูด เขาก็ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ก็เพราะยังคำนึงถึงเยื่อใยเก่าก่อน

แต่ว่านางล่ะ? กลับไม่มีความสำนึกแม้แต่นิดเดียว!

เพียงคำพูดไม่กี่คำของนาง ก็ลบล้างความยากลำบาก และการเอาชีวิตเข้าแลกตลอดสองปีของเขาจนสิ้น!

ส่วนเมิ่งยางแม้จะเป็นเพียงสาวชาวบ้าน แต่ยามที่เขาบาดเจ็บนางกลับคอยเปลี่ยนยาปรนนิบัติไม่ยอมหลับยอมนอนทั้งคืน

นางบอกแล้วว่าขอแค่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป จะไม่แย่งชิงสิ่งใดกับเซิ่งจือหว่านเด็ดขาด! นางยอมลดตัวลงถึงเพียงนี้ แต่เซิ่งจือหว่านก็ยังไม่ยอมปล่อยไป

เมื่อชายหนุ่มคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและผิดหวัง

เซิ่งจือหว่านจ้องมองชายที่กำลังโกรธถึงขีดสุดด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของนางดำสนิทและนิ่งสงบ

ที่แท้ เขาก็มองนางเป็นคนเช่นนี้เองหรือ?

ติงหลานฟังจนน้ำตานองหน้า พยายามจะเอ่ยปากแก้ต่างแทนเจ้านายอย่างร้อนรน

แต่ว่าพอนางกำลังจะพูด ก็ถูกเซิ่งจือหว่านยกมือห้ามไว้เสียก่อน

“ท่านซื่อจื่อคลุ้มคลั่งอะไรขึ้นมาอีกเพคะ?”

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว!” ฉีซูเซี่ยนไม่เชื่อเด็ดขาดว่านางจะไม่รู้ “เมื่อวานฝ่าบาททรงตั้งใจจะแต่งตั้งข้าเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก เป็นเพราะเจ้าคนเดียว ทุกอย่างถึงพังพินาศหมด!”

ดวงตาของเซิ่งจือหว่านไหววูบ ชาตินี้ เสด็จพ่อกลับไม่ได้แต่งตั้งเขาเป็นขั้นสี่ชั้นเอกอย่างนั้นหรือ?

มีตรงไหนที่เปลี่ยนไปกันนะ?

อ้อ ใช่แล้ว ชาติก่อนภายใต้คำเกลี้ยกล่อมของห้วนจู๋ นางยอมกัดฟันตกลงให้เมิ่งยางเข้ามาเป็นอนุในจวน ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อสงบข่าวลือที่ไม่ดีต่อฉีซูเซี่ยน นางจึงรีบเข้าวังไปพบเสด็จพ่อตั้งแต่เช้าตรู่

นางพูดจาชื่นชมฉีซูเซี่ยนต่อหน้าเสด็จพ่อตั้งมากมาย บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ บอกว่าการที่เขาพาสตรีที่เสียความบริสุทธิ์กลับมานั้นเป็นการแสดงความรับผิดชอบ และบอกว่าศึกสุดท้ายเขากู้สถานการณ์มาได้อย่างไร ทั้งที่อันตรายและพลิกผันเพียงใด...

นางเอาแต่ปั้นแต่งคำชมจนเขากลายเป็นบุรุษผู้กล้าหาญชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบสูงส่งไปเสียอย่างนั้น!

ตอนนั้นเสด็จพ่อเพียงแต่ถอนพระทัยด้วยสีหน้าสลับซับซ้อนแล้วตรัสว่านางโตขึ้นมากแล้ว จากนั้น ข่าวดีเรื่องฉีซูเซี่ยนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพผิงเหยียนก็มาถึงจวน ทุกคนต่างพากันเฉลิมฉลอง

เมื่อเซิ่งจือหว่านนึกถึงตรงนี้ นางก็แทบอยากจะลากตัวเองในชาติก่อนมาตบให้หน้าหงายสักฉาดใหญ่จริงๆ!

ฉีซูเซี่ยนเห็นนางเงียบไปก็นึกว่านางละอายแก่ใจ ในใจจึงยิ่งทวีความโกรธ

เขากำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่เซิ่งจือหว่านกลับช้อนสายตาขึ้นมอง “ท่านซื่อจื่อเคยให้สัญญาว่าจะไม่รับอนุเด็ดขาด แต่ตอนนี้กลับพาสตรีอื่นมาบีบบังคับให้ข้าจำยอม นับว่าไร้สัตย์ทั้งยังปกปิดเรื่องแม่นางเมิ่งยางตั้งครรภ์ หลอกล่อให้ข้าตกลงรับนางเข้าจวน นับว่าไร้ยางอาย คนที่ไร้สัตย์ไร้ยางอายเช่นท่านแทนที่จะสำนึกตนเองให้ดี กลับมาโทษข้าที่เอาเรื่องที่ท่านทำไปพูดอย่างนั้นหรือ?”

เซิ่งจือหว่านยิ้มอย่างเย็นชาไปสะบัดมือของเขาออกไป

ฉีซูเซี่ยนออกแรงมากเกินไป จนแขนของนางน่าจะขึ้นรอยเขียวช้ำ ติงหลานจึงรีบกลั้นน้ำตาเข้าพยุงนางไว้
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 100

    "หมายความว่าอย่างไร" ฉีซูเซี่ยนชะงักไป คำว่าจงใจหาเรื่องใส่ตัวหมายความว่าอย่างไร?ท่านหมอส่งเสียงฮึดฮัดเมิ่งยางนึกไม่ถึงว่าหมอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะกล้าไม่ไว้หน้าตนเองถึงเพียงนี้!ตั้งแต่ร่วมงานกับองค์ชายสามมา นางมักจะเป็นที่ยกยอปอปั้นอยู่เสมอ ยามนี้ถูกนังบ่าวชั้นต่ำของเซิ่งจือหว่านหยามเกียรติยังไม่พอ หมอตัวเล็ก ๆ นี่ก็ยังกล้า...เมิ่งยางหลุบตาข่มแค้น เม้มปากพูดอย่างน้อยใจ "ท่านหมอสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ต้องโทษข้าที่ตอนเดินมัวแต่คิดเรื่องโรงสุรา ถึงได้เผลอก้าวพลาด ตกลงไปในสระน้ำ""อะไรนะ เจ้าตกลงไปในสระน้ำหรือ" ฉีซูเซี่ยนตกใจ จากนั้นก็โกรธจัด หันไปทางชิงซิ่ง "เมื่อวานเป็นเจ้าที่อยู่ข้างกายหยางเอ๋อร์ใช่หรือไม่""เจ้า... เจ้าค่ะ..." ชิงซิ่งคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวฉีซูเซี่ยนกล่าวเสียงเย็น "เจ้าดูแลเจ้านายอย่างไร หากหยางเอ๋อร์กับเด็กในท้องเป็นอะไรไป ต่อให้เจ้ามีร้อยชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ! ไสหัวออกไป ไปรับโทษโบยเองซะ!"ชิงซิ่งหน้าซีดเผือดเมิ่งยางรีบคว้ามือฉีซูเซี่ยนไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง "ซื่อจื่ออย่าไปขู่นางเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะข้าชินกับการคิดอะไรคนเดียว เลยจงใจให้นางอยู่ห่าง ๆ ตกลงไปก็ต

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 99

    "อื้อ ๆ ..."ท่ามกลางความมืดยามราตรี เมิ่งยางจ้องเขม็งไปที่เซิ่งจือหว่านด้วยดวงตาโกรธแค้นเซิ่งจือหว่านไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด นางลูบผมของอีกฝ่ายพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ สระน้ำนี้มีไว้สำหรับเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเท่านั้น จุดที่ลึกที่สุดก็ไม่ทำให้คนจมตายหรอก เจ้าชอบป่วยนักไม่ใช่หรือ เราย่อมต้องสนองความต้องการของเจ้าอยู่แล้ว"นิ้วมือที่อุ่นนุ่มและละเอียดอ่อน ลูบไล้ไปตามเส้นผมยาวจนถึงลำคอเมิ่งยางรู้สึกขนลุกซู่ไปตามตำแหน่งที่มือนั้นสัมผัส ความกลัวทำให้นางอยากจะกรีดร้อง แต่เพราะขากรรไกรถูกถอดออก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเสียงที่เปล่งออกมาก็มีเพียงเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์"อนุเมิ่ง ความอดทนของเรามีจำกัด" น้ำเสียงที่เคยอ่อนนุ่มของเซิ่งจือหว่านพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเมิ่งยางสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของนาง พลันนึกถึงภาพที่นางโบกมีดฟันใส่ฉีซูเซี่ยนเมื่อวานนี้ขึ้นมา...ร่างกายจึงสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ในสภาพการณ์เช่นนี้ ตนเองไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ชิงซิ่งเพียงคนเดียวที่พาออกมาด้วยก็ถูกคนของเซิ่งจือหว่านคุมตัวไว้เนิ่นนานผ่านไป นางหลับตาลงแน่น ในที่สุ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 98

    สวนหนิงเซียง?เมิ่งยางขมวดคิ้ว ชั่วขณะนั้นนึกไม่ออกว่าสวนหนิงเซียงคือที่ไหน แต่ในไม่ช้า นางก็นึกออก เป็นสาวใช้ที่รับตำแหน่งอนุพร้อมกับนางในวันนั้นนั่นเองนังแพศยาที่ไร้ยางอายที่ปีนขึ้นเตียง!นางเคยหยั่งเชิงซื่อจื่อมาแล้ว พบว่าเขารังเกียจนางคนนั้นสุด ๆซื่อจื่อจะไปหานางได้อย่างไร?"ตามข้าไปดูหน่อย" เมิ่งยางขมวดคิ้วแล้วสาวเท้าเดินไปทันทีชิงซิ่งเห็นดังนั้นก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่อยากพูดกลับลงไป ในใจเพียงหวังว่าซื่อจื่อคงจะทำเรื่องนั้นเสร็จแล้ว...แต่เห็นได้ชัดว่า ความปรารถนาของนางต้องพังทลายลงเมิ่งยางเพิ่งมาถึงนอกสวนหนิงเซียง ก็ได้ยินเสียงอันคลุมเครือดังแว่วออกมาจากข้างใน ฝีเท้าหยุดชะงักกะทันหัน ร่างกายโซเซอย่างรุนแรง"ท่านอนุ..." ชิงซิ่งมองนางด้วยความกังวล "ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ""หุบปาก!" ฝ่ามือหนึ่งตบฉาดลงบนใบหน้าของชิงซิ่งทันที จากนั้น ร่างกายของนางกลับยิ่งโซเซหนักกว่าเดิม "ไม่! เป็นไปไม่ได้...เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง"เห็น ๆ กันอยู่ว่าซื่อจื่อรังเกียจห้วนจู๋ จะมาหานางที่นี่ได้ยังไง? แถมยัง...ชิงซิ่งไม่มัวพะวงความเจ็

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 97

    ฉีซูเซี่ยนได้ยินดังนั้นแววตาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากมีคนอื่นรักษาได้ เขาย่อมไม่อยากไปอ้อนวอนเซิ่งจือหว่านแน่นอนเมื่อก่อนห้วนจู๋เป็นคนของเซิ่งจือหว่าน การที่นางจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติมาก!เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินก้าวยาวย้อนกลับมา "ดี หากเจ้ากล้าหลอกข้า ผลที่ตามมา เจ้าคงรู้นะ!""เจ้าค่ะ!" ห้วนจู๋ก้มหน้าลงอย่างขี้ขลาด "ถ้าอย่างนั้น...ซื่อจื่อจะให้ข้าจัดการ...ตัวเองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ"ฉีซูเซี่ยนถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เปียกโชกบนตัวห้วนจู๋ชุดบางเบาพอเปียกโชกแล้วก็แนบเนื้อเหมือนผ้าพันกาย ผิวพรรณที่หยดน้ำไหลผ่านภายใต้แสงตะวันรอนดูขาวผ่องดั่งหยก ทำให้เขาเผลอนึกไปถึงอีกคนที่มีผิวพรรณดั่งหยกเช่นนี้เหมือนกัน..."ซื่อจื่อเจ้าคะ?" ห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อยชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้นี้ก็งดงามอยู่หรอก แต่พอเปียกน้ำแล้วถูกลมพัดเข้าก็หนาวจริง ๆฉีซูเซี่ยนถูกเสียงของนางเรียกสติกลับมา เขาเบือนสายตาหนี "เจ้าไปเถอะ""เจ้าค่ะ" ห้วนจู๋รีบเปลี่ยนชุดใหม่อย่างรวดเร็วยังคงเป็นชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้ บางเบาแต่ไม่โปร่งแสง เสื้อตัวนอกสีชมพูอ่อนขับกับเสื้อซับในสี

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 96

    เซิ่งจือหว่านเดินไปที่ลานเรือน อั้นจื่อกำลังพาแม่นมคนนั้นกลับมาพอดีแม่นมได้รับผลประโยชน์แล้ว เมื่อเห็นนางก็รีบพยักหน้าคำนับอย่างนอบน้อม "องค์หญิงคุยเสร็จแล้วหรือ กลับดี ๆ นะ"เซิ่งจือหว่านยิ้มอ่อน "แม่นม แม้ว่าห้วนจู๋จะทำเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจไปบ้าง แต่จะว่าไป นางก็อยู่ข้างกายเรามาหลายปี วันหน้า ยังต้องหวังให้แม่นมช่วยดูแลนางให้มากหน่อย อย่างน้อยในฐานะที่เป็นอนุของซื่อจื่อ มือและผิวพรรณ จะปล่อยให้ดูแย่ไม่ได้ แม่นมว่าจริงหรือไม่""จริง... จริงเพคะ" แม่นมสีหน้าเปลี่ยนไป ตอบรับอย่างหวาดเกรงเซิ่งจือหว่านมองไปที่อั้นจื่อ "ลานเรือนนี้ก็ต้องปรับปรุง นอกจากนี้ยังต้องจัดหาของใช้เพิ่มเติม เอาเงินให้แม่นมไปส่วนหนึ่งด้วย"อั้นจื่อได้ยินคำสั่งแล้วไม่เต็มใจเลย แต่ในเมื่อองค์หญิงสั่ง นางก็ต้องทำตามแม่นมได้รับเงินก็ยิ้มหน้าบานทันที "ขอบคุณฮูหยินน้อยที่เมตตา!"เดิมทีนึกว่าตนเองถูกย้ายมาที่สวนหนิงเซียงนี้แล้ว ก็คงหมดหวังที่จะพลิกชีวิต นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันข้างหน้าอนุห้วนจู๋อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้...ขณะที่คิดได้เช่นนี้ นางก็รีบยิ้มแย้มพลางเดินเข้าห้องไปคำพู

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 95

    เซิ่งจือหว่านไม่ได้พูดอะไร นำติงหลานเดือนผ่านนางเข้าไปในเรือนติงหลานหัวเราะหึในลำคอห้วนจู๋เม้มปากเดินตามเข้าไปข้างในเซิ่งจือหว่านกวาดมองพวกเครื่องเรือนในห้อง เดิมทีนึกว่าลานบ้านนั้นดูแย่แล้ว นึกไม่ถึงว่าข้างในนี้จะยิ่งซอมซ่อกว่า นางถึงกับหาที่นั่งลงไม่ได้เลยสักที่แม้แต่ผ้าห่มบนเตียง ก็ยังสู้ของบ่าวรับใช้ในเรือนของนางไม่ได้ด้วยซ้ำห้วนจู๋เห็นนางยืนขมวดคิ้ว ในใจก็รู้สึกอับอายยิ่งนัก "ยามนี้บ่าวตกอับถึงเพียงนี้ องค์หญิงคงพอพระทัยแล้วกระมัง"เซิ่งจือหว่านได้ยินดังนั้นก็หันไปมองนาง กวาดสายตาประเมินขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง "นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจ้าดิ้นรนหามาเองหรอกหรือ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าเห็นฉีซูเซี่ยน เจ้าก็มีใจให้เขาแล้วสินะ ไม่เช่นนั้นคงไม่คอยเทียวไปเทียวมาเพื่อเป็นแม่สื่อระหว่างเรากับเขา แล้วส่งต่อคำพูดที่ไร้มูลความจริงตั้งมากมายหรอก"เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน นางถึงได้เชื่อมั่นว่าฉีซูเซี่ยนคือคู่ครองที่ดีห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อย นางยิ้มอย่างขมขื่น "เพคะ บ่าวตกหลุมรักซื่อจื่อตั้งแต่แรกจริง ๆ แต่บ่าวไม่เคยคิดจะทำอะไรเลย...""แต่เจ้าก็ทำลงไปแล้ว!" เซิ่งจือหว่านพูดขัด ห้วนจู๋ขอบต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status