Share

บทที่ 10

Author: ยอดคนแปดทิศ
ฉีซูเซี่ยนมองตามหลังนายบ่าวทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา “เซิ่งจือหว่าน เจ้าอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”

เซิ่งจือหว่านเสียใจ เสียใจที่ไม่ได้มองเขาให้ทะลุปรุโปร่งเร็วกว่านี้

เมื่อกลับถึงเรือนผิงหลัน นางจัดการผลัดเปลี่ยนชุดพิธีการออก และพบว่าบริเวณที่ถูกฉีซูเซี่ยนกระชากนั้นขึ้นรอยเขียวช้ำเป็นวงใหญ่จริงๆ

แววตาของเซิ่งจือหว่านวูบไหว แม้นางจะพอรู้วิชาป้องกันตัวบ้าง แต่ก็ไม่อาจเทียบชั้นกับคนที่มีลมปราณแก่กล้าอย่างฉีซูเซี่ยนได้ หากวันหน้าต้องเผชิญหน้ากันแล้วเขาเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา นางคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่

ดูท่าว่านางต้องรีบหาสาวใช้ที่มีฝีมือมาไว้ข้างกายเสียแล้ว

เซิ่งจือหว่านจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ

ขณะที่กำลังจะเอนกายพักผ่อน จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงอึกทึกวุ่นวายแทรกมาด้วยเสียงด่าทอ

นางจำเจ้าของเสียงนั้นได้ในทันที และในพริบตานั้น ความแค้นก็ถาโถมเข้าใส่จนแน่นหน้าอก!

ฉีเฟยเยียน!

หลังจากฉีซูเซี่ยนได้มีอำนาจ ฉีเฟยเยียนก็อาศัยจังหวะที่บิดาฮ่องเต้ลดฐานะนางให้เป็นสามัญชน

ต่อหน้านางเองยังฝืนยิ้มอย่างไม่จริงใจ ก่อนจะพาหร่วนหร่วนของนางไปอ้างว่าจะอบรมเลี้ยงดู

แต่สุดท้าย กลับส่งคืนมาเพียงศพตัวเล็กๆ หนึ่งร่างเท่านั้น!

แม้ว่าในชาติก่อนสุดท้ายนางจะบีบจนฉีเฟยเยียนถูกส่งตัวไปอยู่ไร่นาได้สำเร็จ...แต่มันจะมีประโยชน์อย่างไร?

ในเมื่อมีฉีซูเซี่ยนคอยหนุนหลัง ฉีเฟยเยียนย่อมไม่อยู่อย่างลำบากที่นั่นแน่ แต่หร่วนหร่วนของนางสิ... ไม่มีวันกลับมาได้อีกแล้ว!

“ก็แค่เด็กกำพร้าที่เก็บมาเลี้ยงคนหนึ่งเท่านั้น!”

เซิ่งจือหว่านนึกถึงคำพูดที่ไร้หัวใจประโยคนั้นของฉีซูเซี่ยนพลางหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยความสงบนิ่ง

อาจเป็นเพราะสองปีที่แต่งเข้าจวนกั๋วกงนางทำตัวหัวอ่อนว่าง่ายเกินไป ฉีเฟยเยียนที่เป็นเพียงพี่สาวสามีซึ่งแต่งออกไปแล้ว ถึงได้กล้าพาสาวใช้และบ่าวหญิงฝูงใหญ่บุกเข้ามาเอะอะโวยวายถึงในจวนขององค์หญิงเช่นนาง

“เซิ่งจือหว่าน ออกมาเดี๋ยวนี้!”

“เป็นสตรีฝ่ายในไม่รู้จักปรนนิบัติพ่อแม่สามีให้ดี กลับกล้าสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องในราชสำนัก จนทำให้ตำแหน่งที่ชูเซี่ยนควรจะได้ต้องลดลงมาถึงสองระดับขั้น!”

“ทั้งขี้อิจฉา ทั้งปากมาก! ! ผิดกฎเจ็ดประการถึงสองข้อ! มัวนิ่งอยู่ทำไม รีบจับตัวนางไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเดี๋ยวนี้!”

บ่าวหญิงร่างกำยำสองคนเดินปรี่เข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา

“ฮูหยินน้อย ท่านอย่าให้พวกเราต้องลำบากใจเลยเพคะ”

เนื่องจากฉีซูเซี่ยนเป็นบุตรชายคนโตของจวนและได้รับตำแหน่งซื่อจื่อตั้งแต่อายุสิบสอง ดังนั้นนอกจากคนในจวนผิงหลานที่ยังแอบเรียกเซิ่งจือหว่านว่าองค์หญิงแล้ว บ่าวไพร่คนอื่นๆ ในจวนกั๋วกงต่างก็เรียกนางว่าฮูหยินน้อยกันหมด

สาวใช้ในจวนผิงหลานต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก มีเพียงอั้นจื่อและติงหลานที่กัดฟันรวบรวมความกล้ากางแขนขวางอยู่เบื้องหน้าเซิ่งจือหว่าน

“นังบ่าวโอหังยังกล้าขวางอีกรึ? วันนี้ใครในพวกเจ้าสองคนตามเซิ่งจือหว่านเข้าวัง? จงก้าวออกมารับโทษโบยสามสิบไม้เสียดีๆ มิเช่นนั้นข้าจะจับพวกเจ้าขายทิ้งให้หมดทั้งคู่!” ฉีเฟยเยียนแค่นหัวเราะอย่างเหยียดหยาม

สาวใช้ระดับรองลงไปได้ยินดังนั้นต่างก็ตัวสั่นไม่กล้าขยับ

คุณหนูใหญ่นั้นกล้าทำจริงตามที่พูด!

ตอนที่องค์หญิงแต่งเข้ามาใหม่ๆ ข้างกายมีทั้งแม่นมและนางกำนัลคนสนิทฝีมือดีถึงสี่คน แต่ตอนนี้ล่ะ? กลับเหลือเพียงห้วนจู๋คนเดียวที่ยังอยู่ในตำหนักนี้

เซิ่งจือหว่านแม้จะดูเหมือนกุมอำนาจดูแลจวนกั๋วกง แต่ในความเป็นจริงนางเป็นเพียงถุงเงิน ที่มีไว้จ่ายเงินเท่านั้น บรรดาพ่อบ้านแม่บ้านไม่ว่าจะฝ่ายในฝ่ายนอกหรือห้องครัว เวลาจะทำอะไรจริงๆ สุดท้ายก็ต้องไปขอความเห็นชอบจากท่านแม่ก่อนทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?

มีเพียงเซิ่งจือหว่านที่สำคัญตัวผิดไปเอง พอคนอื่นให้เกียรติหน่อยก็หลงนึกว่าตนเองเป็นนายหญิงของจวนกั๋วกงจริงๆ หรือไง?

ตอนนี้ชูเซี่ยนเพิ่งจะกลับมา นางก็เริ่มอาละวาดหาเรื่อง แถมยังลามไปถึงในวัง จนทำให้ตำแหน่งแม่ทัพขั้นสี่ที่ควรจะได้ต้องหลุดมือไป!

หากวันนี้ชูเซี่ยนได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก ต่อให้ฉีเฟยเยียนจะทำงานพลาด กลับบ้านไปแม่สามี สามี หรือน้องสามีก็คงจะเชิดชูนางไว้เหนือหัว!

แต่ตอนนี้ล่ะ?

ฉีเฟยเยียนยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ อยากจะปรี่เข้าไปจิกตัวเซิ่งจือหว่านมาตบสักสองฉาดให้หายแค้น!

แต่ว่ายังไม่ทันที่จะนึกภาพจบ ก็รู้สึกถึงกระแสลมจากฝ่ามือวูบผ่านหน้าไป และตามมาด้วย

“เพียะ!” เสียงตบดังสนั่น!

แก้มทั้งแถบชาและร้อนผ่าว ฉีเฟยเยียนมองเซิ่งจือหว่านที่ยังคงชูมือค้างไว้อย่างไม่เชื่อสายตา

“เจ้า... เจ้ากล้าตบข้าหรือ?” ฉีเฟยเยียนนึกว่าตนเองฝันไป เพราะเมื่อก่อนเซิ่งจือหว่านมักจะคอยเอาใจนางกับน้องรองอยู่เสมอ!

“ตบเจ้าแล้วจะทำไม?” เซิ่งจือหว่านมีรูปร่างโปร่งระหง นางยื่นมือออกไปเพียงนิดก็คว้าชุดเครื่องประดับหยกประดับไข่มุกบนศีรษะของอีกฝ่ายไว้ได้

เครื่องประดับที่ท่านย่าประทานให้เป็นสินเดิมของนาง แต่ฉีเฟยเยียนกลับเอามาสวม ผ้าพับงามในหีบสินเดิมของนาง ฉีเฟยเยียนก็เอาไปตัดเป็นชุดใส่ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่ของที่เป็นของนางแท้ๆ ยังจะกล้ามาวางอำนาจต่อหน้านางอีกงั้นหรือ?

เซิ่งจือหว่านลงมืออย่างไร้ความปรานี นางไม่สนว่าเครื่องประดับนั้นจะพันติดอยู่กับเส้นผมหรือไม่ แต่กระชากมันออกมาอย่างแรง

เสียงร้องโหยหวนราวกับผีสางเทวดาของฉีเฟยเยียนดังไปทั่ว เส้นผมหลายกระจุกถูกดึงหลุดติดมือออกมาด้วย

เหล่าบ่าวหญิงที่ตามมาต่างก็ขวัญหนี พยายามจะเข้าไปขวางและดึงตัวฉีเฟยเยียนออกมาจากเงื้อมมือของเซิ่งจือหว่าน

แต่ว่าไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ท่ามกลางผู้คนที่พยายามฉุดกระชากลากดึงนั้น กลับไม่มีใครสามารถสัมผัสถูกชายเสื้อของนางได้เลยแม้แต่คนเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น นางยังหาจังหวะสาดฝ่ามือใส่หน้าฉีเฟยเยียนอีกหลายฉาดจนเกิดรอยนิ้วมือชัดเจนทั้งสองข้างแก้มก่อนจะยอมปล่อยมือ

“เซิ่ง... เซิ่งจือหว่าน เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นมันของข้านะ!” ฉีเฟยเยียนผมเผ้าหลุดลุ่ย สภาพไม่ต่างจากสตรีเสียสติ แก้มของนางบวมเป่งจนพูดจาอ้อแอ้ ดวงตาจับจ้องไปที่ชุดเครื่องประดับในมือของติงหลานอย่างอาฆาต

บรรดาบ่าวหญิงต่างก็มองเซิ่งจือหว่านด้วยความหวาดกลัว

เซิ่งจือหว่านดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร นางค่อยๆ แกะเส้นผมที่ติดอยู่ออกอย่างใจเย็น แล้วยัดเครื่องประดับนั้นใส่ในอ้อมกอดของติงหลานที่ยืนตะลึงตาค้างอยู่ จากนั้นจึงค่อยๆ หันตัวกลับมาอย่างสง่างาม
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 100

    "หมายความว่าอย่างไร" ฉีซูเซี่ยนชะงักไป คำว่าจงใจหาเรื่องใส่ตัวหมายความว่าอย่างไร?ท่านหมอส่งเสียงฮึดฮัดเมิ่งยางนึกไม่ถึงว่าหมอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะกล้าไม่ไว้หน้าตนเองถึงเพียงนี้!ตั้งแต่ร่วมงานกับองค์ชายสามมา นางมักจะเป็นที่ยกยอปอปั้นอยู่เสมอ ยามนี้ถูกนังบ่าวชั้นต่ำของเซิ่งจือหว่านหยามเกียรติยังไม่พอ หมอตัวเล็ก ๆ นี่ก็ยังกล้า...เมิ่งยางหลุบตาข่มแค้น เม้มปากพูดอย่างน้อยใจ "ท่านหมอสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ต้องโทษข้าที่ตอนเดินมัวแต่คิดเรื่องโรงสุรา ถึงได้เผลอก้าวพลาด ตกลงไปในสระน้ำ""อะไรนะ เจ้าตกลงไปในสระน้ำหรือ" ฉีซูเซี่ยนตกใจ จากนั้นก็โกรธจัด หันไปทางชิงซิ่ง "เมื่อวานเป็นเจ้าที่อยู่ข้างกายหยางเอ๋อร์ใช่หรือไม่""เจ้า... เจ้าค่ะ..." ชิงซิ่งคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวฉีซูเซี่ยนกล่าวเสียงเย็น "เจ้าดูแลเจ้านายอย่างไร หากหยางเอ๋อร์กับเด็กในท้องเป็นอะไรไป ต่อให้เจ้ามีร้อยชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ! ไสหัวออกไป ไปรับโทษโบยเองซะ!"ชิงซิ่งหน้าซีดเผือดเมิ่งยางรีบคว้ามือฉีซูเซี่ยนไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง "ซื่อจื่ออย่าไปขู่นางเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะข้าชินกับการคิดอะไรคนเดียว เลยจงใจให้นางอยู่ห่าง ๆ ตกลงไปก็ต

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 99

    "อื้อ ๆ ..."ท่ามกลางความมืดยามราตรี เมิ่งยางจ้องเขม็งไปที่เซิ่งจือหว่านด้วยดวงตาโกรธแค้นเซิ่งจือหว่านไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด นางลูบผมของอีกฝ่ายพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ สระน้ำนี้มีไว้สำหรับเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเท่านั้น จุดที่ลึกที่สุดก็ไม่ทำให้คนจมตายหรอก เจ้าชอบป่วยนักไม่ใช่หรือ เราย่อมต้องสนองความต้องการของเจ้าอยู่แล้ว"นิ้วมือที่อุ่นนุ่มและละเอียดอ่อน ลูบไล้ไปตามเส้นผมยาวจนถึงลำคอเมิ่งยางรู้สึกขนลุกซู่ไปตามตำแหน่งที่มือนั้นสัมผัส ความกลัวทำให้นางอยากจะกรีดร้อง แต่เพราะขากรรไกรถูกถอดออก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเสียงที่เปล่งออกมาก็มีเพียงเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์"อนุเมิ่ง ความอดทนของเรามีจำกัด" น้ำเสียงที่เคยอ่อนนุ่มของเซิ่งจือหว่านพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเมิ่งยางสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของนาง พลันนึกถึงภาพที่นางโบกมีดฟันใส่ฉีซูเซี่ยนเมื่อวานนี้ขึ้นมา...ร่างกายจึงสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ในสภาพการณ์เช่นนี้ ตนเองไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ชิงซิ่งเพียงคนเดียวที่พาออกมาด้วยก็ถูกคนของเซิ่งจือหว่านคุมตัวไว้เนิ่นนานผ่านไป นางหลับตาลงแน่น ในที่สุ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 98

    สวนหนิงเซียง?เมิ่งยางขมวดคิ้ว ชั่วขณะนั้นนึกไม่ออกว่าสวนหนิงเซียงคือที่ไหน แต่ในไม่ช้า นางก็นึกออก เป็นสาวใช้ที่รับตำแหน่งอนุพร้อมกับนางในวันนั้นนั่นเองนังแพศยาที่ไร้ยางอายที่ปีนขึ้นเตียง!นางเคยหยั่งเชิงซื่อจื่อมาแล้ว พบว่าเขารังเกียจนางคนนั้นสุด ๆซื่อจื่อจะไปหานางได้อย่างไร?"ตามข้าไปดูหน่อย" เมิ่งยางขมวดคิ้วแล้วสาวเท้าเดินไปทันทีชิงซิ่งเห็นดังนั้นก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่อยากพูดกลับลงไป ในใจเพียงหวังว่าซื่อจื่อคงจะทำเรื่องนั้นเสร็จแล้ว...แต่เห็นได้ชัดว่า ความปรารถนาของนางต้องพังทลายลงเมิ่งยางเพิ่งมาถึงนอกสวนหนิงเซียง ก็ได้ยินเสียงอันคลุมเครือดังแว่วออกมาจากข้างใน ฝีเท้าหยุดชะงักกะทันหัน ร่างกายโซเซอย่างรุนแรง"ท่านอนุ..." ชิงซิ่งมองนางด้วยความกังวล "ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ""หุบปาก!" ฝ่ามือหนึ่งตบฉาดลงบนใบหน้าของชิงซิ่งทันที จากนั้น ร่างกายของนางกลับยิ่งโซเซหนักกว่าเดิม "ไม่! เป็นไปไม่ได้...เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง"เห็น ๆ กันอยู่ว่าซื่อจื่อรังเกียจห้วนจู๋ จะมาหานางที่นี่ได้ยังไง? แถมยัง...ชิงซิ่งไม่มัวพะวงความเจ็

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 97

    ฉีซูเซี่ยนได้ยินดังนั้นแววตาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากมีคนอื่นรักษาได้ เขาย่อมไม่อยากไปอ้อนวอนเซิ่งจือหว่านแน่นอนเมื่อก่อนห้วนจู๋เป็นคนของเซิ่งจือหว่าน การที่นางจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติมาก!เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินก้าวยาวย้อนกลับมา "ดี หากเจ้ากล้าหลอกข้า ผลที่ตามมา เจ้าคงรู้นะ!""เจ้าค่ะ!" ห้วนจู๋ก้มหน้าลงอย่างขี้ขลาด "ถ้าอย่างนั้น...ซื่อจื่อจะให้ข้าจัดการ...ตัวเองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ"ฉีซูเซี่ยนถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เปียกโชกบนตัวห้วนจู๋ชุดบางเบาพอเปียกโชกแล้วก็แนบเนื้อเหมือนผ้าพันกาย ผิวพรรณที่หยดน้ำไหลผ่านภายใต้แสงตะวันรอนดูขาวผ่องดั่งหยก ทำให้เขาเผลอนึกไปถึงอีกคนที่มีผิวพรรณดั่งหยกเช่นนี้เหมือนกัน..."ซื่อจื่อเจ้าคะ?" ห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อยชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้นี้ก็งดงามอยู่หรอก แต่พอเปียกน้ำแล้วถูกลมพัดเข้าก็หนาวจริง ๆฉีซูเซี่ยนถูกเสียงของนางเรียกสติกลับมา เขาเบือนสายตาหนี "เจ้าไปเถอะ""เจ้าค่ะ" ห้วนจู๋รีบเปลี่ยนชุดใหม่อย่างรวดเร็วยังคงเป็นชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้ บางเบาแต่ไม่โปร่งแสง เสื้อตัวนอกสีชมพูอ่อนขับกับเสื้อซับในสี

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 96

    เซิ่งจือหว่านเดินไปที่ลานเรือน อั้นจื่อกำลังพาแม่นมคนนั้นกลับมาพอดีแม่นมได้รับผลประโยชน์แล้ว เมื่อเห็นนางก็รีบพยักหน้าคำนับอย่างนอบน้อม "องค์หญิงคุยเสร็จแล้วหรือ กลับดี ๆ นะ"เซิ่งจือหว่านยิ้มอ่อน "แม่นม แม้ว่าห้วนจู๋จะทำเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจไปบ้าง แต่จะว่าไป นางก็อยู่ข้างกายเรามาหลายปี วันหน้า ยังต้องหวังให้แม่นมช่วยดูแลนางให้มากหน่อย อย่างน้อยในฐานะที่เป็นอนุของซื่อจื่อ มือและผิวพรรณ จะปล่อยให้ดูแย่ไม่ได้ แม่นมว่าจริงหรือไม่""จริง... จริงเพคะ" แม่นมสีหน้าเปลี่ยนไป ตอบรับอย่างหวาดเกรงเซิ่งจือหว่านมองไปที่อั้นจื่อ "ลานเรือนนี้ก็ต้องปรับปรุง นอกจากนี้ยังต้องจัดหาของใช้เพิ่มเติม เอาเงินให้แม่นมไปส่วนหนึ่งด้วย"อั้นจื่อได้ยินคำสั่งแล้วไม่เต็มใจเลย แต่ในเมื่อองค์หญิงสั่ง นางก็ต้องทำตามแม่นมได้รับเงินก็ยิ้มหน้าบานทันที "ขอบคุณฮูหยินน้อยที่เมตตา!"เดิมทีนึกว่าตนเองถูกย้ายมาที่สวนหนิงเซียงนี้แล้ว ก็คงหมดหวังที่จะพลิกชีวิต นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันข้างหน้าอนุห้วนจู๋อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้...ขณะที่คิดได้เช่นนี้ นางก็รีบยิ้มแย้มพลางเดินเข้าห้องไปคำพู

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 95

    เซิ่งจือหว่านไม่ได้พูดอะไร นำติงหลานเดือนผ่านนางเข้าไปในเรือนติงหลานหัวเราะหึในลำคอห้วนจู๋เม้มปากเดินตามเข้าไปข้างในเซิ่งจือหว่านกวาดมองพวกเครื่องเรือนในห้อง เดิมทีนึกว่าลานบ้านนั้นดูแย่แล้ว นึกไม่ถึงว่าข้างในนี้จะยิ่งซอมซ่อกว่า นางถึงกับหาที่นั่งลงไม่ได้เลยสักที่แม้แต่ผ้าห่มบนเตียง ก็ยังสู้ของบ่าวรับใช้ในเรือนของนางไม่ได้ด้วยซ้ำห้วนจู๋เห็นนางยืนขมวดคิ้ว ในใจก็รู้สึกอับอายยิ่งนัก "ยามนี้บ่าวตกอับถึงเพียงนี้ องค์หญิงคงพอพระทัยแล้วกระมัง"เซิ่งจือหว่านได้ยินดังนั้นก็หันไปมองนาง กวาดสายตาประเมินขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง "นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจ้าดิ้นรนหามาเองหรอกหรือ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าเห็นฉีซูเซี่ยน เจ้าก็มีใจให้เขาแล้วสินะ ไม่เช่นนั้นคงไม่คอยเทียวไปเทียวมาเพื่อเป็นแม่สื่อระหว่างเรากับเขา แล้วส่งต่อคำพูดที่ไร้มูลความจริงตั้งมากมายหรอก"เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน นางถึงได้เชื่อมั่นว่าฉีซูเซี่ยนคือคู่ครองที่ดีห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อย นางยิ้มอย่างขมขื่น "เพคะ บ่าวตกหลุมรักซื่อจื่อตั้งแต่แรกจริง ๆ แต่บ่าวไม่เคยคิดจะทำอะไรเลย...""แต่เจ้าก็ทำลงไปแล้ว!" เซิ่งจือหว่านพูดขัด ห้วนจู๋ขอบต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status