Share

ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร
ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update publish date: 2026-03-18 06:36:46

เสียงการต่อสู้ซึ่งสะท้านสะเทือนไปทั้งสวรรค์เก้าชั้นฟ้าทำให้น้ำในสระทิพย์แห่งแดนบุปผากระเพื่อมไหว ดอกบัวหลากสีสันส่ายโอนเอน บ้างถึงกับหุบกลีบเพื่อปกป้องตัวเองจากการทำลายล้าง

“จอมมารแห่งซีเปียน! คิดหนีหรือ!”

เสียงตะโกนในยามที่ลำแสงสีดำ วูบผ่านเหนือสระทิพย์ ทำให้บุปผานานาชนิดกลีบร่วงโรยลงบนพื้น

“ขี้ขลาด!”

“ขี้ขลาดเช่นนั้นหรือ พวกท่านถือว่าตัวเองเป็นองครักษ์แห่งสวรรค์ แต่กลับใช้แผนท้าประลองเพื่อหลอกล่อให้ข้าติดกับ ปากบอกว่าเป็นการประลองเพื่อความสนุกสนาน การกระทำกลับตรงกันข้าม คิดช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์จากข้าหรือ ฝันไปเถิด!!”

เสียงหัวเราะดังลั่น พร้อมกับประโยคที่ทำเอาเหล่าองครักษ์แห่งสวรรค์ได้แต่อึ้งงัน มองดูแต่ละคนที่ต่างก็อยากจะครอบครองและช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์ กระทั่งใช้คนมากกว่ารุมยื้อแย่งของจากผู้อื่น

...หากล่วงรู้ไปถึงที่ใดย่อมอับอายไปจนถึงที่นั่น

“ทำเช่นไรดี”

“จะทำเช่นไรได้เล่า หรือยังอับอายไม่พอ” เสียงอ่อนหวานเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

“เทพธิดาบุปผา ท่านมิใช่...มิใช่”

“มิใช่ว่าข้าหลับใหลไปแล้ว ใช่หรือไม่”

“เอ่อ”

“หากข้าหลับใหลแล้วจะมีโอกาสได้เปิดหูเปิดตาหรือ พวกท่านเป็นถึงองครักษ์แห่งสวรรค์ แต่กลับใช้สระทิพย์ในแดนบุปผาของข้าทำเรื่องน่าอับอายอย่างการใช้กำลังช่วงชิงของในครอบครองของผู้อื่น ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ”

“แต่...จะอย่างไรสวรรค์ก็ต้องเรียกคืนของวิเศษทั้งสามคืนอยู่แล้ว พวกเราเพียง...”

“อ้อ ที่ทำนี้ก็เพื่อส่วนร่วมสินะ หากช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์มาได้ ก็จะนำไปคืนยังสุสานเทพมังกร ช่างน่านับถือ”

น้ำเสียงราบเรียบแฝงเอาไว้ด้วยนัยแห่งการเสียดสี ทำให้แต่ละคนพูดไม่ออก พวกเขาต่างก็เอ่ยร่ำลาเทพธิดาบุปผาไปด้วยความกระอักกระอ่วน

“ท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ จอมมารแห่งซีเปียนหนีไปเสียแล้ว เขาบาดเจ็บเช่นนี้...”

“เขาบาดเจ็บแต่ก็หาได้สิ้นฤทธิ์ไม่ ศิลาชั่วนิรันดร์เป็นหนึ่งในอาวุธวิเศษที่ท่านเทพมังกรมอบให้เขา หากเขาไม่ยินยอม ไหนเลยจะช่วงชิงมาได้โดยง่าย”

มองดูริมสระทิพย์มีชายชุดตัวนอกสีดำซึ่งฉีกขาดร่วงอยู่  ข้างๆ กันนั้นมีซุ่ยเหลียน[1]ดอกน้อยชูช่อเบ่งบาน ราวไม่หวั่นเกรงต่อรังสีแห่งการต่อสู้รุนแรงเมื่อครู่

ครุ่นคิดครู่หนึ่งเทพธิดาบุปผาก็แบมือออกไป ทั้งชายชุดสีดำและดอกซุ่ยเหลียนพลันลอยขึ้นมา ปลายนิ้วไล้ไปตามลวดลายดอกปี่อั้น[2]สีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจอมมารแห่งซีเปียน

“ซุ่ยเหลียน เจ้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่แล้วสินะ ของวิเศษทั้งสามสมควรเก็บกลับคืน และจำต้องฝังไปพร้อมกับร่างของเทพมังกร เช่นนี้แล้วเจ้าก็ช่วยงานข้าสักเรื่องเถิด”

กล่าวจบเศษผ้าชิ้นนั้นก็สลายกลายเป็นผุยผง ล่องลอยและแทรกซึมเข้ากับทุกอณูของกลีบดอกซุ่ยเหลียนสีส้มอ่อนจาง กระทั่งไม่นานบัวดอกน้อยก็ลอยห่างออกไป ทิศทางนั้นก็คือทิศทางซึ่งลำแสงสีดำลอยหายไปนั่นเอง

จินหลง เมืองหลวงแคว้นเทียนเฉา

เสียงฟ้าร้องคำรามพร้อมกับแสงฟ้าแลบ ทำให้ยามค่ำคืนน่าหวาดกลัว เสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อย ยิ่งทำให้บรรยากาศเงียบงันดูวังเวงและน่าหวาดหวั่น

นางกำนัล ขันที รวมไปถึงหมอหลวงกำลังวิ่งวุ่นวาย กลิ่นอายของความตายครอบคลุมไปทั่วทั้งวังหลวง ส่งผลให้ตำหนักซู่เฟินแลดูเต็มไปด้วยความชั่วร้าย แม้บัดนี้บรรยากาศสมควรเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล เนื่องจากเจ้าของตำหนักกำลังมีพระประสูติการ

ลำแสงสีแดงฟาดลงมายังเหนือตำหนักซ้ำๆ เพลิงไหม้เผาผลาญ เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งเสียงร้องโหยหวนทรมาน ทำให้ขันทีและเหล่านางกำนัลได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ตำหนักซู่เฟินถูกฟ้าผ่า ส่งผลให้หลายชีวิตถูกสังเวย รวมไปถึงเจ้าของตำหนักอย่างหลินกุ้ยเฟย ผู้ซึ่งเพิ่งจะมีประสูติการ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปิดตำหนัก และห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องราวในคืนนั้น

ไม่นานเหตุการณ์อันน่าหวาดหวั่นก็ถูกลืมเลือน ทว่าที่ถูกลืมเลือนกลับไม่ได้มีเพียงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะองค์ชายน้อยซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตเองก็ถูกลืมเลือนไปด้วยเช่นกัน

สามปีต่อมาท่ามกลางคิมหันตฤดูอันอบอุ่น คฤหาสน์หลังงามของตระกูลอันก็มีข่าวดี อันฮูหยินได้ให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อยๆ ที่มีผิวกายเนียนละเอียดราวกลีบบุปผา

บิดาและมารดาของเด็กน้อยให้ชื่อนางว่า อันซุ่ยเหลียน

กาลเวลาหมุนผ่านไปอีกสิบสี่ปี จากทารกน้อยตัวอวบอ้วน บัดนี้อันซุ่ยเหลียนกลับกลายมาเป็นเด็กสาวซึ่งกำลังจะผ่านเข้าสู่วัยปักปิ่น กระนั้นเรื่องยินดีของนางยังคงต้องรอปีหน้า เนื่องจากในวันนี้เป็นวันมงคลของญาติผู้พี่ของนาง

หน้าคฤหาสน์ตระกูลอันในยามนี้ เสียงประทัดที่เพิ่งถูกจุดดังสนั่น บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ทำให้ผู้คนรายรอบยิ้มแย้มด้วยความเบิกบาน

[1] บัวผัน

[2] ดอกพลับพลึงแดง สัญลักษณ์ของความตายและการพลัดพราก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.3

    เตียงหลังเล็กถูกยกเข้ามาเพิ่ม แต่เบาะนวมและผ้าห่มผืนหนา นางเพิ่งแอบนำเข้ามาเปลี่ยน โต๊ะเครื่องเขียนถูกยกเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่พู่กันและกระดาษเป็นนางที่แอบนำเข้ามาที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งนางใช้เขียนจดหมายหาเกาอู่เยี่ย เป็นสถานที่แห่งความลับที่นางและเขามีร่วมกันอันซุ่ยเหลียนหดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ครุ่นคิดถึงบุรุษที่ครอบครองความคำนึงของนาง นับจากวันที่นางได้เข้ามาในห้องลับแห่งนี้ครั้งแรกผิวแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อ เพราะความหนาวเย็นของอากาศ ปีนี้อากาศหนาวเย็นเร็วกว่าทุกปี ดูแล้วคิดว่าหิมะอาจจะตกลงมาได้ทุกเมื่อมือเล็กแตะลงไปยังตำแหน่งกลางอก หยกมังกรเหินยังอยู่กับนางเสมอ เพราะนับจากที่เขามอบให้ นางก็พกติดตัวไม่ห่าง ทั้งยังไม่เคยให้ใครได้เห็นหรือสัมผัสสักครั้ง“พี่อู่เยี่ย ข้าจะปักปิ่นพรุ่งนี้แล้วนะเจ้าคะ”นางพึมพำด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นนึกถึงวันที่ได้สนทนากับเกาฮูหยินพลันรู้สึกเขินอาย หลังพิธีปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน แม่สื่อจากตระกูลเกาจะถูกส่งมาทาบทาม ของหมั้นหมายที่เกาฮูหยินตระเตรียมจะถูกส่งมายังจวนตระกูลอันนาง...จะกลายเป็นคู่หมายของเกาอู่เยี่ยอย่างเป็นทางการระหว่างเดินออกม

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.2

    เกาอู่เยี่ยยิ้มกว้างหลังจากพับจดหมายเข้าไปในอกเสื้อ เขาให้คิดถึงใบหน้าน้อยๆ ที่เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาสดใส เรียวคิ้วมุ่นลงเป็นเชิงถาม ในยามที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดหนึ่งปีมาแล้วหลังจากที่เขาจากมา ทุกวันเขายังคงคิดคำนึงถึงนางอยู่เสมอ แม้ว่าการดำเนินการอย่างลับๆ จะเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพราะทุกย่างก้าวนั้นเต็มไปด้วยอันตรายเรื่องการตระเตรียมไพร่พล รวมไปถึงเส้นทางการเคลื่อนทัพที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่ต้องการให้คนของตระกูลฟางไหวตัวทัน“จะปักปิ่นแล้วสินะ คงจะเป็นเดือนหน้า”ด้วยจดหมายใช้เวลาเดินทางนานกว่าที่ควร ดังนั้นหากเขาคำนวณดูแล้ว อันซุ่ยเหลียนคงจะปักปิ่นเดือนหน้านี้ นึกถึงที่นางบอกว่ามีผู้อาวุโสท่านหนึ่งมอบปิ่นที่จะใช้ในวันงาน รอยยิ้มหล่อเหลาพลันกว้างขึ้นอีกเขาไหนเลยจะไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือผู้ใด หากไม่ใช่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะเป็นผู้ใดไปได้เล่า เพราะก่อนหน้านี้เขายังยืนยันกับอีกฝ่ายไปแล้วว่าต้องเป็นอันซุ่ยเหลียน ฐานะหรือความเหมาะสมเขาไม่แยแสทั้งสิ้น‘ชั่วชีวิตนี้กระหม่อมไม่เคยปรารถนาสิ่งใดอย่างจริงจัง ทุกอย่างกระหม่อมล้วนมีพร้อม ตระกูลเกามอบทุกอย่างตราบที่บุรุษผู้หนึ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.1

    แม้จะไม่เป็นทางการ ในตอนนี้นางนับว่าเป็นคู่หมายเขา และเขาไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งนางไปอย่างแน่นอน“ข้าจำไว้แล้วเจ้าค่ะ” นางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ข้าหมั้นหมายกับท่านได้จริงๆ หรือเจ้าคะ ท่าน...ไม่รังเกียจที่ข้าเป็นเด็กไม่ประสีประสาหรือ”“รังเกียจหรือ” เขาเลิกคิ้ว “ข้าชอบเจ้าถึงเพียงนี้” เขาก้มลงมองนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ไม่เพียงแค่หมั้นหมายกับเจ้าเท่านั้น แต่ข้าจะแต่งเจ้าเป็นฮูหยินอีกด้วย”“สัญญานะเจ้าคะ”“สัญญา”เกาฮูหยินไปพบสองสามีภรรยาตระกูลอันด้วยตัวเอง นางขอสนทนากับทั้งสองเงียบๆ ทั้งยังทำตามประสงค์ของบุตรชายด้วยความยินดี เนื่องจากเกาอู่เยี่ยยืนยันว่าจะหมั้นหมายอันซุ่ยเหลียนเอาไว้ หากนางผ่านการปักปิ่นเข้าสู่วัยออกเรือนคราแรกนางเพียงประหลาดใจเพราะบุตรชายผู้นี้หาได้สนใจเรื่องอิสตรีไม่ จริงอยู่เขาไม่ได้เจนจัดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยผ่านเรื่องการมีสัมพันธ์กับอิสตรีบุรุษในกองทัพย่อมมีบ้างที่ออกไปหาความสำราญ ยิ่งเป็นนายน้อยของกองทัพด้วยแล้ว นายกองต่างๆ ไหนเลยจะไม่ช่วยกันส่งเสริมให้นายน้อยของตนเติบโตเป็นหนุ่มกระนั้นนางไหนเลยจะคิดว่ามองข้ามบางอย่างไป ก่อนหน้านี้ที่เกาอู่เยี่ยยังไม่ได้เ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.4

    มือน้อยเริ่มเลื่อนต่ำลงไป แต่เกาอู่เยี่ยกลับคว้ามือของนางเอาไว้ได้ทัน“ชู่ว ไม่ได้ ยังไม่ได้ ซุ่ยเหลียนเด็กดี”เสียงของเขาเต็มไปด้วยความทรมานไม่ต่างจากนาง เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้น เพราะปลายนิ้วเล็กเรียวปัดไปโดนกับความแข็งขึงเกาอู่เยี่ยครางเสียงพร่า ก้มลงจุมพิตลึกล้ำเป็นการเตือนมือใหญ่เลื่อนกางเกงเด็กสาวลงต่ำ ไล้ฝ่ามือลงไปสำรวจความชุ่มชื้น ขณะที่เลื่อนริมฝีปากลงครอบครองความนุ่มนิ่มอวบหยุ่นที่เริ่มเต่งตึงข้อมือน้อยถูกพันธนาการอีกครั้ง แต่ครานี้ความต้องการของเขามีเพียงกางเกงบางๆ ขวางกั้นกับความชุ่มชื้นของนางอย่างหมิ่นเหม่ยิ่งในยามที่เขาใช้มืออีกข้างสอดเข้ากับสะโพกเล็กเนียนมือ ยกตัวนางให้ความชุ่มชื้นสัมผัสบดเบียดแนบชิด เขาก็ยิ่งส่งเสียงคำรามออกมาอย่างลืมตัวทั้งสองส่งเสียงครางพร้อมกับลมหายใจที่ติดขัด ในยามเอวสอบขยับไหวเป็นจังหวะราวกำลังร่วมรัก เขาไม่ได้สอดลึกแต่สัมผัสกลับชัดเจนกว่าเมื่อครู่ความร้อนเร่าของจังหวะทำให้ทั้งสองแทบขาดใจ แต่กลับยังคงมีบางอย่างขวางกั้น ทำให้ทุกอย่างไม่อาจเติมเต็มอันซุ่ยเหลียนส่งเสียงเว้าวอน นางยื่นหน้าขึ้นมาจุมพิตเรียกร้องให้เขาปลดปล่อยความทรมานนี้แต่เพราะร่างขอ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.3

    ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความรัญจวน เรือนร่างขาวผ่องใต้ร่างแกร่ง เส้นผมยาวสลวยซึ่งคลอเคลียลาดไหล่กลมมน ในยามที่เขารั้งนางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง‘พี่อู่เยี่ย’น้ำเสียงเย้ายวนออดอ้อน ในยามที่เขาขยับกายแกร่งหนักหน่วงขึ้น“พี่อู่เยี่ย” ใบหน้าเยาว์วัยทับซ้อนกับโฉมสะคราญ ซึ่งเขามั่นใจว่านั่นคือภาพในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นเกาอู่เยี่ยหลุดการควบคุม ร่างใหญ่เอนกายไปข้างหน้าบีบให้ร่างเล็กนอนหงายลงไปกับแท่นหิน เขาไม่ไยดีหีบที่เขาใช้เก็บของสำคัญ แต่กลับปัดลงไปจนพ้นทางเสียงกระแทกส่งผลให้ร่างน้อยสะดุ้ง เพียงแต่นางไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน ร่างทั้งร่างกลืนหายเข้าไปในอ้อมกอดที่ทาบทับ ทั้งยังบีบให้นางเปิดท่อนขาเล็กออก กระทั่งกายเบื้องหน้าของทั้งสองแนบชิดล่อแหลมจุมพิตบีบบังคับทำให้อันซุ่ยเหลียนตื่นตระหนก หากแต่ร่างกายของนางกลับวูบวาบหวามไหว สัมผัสจากมือใหญ่ที่เลื่อนไปจากใบหน้าลงมายังลำคอ แผ่วเบา...แต่กลับสร้างความร้อนขุมหนึ่งขึ้นในร่างกายของนางอย่างน่าประหลาดมือใหญ่สอดเข้าไปในเรือนผม มวยผมที่เขาเพิ่งเกล้าขึ้นหลุดลุ่ย ยิ่งทำให้นางไม่หลงเหลือเค้าความอ่อนเยาว์ ใบหน้าและริมฝีปากแดงเรื่อ ทำให้เขาปรารถนาจะทำลายมากกว่

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.2

    “ซุ่ยเหลียน”“เจ้าคะ”“เจ้าชอบข้าหรือไม่”“เอ๋” นางมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“ข้าหมายถึง แม้ผู้อื่นจะเกลียดชังข้า ไม่เชื่อใจในตัวข้า เจ้าจะยอมอยู่ข้างข้าและเชื่อใจข้าเพียงคนเดียวหรือไม่”เด็กสาวมองเขาคล้ายยังไม่เข้าใจนัก กระนั้นใบหน้าหล่อเหลาที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ กลับสามารถล่อลวงนางเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย“เจ้าบอกว่าแม้ไม่มีใครกล้าหมั้นหมายกับข้า เจ้าจะหมั้นหมายกับข้าเอง จำได้หรือไม่”เด็กสาวพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ลมหายใจอบอุ่นวนเวียนรอบใบหน้า ส่งผลให้นางหน้าร้อนเห่ออย่างไม่ทราบสาเหตุ รู้แต่เพียงว่านางหาได้รังเกียจเขาไม่หยกมังกรดำถูกคล้องลงไปเหนือศีรษะ ลากลงมาตามเส้นผมยาวสลวย กระทั่งมือใหญ่วางหยกชิ้นนั้นลงยังตำแหน่งกลางอก“พี่อู่เยี่ย” นางเงยหน้าเรียกเขาเป็นเชิงถาม“ของหมั้น” เขายิ้มให้นางด้วยดวงตาอ่อนโยน “สัญญากับข้า หากข้ายังไม่กลับมาจากชายแดน หลังปักปิ่นเจ้าจะไม่หมั้นหมายและห้ามมีใจให้ผู้ใดนอกจากข้า”“ท่านไปนานเลยหรือเจ้าคะ”“สองปี”นางมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ไม่ได้มาร่วมงานปักปิ่นของข้าจริงๆ”ปิ่นปักผมหยกถูกยื่นมาให้นาง “ข้าให้ นี่เป็นของที่ข้าใช้เงินเบี้ยหวัดของตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status