Partager

ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร
ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร
Auteur: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update Date de publication: 2026-03-18 06:36:46

เสียงการต่อสู้ซึ่งสะท้านสะเทือนไปทั้งสวรรค์เก้าชั้นฟ้าทำให้น้ำในสระทิพย์แห่งแดนบุปผากระเพื่อมไหว ดอกบัวหลากสีสันส่ายโอนเอน บ้างถึงกับหุบกลีบเพื่อปกป้องตัวเองจากการทำลายล้าง

“จอมมารแห่งซีเปียน! คิดหนีหรือ!”

เสียงตะโกนในยามที่ลำแสงสีดำ วูบผ่านเหนือสระทิพย์ ทำให้บุปผานานาชนิดกลีบร่วงโรยลงบนพื้น

“ขี้ขลาด!”

“ขี้ขลาดเช่นนั้นหรือ พวกท่านถือว่าตัวเองเป็นองครักษ์แห่งสวรรค์ แต่กลับใช้แผนท้าประลองเพื่อหลอกล่อให้ข้าติดกับ ปากบอกว่าเป็นการประลองเพื่อความสนุกสนาน การกระทำกลับตรงกันข้าม คิดช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์จากข้าหรือ ฝันไปเถิด!!”

เสียงหัวเราะดังลั่น พร้อมกับประโยคที่ทำเอาเหล่าองครักษ์แห่งสวรรค์ได้แต่อึ้งงัน มองดูแต่ละคนที่ต่างก็อยากจะครอบครองและช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์ กระทั่งใช้คนมากกว่ารุมยื้อแย่งของจากผู้อื่น

...หากล่วงรู้ไปถึงที่ใดย่อมอับอายไปจนถึงที่นั่น

“ทำเช่นไรดี”

“จะทำเช่นไรได้เล่า หรือยังอับอายไม่พอ” เสียงอ่อนหวานเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

“เทพธิดาบุปผา ท่านมิใช่...มิใช่”

“มิใช่ว่าข้าหลับใหลไปแล้ว ใช่หรือไม่”

“เอ่อ”

“หากข้าหลับใหลแล้วจะมีโอกาสได้เปิดหูเปิดตาหรือ พวกท่านเป็นถึงองครักษ์แห่งสวรรค์ แต่กลับใช้สระทิพย์ในแดนบุปผาของข้าทำเรื่องน่าอับอายอย่างการใช้กำลังช่วงชิงของในครอบครองของผู้อื่น ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ”

“แต่...จะอย่างไรสวรรค์ก็ต้องเรียกคืนของวิเศษทั้งสามคืนอยู่แล้ว พวกเราเพียง...”

“อ้อ ที่ทำนี้ก็เพื่อส่วนร่วมสินะ หากช่วงชิงศิลาชั่วนิรันดร์มาได้ ก็จะนำไปคืนยังสุสานเทพมังกร ช่างน่านับถือ”

น้ำเสียงราบเรียบแฝงเอาไว้ด้วยนัยแห่งการเสียดสี ทำให้แต่ละคนพูดไม่ออก พวกเขาต่างก็เอ่ยร่ำลาเทพธิดาบุปผาไปด้วยความกระอักกระอ่วน

“ท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ จอมมารแห่งซีเปียนหนีไปเสียแล้ว เขาบาดเจ็บเช่นนี้...”

“เขาบาดเจ็บแต่ก็หาได้สิ้นฤทธิ์ไม่ ศิลาชั่วนิรันดร์เป็นหนึ่งในอาวุธวิเศษที่ท่านเทพมังกรมอบให้เขา หากเขาไม่ยินยอม ไหนเลยจะช่วงชิงมาได้โดยง่าย”

มองดูริมสระทิพย์มีชายชุดตัวนอกสีดำซึ่งฉีกขาดร่วงอยู่  ข้างๆ กันนั้นมีซุ่ยเหลียน[1]ดอกน้อยชูช่อเบ่งบาน ราวไม่หวั่นเกรงต่อรังสีแห่งการต่อสู้รุนแรงเมื่อครู่

ครุ่นคิดครู่หนึ่งเทพธิดาบุปผาก็แบมือออกไป ทั้งชายชุดสีดำและดอกซุ่ยเหลียนพลันลอยขึ้นมา ปลายนิ้วไล้ไปตามลวดลายดอกปี่อั้น[2]สีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจอมมารแห่งซีเปียน

“ซุ่ยเหลียน เจ้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่แล้วสินะ ของวิเศษทั้งสามสมควรเก็บกลับคืน และจำต้องฝังไปพร้อมกับร่างของเทพมังกร เช่นนี้แล้วเจ้าก็ช่วยงานข้าสักเรื่องเถิด”

กล่าวจบเศษผ้าชิ้นนั้นก็สลายกลายเป็นผุยผง ล่องลอยและแทรกซึมเข้ากับทุกอณูของกลีบดอกซุ่ยเหลียนสีส้มอ่อนจาง กระทั่งไม่นานบัวดอกน้อยก็ลอยห่างออกไป ทิศทางนั้นก็คือทิศทางซึ่งลำแสงสีดำลอยหายไปนั่นเอง

จินหลง เมืองหลวงแคว้นเทียนเฉา

เสียงฟ้าร้องคำรามพร้อมกับแสงฟ้าแลบ ทำให้ยามค่ำคืนน่าหวาดกลัว เสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อย ยิ่งทำให้บรรยากาศเงียบงันดูวังเวงและน่าหวาดหวั่น

นางกำนัล ขันที รวมไปถึงหมอหลวงกำลังวิ่งวุ่นวาย กลิ่นอายของความตายครอบคลุมไปทั่วทั้งวังหลวง ส่งผลให้ตำหนักซู่เฟินแลดูเต็มไปด้วยความชั่วร้าย แม้บัดนี้บรรยากาศสมควรเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล เนื่องจากเจ้าของตำหนักกำลังมีพระประสูติการ

ลำแสงสีแดงฟาดลงมายังเหนือตำหนักซ้ำๆ เพลิงไหม้เผาผลาญ เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งเสียงร้องโหยหวนทรมาน ทำให้ขันทีและเหล่านางกำนัลได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ตำหนักซู่เฟินถูกฟ้าผ่า ส่งผลให้หลายชีวิตถูกสังเวย รวมไปถึงเจ้าของตำหนักอย่างหลินกุ้ยเฟย ผู้ซึ่งเพิ่งจะมีประสูติการ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปิดตำหนัก และห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องราวในคืนนั้น

ไม่นานเหตุการณ์อันน่าหวาดหวั่นก็ถูกลืมเลือน ทว่าที่ถูกลืมเลือนกลับไม่ได้มีเพียงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะองค์ชายน้อยซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตเองก็ถูกลืมเลือนไปด้วยเช่นกัน

สามปีต่อมาท่ามกลางคิมหันตฤดูอันอบอุ่น คฤหาสน์หลังงามของตระกูลอันก็มีข่าวดี อันฮูหยินได้ให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อยๆ ที่มีผิวกายเนียนละเอียดราวกลีบบุปผา

บิดาและมารดาของเด็กน้อยให้ชื่อนางว่า อันซุ่ยเหลียน

กาลเวลาหมุนผ่านไปอีกสิบสี่ปี จากทารกน้อยตัวอวบอ้วน บัดนี้อันซุ่ยเหลียนกลับกลายมาเป็นเด็กสาวซึ่งกำลังจะผ่านเข้าสู่วัยปักปิ่น กระนั้นเรื่องยินดีของนางยังคงต้องรอปีหน้า เนื่องจากในวันนี้เป็นวันมงคลของญาติผู้พี่ของนาง

หน้าคฤหาสน์ตระกูลอันในยามนี้ เสียงประทัดที่เพิ่งถูกจุดดังสนั่น บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ทำให้ผู้คนรายรอบยิ้มแย้มด้วยความเบิกบาน

[1] บัวผัน

[2] ดอกพลับพลึงแดง สัญลักษณ์ของความตายและการพลัดพราก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.2 จบ

    ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.1

    หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.6

    ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.5

    “แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.4

    ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.3

    มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 11.4

    หากแต่...ไร้ซึ่งสิ่งตอบสนอง“ซุ่ยเหลียน คิดไปจากข้า ข้าขอบอกว่าไม่ง่าย เจ้าแบกรับชีวิตผู้อื่นเอาไว้จำได้หรือไม่ หากเจ้ากล้าขลาดเขลาเอาแต่หดศีรษะอยู่ในผลึกแก้ว ข้าจะกลับไปยังโลกมนุษย์ สังหารพวกมันให้สิ้น”ดวงตาดุดันหรี่ลงเล็กน้อย เขาจดจ้องกลีบบอบบางไม่วางตา กระทั่งเลือดหยดนั้นค่อยๆ ถูกดูดเข้าไปในกลี

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 9.6

    มือเล็กยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาช้าๆ เขาจุมพิตลงไปยังกลางฝ่ามือ จากนั้นจึงก้มลงจุมพิตริมฝีปากแดงเรื่อ แก่นกายร้อนรุ่มยังคงขยับรุนแรงทำให้กายสาวสะท้านไหวภาพหนึ่งในนิมิตทำให้เขาไม่อาจหยุด มือใหญ่สอดเข้าไปรั้งหญิงสาวขึ้น กระทั่งจัดท่าให้นางนั่งคร่อมลงไปครอบครองบนความต้องการของเขาที่ยังคงร้อนรุ่ม“อ๊

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 9.3

    สิ้นเสียงนั้นอันซุ่ยเหลียนพลันหลับตาลง ก่อนหมุนกายเดินกลับเข้าที่พัก ซึ่งครานี้ไม่ใช่กระโจมเช่นเคย ที่นี่คือคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่ติดกับกำแพงเมืองใต้คฤหาสน์หลังนี้มีทางลับซึ่งลอดเข้าไปใต้กำแพงเมือง อีกทั้งยังทอดยาวเข้าไปยังทะเลสาบในอุทยานหลวง ทะเลสาบที่ครั้งหนึ่งนางกับฟางชิงเหลียนเคยยืนพูดคุยสนทนาอั

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.4

    จะว่าไปแล้วระหว่างเกาอู่เยี่ยและจอมมารแห่งซีเปียน ทั้งสองนอกจากใบหน้าแล้ว อย่างอื่นพวกเขาไม่มีสิ่งใดที่เหมือนกันเลยจอมมารแห่งซีเปียนนั้นทั้งเจ้าเล่ห์โหดเหี้ยม ดูอย่างไรนางก็มองไม่เห็นว่าเขาจะมีความจริงใจ หากแต่ให้มองหาความกลิ้งกลอกนั้น ดวงตาของเขากลับแสดงออกมาชัดเจนผิดกับเกาอู่เยี่ย ไม่ว่าเขาจะแข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status