แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: ยอดคนแปดทิศ
ฉีซูเซี่ยนมองตามหลังนายบ่าวทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา “เซิ่งจือหว่าน เจ้าอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”

เซิ่งจือหว่านเสียใจ เสียใจที่ไม่ได้มองเขาให้ทะลุปรุโปร่งเร็วกว่านี้

เมื่อกลับถึงเรือนผิงหลัน นางจัดการผลัดเปลี่ยนชุดพิธีการออก และพบว่าบริเวณที่ถูกฉีซูเซี่ยนกระชากนั้นขึ้นรอยเขียวช้ำเป็นวงใหญ่จริงๆ

แววตาของเซิ่งจือหว่านวูบไหว แม้นางจะพอรู้วิชาป้องกันตัวบ้าง แต่ก็ไม่อาจเทียบชั้นกับคนที่มีลมปราณแก่กล้าอย่างฉีซูเซี่ยนได้ หากวันหน้าต้องเผชิญหน้ากันแล้วเขาเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา นางคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่

ดูท่าว่านางต้องรีบหาสาวใช้ที่มีฝีมือมาไว้ข้างกายเสียแล้ว

เซิ่งจือหว่านจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ

ขณะที่กำลังจะเอนกายพักผ่อน จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงอึกทึกวุ่นวายแทรกมาด้วยเสียงด่าทอ

นางจำเจ้าของเสียงนั้นได้ในทันที และในพริบตานั้น ความแค้นก็ถาโถมเข้าใส่จนแน่นหน้าอก!

ฉีเฟยเยียน!

หลังจากฉีซูเซี่ยนได้มีอำนาจ ฉีเฟยเยียนก็อาศัยจังหวะที่บิดาฮ่องเต้ลดฐานะนางให้เป็นสามัญชน

ต่อหน้านางเองยังฝืนยิ้มอย่างไม่จริงใจ ก่อนจะพาหร่วนหร่วนของนางไปอ้างว่าจะอบรมเลี้ยงดู

แต่สุดท้าย กลับส่งคืนมาเพียงศพตัวเล็กๆ หนึ่งร่างเท่านั้น!

แม้ว่าในชาติก่อนสุดท้ายนางจะบีบจนฉีเฟยเยียนถูกส่งตัวไปอยู่ไร่นาได้สำเร็จ...แต่มันจะมีประโยชน์อย่างไร?

ในเมื่อมีฉีซูเซี่ยนคอยหนุนหลัง ฉีเฟยเยียนย่อมไม่อยู่อย่างลำบากที่นั่นแน่ แต่หร่วนหร่วนของนางสิ... ไม่มีวันกลับมาได้อีกแล้ว!

“ก็แค่เด็กกำพร้าที่เก็บมาเลี้ยงคนหนึ่งเท่านั้น!”

เซิ่งจือหว่านนึกถึงคำพูดที่ไร้หัวใจประโยคนั้นของฉีซูเซี่ยนพลางหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยความสงบนิ่ง

อาจเป็นเพราะสองปีที่แต่งเข้าจวนกั๋วกงนางทำตัวหัวอ่อนว่าง่ายเกินไป ฉีเฟยเยียนที่เป็นเพียงพี่สาวสามีซึ่งแต่งออกไปแล้ว ถึงได้กล้าพาสาวใช้และบ่าวหญิงฝูงใหญ่บุกเข้ามาเอะอะโวยวายถึงในจวนขององค์หญิงเช่นนาง

“เซิ่งจือหว่าน ออกมาเดี๋ยวนี้!”

“เป็นสตรีฝ่ายในไม่รู้จักปรนนิบัติพ่อแม่สามีให้ดี กลับกล้าสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องในราชสำนัก จนทำให้ตำแหน่งที่ชูเซี่ยนควรจะได้ต้องลดลงมาถึงสองระดับขั้น!”

“ทั้งขี้อิจฉา ทั้งปากมาก! ! ผิดกฎเจ็ดประการถึงสองข้อ! มัวนิ่งอยู่ทำไม รีบจับตัวนางไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเดี๋ยวนี้!”

บ่าวหญิงร่างกำยำสองคนเดินปรี่เข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา

“ฮูหยินน้อย ท่านอย่าให้พวกเราต้องลำบากใจเลยเพคะ”

เนื่องจากฉีซูเซี่ยนเป็นบุตรชายคนโตของจวนและได้รับตำแหน่งซื่อจื่อตั้งแต่อายุสิบสอง ดังนั้นนอกจากคนในจวนผิงหลานที่ยังแอบเรียกเซิ่งจือหว่านว่าองค์หญิงแล้ว บ่าวไพร่คนอื่นๆ ในจวนกั๋วกงต่างก็เรียกนางว่าฮูหยินน้อยกันหมด

สาวใช้ในจวนผิงหลานต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก มีเพียงอั้นจื่อและติงหลานที่กัดฟันรวบรวมความกล้ากางแขนขวางอยู่เบื้องหน้าเซิ่งจือหว่าน

“นังบ่าวโอหังยังกล้าขวางอีกรึ? วันนี้ใครในพวกเจ้าสองคนตามเซิ่งจือหว่านเข้าวัง? จงก้าวออกมารับโทษโบยสามสิบไม้เสียดีๆ มิเช่นนั้นข้าจะจับพวกเจ้าขายทิ้งให้หมดทั้งคู่!” ฉีเฟยเยียนแค่นหัวเราะอย่างเหยียดหยาม

สาวใช้ระดับรองลงไปได้ยินดังนั้นต่างก็ตัวสั่นไม่กล้าขยับ

คุณหนูใหญ่นั้นกล้าทำจริงตามที่พูด!

ตอนที่องค์หญิงแต่งเข้ามาใหม่ๆ ข้างกายมีทั้งแม่นมและนางกำนัลคนสนิทฝีมือดีถึงสี่คน แต่ตอนนี้ล่ะ? กลับเหลือเพียงห้วนจูคนเดียวที่ยังอยู่ในตำหนักนี้

เซิ่งจือหว่านแม้จะดูเหมือนกุมอำนาจดูแลจวนกั๋วกง แต่ในความเป็นจริงนางเป็นเพียงถุงเงิน ที่มีไว้จ่ายเงินเท่านั้น บรรดาพ่อบ้านแม่บ้านไม่ว่าจะฝ่ายในฝ่ายนอกหรือห้องครัว เวลาจะทำอะไรจริงๆ สุดท้ายก็ต้องไปขอความเห็นชอบจากท่านแม่ก่อนทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?

มีเพียงเซิ่งจือหว่านที่สำคัญตัวผิดไปเอง พอคนอื่นให้เกียรติหน่อยก็หลงนึกว่าตนเองเป็นนายหญิงของจวนกั๋วกงจริงๆ หรือไง?

ตอนนี้ชูเซี่ยนเพิ่งจะกลับมา นางก็เริ่มอาละวาดหาเรื่อง แถมยังลามไปถึงในวัง จนทำให้ตำแหน่งแม่ทัพขั้นสี่ที่ควรจะได้ต้องหลุดมือไป!

หากวันนี้ชูเซี่ยนได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก ต่อให้ฉีเฟยเยียนจะทำงานพลาด กลับบ้านไปแม่สามี สามี หรือน้องสามีก็คงจะเชิดชูนางไว้เหนือหัว!

แต่ตอนนี้ล่ะ?

ฉีเฟยเยียนยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ อยากจะปรี่เข้าไปจิกตัวเซิ่งจือหว่านมาตบสักสองฉาดให้หายแค้น!

แต่ว่ายังไม่ทันที่จะนึกภาพจบ ก็รู้สึกถึงกระแสลมจากฝ่ามือวูบผ่านหน้าไป และตามมาด้วย

“เพียะ!” เสียงตบดังสนั่น!

แก้มทั้งแถบชาและร้อนผ่าว ฉีเฟยเยียนมองเซิ่งจือหว่านที่ยังคงชูมือค้างไว้อย่างไม่เชื่อสายตา

“เจ้า... เจ้ากล้าตบข้าหรือ?” ฉีเฟยเยียนนึกว่าตนเองฝันไป เพราะเมื่อก่อนเซิ่งจือหว่านมักจะคอยเอาใจนางกับน้องรองอยู่เสมอ!

“ตบเจ้าแล้วจะทำไม?” เซิ่งจือหว่านมีรูปร่างโปร่งระหง นางยื่นมือออกไปเพียงนิดก็คว้าชุดเครื่องประดับหยกประดับไข่มุกบนศีรษะของอีกฝ่ายไว้ได้

เครื่องประดับที่ท่านย่าประทานให้เป็นสินเดิมของนาง แต่ฉีเฟยเยียนกลับเอามาสวม ผ้าพับงามในหีบสินเดิมของนาง ฉีเฟยเยียนก็เอาไปตัดเป็นชุดใส่ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่ของที่เป็นของนางแท้ๆ ยังจะกล้ามาวางอำนาจต่อหน้านางอีกงั้นหรือ?

เซิ่งจือหว่านลงมืออย่างไร้ความปรานี นางไม่สนว่าเครื่องประดับนั้นจะพันติดอยู่กับเส้นผมหรือไม่ แต่กระชากมันออกมาอย่างแรง

เสียงร้องโหยหวนราวกับผีสางเทวดาของฉีเฟยเยียนดังไปทั่ว เส้นผมหลายกระจุกถูกดึงหลุดติดมือออกมาด้วย

เหล่าบ่าวหญิงที่ตามมาต่างก็ขวัญหนี พยายามจะเข้าไปขวางและดึงตัวฉีเฟยเยียนออกมาจากเงื้อมมือของเซิ่งจือหว่าน

แต่ว่าไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ท่ามกลางผู้คนที่พยายามฉุดกระชากลากดึงนั้น กลับไม่มีใครสามารถสัมผัสถูกชายเสื้อของนางได้เลยแม้แต่คนเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น นางยังหาจังหวะสาดฝ่ามือใส่หน้าฉีเฟยเยียนอีกหลายฉาดจนเกิดรอยนิ้วมือชัดเจนทั้งสองข้างแก้มก่อนจะยอมปล่อยมือ

“เซิ่ง... เซิ่งจือหว่าน เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นมันของข้านะ!” ฉีเฟยเยียนผมเผ้าหลุดลุ่ย สภาพไม่ต่างจากสตรีเสียสติ แก้มของนางบวมเป่งจนพูดจาอ้อแอ้ ดวงตาจับจ้องไปที่ชุดเครื่องประดับในมือของติงหลานอย่างอาฆาต

บรรดาบ่าวหญิงต่างก็มองเซิ่งจือหว่านด้วยความหวาดกลัว

เซิ่งจือหว่านดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร นางค่อยๆ แกะเส้นผมที่ติดอยู่ออกอย่างใจเย็น แล้วยัดเครื่องประดับนั้นใส่ในอ้อมกอดของติงหลานที่ยืนตะลึงตาค้างอยู่ จากนั้นจึงค่อยๆ หันตัวกลับมาอย่างสง่างาม
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 30

    อาจงพยายามเช็ดเหงื่อที่ไหลท่วมหน้าท่วมหัว “องค์หญิงจะลงอาญาอย่างไรก็เชิญเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจำไม่ได้จริงๆ!”อาจงคนนี้ก็ถือว่ามีไหวพริบไม่น้อย เขากัดฟันยืนยันว่าเป็นฝีมือตนเอง และอ้างว่าไม่จำอะไรได้เลย ต่อให้เซิ่งจือหว่านรู้ว่าไม่ใช่เขา แล้วจะมีหลักฐานอะไรเล่า?แต่แล้วในเสี้ยววินาทีถัดมา“หึ!” เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาจากปากของเซิ่งจือหว่านไม่ใช่แค่นางเท่านั้น อั้นจื่อกับติงหลานที่ยืนอยู่ข้างกายก็เผยสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ รวมถึงบรรดาเหล่าผู้เชี่ยวชาญชราเหล่านั้นด้วยที่ยืนอยู่ก็ยังมีสีหน้าประหลาดไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไม่รอให้ฉีซูเซี่ยนคิดได้ทัน เซิ่งจือหว่านหันไปมองกลุ่มชายชราแล้วเอ่ยว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมากล่าวหาว่าเปิ่นกงชี้ตัวส่งเดช รบกวนพวกท่านช่วยบอกใต้เท้าฟางทีว่า สินเดิมของตัวข้าถูกเก็บไว้ที่ห้องคลังห้องไหนบ้าง”บรรดาชายชราพยักหน้ารับคำหนึ่งในนั้นก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของร้านเหวินโม่ องค์หญิงเชิญข้าน้อยมาเพื่อตรวจสอบภาพวาดอักษรเจ้าค่ะ ภาพวาดและคัมภีร์โบราณส่วนหนึ่งในสินเดิมขององค์หญิง ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในห้องหนังสือและห้องคลังทา

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 29

    ชายทั้งสองคนนั้นขวัญเสียอยู่ก่อนแล้ว พอถูกพาเข้าจวนกั๋วกงมาเจอผู้คนเต็มโถงก็ถึงกับตัวสั่นพวกเขายังไม่ทันถูกสอบสวนด้วยซ้ำ ก็พรั่งพรูความจริงออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก“เรียนองค์หญิง เรียนท่านซื่อจื่อและใต้เท้า ทั้ง ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณชายน้อยฉีพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบว่าของพวกนั้นเป็นของพระราชทาน จึงได้วู่วามทำผิดไป!”“ใช่พ่ะย่ะค่ะ! เดิมทีข้าน้อยก็ไม่อยากจะรับซื้อไว้หรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่คุณชายน้อยฉีขู่ว่าหากไม่รับ เขาจะทำให้ข้าน้อยไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง ข้าน้อยเป็นเพียงพ่อค้าวานิช จะกล้าไปต่อกรกับคุณชายน้อยฉีได้อย่างไร?”ทั้งสองคนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แม้จะพอเดาได้ว่าของพวกนั้นที่มาที่ไปไม่ค่อยสะอาดนัก แต่เต็มที่พวกเขาก็คิดแค่ว่าฉีซูหล่างแอบขโมยของในจวนออกมาขาย ใครจะไปนึกว่านั่นจะเป็นสินเดิมขององค์หญิง! “เป็นไปไม่ได้!” ชุยซื่อรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที“บังอาจ!” ฉีซูเซี่ยนตบโต๊ะดังปังเศษไม้กระเด็นว่อน ชายทั้งสองตกใจจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น“พวกเจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีจวนกั๋วกง? รู้ไหมว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร! พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าพูดจาเหลวไห

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 28

    ในบรรดาตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงตลอดหลายร้อยปี มีเพียงตระกูลหวังเท่านั้นที่เคยทำเรื่องอัปยศนำสินเดิมของภรรยาเอกไปใช้แต่งงานรับอนุภรรยา ผลคือถูกครหาไปอีกหลายปี แม้แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีหวังก็ยังเคยถูกฮ่องเต้ตำหนิเซิ่งจือหว่านช่างโหดร้ายจริง ๆนี่คือการโต้กลับของนาง หลังรู้ว่าเขาไปอยู่จวนเว่ยยางอย่างนั้นหรือ?ไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางใส่ร้ายตัวเองและจวนกั๋วกงได้ฉีซูเซี่ยนเอ่ยขึ้นว่า“ข้ามาถามเจ้า ก็เพราะเราสามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะขี้หึงถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเมื่อวานข้าไปเยี่ยงเมิ่งยาง เจ้าก็คิดแผนชั่วเช่นนี้ขึ้นมาได้”“เจ้าจะเกลียดหรือเคืองข้า มีอะไรก็มาลงที่ข้าเถิด เหตุใดต้องลากคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ซูหล่างก็ยังเป็นเพียงเด็ก… เจ้าใส่ร้ายเขาเช่นนี้ ใจไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบรรดาผู้เฒ่าที่เดิมยังลังเลอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ก็เริ่มเอนเอียงไปอีกฝั่งโดยไม่รู้ตัว ใคร ๆ ต่างรู้ว่าจวนกั๋วกงฉีมีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบและคุณธรรม ซูหล่างที่อายุเพียงสิบปี จะไปทำเรื

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 27

    เซิ่งจือหว่านพูดพลางหยิบแจกันเคลือบสีตงชิงชิ้นนั้นขึ้นมา แล้วทุ่มลงตรงหน้าฉีซูเซี่ยนอย่างไม่ใยดีเพล้ง!เสียงแตกดังสนั่น เศษกระเบื้องกระจายเกลื่อนภาพเหตุการณ์ดูราวกับหนังม้วนเดิมฉายซ้ำ เมื่อครู่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธและปัดถ้วยชาจนตกแตก แต่ตอนนี้ ผู้ที่เป็นฝ่ายคาดคั้นกลับกลายเป็นเซิ่งจือหว่านฉีซูเซี่ยนมีสิทธิ์อะไรมาคาดคั้นนาง?หรือเขาจะคิดจริงๆ ว่าข้าวของของนาง เพียงเพราะนางแต่งให้เขาแล้ว เขาจะสามารถบงการอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ?พวกบุรุษมักชอบคิดว่าสตรีเป็นดั่งสิ่งของส่วนตัว ไม่ใช่เพียงตัวสตรีเท่านั้น แม้แต่ทรัพย์สินและคุณค่าที่สตรียกติดตัวมาด้วย พวกเขาก็คิดจะตักตวงเอาตามใจชอบ ครั้นพอไม่ต้องการก็นึกจะถีบหัวส่งดั่งขยะแต่มันยุติธรรมแล้วหรือ?เซิ่งจือหว่านมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ยสายตาของฉีซูเซี่ยนเพิ่งจะสังเกตเห็นข้าวของที่วางกองอยู่ที่พื้น มีทั้งภาพวาดอักษร ของตั้งโชว์ และเครื่องประดับ ทุกชิ้นล้วนดูประณีตงดงาม แต่เมื่อครู่เซิ่งจือหว่านกลับบอกว่าของเหล่านี้เป็นของปลอมหมายความว่าอย่างไร?อย่างไรเสีย เขาก็คือบัณฑิตที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสามระดับแม้เหตุผลส่วนใหญ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 26

    “องค์หญิงใช้ชื่อโรงทานเซิ่งซื่อในการบริจาค... ท่านซื่อจื่อเองก็ไม่ทราบเรื่องเลยหรือ?” ชายผู้นั้นยังคงถามย้ำด้วยความไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตานักสีหน้าของฉีซูเซี่ยนย่ำแย่ลงทันทีเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย“โรง... โรงทานเซิ่งซื่อหรือ?” ทันใดนั้น นายทหารน้อยคนหนึ่งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราก็ชะโงกหน้าออกมาจากกลุ่มคนฉีซูเซี่ยนหันไปมองเขานายทหารน้อยผู้นั้นรีบส่งยิ้มซื่อๆ ออกมา “น้องสามีของข้าเป็นอนุภรรยาคนที่สามของน้องชายท่านแม่ทัพเหลียง แล้วข้าพอจะอ่านออกเขียนได้บ้าง บางครั้งพวกจดหมายตอบรับที่ท่านแม่ทัพเหลียงคร้านจะทำเอง ก็มักจะตกมาถึงมือข้าให้ช่วยจัดการ”“เจ้าของโรงทานเซิ่งซื่อนี่ไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีจากที่ไหน บริจาคทั้งเสบียง เสื้อกันหนาว และยาสมัคเร็จรูปให้กองทัพเราตั้งหลายครั้ง... ทำไมหรือพยะค่ะ ท่านซื่อจื่อรู้จักเขาด้วยหรือ?”“ถ้าท่านซื่อจื่อรู้จักล่ะก็ ช่วยเขียนจดหมายไปบอกท่านแม่ทัพเหลียงหน่อยเถิด ท่านอยากรู้มาตลอดว่าเศรษฐีผู้มีใจรักชาติท่านนี้เป็นใคร จะได้ทูลขอความดีความชอบประทานบำเหน็จให้ เอื๊อก!”เขาเป็นคนคออ่อน แม้จะดื่มไปไม่มากแต่ก็เริ่มมึนงงจนจำได้เพียง

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 25

    “ท่านแม่พูดถูก ข้าจะไปหาจือหว่านเดี๋ยวนี้ ให้นางกลับมาดูแลเรื่องในจวนตามเดิม!” ฉีซูเซี่ยนทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไปชุยซื่อรีบเรียกเขาไว้ “จะรีบร้อนไปใย? เจ้าไม่จำเป็นต้องไปหานาง เมื่อคืนเจ้าไปค้างที่ตำหนักเมิ่งยางแล้ว ก็แค่รอให้นางเป็นฝ่ายมาหาเจ้าเอง ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยเสนอเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย”“ข้าจะทำตามที่ท่านแม่บอก” ฉีซูเซี่ยนเห็นด้วยว่ามีเหตุผลเพียงแต่เงินที่จะใช้ในวันนี้เขาค่อนข้างรีบ...“ข้ามีเงินติดตัวอยู่หนึ่งพันตำลึง เจ้าเอาไปใช้ก่อนเถอะ” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมคนสนิทจัดการหลังจากฉีซูเซี่ยนเดินออกไปแล้วแม่นางผิงนึกถึงสายตาของเซิ่งจือหว่านเมื่อวานนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าดูเหมือนฮูหยินน้อยจะเปลี่ยนไปนะเพคะ”เมื่อก่อนนางช่างพูดง่ายและชักจูงได้ง่ายเหลือเกิน แต่ตอนนี้จู่ๆ กลับกลายเป็นคนแข็งกร้าวขึ้นมาปกติแล้วนางกตัญญูต่อฮูหยินที่สุด แต่เมื่อวานขนาดเห็นฮูหยินโกรธจนเป็นลม นางกลับไม่มีคำห่วงใยสักคำ...ในใจของนางมีความคิดที่ดูเพ้อเจ้อผุดขึ้นมาบางที ครั้งนี้เซิ่งจือหว่านอาจจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้วจริงๆแต่ความคิดนั้นก็อยู่เพียงชั่ววูบก่อน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status