LOGINเสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน
“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้
“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม
“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน
“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”
“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อย
เมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่เธอพยายามจะหนีแต่นันทลีกลับพยายามดึงอธินเข้าหาเธอเสียนี่ “ลีทำแบบนี้ลีไม่เจ็บหรือไง ในเมื่อลีรักเขา”
“ลีหยุดรักเค้าตั้งแต่รู้ว่าเขาไม่ได้รักลีแล้ว คุณอธินเขารักเมนะ” นันทลีเอื้อมมือไปจับมือของเมษิตามาวางไว้บนหน้าตักของตนแล้วบีบเบาๆ
“หยุดรักไม่ได้แปลว่าไม่รักแล้วใช่มั้ยลี” เมษิตาถามย้ำ
นันทลีไม่ตอบรับหรือปฏิเสธแต่กลับพูดต่อไปว่า “ที่ลีหยุดรักคุณอธินในวันนี้เป็นเพราะลีไม่อยากทำร้ายตัวเอง ลีรู้ว่าการรักคนที่เขาไม่ได้เรารักมันเจ็บปวดและทรมานแค่ไหน ลีไม่อยากทรมานตัวเอง วันนี้ที่ลียอมถอนตัวออกมาเพราะลีเชื่อว่า สักวันลีจะเจอคนที่รักลีและลีก็พร้อมจะรักเขาจริงๆ เพราะฉะนั้นลีขอเก็บความรักของลีไว้รอคนๆ นั้นดีกว่า”
“ถ้าลียังรักเขาอยู่เมก็ทำร้ายจิตใจลีไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกันนะลี ระหว่างผู้ชายกับเพื่อน ยังไงเมก็เลือกเพื่อนก่อนอยู่แล้ว” เมษิตามองหน้าเพื่อนแล้วน้ำตาพาลจะไหลออกมาเสียดื้อๆ
“แต่การที่เห็นเมเป็นแบบนี้ มันก็ไม่ได้ทำให้ลีมีความสุขเลยนะ ลีขอร้อง ทำตามหัวใจตัวเองเถอะนะเม” นันทลีเขย่ามือมือเพื่อนเบาๆ อย่างเร่งเร้าขอคำตอบ
เมษิตาครุ่นคิด นิ่งนานแล้วพยักหน้าให้เพื่อนเบาๆ “เมขอเวลาสักพักก็แล้วกันนะลี”
นันทลียิ้มดีใจที่เห็นว่าเมษิตาเริ่มใจอ่อนลงมากแล้ว
อธินยืนเหม่อมองแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดตัวยาวอยู่ในความมืดมิดใต้สะพานแขวนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ๆ เขาเคยมากับเมษิตา แต่การมาครั้งนั้นเป็นการมาเพื่อทะเลาะกันและจบลงด้วยการบอกลาของหญิงสาว แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เมื่อเขาขับรถหนีแพรวพรรณออกมาจากผับเมื่อสักครู่นี้ เขาถึงได้ขับรถตรงดิ่งมาที่นี่ ที่ๆ เขาเคยยืนกับเมษิตา
เมษิตาขับรถออกจากคอนโดมิเนียมของนันทลีแล้วพาตัวเองมาที่ใต้สะพานแขวนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ๆ อธินเคยพาเธอมา โดยมีความสับสนว้าวุ่นใจติดตามมาด้วยมากมาย หญิงสาวไม่รู้ว่าจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรดี ทั้งที่นันทลีก็บอกอยู่ชัดเจนแล้วว่าเธอไม่ได้รักอธิอีกต่อไปแล้ว ทว่าแววตาของเพื่อนรักนั้นยังแฝงความเศร้าใจไว้อยู่มาก มากซะจนทำให้เมษิตาไม่กล้ารักอธินตามที่หัวใจต้องการ เมษิตาอาจต้องใช้เวลาเพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนรักของเธอจะลืมอธินได้หมดใจจริงๆ เธอจึงจะกล้ารักผู้ชายคนนั้นได้อย่างเต็มหัวใจ
ร่างสูงของอธินที่หันหน้าเข้าหาผืนแม่น้ำดำมืดกลับหลังหันเตรียมตัวจะกลับ แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อพบว่ามีหญิงสาวคุ้นหน้าคนหนึ่งยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“คุณเม” อธินรีบเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยความดีใจ ที่ได้พบเธออีกครั้งราวปาฏิหาริย์
“ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นแผ่วเบาราวจะปลิวไปกับสายลมพี่พัดมาเสียให้ได้
“เราบังเอิญเจอกันอยู่เรื่อยเลยนะครับ” อธินพยายามหาเรื่องคุย
“คุณจะกลับแล้วไม่ใช่เหรอ...เชิญสิ” เมษิตาเบี่ยงตัวเพื่อหลีกทางให้แก่เขา
“ทำไมคุณต้องรีบไล่ผมด้วยนะ คุยกันก่อนไม่ได้หรือไง”
“ก็ฉันเห็นว่าคุณจะกลับแล้วนี่”
อธินได้แต่ยืนนิ่งมองเมษิตาอยู่เงียบๆ ในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ขยับกายไปไหนเช่นกัน คล้ายว่ามีความรู้สึกมากมายวิ่งวุ่นอยู่ภายในใจของทั้งคู่ แต่ก็ไม่รู้จะพูดมันออกมาได้อย่างไร ในที่สุดอธินก็เป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน
“ผมต้องขอโทษคุณสำหรับเรื่องเมื่อตอนเย็นนี้ด้วย”
“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก ไม่ใช่ความผิดของคุณ เพื่อนฉันต่างหากที่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ” เมษิตาตอบเสียงเรียบก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า “ถ้าคุณยังไม่กลับก็ตามสบายนะ ฉันขอตัวกลับก่อน”
“เดี๋ยวก่อน”
หญิงสาวหยุดตามที่เสียงนั้นร้องเรียกและนิ่งเพื่อรอว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
“แล้วเรื่องของเรา คุณจะว่ายังไง” อธินเอ่ยถามและรอคอยคำตอบด้วยดวงใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขาไม่ได้คาดหวังว่าเมษิตาจะตอบตกลงรับรักเขาในตอนนี้ เขาเพียงแค่คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ทำให้เขาพอจะมีความหวังบ้างก็เท่านั้นเอง
“ฉันบอกคุณไปแล้วไงว่าขอเวลาให้ฉันสักนิด แต่ถ้าคุณรอไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” หญิงสาวยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบดังเดิม
“ตกลงครับ ผมจะรอ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนผมก็จะรอ” อธินบอกอย่างหนักแน่น
นันทลีนั่งคอยปราบดาอยู่ที่ร้านอาหารร้านเดิมที่นัดเจอกันเมื่อคราวก่อน แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องเป็นฝ่ายหงุดหงิดที่ถูกปล่อยให้รออยู่นานมาก นานจนเธอตัดสินใจกลับแต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ปราบดาวิ่งหน้าตั้งเข้ามาพอดี
“คุณลีจะไปไหนครับ” ผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาร้องถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วสะพายกระเป๋าทำท่าเหมือนเตรียมตัวกลับ
“ฉันก็จะกลับแล้วน่ะสิ คุณเล่นปล่อยให้ฉันรอตั้งนานแบบนี้ใครจะไปทนไหว คนอย่างฉันไม่เคยต้องมานั่งรอใครนานๆ อย่างนี้สักครั้งเลยนะ” นันทลีต่อว่าเขาออกไปยืดยาว
“ผมขอโทษครับ นี่ผมก็รีบสุดๆ แล้วนะครับ ผมว่าคุณนั่งลงคุยกันก่อนนะ”
“ก็ได้ค่ะ คุณมีอะไรก็รีบๆ พูดมา” นันทลีพูดพลางทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ดังเดิม
“ที่ผมมาช้าเพราะผมแวะไปซื้อไอ้นี่มาให้คุณไงครับ” พูดจบปราบดาก็ดึงช่อดอกกุหลาบสีแดงขนาดย่อมที่ซ่อนไว้ด้านหลังส่งให้หญิงสาว
นันทลีมองช่อดอกไม้นั้นด้วยความแปลกใจแล้วถามเพื่อความแน่ใจว่า “ให้ฉันเหรอ”
“ใช่ครับ ผมซื้อมาให้คุณ รับไว้นะครับ”
“เนื่องในโอกาสอะไรคะ” หญิงสาวสงสัยที่จู่ๆ ปราบดาก็ซื้อดอกไม้มาให้ทั้งที่ไม่ใช่วันพิเศษ
“เนื่องในโอกาสที่ผมจะบอกรักคุณไงครับ...ผมรักคุณนะครับ...รักตั้งแต่แรกพบ และจะรักตลอดไปตราบลมหายใจสุดท้ายของผม” ปราบดากลั้นใจพูดออกมาแล้วก็นิ่งรอดูปฏิกิริยาของนันทลีอย่างกล้าๆ กลัวๆ
นันทลีระบายยิ้มบนใบหน้าแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นจึงพูดว่า “บอกรักฉันแล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนกับทำอะไรผิดร้ายแรงอย่างนั้นด้วยล่ะคะ”
“ก็ผมไม่รู้ว่าถ้าบอกไปแล้ว คุณจะว่ายังไง” ปราบดาตอบเขินๆ
“คุณรักฉันจริงเหรอคะ” นันทลีแกล้งถามทั้งๆ ทีรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมาตลอด
“ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อนเลย ผมขอให้คุณให้โอกาสผมได้รักคุณ ได้ดูแลคุณนะครับคุณลี ผมสัญญาว่าผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ”
“ตกลงค่ะ ฉันจะลองให้โอกาสคุณ แล้วก็ให้โอกาสตัวเองสักครั้ง” นันทลีตอบรวดเร็วจนปราบดาแปลกใจ
“ทำไมคุณลีตกลงเร็วจังครับ”
“นี่คุณจะหาว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายเหรอ” นันทลียกช่อดอกไม้ขึ้นเตรียมจะฟาดคนพูดไม่คิดที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมเพียงแค่แปลกใจ เพราะผู้หญิงคนอื่นกว่าเขาจะรับรักผู้ชายได้นี่คิดกันสิบแปดตลบเลย” ปราบดารีบอธิบาย
“เรื่องของหัวใจ ฉันจะใช้หัวใจตัดสิน ใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องวัด และคุณก็ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจที่จะให้โอกาสคุณและตัวเองอีกสักครั้ง”
“นี่ถ้าคุณเมคิดแบบคุณ เพื่อนผมมันก็คงไม่ต้องเศร้าอยู่อย่างทุกวันนี้” ปราบดาอดที่จะสงสารอธินไม่ได้
“ฉันว่าเรามาหาทางช่วยให้สองคนนี้ได้ลงเอยกันสักทีดีกว่า” นันทลีออกปาก เพราะเธอเองก็อยากเห็นเมษิตามีความสุขเช่นเดียวกัน
คู่รักข้าวใหม่ปลามันมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับแผนก่อการรักที่กำลังจะเกิดขึ้น
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ



![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



