로그인บุตรสาวตระกูลอันแต่งเข้าจวนแม่ทัพเกา ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม นอกจากเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันแล้ว นับจากนี้ทั้งสองยังเกี่ยวดองสนิทสนมมากขึ้นอีกด้วย
“นี่เสี่ยวซุ่นเจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ถูกจับได้”
“แน่สิ ข้าดูลาดเลามาแล้วถึงสามรอบ”
“แต่หากข้าถูกท่านแม่จับได้ว่าแอบพาเหลียนเอ๋อร์มาหาพี่ใหญ่ ข้าต้องถูกเฆี่ยนแน่ๆ”
“หากเจ้ากลัวก็อย่าตามมาสิ อีกอย่างเหลียนเอ๋อร์ยังไม่กลัว เจ้าก็อย่าขี้ขลาดให้มากนัก”
“เจ้าก็พูดได้ เหลียนเอ๋อร์เคยถูกดุด้วยหรือ ท่านน้าทั้งสองรักนางประหนึ่งจะประคองเอาไว้ด้วยสองมือตลอดเวลา แต่ท่านแม่ของข้าไม่เหมือนกัน”
“พี่เฟิ่งเอ๋อร์หากท่านกลัวจะไม่ไปก็ได้ ข้าไปแทนเอง ประเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
“ได้ที่ไหนกัน เป็นข้าเองที่อยากเข้าไปอวยพรให้พี่ใหญ่ ข้าจะปล่อยเจ้าไปคนเดียวได้อย่างไรกัน”
เสียงซุบซิบของเด็กสามคน ทำให้เกาอู่เยี่ยซึ่งกำลังนั่งอยู่บนหลังคาทางเดินชะงัก เขาหรือสู้อุตส่าห์หลบหลีกความวุ่นวายมานอนเงียบๆ แต่กลับยังคงหนีไม่พ้น
มองดูในสวนของจวนแม่ทัพมีเงาร่างของเด็กน้อยผลุบๆ โผล่ๆ เขาก็ให้รู้สึกสงสัย เด็กชายวัยสิบสามปีซึ่งกำลังทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างๆ กอดอกตู้เจวียนเขารู้จักดี เนื่องจากเป็นคุณชายน้อยจอมป่วนของจวนแม่ทัพ เกาหยางซุ่น
ทว่าเด็กหญิงอีกสองคนนั้นเขาไม่คุ้นหน้า แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันมงคลของเกาหย่งหาน เขาก็คลับคล้ายคลับคลาว่าตระกูลอันจะมีเด็กหญิงอีกสองคน ทั้งยังเป็นเด็กหญิงที่ยังไม่ผ่านพิธีปักปิ่น
หากให้ฟังจากบทสนทนาเขาก็ยิ่งมั่นใจ เพราะมาบัดนี้อันสุ่ยเซียนนั้นถูกส่งตัวไปรอในห้องหอแล้ว เด็กทั้งสามคนคงจะหาทางเข้าไปหาเจ้าสาวโดยไม่ให้ใครรู้เป็นแน่
ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปขวาง เพราะเกรงว่าทั้งสามจะก่อความวุ่นวาย เด็กสาวที่รั้งอยู่ด้านหลังสุดพลันชะงัก นางเงยหน้าขึ้นมองต้นพลับซึ่งกำลังออกผลสีเหลืองอร่ามน่ากิน จากนั้นจึงมองเด็กอีกสองคนที่เอาแต่ส่งเสียงทะเลาะกัน
มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กน้อย ซึ่งเพิ่งจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา เกาอู่เยี่ยก็หยุดเดิน เขาเห็นนางมองสหายทั้งสองคนเดินจากไป จากนั้นพลันตัดสินใจเดินไปยังใต้ต้นพลับที่ไม่สูงนัก
...กระทั่งลงมือปีน!!
ร่างเล็กลงมือปีนต้นพลับอย่างทุลักทุเล กระทั่งสามารถขึ้นไปนั่งได้อย่างมั่นคง บนกิ่งที่อยู่ต่ำสุดของลำต้น
เสียงพึมพำเบาๆ ดังออกมา ทำให้เกาอู่เยี่ยอดที่จะลอบยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้
“ได้ยินท่านป้าบอกว่ามีลูกพลับในงานแต่งงานชีวิตคู่จะราบรื่น บ่าวสาวจะรักกันจนไม่ว่าผู้ใดก็ต้องอิจฉา เปรียบได้กับการมีความรักที่หอมหวานเหมือนกับลูกพลับที่มีกลิ่นหอมหวาน ทั้งยังมีความหมายถึงความหนักแน่นมั่นคง หากมีอุปสรรคก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น ข้าจะเก็บไปฝากพี่เซียนเอ๋อร์สักลูก จริงๆ นะ ไม่ได้จะกินเอง”
แม้ปากบอกจะเก็บไปฝากอันสุ่ยเซียนที่เป็นเจ้าสาวในห้องหอ แต่มือน้อยกลับเก็บมาลูกหนึ่ง ก่อนจะบิออกส่งเข้าปากตัวเอง
“หวาน กรอบ อร่อยมากเลย”
ท่าทางสุดแสนอร่อยนั้น ทำเอาเกาอู่เยี่ยหลุดหัวเราะออกมา ร่างน้อยตกใจจนแทบหล่นลงมาจากต้นไม้ ยังดีที่นางคว้ากิ่งหนึ่งเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว ลูกพลับครึ่งลูกที่นางกินเหลือ หล่นลงมาบนพื้นเพราะหัวขโมยกำลังเกาะต้นพลับแน่น
“หากข้าบอกบ่าวไพร่ว่ามีขโมยแอบมาปีนต้นพลับอยู่ที่นี่ และพบว่า...”
เกาอู่เยี่ยเดินเข้ามาหยุดยังโคนต้น กระทั่งเงยหน้าขึ้นมองเจ้าร่างน้อยที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนกิ่งไม้ ความสูงของเขาทำให้นางที่อยู่บนต้นไม้อยู่ในระนาบเดียวกับไหล่กว้าง และนั่นทำให้อันซุ่ยเหลียนรับรู้ว่าเขาสูงถึงเพียงนี้
“ขะ...ข้าไม่ใช่ขโมย” นางเกาะกิ่งไม้นิ่ง
ความกลัวและหวั่นวิตก เผยออกมาทางสีหน้าจนสิ้น มองดูใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยประกายความเย็นชา แต่ดวงตากลับพราวระยับไปด้วยความขบขัน เด็กสาวพลันรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นดังเช่นคำร่ำลือ
ใช่ นางรู้จักเขา
เขาก็คือเกาอู่เยี่ย คุณชายรองจวนแม่ทัพวัยสิบเจ็ดปี บุรุษผู้ดุดันและเย็นชาที่อันเฟิ่งเซียนเคยพูดถึง ทั้งยังพานางไปแอบดูอยู่หลายครั้ง เนื่องจากเขาไม่เคยไปเยือนจวนตระกูลอันเลยสักครั้ง
ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองกรอบหน้าแตกตื่น ซาลาเปาสองก้อนของเด็กหญิงพันกันยุ่งเหยิง เนื่องจากถูกกิ่งไม้เกี่ยว ดวงตาสุกใสที่จ้องเขม็งราวกำลังพิจารณา ทำให้เขาอดทึ่งไม่ได้
...ไม่บ่อยนักที่จะมีคนกล้าสบตาเขาตรงๆ ยิ่งเป็นเด็กสาวคนหนึ่งก็ยิ่งไม่เคย
ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก
หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย
ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห
“แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว
ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล
มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน
ทันทีที่แสงสว่างจากคบเพลิงส่องเข้าไปตามทางเดินทอดยาว ความมืดก็ถูกปัดเป่าหลงเหลือเพียงความเงียบงันวังเวงเสียงฝีเท้าก้าวเข้าไปทีละก้าวๆ ของเกาอู่เยี่ย ดังก้องไปทั่วทั้งทางเดิน หัวใจอันเต้นรัวและความเจ็บปวดจากเรื่องราวในอดีต ไม่อาจทำร้ายเข้าได้อีกแล้ว นับตั้งแต่ได้รู้ความจริงเมื่อหลายปีก่อนคราแรกแม้
เกาอู่เยี่ยอ้าปากค้างมองการกระทำของอีกฝ่าย กลิ่นหอมเย้ายวนจากเจ้าร่างนิ่ม ส่งผลให้ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เขาพบว่ากลิ่นอายของนาง ทำให้ความชั่วร้ายบางอย่างในร่างของตนตื่นตัว“เจ้าทำอะไร”ไม่วายมองไปโดยรอบ เนื่องจากเกรงว่าจะมีบ่าวไพร่ในจวนผ่านมาเห็น“ก็ท่านบอกจะม้วนมวยผมให้ข้าใหม่”“ก็...ใช่ แต่ไม่ต
คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดวงตาคมเหลือบมองลูกพลับครึ่งซีกที่นางทำตกไว้ ก่อนจะก้มลงไปหยิบขึ้นมา“ต้นพลับต้นนี้ข้าปลูกเอง ปีนี้ออกลูกดกทั้งยังมีรสหวานกรอบ ลูกนี้สุกเกินไปไม่อร่อยหรอก”กล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเก็บลูกใหม่ที่น่าอร่อยกว่ามาจากต้นส่งให้นางอันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขาด้วยความงุนงง
คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดวงตาคมเหลือบมองลูกพลับครึ่งซีกที่นางทำตกไว้ ก่อนจะก้มลงไปหยิบขึ้นมา“ต้นพลับต้นนี้ข้าปลูกเอง ปีนี้ออกลูกดกทั้งยังมีรสหวานกรอบ ลูกนี้สุกเกินไปไม่อร่อยหรอก”กล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเก็บลูกใหม่ที่น่าอร่อยกว่ามาจากต้นส่งให้นางอันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขาด้วยความงุนงง







