LOGIN“เรย์จะบอกพี่เมญ่าคนแรกแน่นอนค่ะ แต่ก็ต้องรอให้พี่พายุขอก่อนนั่นแหละ” หญิงสาวพูดออกมาอย่างใจคิด หากพายุขอแต่งงานเมื่อไหร่ เธอแทบจะไม่ต้องลังเลเลย จริงอยู่ว่าชีวิตในวงการกำลังไปได้สวย แต่เรนิตาเชื่อว่า หากแต่งงานไปแล้ว เธอเองก็ยังสามารถทำงานในวงการได้อยู่ด้วยความสามารถที่มี
“โอเคค่ะ ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนนะ” เมญ่าโบกมือลานักแสดงสาว แล้วเดินไปที่รถของตัวเองทันที
เรนิตารอพายุเกือบสองชั่วโมง แม้คนรักบอกว่าจะรีบออกมาให้เร็วที่สุด แต่ความรู้สึกของคนรอนั้นกลับมองว่านานเสียเหลือเกิน ยิ่งนานความคิดถึงก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งชายหนุ่มโทร.เข้ามาบอกให้เธอออกมาพบที่จุดจอดรถรับผู้โดยสาร
“รอนานไหมครับ” พายุมองแฟนสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่นานเท่าไรค่ะ แต่เรย์คิดถึงพี่พายุมากเลยแอบคิดว่ามันนานไปนิดนึง” เรนิตาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแฟนหนุ่มอย่างที่เคยทำ แม้ว่าพักหลังมานี้ เขาจะดูเย็นชาแปลกๆ เธอก็ได้แต่คิดปลอบใจตนเองว่าคงเป็นเพราะว่าช่วงนี้คนรักทำงานหนัก
“ขอโทษนะ พอดีพี่ติดงาน ถ้าอย่างนั้น เย็นนี้ เราไปคอนโดพี่กันไหม”
พายุพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอีกเช่นเคย แต่คำพูดของเขาอดทำให้คนฟังแปลกใจไม่ได้
“ไปที่คอนดโดพี่พายุ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เรนิตาเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะถึงจะคบหากันมาสองปี แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน แม้พายุจะเคยเอ่ยปากขอหญิงสาวตรงๆ แต่เธอก็ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่ายังไม่พร้อม ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยบังคับขืนใจเธอเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งคู่ยังคบหากันมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับเธอพายุเป็นสุภาพบุรุษ
“วันนี้พี่มีเรื่องจะคุยกับเรย์นิดหน่อย”
พายุหันมามองหน้าเรนิตาด้วยสายตาจริงจังจนหญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธ
“เรื่องอะไรคะ สีหน้าพี่พายุดูจริงจัง เข้าขั้นซีเรียส”
พายุเปิดประตูคอนโดฯ ของตนเองต้อนรับหญิงสาวที่เขาคุ้นเคย แม้เรนิตาจะไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อยๆ เนื่องด้วยทั้งคู่พยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ใกล้ชิดกันสองต่อสองในที่แบบนี้ เพราะเขารู้ตัวดีว่าไม่สามารถหักห้ามใจได้หากต้องอยู่กับเรนิตาในห้อง และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ชายหนุ่มต้องการจะพูดเรื่องบางอย่างกับเธอ
“ตามสบายนะครับเรย์”
พายุพูดพร้อมกับเชิญให้หญิงสาวนั่งที่โซฟารับแขก ก่อนที่เขาจะหายไปหยิบแก้วน้ำออกมาบริการให้กับเธออย่างดี
“ขอบคุณค่ะ ไม่ได้มาที่นี่นาน ห้องพี่พายุดูเป็นระเบียบขึ้นนะคะ”
เรนิตาออกปากชมแฟนหนุ่ม เพราะก่อนหน้านี้ที่เคยมาที่นี่ เธอจำได้ว่าต้องช่วยชายหนุ่มเก็บห้อง แต่มาคราวนี้กลับสะอาดเรียบร้อยจนดูผิดหูผิดตา
“เอ่อ พี่จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดถี่ขึ้นน่ะ” พายุนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบหญิงสาวออกมา
“จริงเหรอคะ ไม่เห็นเล่าให้เรย์ฟังเลย แต่ก็ดีแล้วค่ะ แล้วส่งยิ้มให้แฟนหนุ่มอย่างอ่อนหวานเหมือนที่เธอชอบทำ แต่คราวนี้กลับได้รับเพียงความนิ่งเฉยกลับมา
“ไปทำงานมาเป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม?” พายุทิ้งตัวลงข้างๆ ก่อนจะถามเรื่องงานของเรนิตา ราวกับเกริ่นก่อนเข้าเรื่องจริงจังที่เขาอยากจะพูดกับเธอ
“ก็ดีค่ะ เชียงใหม่อากาศดีมากค่ะ แต่เสียดายตื่นไม่ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น ไว้ครั้งหน้า เราไปด้วยกันนะคะพี่พายุ” ตอนแรก เธอก็เสียดายที่ไม่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยม่อนแจ่ม แต่เมื่อมาคิดดีๆ ก็ดีเหมือนกัน จะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นครั้งแรกกับคนรัก
“เอ่อ เรย์ พี่มีเรื่องอยากจะคุยกับเรย์ครับ”
พายุพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่คนฟังแอบใจหายไม่ได้ มันมีลางสังหรณ์แปลกๆ ตั้งแต่เจอหน้ากันในวันนี้แล้ว
“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่พายุ” เรนิตาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเช่นกัน ตั้งแต่คบกับพายุมา เขาแทบไม่เคยนิ่งและทำน้ำเสียงจริงจังใส่เธอมากเท่านี้มาก่อน บ่งบอกให้รู้ว่าเรื่องที่คนรักจะพูดเป็นเรื่องจริงจังมาก
“คือ...พี่ขอโทษนะ” พายุถอนหายใจออกมา พยายามจะพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากจะพูดมัน
“ขะ ขอโทษอะไรคะ เกิดอะไรขึ้นพี่พายุ” ดาราสาวเริ่มใจไม่ดีกับท่าทีของหนุ่มคนรัก
“พี่กำลังจะแต่งงาน”
พายุพูดพร้อมสบตาหญิงสาวตรงหน้า ขณะที่เธอได้แต่มองเขานิ่งๆ ราวกับทบทวนคำพูดเมื่อครู่นี้ ภายในใจเวลานี้มันเต้นระรัวไปหมด
‘กรี้ดด พี่พายุกำลังขอเราแต่งงาน’
‘เซอร์ไพร์สนักมาก’
“พี่พายุหมายความว่าไงคะ แต่งงาน? หมายถึง พี่ขอเรย์แต่งงานเหรอ8t?” หญิงสาวก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เพราะเขาไม่เคยมีทีท่าหรือสิ่งใดบ่งบอกเป็นสัญญาณว่าจะพูดเรื่องแต่งงานมาก่อน
“เรย์ฟังพี่ก่อน…” เขาไม่อยากดับฝันของหญิงสาวแค่เห็นประกายตาคู่หวานก็รู้แล้วว่าเรนิตาจินตนาการผิดๆ ไปไกล แต่จำเป็นต้องพูดมันก่อนที่เธอจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
ลินดาพูดอย่างหมายมั่น และต้องการจะเอาชนะชายหนุ่มให้ได้อย่างคำ แล้วสักวันหนึ่ง ภาสกรจะต้องอ้อนวอนขอร้องเธอเหมือนที่เธอกำลังขอให้เขารับรักวันนี้“ผมพูดสิ่งที่อยู่ในใจไปหมดแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่คุณแล้วกัน แต่ขออย่างเดียว อย่ามายุ่งกับคนของผม และอย่าทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมอีก เพราะคุณไม่ใช่” ภาสกรพูดเสียงเรียบพร้อมกับเดินเลี่ยงร่างเพรียวบางไปอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่ลินดาได้แต่มองตามหลังพ่อเลี้ยงหนุ่มไปด้วยแววตาผิดหวังผสมเคียดแค้นเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ และเธอจะต้องเป็นแม่เลี้ยงของไร่น่านฟ้าให้ได้!เรนิตาไม่สามารถทนอยู่ที่บ้านของภาสกรได้อีก ด้วยจิตใจที่ร้อนรุ่ม หญิงสาวจึงขอเพ็ญศรีออกมาระงับอารมณ์โมโหที่โรงอาหารของคนงาน“พี่เรย์มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าเครียดจัง” สร้อยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะปกติ ดาราสาวจะมีใบหน้าที่สดใสเวลามาพบกัน แต่ครั้งนี้กลับตึงเครียดเสียจนเธออดเป็นห่วงไม่ได้“ไม่มีอะไรหรอก แค่เบื่อๆ เซ็งๆ นิดหน่อย” เรนิตาตอบพร้อมกับฝืนยิ้มจางๆ ออกไป“ถ้าอย่างนั้
“นี่ใครคะ? ทำไมลี่คุ้นหน้าแบบนี้” คนเป็นแขกเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ต่อให้เธอไม่คุ้นหน้าอย่างไรก็ไม่พอใจอยู่ดีที่มีผู้หญิงหน้าตาดีขนาดนี้อยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอหมายปอง“คุณเรย์ค่ะ เรนิตา เป็นดารา ไม่แปลกหรอกค่ะที่คุณลี่จะคุ้นหน้าเธอ” เพ็ญศรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เพราะปกติแล้วก็ไม่ค่อยชอบลินดาเท่าไรนัก เนื่องจากเวลาอยู่ต่อหน้าพ่อเลี้ยง สาวเจ้าก็จะทำตัวเป็นผู้หญิงมีสัมมาคาราวะ แต่พอลับหลังกลับพูดจาใส่นางและคนงานคนอื่นๆ เยี่ยงทาส“จริงด้วย! ลี่จำได้แล้ว ว่าแต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาอยู่ที่บ้านคุณได้คะภาค” ลินดาหันไปถามภาสกรด้วยความหัวเสียขณะที่เรนิตาเองก็ไม่พอใจกับคำว่า ‘ผู้หญิงคนนี้’ ที่ลินดาพูดออกมา มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตนเองกำลังทำอะไรผิดอย่างไรอย่างนั้น“ผมไม่รู้ว่าผมต้องมานั่งอธิบายอะไรแบบนี้ให้คุณฟังตั้งแต่เมื่อไหร่” ภาสกรพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเอง นับวันลินดายิ่งทำตัวเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขามากจนเกินงาม“ภาค!”ลินดาเรียกชื่อเขาเสียงดังด้วยความไม่พอใจ ที่ผ
เมื่อคิดถึงเรื่องจูบ เรนิตาก็อดที่จะเอามือมาแตะที่ริมฝีปากตนเองไม่ได้ เธอเคยทะนุถนอมทุกสิ่งอย่างของร่างกายเพื่อให้พายุคนเดียวในวันแต่งงาน แต่แล้ว มันกลับถูกชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ตนเองหมั่นไส้ที่สุดทำลายไป ที่น่าแปลกคือเธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจ หากสติสุดท้ายไม่บอกให้ผลักไสเขา ตนเองก็คงหลงละเมอไปกับรสจูบและประสบการณ์แปลกใหม่ที่อีกฝ่ายมอบให้เช่นกัน“เลิกคิดได้แล้วเรย์ เขาก็บอกอยู่ว่าอารมณ์ชั่ววูบ”หญิงสาวสะบัดความคิดต่างๆ ออกไป แล้วพยายามจดจำคำพูดของชายหนุ่มที่บอกว่าทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ คงเป็นธรรมดาของหญิงชายที่อยู่ใกล้กัน แต่ถึงอย่างไร เรื่องแบบนั้นระหว่างเธอกับภาสกรมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นเด็ดขาด!เช้าวันรุ่งขึ้น เพ็ญศรีมาทำอาหารเช้าให้กับพ่อเลี้ยงภาสกรเหมือนเช่นทุกวัน โดยมีเรนิตาเป็นลูกมือคอยเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุง ใจจริง เธออยากจะเป็นคนลงมือช่วยเพ็ญศรีทำอาหารมากกว่านี้ แต่ด้วยรสมือที่ต่างกันสิ้นเชิง และก็ยอมรับว่าแม่ครัวเก่าแก่มีฝีมือการทำอาหารที่เยี่ยมยอดจริงๆ ดาราสาวจึงคิดว่าคงต้อง
ออกมาเสียดีกว่าริมฝีปปากหนาขยับเป็นรอยยิ้ม“มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ผมสัญญา”ภาสกรหลับตาลง หัวคิ้วเข้มขมวดนิดๆ โทษตัวเองที่แหวกหญ้าให้งูตื่นเสียได้ หากเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่ยอมให้หญิงสาวมาตะโกนด่าปาวๆ แบบนี้แน่นอน แต่ลูกผู้ชาย แต่ครั้งนี้เขาก็ผิดเพราะเรนิตาไม่ได้เต็มใจเขาจึงขอโทษเธอ อย่างไม่มีข้อแก้ตัวใดๆคนเริ่มระแวงมีคำถามขึ้นมา“ช่วยบอกเหตุผลที่ฉันควรจะอยู่ที่บ้านนายให้รู้สักข้อได้ไหม ในเมื่อฉันสามารถอยู่ที่ห้องพักคนงานเหมือนเดิมก็ได้ พอมีงานอะไร ก็เรียกใช้ฉันได้ปกติ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ และนี่ก็เป็นสิ่งที่สงสัยตั้งแต่วันแรกที่เขาสั่งให้เธอย้ายไปอยู่ที่บ้านด้วย“ก่อนหน้านี้ คุณได้สังเกตบ้างไหมว่ามีคนงานกลุ่มหนึ่งหายไปจากไร่” พ่อเลี้ยงหนุ่มถอนหายใจ ทีแรกไม่คิดจะเล่าเรื่องนี้ให้เรนิตาฟัง แต่หากเธอยังดื้อและอยากกลับไปอยู่ที่ห้องพักคนงานอีก เขาก็ควรจะเล่าเรื่องนี้ให้เธอรับรู้“ก็ถูกนายไล่ออกไม่ใช่หรือไง จะมาพูดเรื่องนี้ทำไมกัน”เรนิตาไม่เห็นว่าเรื่องคนงานจะเกี่ยวกับเรื่องของตนเองตร
“ผมไม่หิว แล้วก็ไม่ได้บอกให้คุณทำด้วย” ภาสกรพูดด้วยความงุนงง เรนิตาคงไม่พอใจที่ถูกเขาต่อว่าเมื่อครู่ และชายหนุ่มก็รู้ดีว่าตนเองเป็นพวกชวนใครคุยไม่เก่ง แต่ถ้าหาเรื่องทะเลาะนั้นเก่งกว่าใครทุกคน“ก็ดี เพราะฉันก็อยากพักแล้ว ปล่อย!” เรนิตาพยายามสะบัดแขนอีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จอีกตามเคย“โกรธเรื่องอะไร เรื่องเมื่อกี้ หรือเรื่องเมื่อคืน?”ภาสกรจ้องใบหน้าสวยด้วยแววตาอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง เขารู้ตัวว่าตนเองคงจะรุนแรงและพูดจาไม่ดีกับเธอมากเกินไป และคำถามนั้นก็ทำให้เรนิตาหน้าแดงขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ“ฉันไม่โกรธ ทำไมต้องโกรธด้วย คุณจะซื้ออะไรให้ใครก็ซื้อไปสิ ฉันไม่อยากได้”หญิงสาวพูดตะกุกตะกักออกไป หากเป็นเรื่องเมื่อกี้เธอเองก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่หากเป็นเรื่องเมื่อคืน เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้น้อยใจ แต่แค่ไม่พร้อมจะเห็นหน้าเขาเท่านั้นเองแต่ก็แปลก ทำไมเมื่อกี้ที่เขาพูดจาไม่ดีกับเธอ ในอกถึงรู้สึกเจ็บจี๊ดเล็กๆ และรู้สึกน้อยใจขึ้นมาล่ะ? ก่อนหน้า พ่อเลี้ยงภาสกรพูดจาประสาสุนัขไม่รับประทานใส่ เธอกลับรู้สึกโมโห อยากเอา
“คุณภาค?” แม่ครัวเก่าแก่เอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติแล้วแทบไม่มีใครเรียกพ่อเลี้ยงด้วยชื่อเล่นมาก่อน นางจึงไม่ชินนัก“ก็พ่อเลี้ยงของป้าเพ็ญชื่อ ‘ภาค’ ไม่ใช่เหรอคะ” ดาราสาวเอ่ยถามขึ้น เธอจำได้ว่าเมญ่าเคยบอกว่า พ่อเลี้ยงของที่นี่ชื่อ ‘ภาค ภาสกร’ แล้วทำไมเพ็ญศรีถึงทำหน้าตาประหลาดใจเช่นนี้“ใช่ค่ะ เพียงแต่ป้าแค่ไม่ชิน เพราะคนที่นี่ไม่เคยมีใครเรียกชื่อเล่นพ่อเลี้ยงเลย มีแค่หนูเรย์กับ…” กำลังนึกถึงหญิงสาวคนหนึ่ง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูด เพ็ญศรีเลยเงียบไปเสียอย่างนั้น“ใครเหรอคะ?” เรนิตาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูเรย์ปวดหัวใช่ไหม งั้นไปพักเถอะ เดี๋ยวป้าบอกพ่อเลี้ยงให้” หญิงสูงวัยรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีด้วยไม่อยากให้หญิงสาวซักถามเรื่องนั้นต่อ“ขอบคุณค่ะ และก็ขอโทษด้วยนะคะป้าเพ็ญ”เรนิตาพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงไปทันที เธอรู้ดีว่าตนเองไม่ได้ป่วยจึงเลือกที่จะเข้าห้องไปนอนพักครู่เดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้เพ็ญศรีสงสัย แล







