Masukภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย
“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้
“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ
“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทัน
อธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”
“คุณเมเธอคงรักเพื่อนเธอมากถึงได้ทำแบบนี้ มึงก็รู้นี่ว่าคุณลีเธอคิดยังไงกับมึง คุณเมคงไม่อยากทำร้ายจิตใจเพื่อน” ปราบดากัดฟันพูดด้วยสีหน้าขมขื่น เมื่อจำเป็นต้องพูดถึงความจริงที่เจ็บปวดใจข้อนี้
“มึงโอเคมั้ย ที่มันเป็นแบบนี้” อธินอดที่จะเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนไม่ได้
“กูโอเค ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะถึงยังไงกูก็มั่นใจว่าจะสามารถทำให้คุณลีเธอหันมารักกูได้ในสักวัน แต่มึงน่าสงสารกว่ากูอีก” ปราบดาพูดกลั้วหัวเราะระคนขมขื่น แต่ถึงอย่างไรคนอย่างเขาก็ยังยิ้มได้เสมอ
“ยังไง”
“ก็คุณลีกับคุณเมน่ะเขาเกี่ยงกันรักมึงอยู่นี่ไง แบบนี้จะไม่ให้กูสงสารมึงได้ยังไง” ปราบดาหัวเราะร่วนทันทีที่พูดจบ ซึ่งก็พลอยทำให้อธินต้องหัวเราะตามเพื่อนไปด้วย แม้ว่ามันจะไม่ค่อยขำเท่าไหร่ในความรู้สึกของเขาก็ตาม
สองหนุ่มนั่งคุยกันไปพลางดื่มเหล้าไปพลาง สักครู่ปราบดาก็หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเอสี่ที่ถูกพับครึ่งออกมาวางตรงหน้าอธิน “งานที่มึงให้กูช่วย กูจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ”
อธินดึงรูปถ่ายที่บรรจุอยู่ในซองนั้นมาเปิดดูแล้วก็ต้องสบถออกมาอย่างโกรธขึ้งว่า “ไอ้เลว! นึกอยู่แล้วเชียวว่ามันต้องไม่ใช่คนดี”
รูปถ่ายเหล่านั้นเป็นรูปของอรรถพลซึ่งปราบดาจ้างนักสืบให้สะกดรอยตามและแอบถ่ายมาให้ เพราะตั้งแต่วันที่ปราบดามาบอกอธินว่าเจอรถของธารวารินทร์ไปปรากฏอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพัทยา โดยมีอรรถพลเป็นคนขับไปนั้น อธินก็มั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ต้องไม่ใช่คนดี และรูปถ่ายที่อยู่ในมือชายหนุ่มขณะนี้ก็เป็นหลักฐานยืนยันความเลวของอรรถพลได้เป็นอย่างดี แต่ละรูปที่นักสืบถ่ายมาได้นั้น เป็นรูปที่อรรถพลควงไฮโซสาวน้อยสาวใหญ่เข้าโรงแรมเป็นว่าเล่น และบางรูปก็เป็นรูปขณะที่เขาอยู่ในบ่อนการพนันทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอีกด้วย
หนึ่งในรูปถ่ายเหล่านั้นเป็นรูปที่อรรถพลกำลังตระกองกอดแซนดี้ ไฮโซสาวสวยขึ้นรถยนต์ของธารวารินทร์อยู่หน้าโรงแรมในพัทยาที่ปราบดาไปเจอมาเมื่อคราวก่อนั่นด้วย
“เอ๊ะ! นี่มันแซนดี้นี่นา” อธินร้องอย่างตกใจที่เห็นว่าแซนดี้ก็เป็นหนึ่งในจำนวนสาวๆ ที่อรรถพลคั่วอยู่
“ใช่ ยัยแซนดี้ตัวแสบ ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดีที่ถูกไอ้เลวนี่หลอก”
“ถึงว่า พักนี้แซนดี้หายไปจากชีวิตกูเลย” อธินรำพึงออกมาเบาๆ
“ไม่ใช่แต่แซนดี้นะ มึงดูรูปนี้สิว่าผู้หญิงในรูปนี้เป็นใคร” ปราบดายื่นรูปถ่ายใบหนึ่งให้เพื่อน
“แพรว!” อธินร้องออกมาอย่างนึกไม่ถึงว่าแพรวพรรณก็จะเป็นหนึ่งในเหยื่อของอรรถพลด้วย
“ใช่ แพรวพรณ นี่คงจะเบื่อสามีแก่อายุคราวพ่อ ถึงได้ออกมาหาความสำราญกับไอ้อรรถพล” ปราบดาพูดพลางโคลงศีษระอย่างปลงๆ แล้วพูดต่ออีกว่า “กูกำจัดยัยแพรวออกจากชีวิตมึงให้แล้วนะ”
อธินเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนแล้เลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถามว่าปราบดาทำอะไรกับแพรวพรรณ
“กูส่งรูปพวกนี้ไปให้แพรวแล้ว และบอกว่าถ้าขืนมาวุ่นวายกับมึงอีก รูปพวกนี้จะถึงมือนายสมับติแน่ๆ แค่นี้ก็กลัวจนไม่กล้าทำอะไรแล้ว มึงก็รู้ว่าคุณสมบัติน่ะโหดขนาดไหน” ปราบดาตบรูปถ่ายปึกนั้นลงบนฝ่ามืออย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ไอ้อรรถพลนี่มันเลวมากเลยนะ มันหลอกฟันแต่ผู้หญิงรวยๆ ทั้งนั้น ไม่มีการมีงานทำเป็นหลักแหล่ง วันๆ ก็หลอกเอาเงินจากไฮโซพวกนี้แหละ มึงต้องรีบบอกน้องธารให้อยู่ห่างๆ มันเลยนะ” ปราบดากล่าวเตือนอย่างเป็นห่วงอย่างจริงใจ เพราะน้องสาวของเพื่อนก็เหมือนน้องสาวของเขาเช่นกัน
แน่นอนว่าคนเลวๆ อย่างนี้อธินต้องรีบบอกให้น้องสาวของเขาอยู่ให้ห่างที่สุดแน่นอน และยิ่งมีหลักฐานมัดตัวผู้ร้ายชัดเจนขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ธารวารินทร์จะยอมทำตาม
“ขอบใจนะเพื่อน” อธินรู้สึกขอบคุณเพื่อนรักคนนี้จากใจจริง กับเพื่อนคนนี้ถึงแม้ไม่ต้องเอ่ยปากบอกก็รู้ว่าอีกคนต้องการอะไร ชีวิตนี้เขาคงจะหาเพื่อนดีๆ อย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่หว่า ยังไงก็ไม่มีวันทิ้งกันอยู่แล้ว ค่อยๆ จัดการไปทีละเรื่องก็แล้วกันนะเพื่อน ส่วนเรื่องไหนที่กูพอช่วยได้ กูช่วยเต็มที่อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง” ปราบดาตบบ่าเพื่อนเบาๆ ราวกับต้องการถ่ายเทกำลังไปให้อย่างเต็มที่
อธินมองหน้าปราบดาแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เรื่องธารวารินทร์ดูเหมือนจะไม่น่าหนักใจเท่าเรื่องของเมษิตาเลยจริงๆ
อธินเดินถือซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเอสี่ที่ถูกพับครึ่งซึ่งได้รับมากจากปราบดา นำมายื่นให้กับธารวารินทร์ ซึ่งขณะนี้กำลังนั่งอ่านนิตยสารอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้สนามในสวนข้างบ้าน
“พี่มีอะไรจะให้ธารดู” ผู้เป็นพี่ชายเอ่ยเสียงเคร่งขรึมจนคนฟังนึกหวั่นใจ
“อะไรเหรอคะ” ผู้เป็นน้องสาวกล่าวพลางยื่นมือไปรับซองนั้นมาเปิดดู
ธารวารินทร์เบิกตาโตอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อได้เห็นรูปถ่ายของอรรถพลที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า อีกทั้งรูปที่เขาพาสาวๆ เข้าโรงแรม และยังมีรูปที่เขากำลังสุขสำราญกับการละลายทรัพย์ในบ่อนการพนันโดยมีสาวสวยนุ่งน้อยห่มน้อยแต่งตัววาบหวิวยืนขนาบทั้งสองข้าง
“แล้วก็รูปนี้ที่พี่อยากให้ธารดู” อธินส่งรูปที่อรรถพละกำลังตระกองกอดแซนดี้ขึ้นไปนั่งบนรถของเธอให้กับน้องสาวดู
“คุณแซนดี้!?”
“พี่ไม่ได้ให้ธารดูแซนดี้ พี่อยากให้ธารดูให้ดีๆ ว่ารถคันที่อยู่ในรูปน่ะเป็นรถของใคร แล้วนายอรรถพลนั่นมันเอารถธารไปทำอะไร” อธินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ธารวารินทร์ดูรูปนั้นอีกครั้ง และเมื่อสังเกตดีๆ ก็พบว่ารถยุโรปคันหรูที่อยู่ในรูปถ่ายนั้นเป็นรถของเธอจริงตามที่พี่ชายบอก คราวนี้หญิงสาวเลื่อนสายตามาที่มุมขวาของรูปที่ระบุวันที่และเวลาที่ถ่ายไว้อย่างชัดเจน มือเรียวที่ถือรูปอยู่นั้นสั่นระริกเพราะไม่คิดว่าชายที่เธอรักและไว้เนื้อเชื่อใจมาตลอดจะเป็นคนไม่ดีอย่างที่พี่ชายเคยพูดไว้จริงๆ
“พี่ธินได้รูปพวกนี้มาจากไหนคะ” น้องสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับมือเล็กๆ ก็กำรูปในมือไว้แน่น
“ไม่ต้องสนใจหรอกว่าพี่ได้รูปพวกนี้มาจากไหน ที่สำคัญคือไอ้นี่มันเลวมาก มากเกินกว่าที่ธารจะไปยุ่งกับมัน เลิกคบกับมันซะ พี่ไม่อยากเห็นธารถูกมันหลอกเหมือนผู้หญิงพวกนี้” อธินเข่นเขี้ยวมากขึ้นเมื่อนึกถึงความเลวของอรรถพล และโดยเฉพาะความเลวที่เขาทำไว้กับเมษิตาในร้านอาหารเมื่อหลายคืนที่ผ่านมานั่นอีกที่ทำให้เขายิ่งโกรธและเกลียดผู้ชายคนนี้มากขึ้น
“ธารอย่าเสียน้ำตาให้ผู้ชายเลวๆ พรรค์นี้เลยนะ มันมันมีค่าพอที่ธารจะเสียน้ำตาให้มันหรอก” พี่ชายเอื้อมมือไปแตะหลังมือน้องสาวอย่างปลอบโยน เมื่อเห็นว่าขอบตาของน้องสาวแดงก่ำและกำลังพยายามควบคุมหยาดน้ำเม็ดเล็กๆ ในดวงตาไม่ให้ไหลออกมา
“ธารผิดเองที่ไม่เชื่อพี่ธินตั้งแต่แรก” ในที่สุดหยาดน้ำตาที่เจ้าตาพยายามจะสกัดกั้นเอาไว้ ก็ไหลออกมาอย่างสุดจะต้านทาน แม้ว่าจะเพิ่งคบกับอรรถพลได้ไม่นานและยังไม่มีอะไรเสียหายแต่ประการใด แต่ธารวารินทร์ก็ได้มอบหัวใจรักทั้งหมดที่เธอมีให้ผู้ชายเลวๆ คนนั้นไปจนหมดสิ้น ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เธอจะต้องรู้สึกผิดหวังและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มาก
อธินเห็นน้องสาวต้องมาเสียน้ำตาเพราะอรรถพลแล้วก็ยิ่งแค้น ทำไมนะ...ทำไมผู้หญิงที่เขารักทั้งสองคนต้องไปรักผู้ชายเลวๆ คนนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้องสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้หรือแม้แต่เมษิตาผู้หญิงที่เขารักอย่างสุดหัวใจ ที่จนถึงขณะนี้ก็ยังดูเหมือนว่าลืมอรรถพลไม่ได้
ธารวารินทร์นั่งสีหน้าเรียบเฉยอยู่ในร้านอาหารแห่งในเวลาค่ำ ในมือของหญิงสาวกำซองเอกสารสีน้ำตาลที่ได้มาจากอธินไว้แน่นด้วยหลากหลายความรู้สึก ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ ทั้งผิดหวังกับการกระทำของคนรัก ธารวารินทร์ไม่คิดโทษใคร เรื่องนี้หากจะมีใครสักคนเป็นคนผิด คนนั้นคงเป็นตัวเธอเองที่เชื่อใจเขาง่ายเกินไป
ครู่ต่อมา อรรถพลก็ก้าวเข้ามาในร้านแล้วตรงเข้ามานั่งข้างๆ ธารวารินทร์ เมื่อก้นถึงเก้าอี้ เขาก็เอื้อมมือหนามากุมมือธารวารินทร์ไว้ทันที แต่เขาก็ต้องสะดุดใจที่วันนี้หญิงสาวรีบชักมือออกแล้วเชิดหน้าเหมือนว่ากำลังโกรธเขาอยู่
“ธารเป็นอะไรไปครับ โกรธอะไรผมหรือเปล่า หรือว่าโกรธที่ผมมาช้า โธ่...ก็ผมโทร. มาบอกก่อนแล้วไงครับว่าวันนี้รถติดมากเลย ไม่รู้ติดอะไรนักหนา”
อรรถพลแก้ตัวด้วยเหตุผลพื้นๆ แต่ความจริงแล้วเขาเพิ่งพละออกจากผู้หญิงอีกคนต่างหาก โดยจะเห็นได้จากรอยลิปสติกสีแดงสดที่ติดอยู่ปกเสื้อด้านหลัง ซึ่งธารวารินทร์มองเห็นตั้งแต่วินาทีแรกที่เขานั่งลงแล้ว แต่เธอก็ไม่อยากจะเอ่ยถาม เพราะวัตถุประสงค์ที่เธอนัดเขามาวันนี้มันใหญ่กว่านั้น
มือเรียววางซองเอกสารที่กำไว้อยู่นานลงบนโต๊ะอย่างมึนตึงแล้วหันไปพูดกับคนที่นั่งอยุ่ข้างๆ ว่า “ที่ธารนัดคุณมาวันนี้ธารต้องการบอกคุณว่าธารจะขอเลิกกับคุณนะคะ ต่อไปนี้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก”
“ทำไมละครับธาร เกิดอะไรขึ้น คุณไปได้ยินอะไรมา ใครมันมาใส่ร้ายอะไรผมให้คุณฟัง ธารอย่าไปเชื่อที่คนพวกนั้นพูดนะครับ” แน่นอนว่าคนที่ทำผิดมีคดีติดตัวเยอะอย่างอรรถพลย่อมต้องพอจะคาดเดาสถานการณ์ได้แน่นอนว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มันคืออะไร ดังนั้นวัวสันหลังหวะอย่างเขาจึงต้องรีบแก้ตัวเอาไว้ก่อน
“คุณดูรูปพวกนี้ก่อน ก่อนที่จะแก้ตัวอะไร” ธารวารินทร์เทรูปออกจากซองจนรูปนั้นกระจายเกลื่อนเต็มโต๊ะและมีบางรูปที่กระเด็นตกลงไปที่พื้น
อรรถพลหน้าเสียพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นรูปถ่ายที่เป็นหลักฐานแสดงความชั่วของตัวเองชัดเจนถึงขนาดนั้น ดังนั้นเขาจึงแสร้งโมโหกลบเกลื่อนความผิดของตน “นี่ธารไม่ไว้ใจผมถึงขนาดต้องให้คนตามถ่ายรูปผมเลยเหรอ ผมไม่คิดเลยนะครับว่าธารจะทำอย่างนี้กับผมได้ เสียแรงทีผมรักธารมาก”
“เก็บคำว่ารักจอมปลอมของคุณไปใช้กับคนอื่นเถอะ” ธารวารินทร์เสียงแข็งขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำว่า รัก ที่สักแต่พูดแค่ลมปาก โดยไม่มีความจริงใจแทรกอยู่ในนั้นแม้สักกระผีกเดียว
“ทำไมธารพูดกับผมแบบนี้ หรือว่าธารไม่รักผมแล้ว” อรรถพลเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่เคยอ่อนหวานกับเขามาตลอด วันนี้กลับกลายร่ายเป็นแม่เสือสาวขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“เมื่อก่อนน่ะอาจจะใช่ แต่เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ” หญิงสาวหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะแล้วตบลงไปที่อกเสื้อของเขาอย่างแรงแล้วพูดว่า “คุณดูสิ่งที่คุณทำกับธารสิคะ ถึงขนาดนี้แล้วธารคงไม่หลับหูหลับตารักคุณหรอกนะคะ”
ธารวารินทร์นั้นเป็นเหมือนสาวสองบุคลิกในคนเดียว ยามเมื่อยู่ที่บ้านกับมารดาและพี่ชายทั้งสองคน เธอจะเป็นน้องเล็กที่ว่านอนสอนง่าย เป็นลูกสาวคนเล็กที่เรียบร้อยเชื่อฟังคุณหญิงนลินีผู้เป็นมารดาทุกอย่าง แต่ยามที่เธออยู่นอกบ้าน ในบทบาทของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องช่วยดูแลกิจการของครอบครัวนั้น เธอจะเป็นสาวมั่นที่ทำงานเก่งไม่แพ้ผู้ชายทีเดียว และแน่นอนเธอย่อมไมยอมให้ใครมาเอาเปรียบเธอได้ง่ายแน่ๆ
“ก็ได้! ถ้าธารจะขอเลิกกับผม ก็ตามใจธาร ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องพบกันอีก” อรรถพลพูดจบแล้วก็รีบสาวท้าวออกจากโต๊ะไป
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” น้ำเสียงเยียบเย็นของธารวารินทร์ฉุดร่างสูงที่กำลังก้าวฉับๆ ให้หยุดลงได้ในทันที
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ







