공유

ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร
ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร
작가: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update 게시일: 2026-03-18 06:36:46

เสียงการต่อสู้ซึ่งสะท้านสะเทือนไปทั้งสวรรค์เก้าชั้นฟ้าทำให้น้ำในสระทิพย์แห่งแดนบุปผากระเพื่อมไหว ดอกบัวหลากสีสันส่ายโอนเอน บ้างถึงกับหุบกลีบเพื่อปกป้องตัวเองจากการทำลายล้าง

“จอมมารแห่งซีเปียน! คิดหนีหรือ!”

เสียงตะโกนในยามที่ลำแสงสีดำ วูบผ่านเหนือสระทิพย์ ทำให้บุปผานานาชนิดกลีบร่วงโรยลงบนพื้น

“ขี้ขลาด!”

“ขี้ขลาดเช่นนั้นหรือ พวกท่านถือว่าตัวเองเป็นองครักษ์แห่งสวรรค์ แต่กลับใช้แผนท้าประลองเพื่อหลอกล่อให้ข้าติดกับ ปากบอกว่าเป็นการประลองเพื่อความสนุกสนาน การกระทำกลับตรงกันข้าม คิดช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์จากข้าหรือ ฝันไปเถิด!!”

เสียงหัวเราะดังลั่น พร้อมกับประโยคที่ทำเอาเหล่าองครักษ์แห่งสวรรค์ได้แต่อึ้งงัน มองดูแต่ละคนที่ต่างก็อยากจะครอบครองและช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์ กระทั่งใช้คนมากกว่ารุมยื้อแย่งของจากผู้อื่น

...หากล่วงรู้ไปถึงที่ใดย่อมอับอายไปจนถึงที่นั่น

“ทำเช่นไรดี”

“จะทำเช่นไรได้เล่า หรือยังอับอายไม่พอ” เสียงอ่อนหวานเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

“เทพธิดาบุปผา ท่านมิใช่...มิใช่”

“มิใช่ว่าข้าหลับใหลไปแล้ว ใช่หรือไม่”

“เอ่อ”

“หากข้าหลับใหลแล้วจะมีโอกาสได้เปิดหูเปิดตาหรือ พวกท่านเป็นถึงองครักษ์แห่งสวรรค์ แต่กลับใช้สระทิพย์ในแดนบุปผาของข้าทำเรื่องน่าอับอายอย่างการใช้กำลังช่วงชิงของในครอบครองของผู้อื่น ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ”

“แต่...จะอย่างไรสวรรค์ก็ต้องเรียกคืนของวิเศษทั้งสามคืนอยู่แล้ว พวกเราเพียง...”

“อ้อ ที่ทำนี้ก็เพื่อส่วนร่วมสินะ หากช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์มาได้ ก็จะนำไปคืนยังสุสานเทพมังกร ช่างน่านับถือ”

น้ำเสียงราบเรียบแฝงเอาไว้ด้วยนัยแห่งการเสียดสี ทำให้แต่ละคนพูดไม่ออก พวกเขาต่างก็เอ่ยร่ำลาเทพธิดาบุปผาไปด้วยความกระอักกระอ่วน

“ท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ จอมมารแห่งซีเปียนหนีไปเสียแล้ว เขาบาดเจ็บเช่นนี้...”

“เขาบาดเจ็บแต่ก็หาได้สิ้นฤทธิ์ไม่ ศิลาชั่วนิรันดร์เป็นหนึ่งในอาวุธวิเศษที่ท่านเทพมังกรมอบให้เขา หากเขาไม่ยินยอม ไหนเลยจะช่วงชิงมาได้โดยง่าย”

มองดูริมสระทิพย์มีชายชุดตัวนอกสีดำซึ่งฉีกขาดร่วงอยู่  ข้างๆ กันนั้นมีซุ่ยเหลียน[1]ดอกน้อยชูช่อเบ่งบาน ราวไม่หวั่นเกรงต่อรังสีแห่งการต่อสู้รุนแรงเมื่อครู่

ครุ่นคิดครู่หนึ่งเทพธิดาบุปผาก็แบมือออกไป ทั้งชายชุดสีดำและดอกซุ่ยเหลียนพลันลอยขึ้นมา ปลายนิ้วไล้ไปตามลวดลายดอกปี่อั้น[2]สีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจอมมารแห่งซีเปียน

“ซุ่ยเหลียน เจ้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่แล้วสินะ ของวิเศษทั้งสามสมควรเก็บกลับคืน และจำต้องฝังไปพร้อมกับร่างของเทพมังกร เช่นนี้แล้วเจ้าก็ช่วยงานข้าสักเรื่องเถิด”

กล่าวจบเศษผ้าชิ้นนั้นก็สลายกลายเป็นผุยผง ล่องลอยและแทรกซึมเข้ากับทุกอณูของกลีบดอกซุ่ยเหลียนสีส้มอ่อนจาง กระทั่งไม่นานบัวดอกน้อยก็ลอยห่างออกไป ทิศทางนั้นก็คือทิศทางซึ่งลำแสงสีดำลอยหายไปนั่นเอง

จินหลง เมืองหลวงแคว้นเทียนเฉา

เสียงฟ้าร้องคำรามพร้อมกับแสงฟ้าแลบ ทำให้ยามค่ำคืนน่าหวาดกลัว เสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อย ยิ่งทำให้บรรยากาศเงียบงันดูวังเวงและน่าหวาดหวั่น

นางกำนัล ขันที รวมไปถึงหมอหลวงกำลังวิ่งวุ่นวาย กลิ่นอายของความตายครอบคลุมไปทั่วทั้งวังหลวง ส่งผลให้ตำหนักซู่เฟินแลดูเต็มไปด้วยความชั่วร้าย แม้บัดนี้บรรยากาศสมควรเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล เนื่องจากเจ้าของตำหนักกำลังมีพระประสูติการ

ลำแสงสีแดงฟาดลงมายังเหนือตำหนักซ้ำๆ เพลิงไหม้เผาผลาญ เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งเสียงร้องโหยหวนทรมาน ทำให้ขันทีและเหล่านางกำนัลได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ตำหนักซู่เฟินถูกฟ้าผ่า ส่งผลให้หลายชีวิตถูกสังเวย รวมไปถึงเจ้าของตำหนักอย่างหลินกุ้ยเฟย ผู้ซึ่งเพิ่งจะมีประสูติการ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปิดตำหนัก และห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องราวในคืนนั้น

ไม่นานเหตุการณ์อันน่าหวาดหวั่นก็ถูกลืมเลือน ทว่าที่ถูกลืมเลือนกลับไม่ได้มีเพียงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะองค์ชายน้อยซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตเองก็ถูกลืมเลือนไปด้วยเช่นกัน

สามปีต่อมาท่ามกลางคิมหันตฤดูอันอบอุ่น คฤหาสน์หลังงามของตระกูลอันก็มีข่าวดี อันฮูหยินได้ให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อยๆ ที่มีผิวกายเนียนละเอียดราวกลีบบุปผา

บิดาและมารดาของเด็กน้อยให้ชื่อนางว่า อันซุ่ยเหลียน

กาลเวลาหมุนผ่านไปอีกสิบสี่ปี จากทารกน้อยตัวอวบอ้วน บัดนี้อันซุ่ยเหลียนกลับกลายมาเป็นเด็กสาวซึ่งกำลังจะผ่านเข้าสู่วัยปักปิ่น กระนั้นเรื่องยินดีของนางยังคงต้องรอปีหน้า เนื่องจากในวันนี้เป็นวันมงคลของญาติผู้พี่ของนาง

หน้าคฤหาสน์ตระกูลอันในยามนี้ เสียงประทัดที่เพิ่งถูกจุดดังสนั่น บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ทำให้ผู้คนรายรอบยิ้มแย้มด้วยความเบิกบาน

[1] บัวผัน

[2] ดอกพลับพลึงแดง สัญลักษณ์ของความตายและการพลัดพราก

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.2 จบ

    ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.1

    หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.6

    ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.5

    “แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.4

    ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.3

    มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.2

    “ตระกูลข้าถูกคุกคาม กลับไปก็รังแต่จะทำให้ทุกคนถูกปองร้าย มิสู้อยู่ในกองทัพไม่ให้ผู้ใดพบตัว เช่นนี้จึงจะปลอดภัยทุกฝ่าย”เมื่อคิดตามเขาเองก็เห็นด้วย ตอนนี้หากกลับเข้าตระกูลอัน ไม่ช้าหรือเร็วฟางกุ้ยเฟยย่อมต้องหาทางเล่นงานหญิงสาวอีกอย่างแน่นอนแม้ตระกูลเกาจะทรงอิทธิพล แต่จะอย่างไรก็คงยุ่งยากไม่น้อย หาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.1

    อันซุ่ยเหลียนคล้ายไม่เป็นตัวของตัวเอง แม้ในใจหวาดกลัว เมื่อมองเห็นแล้วว่าเท้าของอีกฝ่ายหาได้แตะพื้นไม่ สตรีตรงหน้าในยามนี้กำลังลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน!!ใช่นางมองไม่ผิดอย่างแน่นอน...มือน้อยยื่นออกไปรับกลุ่มแสงสีส้มอย่างไม่รู้ตัว และทันทีที่นางแตะโดน เจ้าแสงสีส้มนั้นก็ซึมเข้าไปยังใจกลางฝ่ามืออันซุ่

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 7.2

    มองดูท่าทีหวาดระแวงของเขา หญิงสาวกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา นางมองไปรอบๆ ศาลาผุพังนอกเมือง จากนั้นจึงนึกอะไรขึ้นมาได้“คนติดตามของพระองค์เล่าเพคะ”“พวกเขา...” คิ้วเข้มขมวดมุ่น จากนั้นจึงหันไปสบตาหญิงสาวอีกครั้ง“แล้วสาวใช้ของเจ้าเล่า”กล่าวจบควันสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งสองได้แต่ลอบตื

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.4

    คราแรกนางมิได้ตั้งใจจะโอ้อวด หรือทำท่าอวดข่มผู้อื่น เพียงแต่นางเคยช่วยเกาฮูหยินรับหน้าแขกผู้มาเยือนก่อนหน้านี้หลายครั้งดังนั้นการที่นางสั่งความบ่าวไพร่ให้ยกน้ำชาและของว่าง รวมไปถึงให้คนไปแจ้งนายหญิงของจวนแม่ทัพนั้น ท่าทีจึงดูเป็นธรรมชาติยิ่ง“เหลียนเอ๋อร์มีแขกมาหรือ”เสียงสองเสียงประสานกันดังเข้าม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status