Share

บทที่ 29

last update Tanggal publikasi: 2026-10-27 10:57:26

เฌอปรางค์นั่งใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำใบไม้แห้งดังกรอบแกรบเข้ามาใกล้ ทว่าหญิงสาวก็แสร้งทำเป็นนิ่งเฉย ไม่หันไปมอง จนกระทั่งร่างสูงของจักรวาลมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า แต่เธอก็ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่นั่นเอง

“มาหลบอยู่ตรงนี้เอง ปล่อยให้ผมตามหาซะเหนื่อยเลย” คำพูดแสดงความโล่งอกของผู้พูด กลับถูกผู้ฟังตีความหมายเป็นการต่อว่าไปเสียนี่

“แล้วใครใช้ให้ตามหา” หญิงสาวตอบอย่างแสนงอน และเป็นเพราะคำพูดของทัศดนัย ที่บอกว่าจักรวาลทำไปเพราะความหึง จึงทำให้เฌอปรางค์ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองจักรวาล

“เรื่องเมื่อกี้นี้ ผมไม่ได้ตั้งใจ หายงอนนะ” แทนที่ร่างสูงจะนั่งลงบนม้านั่งยาวอีกด้านที่ว่างอยู่ เขากลับย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าของตัวเอง แล้วใช้สองมือยันขอบม้านั่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ซึ่งทำให้หญิงสาวถูกกักบริเวณอยู่ภายในอาณาเขตอันคับแคบ ไม่สามารกระดิกตัวไปทางใดได้เลย

เฌอปรางค์สบตากับดวงตาสีดำสนิทที่กำลังเงยขึ้นมองเธอ ด้วยดวงใจที่เต้นระริก คำว่า ‘ขอโทษ’ ที่เธอปรารถนาจะได้ยิน ถูกแทนที่ด้วยคำว่า ‘ผมไม่ได้ตั้งใจ’ ดังเช่นครั้งก่อนอีกแล้ว

“ถอยไป” เฌอปรางค์ผลักจักรวาลซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้าให้หลีกทาง ทว่าเขากลับฝืนตัวเอาไว้ แล้วรวบมือทั้งสองข้างของหญิงสาวมากุมไว้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยสองมือน้อยนั้นให้เป็นอิสระ

“ผมรู้ว่าผมผิด ผมต่อว่าคุณแรงเกินไป ผมสัญญาว่าคราวหน้าผมจะใจเย็นกว่านี้” จักรวาลสำนึกผิด

“ช่างเถอะ” เฌอปรางค์บอกเบาๆ คล้ายปลงตกแล้วว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ยินคำว่า ‘ขอโทษ’ จากปากผู้ชายคนนี้

“แปลว่าหายงอนแล้วใช่มั้ย” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มหยั่งเชิง เพราะสีหน้าหญิงสาวยังไม่คลายความบึ้งตึงลงแม้แต่น้อย 

เฌอปรางค์ไม่ตอบ แต่กระตุกมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม แล้วเดินหนีไปยืนชิดริมรั้ว ซึ่งเป็นซีเมนต์ก่อตัวสูงประมาณครึ่งเมตร และมีกระถางดอกไม้สีสวยประดับอยู่ตลอดแนว หญิงสาวทอดสายตามองผืนแม่น้ำเจ้าพระยาที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงลมและแรงเรือเร็วที่นานๆ จะผ่านมาสักลำ สายลมยามค่ำคืนพัดเอาไอเย็นจากผืนน้ำเข้ามากระทบผิวกาย จนเธอต้องยกแขนขึ้นโอบกอดตัวเอง

จักรวาลเดินตามเข้าไปยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังของเฌอปรางค์ แล้วถอดเสื้อสูทคลุมไหล่ให้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ไหล่เล็กๆ นั้นก็ยังคงกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด เขาจึงตัดสินใจจับร่างบอบบางพลิกเข้าหาตัวเอง และภาพที่ปรากฏแก่สายตา ก็ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของจักรวาลอ่อนยวบลง ราวกับเนยแข็งที่ถูกหยิบออกจากตู้เย็น แล้วจับโยนออกไปกลางถนนยามพระอาทิตย์เที่ยงวัน

“คุณร้องไห้...”

“ปล่อยฉัน” หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ไม่สำเร็จ

“คุณยังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อกี้นี้อีกเหรอ” 

“อย่ามายุ่งกับฉัน” เฌอปรางค์ออกแรงปัดมือของจักรวาล ที่จับอยู่ที่ต้นแขนของเธอออกแล้วเดินหนี แต่จักรวาลก็เอื้อมมือไปรั้งร่างบอบบางนั้นไว้ได้อย่างรวดเร็วพอกัน

“อย่าร้องไห้อีกเลยนะ...ผมขอร้อง” ชายหนุ่มปลอบอ่อนโยน พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นไล้หยาดน้ำตาออกจากสองแก้มของหญิงสาวอย่างเบามือ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งยังคงจับอยู่ที่ต้นแขนของหญิงสาวอย่างเหนียวแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ แล้วเธอจะหายตัวไป

“น้ำตาของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ” หญิงสาวโต้ตอบ ทั้งที่แพขนตายังเปียกชื้นอยู่

“แต่น้ำตาของคุณ ทำให้ผมรู้สึกแย่” น้ำเสียงและแววตาที่แสดงออกนั้น บ่งบอกว่าจักรวาลรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ เพราะทุกครั้งที่เขาทำให้เฌอปรางค์ต้องร้องไห้ มันทำให้เขารู้สึกผิดมาก ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่เขาบังคับให้เธอคุกเข่าขอโทษ ครั้งที่เขาจูบเธอในรถ รวมถึงครั้งล่าสุดในวันนี้ เขารู้ตัวว่าผิด เขาอยากขอโทษ แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาปิดปากเขาไว้ ทำให้พูดไม่ออก แต่วันนี้เขาพร้อมแล้ว ที่จะพูดคำนั้น

เฌอปรางค์ดึงตัวเองออกจากการเหนี่ยวรั้งของจักรวาล แล้วเดินหนีเขาอีกครั้ง แต่แล้วขาเรียวยาวที่ก้าวฉับๆ ไปข้างหน้าก็มีอันต้องหยุดชะงัก เมื่อคำพูดที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยิน ลอยตามหลังมาเข้าหู

“มะปราง ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมขอโทษ”

“คุณว่าไงนะ” หญิงสาวหันกลับไปถามย้ำให้แน่ใจ ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นเป็นเรื่องจริง หรือเธอเพียงแค่หูแว่วไปเอง

จักรวาลเดินตามไปยืนอยู่ตรงหน้าของเฌอปรางค์ แล้วพูดซ้ำให้เธอฟังชัดๆ อีกครั้งหนึ่งว่า “ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมขอโทษ”

“ขอโทษทำไมตั้งหลายครั้ง” หญิงสาวพยายามทำเป็นปั้นปึ่ง ทั้งที่ในใจคลายความโกรธลงไปมากแล้ว อันเนื่องมาจากคำขอโทษที่เพิ่งได้ยินเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา

จักรวาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแดงช้ำ ที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักของเฌอปรางค์นิ่งนาน ราวกับต้องการส่งผ่านความรู้สึกผิดมากมายที่มีในใจไปให้หญิงสาวรับรู้ ก่อนจะสารภาพออกไปจนหมดเปลือกว่า “ผมจำได้แม่น ว่าทำให้คุณร้องไห้สามครั้งแล้ว เพราะฉะนั้นผมต้องขอโทษให้ครบ” ชายหนุ่มเว้นจังหวะ สูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อรวบรวมความกล้า แล้วพูดต่อว่า “ขอโทษครั้งที่หนึ่งสำหรับเรื่องวันนี้ ขอโทษครั้งที่สองสำหรับวันที่ผมให้คุณคุกเข่าขอโทษผม และขอโทษครั้งที่สามสำหรับวันที่ผม...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว” เฌอปรางค์รีบห้ามไม่ให้จักรวาลพูดต่อ เพราะไม่แน่ใจตัวเอง ว่าจะทนฟังความผิดครั้งสุดท้าย ที่เขากำลังจะพูดถึงได้หรือไม่

“ถ้าผมไม่พูดแล้วคุณจะรู้เหรอว่าผมทำอะไรผิด” จักรวาลถามยิ้มๆ

“ฉันรู้ก็แล้วกัน” หญิงสาวก้มหน้าตอบด้วยความรู้สึกกระดากอาย เมื่อนึกถึงความผิดครั้งนั้นของเขา

“มะปราง...” น้ำเสียงที่เอ่ยชื่อของอีกฝ่ายนั้นนุ่มนวล ทว่าจริงจังอยู่ในที จนเจ้าของชื่อต้องละสายตาจากพื้นดิน แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของเสียง เพื่อรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

“สัญญาได้มั้ยว่าคุณจะไม่หนีผมไปไหนแบบวันนี้อีก”

“คุณก็ต้องสัญญา ว่าคุณจะไม่เอาแต่ใจตัวเองแบบวันนี้อีกเหมือนกัน คุณต้องฟังเหตุผลของฉันก่อน” เฌอปรางค์ขอบ้าง

“ผมสัญญา”

“ฉันก็สัญญา”

 สองหนุ่มสาวให้คำมั่นสัญญาต่อกัน โดยมีพระจันทร์เสี้ยวที่ถูกแขวนไว้บนฟากฟ้าราตรีเป็นพยาน

เช้าวันรุ่งขึ้น เฌอปรางค์แอบย่องลงมาจากชั้นสองของบ้านแบบหลบๆ ซ่อนๆ ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาเห็น ทั้งที่บ้านหลังนี้ก็มีเพียงแค่สามชีวิตที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีคือ จักรวาล แม่บ้านวันกลางคนชื่อสมหมาย และตัวเธอเองเท่านั้น

เฌอปรางค์รีบหลบเข้าเหลี่ยมตู้โชว์ เมื่อเห็นจักรวาลเดินตรงมายังทิศทางที่เธอยืนอยู่ และในจังหวะที่ชายหนุ่มหันหน้าไปทางอื่น เธอก็รีบเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วเข้าไปในห้องครัว ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่เธอยืนอยู่มากที่สุดและเมื่อคิดว่าหลบพ้นแล้ว    หญิงสาวก็บ่นกับตัวเองเบาๆ ว่า

               “สายแล้ว ทำไมยังไม่ออกไปทำงานอีกนะ”

               “เช้านี้ผมว่าง วันนี้มีแค่งานเลี้ยงปิดกล้องตอนเย็นงานเดียว” เสียงของจักรวาลดังมาจากทางด้านหลัง

               “เฮ้ยคุณ มาได้ไงเนี่ย” เฌอปรางค์ตกใจ ร้องเสียงดังลั่นห้องครัว แล้วหันหน้าไปมองจักรวาลแบบลืมตัว แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ หญิงสาวก็รีบหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง

               จักรวาลเดินอ้อมไปยืนอยู่ด้านหน้า หญิงสาวก็หมุนตัวหนีเขาไปอีกทาง ชายหนุ่มก็ยังตามไปอย่างไม่ลดละ

               “นี่คุณจะไปไหนก็ไปเลยไป๊” เฌอปรางค์ก้มหน้าก้มตา พยายามปกปิดอะไรบางอย่าง

               “หลบหน้าผมทำไม แล้วอยู่ในบ้านทำไมต้องใส่แว่นตาดำด้วย ไหน...ขอดูหน่อยสิว่าเป็นอะไร” จักรวาลพูดกลั้วหัวเราะ แล้วยื่นมือไปข้างหน้า หมายจะดึงแว่นตาดำอันใหญ่ของหญิงสาวออก แต่ร่างบางก็เบี่ยงตัวหลบไปได้เสียก่อน

               “อย่ามาวุ่นวายกับฉันได้มั้ย” เฌอปรางค์พูดอ้อมแอ้ม

               “ตาบวมใช่มั้ย ไม่ต้องอายหรอกน่า มานี่มา” ชายหนุ่มพูดพลางจูงมือคนที่ยืนก้มหน้ามองพื้น ให้ออกไปที่ห้องรับแขกด้วยกัน

เมื่อมาถึงห้องรับแขก จักรวาลก็จับตัวเฌอปรางค์ให้นั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม แล้วจัดการถอดแว่นตาดำอันใหญ่ ที่ปกปิดใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้เกือบครึ่งหน้าออก

“คนขี้แยเอ๊ย เมื่อคืนคงจะร้องไห้ขี้มูกโป่ง เสียน้ำตาไปสามกะละมังสิท่า ตาถึงได้บวมขนาดนี้”

“ก็เพราะคุณนั่นแหละ” หญิงสาวต่อว่าหน้าง้ำ

“ผมก็ขอโทษคุณแล้วไงครับ แล้วก็สัญญาแล้วด้วย ว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก” จักรวาลบอกอ่อนโยน พลางจ้องดวงตาแดงช้ำและบวมเป่งของหญิงสาวด้วยความรู้สึกผิด ในขณะเดียวกันก็อดขำไม่ได้

“ไม่ต้องหัวเราะเยาะฉันเลยนะ คนนิสัยไม่ดี” เฌอปรางค์ต่อว่า แล้วจะเดินหนี

“งอนเก่งขนาดนี้ จะง้อยังไงไหวเนี่ย” จักรวาลพูดพลางกระตุกแขนหญิงสาวให้นั่งลงที่เดิม

“ก็ไม่ต้องง้อสิ” น้ำเสียงนั้นยังคงแสดงอาการงอนได้อย่างคงเส้นคงวา

“ง้อสิครับ ถ้าผมไม่ง้อคุณแล้วจะให้ไปง้อใคร” ชายหนุ่มพูดอมยิ้ม

“ก็ยายปิ่น นางเอกคู่บุญบารมีของคุณนั่นไง เมื่อคืนนี้เห็นตามกันแจเลยนี่” น้ำเสียงนั้นติดจะประชดอยู่เล็กน้อย โดยที่คนพูดอาจจะไม่รู้ตัว แต่คนฟังกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจน

“คุณหึงผมเหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม นัยน์ตากรุ้มกริ่ม

“ใครจะไปหึงคุณ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย อย่ามาขี้ตู่นะ” หญิงสาวเฉไฉ

จักรวาลยิ้มให้กับคำแก้ตัวของเฌอปรางค์ แล้วตะโกนบอกให้แม่บ้านเอาผ้าแผ่นประคบเย็นในตู้เย็นมาให้ และเมื่อได้ของที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว เขาก็สั่งเฌอปรางค์ว่า 

“หลับตา”

“คุณจะทำอะไร?”

“ก็จะประคบตาให้คุณไง จะได้หายบวม” ชายหนุ่มกดไหล่บอบบางของหญิงสาวให้เอนพิงกับพนักโซฟา แล้วใช้แผ่นประคบเย็นวางพาดบนเปลือกตาที่บวมช้ำของเฌอปรางค์อย่างเบามือที่สุด

“รู้สึกดีใช่มั้ย” จักรวาลเอ่ยถาม เมื่อเห็นใบหน้านวลปลั่งนั้นมีรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นมา

“อืม...ก็ดี” คนรู้สึกดียังคงปากหนัก ไม่อยากยอมรับว่าสิ่งที่เขากำลังปรนนิบัติอยู่นี้ ทำให้เธอรู้สึกดีมากเพียงใด ไม่ใช่รู้สึกดีเฉพาะที่ดวงตา ทว่าความรู้สึกดีนี้ มันยังแทรกซึมเข้าสู่หัวใจอีกด้วย อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอเห็นว่า ผู้ชายใจร้อนเป็นไฟ ปากร้ายยิ่งกว่าอะไรคนนี้ ก็มีมุมดีๆ ให้มองบ้างเหมือนกัน

“เย็นนี้ไปงานด้วยกันมั้ย” จู่ๆ จักรวาลก็เอ่ยชวน

“ไม่ไป” เฌอปรางค์ตอบรวดเร็ว แบบไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว ประสบการณ์จากงานเมื่อคืนนี้ สอนให้เธอรู้ว่า อย่าออกงานกับเขาถ้าไม่จำเป็น

“ไม่คิดจะไปคุมสามีตัวเองบ้างรึไง ไม่กลัวปิ่นมายุ่งกับผมเหรอ” ชายหนุ่มแกล้งยั่ว 

“ใครอยากได้ก็เอาไปเลย ฉันยกให้”

“แล้วอย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่ง เสียดายผมทีหลังก็แล้วกัน”

“ไม่มีวันซะหรอก”

จักรวาลหยุดต่อปากต่อคำ แล้วพินิจมองใบหน้าสวยหวานอยู่เนิ่นนาน ด้วยความไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดผู้หญิงคนนี้ จึงมีอิทธิพลต่อจิตใจของเขามากถึงเพียงนี้ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือหยาดน้ำตาของเธอ ทุกสิ่งล้วนส่งผลต่อความรู้สึกของเขาทั้งสิ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status