Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2025-12-29 11:24:32

ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของเฉินเซวีย มือใหญ่ของเขากำแน่น บทสนทนานั้นกล่าวตามจริงไม่สมควรมีใครได้ยิน เนื่องจากในเรือนชั่วคราวที่จัดเป็นที่พักนั้นไม่มีใครสนใจผู้ใดทั้งสิ้น แต่เป็นเพราะชายหนุ่มกำลังลอบพิจารณาฐานะของคนอีกกลุ่ม ดังนั้นเขาจึงได้ยินแทบทั้งหมด

ในใจของเฉินเซวียเริ่มครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด ตอนจากเมืองหลวงไปนั้นองค์จักรพรรดิรับสั่งให้จับราชบัณฑิตกว่าห้าร้อยคนไปฝังทั้งเป็น

องค์ชายฝูซูรัชทายาทแคว้นฉินทรงทูลทัดทาน แต่องค์จักรพรรดิไม่ทรงรับฟังกลับส่งองค์ชายฝูซูไปรักษาด่านชายแดน และโทษนั้นก็เท่ากับเนรเทศโดยพฤตินัย

ยามนี้องค์จักรพรรดิสิ้นพระชนม์ลง ในระหว่างที่ออกตามหายาอายุวัฒนะในแดนทุรกันดาร องค์รัชทายาทหรือก็ทรงถูกเนรเทศ องค์ชายอีกพระองค์ไม่มีตำแหน่งในราชสำนัก ทั้งยังไม่ได้รับความสำคัญ ที่เหลืออยู่และมีความเป็นไปได้ขณะนี้มีเพียงองค์ชายหู่ไห่เท่านั้น

แต่...มิใช่ว่าทรงตามเสด็จจักรพรรดิไปยังเมืองซาปิง พร้อมด้วยขุนนางสำคัญหรอกหรือ

หลังจากชั่งน้ำหนักในใจของตัวเองเฉินเซวียก็ตัดสินใจลุกขึ้น ร่างสูงในชุดสีขาวก้าวเข้าไปยังจุดที่มีคนเจ็บนอนอยู่

“พวกท่านมีคนเจ็บ อาการของเขาเหมือนคนที่ได้รับพิษ ข้าบังเอิญมีสมุนไพรระงับพิษ ก่อนจะหาหมอมาตรวจอาการก็ให้เขากินยานี้เถิด”

องครักษ์มีท่าทีหวาดระแวง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เฉินเซวียประหลาดใจ เขาเพียงยิ้มบางๆ จากนั้นก็มองไปยังคนที่นอนไม่ได้สติ

“ริมฝีปากของเขาเขียวคล้ำเห็นชัดว่าถูกพิษ ที่นี่ห่างไกลจากสถานที่อื่น พวกท่านไม่มีทางหาหมอมาตรวจอาการเขาได้ในช่วงสี่ชั่วยามนี้” กล่าวจบก็ยื่นขวดยาออกไป “รับไว้เถิด ข้าอยู่มุมนั้นหากท่านไม่วางใจ”

ความหมายคือหากคนเจ็บเป็นอะไรไปหลังจากกินยานี้เข้าไป เขาย่อมไม่หนีไปไหน

“ยานี่” เขาดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าองครักษ์ เมื่อสูดกลิ่นยาในขวดจึงหันมาเลิกคิ้วมองเฉินเซวีย “ท่านเป็นหมอหรือ”

“ไม่ผิด”

“นายท่านของข้าถูกพิษจริงๆ ยานี้...”

“เพียงช่วยระงับพิษชั่วคราวเท่านั้น อย่างไรก็ต้องตรวจอาการให้ละเอียด หากช้าก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าจะสามารถช่วยได้”

เดิมพันครั้งนี้เขาถึงกับใช้ชีวิตตัวเองเข้าแลก แม้รู้ว่าตัวเองโง่งม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังก้าวเข้าไปในกองไฟราวกับแมลงเม่าที่ไม่กลัวตาย

ภายหน้าเขาอาจมีพันธมิตรซึ่งทำให้สิ่งที่เขากำลังจะไปเผชิญในเมืองเสียนหยางง่ายขึ้น หรือหากโชคร้ายอาจทำให้ยากยิ่งกว่า

...ใครเล่าจะสามารถคาดเดา

หลังจากหยั่งเชิงกันครู่หนึ่งบุรุษตรงหน้าก็ก้าวเข้ามา เฉินเซวียสบตากับอีกฝ่ายด้วยดวงตาเรียบเฉย “ข้าเป็นหมอ ไม่อาจเห็นคนเจ็บแล้วไม่ช่วย แต่หากท่านไม่อยากให้ข้าตรวจอาการคนเจ็บ ข้าเองย่อมไม่ยื่นจมูกเข้าไปในกิจของผู้อื่น”

แม้จะกล่าวเช่นนั้น หากแต่ในดวงตาเขากลับสาดประกายความเยือกเย็น

ใช่...เขาเป็นหมอ หากแต่เขาไม่เพียงแต่ช่วยคนได้เท่านั้น เพราะความสูญเสียในวันวาน ตอนนี้หล่อหลอมให้เขาฆ่าคนได้เช่นกัน...

เฉินเซวียหันหลังตั้งใจจะเดินกลับไปแต่กลับถูกคนของอีกฝ่ายเข้ามาขวางด้านหน้า

“ช้าก่อน!!”

สถานการณ์ในเรือนพักชั่วคราวเริ่มตึงเครียด คนของเฉินเซวียเองก็รับรู้ว่าผู้ที่ตนต้องคุ้มกันกำลังเกิดปัญหา ทั้งสองคนยืนขึ้นต่างกุมกระบี่ในมือแน่น หันหน้าเข้ามาเผชิญหน้ากันและกัน

“รบกวนท่านหมอแล้ว”

แม้ใบหน้ายังคงลำบากใจ แต่หัวหน้าองครักษ์ผู้นั้นดูเหมือนไม่มีทางเลือก เขาได้แต่ผายมือให้เฉินเซวียอย่างเสียมิได้ จากนั้นจึงเดินเข้าไปคุมเชิง โดยไม่ให้มีอะไรคลาดสายตา เนื่องจากคงเกรงว่าชายหนุ่มจะลอบสังหารผู้เป็นนาย

เฉินเซวียหันไปมองเสี่ยวลู่จื่อ จากนั้นไม่นานซองเข็มและล่วมยาก็ถูกส่งต่อมา เขานั่งลงข้างคนเจ็บจากนั้นก็เริ่มจับชีพจร เปิดเปลือกตา ตามมาด้วยคิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นเพราะกลิ่นเลือดเข้มข้น

ตอนแรกที่กลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาเขานึกว่าองครักษ์เหล่านั้นต่างหากที่บาดเจ็บ แต่ตอนนี้เห็นชัดว่าไม่ใช่

“กลิ่นเลือด” ชายหนุ่มหันไปมองหัวหน้าองครักษ์

อีกฝ่ายพยักหน้า “นายท่านถูกลอบสังหาร ได้รับบาดเจ็บที่แขนข้างขวา” ไม่พูดเปล่าอีกฝ่ายดึงสาบเสื้อตัวนอก เผยให้เห็นว่าภายใต้แขนเสื้อตัวหลวมนั้นมีผ้าพันแผลที่มีเลือดซึมออกมา

เฉินเซวียไม่ได้กล่าวอะไรเมื่อเห็นแผลของคนเจ็บ เขาตรวจดูอาการโดยละเอียด ทั้งยังช่วยทำแผลพร้อมกับใส่ยาสมานแผลให้ใหม่อีกครั้ง ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ[1]ทุกอย่างจึงเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็มหรือการพันแผล

“มิทราบว่าพิษในร่างกายของข้านั้น ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าเป็นพิษชนิดใด”

เฉินเซวียไม่ตอบแต่กลับถามคำถามอีกฝ่ายขึ้น “อาวุธลับที่ซัดมา ท่านเก็บไว้ใช่หรือไม่ ในเมื่อมองจากบาดแผลแล้ว อาวุธน่าจะถูกดึงออกหลังจากที่ฝังลงไปบนผิว”

อีกฝ่ายมีท่าทีประหลาดใจแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเฉินเซวียเป็นหมอ ดังนั้นจึงน่าจะคาดเดาได้หลังจากที่เห็นบาดแผลของผู้เป็นนาย

“นำออกมา” เขาพยักหน้าให้คนของตนจากนั้นจึงหันมาสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า

อาวุธลับมีลักษณะเหมือนมีดบินใบเล็กเรียว เฉินเซวียใช้ผ้าเช็ดหน้ารับมาถือเอาไว้ จากนั้นก็หรี่ดวงตาพร้อมกับนำมาชิดจมูก

กลิ่นคุ้นเคยกระสาเข้าจมูกก่อนที่ดวงตาจะวาบขึ้นด้วยความกระจ่าง เขาจ้องมองปลายแหลมคมของมีดสั้นจากนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เป็นพิษที่เคลือบอยู่บนอาวุธลับจริงหรือไม่”

เงียบอยู่ครู่หนึ่งหลังจากได้ยินคำถาม เฉินเซวียส่ายหน้าก่อนตอบออกมาด้วยประโยคที่ทำให้ผู้คนมึนงง

“ทั้งใช่และไม่ใช่”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร” อีกฝ่ายถามเขาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เห็นชัดว่าเพราะความร้อนใจความอดทนจึงใกล้จะหมดลงแล้ว

[1] เค่อ คือหน่วยนับเวลาของจีนโบราณโดยใช้กาน้ำรั่วนับ ในวันจะมีหนึ่งร้อยเค่อ ดังนั้นหนึ่งเค่อจะกินเวลาประมาณเกือบสิบห้านาที

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 82 จบ

    มือสองข้างสอดเข้ากอบกุมสะโพกผาย จากนั้นร่างสูงก็เดินตรงไปยังเตียงนอน ทุกย่างก้าวเขาไม่ยอมปล่อยเวลาให้สูญเปล่า กลับกดสะโพกนิ่มบดเบียดและกระทั้นแก่นกายเป็นจังหวะรับกับก้าวเดินยิ่งนางส่งเสียงครวญเขาก็ยิ่งฮึกเหิม เมื่อไปถึงหน้าเตียงเขาไม่ได้วางร่างงามลงแต่กลับปีนขึ้นไปนั่ง โดยให้นางนั่งคร่อมลงไปยังแก่นกายผงาดกล้าร่างงามสะท้านพร้อมกับสูดลมหายใจ จุดประสานอันล้ำลึก ทำให้นางถึงกับส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างหวามไหว ได้ยินเสียงของนาง ความอดทนอดกลั้นก็ปลิวหาย เฉินเซวียค่อยๆ เอนกายลงนอนราบ จากนั้นสบตากับนางอย่างรอคอยซูซีหลานวางมือลงไปยังอกกว้าง สองขาแยกออกเพื่อให้นางสามารถทรงตัวได้ในยามควบขับ ดวงตาสานสบนิ่งในยามที่นางเริ่มขยับบนเรือนกายแกร่งภาพตรงหน้าอันแสนงดงาม ทำให้เฉินเซวียยอมตายเพียงแค่ให้นางได้ขับเคลื่อนเขาเช่นนี้ ร่างงามเริ่มขยับไหวทำให้อกอิ่มกระเพื่อมเป็นจังหวะ สองมือของเขาอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นกอบกุม ยิ่งในยามที่นางคว้าสองมือของเขาให้บีบเคล้นหนักหน่วงขึ้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นรัวใบหน้างามแหงนหงาย จังหวะควบขับเริ่มหนักหน่วง จุดประสานเกิดเป็นเสียงกระทบกระทั้น เอวสอบยกขึ้นเพื่อรับจังหวะของน

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 81

    สองมือกอบกุมความต้องการของเขาเอาไว้ ส่งผลให้ร่างแกร่งสะท้านเยือก เขาเอนกายลงพิงขอบถังน้ำ ในยามที่ดวงตาคมยังคงสานสบกับนางจุมพิตอ่อนโยนแตะลงไปยังสันกรามที่ขบแน่นของเขา ในยามที่มือน้อยทั้งสองข้างขยับไหวเป็นจังหวะ นางเริ่มจากจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย โดยสังเกตจากสีหน้าของผู้เป็นสามีแม้เขินอายหากแต่นางก็พอใจที่ได้เห็นสีหน้าอันสุขสมของเฉินเซวีย ยิ่งในยามที่เขาหลุดความควบคุม กระทั่งเผลอจุมพิตนางรุนแรงจนเกือบจะเป็นขบกัด ซูซีหลานก็ยิ่งเร่งจังหวะ เสียงครางเล็ดลอดออกมา ในยามที่เขาเลื่อนริมฝีปากลงไปจุมพิตลำคอขาวผ่องของนางร่างแกร่งเกร็งแน่นขณะที่จังหวะรีดเค้นของสองมือเร็วขึ้น เฉินเซวียอ้าปากหอบหายใจ เขาหลับตาลงคว้าสองมือเข้ากับกับขอบถังไม้ บีบแน่นจนข้อซีดขาวเพราะความพลุ่งพล่าน กลางร่างแอ่นขึ้นสูงในยามที่จังหวะปลดปล่อยทะลักทลายเสียงหอบหายใจหนักหน่วงส่งผลให้ซูซีหลานพอใจ นางก้มหน้าลงจุมพิตเขาราวกับอยากปลอบโยน แต่เขากลับรัดร่างนางเข้าสู่อ้อมแขน มือข้างหนึ่งคลึงเคล้นลงไปยังสะโพกผาย จากนั้นส่งตัวตนของเขาที่เพิ่งปลดปล่อยหากแต่ยังคงพร้อมพรักเข้าสู่กายหอมกรุ่นหญิงสาวกายอ่อนยวบ เมื่

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 80

    ค่ำคืนอากาศหนาวเหน็บ ในครัวไฟกลับยังคงมีไฟส่องสว่าง เฉินเซวียก้าวเดินเข้าไปด้านในช้าๆ มองร่างเล็กกำลังเหม่อมองเข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชติช่วง ในนั้นมีตำราและหนังสือหลายเล่มกำลังลุกไหม้“ทำอะไรอยู่หรือ”เขามองเข้าไปในเตาไฟพบว่าหนังสือเหล่านั้นที่กำลังลุกไหม้ เป็นตำรา หรือบันทึกอะไรสักอย่างที่นางเคยเขียนรวบรวมเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นอักษรที่นางเขียน กลับไม่มีผู้ใดอ่านออก ตัวเขาเองก็เช่นกัน“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว เก็บเอาไว้คงไม่ดี”หากเล็ดลอดไปยังยุคปัจจุบันไม่เกิดเรื่องวุ่นวายก็บ้าแล้วหญิงสาวได้แต่คิดในใจแล้วถอนหายใจออกมา “ข้าต้มน้ำเอาไว้แล้ววันนี้อยากสระผม”“เช่นนั้นข้าช่วยเจ้าสระผม”นางยิ้มกว้างทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืน ทั้งสองเดินออกมาจากเรือนครัว โดยไม่หันกลับไปมองเตาไฟที่บัดนี้บันทึกและตำราทั้งหลายถูกไฟไหม้จนสิ้นเส้นผมที่ยาวสลวยของซูซีหลาน ยากต่อการดูแลรักษา นางเคยคิดจะตัดให้สั้นเท่าเดิม แต่เพียงแค่คิดก็ถูกผู้เป็นสามีมองค้อนดังนั้นนางจึงได้แต่ล้มเลิกถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าทุกครั้งที่อยากจะสระผม ผู้เป็นสามีของนางจะปรากฏตัวในห้องอาบน้ำเสมอ นางเพิ่งรู้ ...เขากลัวว่านางจะแอบตัดผมถึง

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 79

    ในช่วงสุดท้ายเฉินเซวียและซูซีหลานไม่ได้ติดตามกองทัพบุกเข้าไปในเสียนหยาง นี่คือข้อตกลงที่เคยทำไว้กับหลิวปัง และเขาก็รักษาคำพูด ดังนั้นทั้งสองจึงย้อนกลับไปยังหนานเฉิง ย้ายสุสานของบิดาและมารดาของเฉินเซวีย กลับมายังหมู่บ้านเฝินหยู โดยฝังทั้งสองเอาไว้บนเขาที่เงียบสงบไร้ผู้คนสัญจรผ่านหลังจากทัพของหลิวปังเดินหน้าเข้าสู่เสียนหยาง ซูซีหลานตัดสินใจไม่สืบข่าวคราวต่ออีก นางไม่อยากรับรู้และไม่อยากใส่ใจอีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งรู้ก็รังแต่จะทำให้หัวใจของนางเป็นทุกข์นางรู้ถึงผลสรุปของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นเฉินเซวียเองก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่อยากให้นางต้องเป็นกังวลนับจากสงครามเริ่มลุกลาม ซูซีหลานไม่ได้ข่าวคราวของเสี่ยวชุนและครอบครัวอีก แม้นางให้สหายชาวยุทธ์ออกสืบหา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไร้วี่แววเมืองเฟิงเป็นแต่เพียงเมืองเล็กๆ หากเป็นในยามอดีตจะมีเพียงร้านสมุนไพรตั้งอยู่เพียงร้านเดียว มาในยามนี้เฉินเซวียและซูซีหลานกำลังขยายแปลงสมุนไพร ทั้งยังเปิดร้านหมอเล็กๆ ขึ้นยามทุกข์เข็ญบ้านเมืองระส่ำระสาย ร้านหมอในหมู่บ้านเฝินหยูกลับสามารถช่วยชีวิตชาวบ้านเอาไว้ได้มาก ครอบครัวเล็กๆ ของท่านหมอเฉินจึงได้รับ

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 78

    เฉินเซวียจ้องมองเงาของซูซีหลานที่พิงไหล่เขา ตั้งแต่ได้พบกันทั้งเขาและนางต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ใช่นางพึ่งเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่บางครั้งความหลักแหลมของนางก็ช่วยเขาเอาไว้นับจากหย่าขาดจากอดีตฮูหยิน เขาเองก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่อีกครั้ง เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่เชื่อในความรักและความผูกพันของคนสองคนอีกแล้ววันนี้เขาไหนเลยจะคาดว่าตนจะโชคดีที่ได้พบสตรีเช่นนาง และเมื่อพบแล้วเขาก็บอกกับตัวเอง เขาจะทำทุกทางไม่ให้เสียนางไป เพราะหากสูญเสียนางไปตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าหัวใจของเขาจะสามารถทานทนเขา...รักซูซีหลาน รักและพึงใจตั้งแต่แรกพบในรัชสมัยจักรพรรดิฉินที่สอง หรือฉินเอ้อซื่อ ทรงเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยม แถมยังอยู่ใต้การชักใยของมหาขันทีจ้าวเกา ทรงใช้เงินทองจำนวนมหาศาล และเกณฑ์แรงงาน ในการก่อสร้างสุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้และพระราชวังอาฝางกง รวมไปถึงยังรีดภาษีจากราษฎร ทำให้ประชาชนก่อกบฏขึ้นในช่วงเวลานั้นมีกบฏอยู่หลายกลุ่มสร้างข้อตกลงกัน หากใครบุกเข้าทางกวนจงของราชวงศ์ฉินได้ก่อนจะได้นั่งบัลลังก์มังกรเวลาเดียวกันนั้นจ้าวเกาได้ส่งขันทีไปลอบสังหารหลี่ซือ พร้อมกับสั่งประหารคนตระกูลหลี่ รวมไปถึงคนที่เกี่ย

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 77

    รุ่งเช้าวันต่อมาซูซีหลานงัวเงียตื่นขึ้น ด้านนอกแสงสว่างสาดส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าสายมากแล้ว ในยามปกตินางจะรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้ามืด ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยนางก็รู้สึกตัวแล้ว หากแต่วันนี้นางกลับตื่นสายโด่งอย่างไม่น่าเชื่อมองดูท่อนแขนข้างหนึ่งที่นางหนุนนอน ส่วนอีกด้านวางโอบลำตัวนางหลวมๆ หญิงสาวยิ้มกว้างออกมา แผ่นอกอบอุ่นเปลือยเปล่าของเขา แนบชิดกับแผ่นหลังของนาง ทำให้นางรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอันมั่นคงหญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวหมุนกลับมามองหน้าเฉินเซวียก่อนจะพบว่าเขานอนหลับสนิทยิ่งนัก แต่ถึงอย่างนั้นในยามที่นางขยับตัว เฉินเซวียกลับยังคงรั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน ถูปลายคางลงยังกลางกระหม่อมนางเบาๆ พึมพำราวกำลังละเมอ“ซีเอ๋อร์...”ซูซีหลานกลั้นหัวเราะ นางเม้มปากเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนชิด วางคางลงกลางอกเขาพร้อมจุมพิตปลายคางที่อยู่ใกล้ริมฝีปากตนอ้อมกอดรัดแน่นเข้าแต่คนตัวโตกว่ากลับยังคงหลับตานิ่ง หญิงสาวกลั้นหัวเราะจนร่างสั่นสะท้าน นางซุกใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง กระทั่งออกแรง...กัด!เฉินเซวียลืมตาพรวดเพราะนางไม่ออมแรงแม้แต่น้อย เห็นเขาสะดุ้งนางจึงส่งเสียงหัวเราะคิก “ในที

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 48

    “แค่ขี้ผึ้งตลับเดียวข้ามีเยอะ ท่านหัวหน้าราชองครักษ์ก็อย่าได้เกรงใจไปเลย” นางกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แม้ทุกคนจะตระหนักถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หากแต่เพราะต้องการไว้หน้าโม่ชาง ดังนั้นจึงแสร้งทำเป็นตามน้ำ“คุณชายเหอ คุณหนูจาง ข้ารับรองว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีกโดยเด็ดขาด” โม่ชางกล่าวเสียงหน

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 45

    โม่เซียงอวี่อยู่ในสวนตามลำพังกับเหอจิ้นกว่าง ทั้งยังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยฉีกขาด ต่อให้เหอจิ้นกว่างกระโดดลงไปในแม่น้ำหวงเหอ ก็คงไม่อาจล้างมลทินให้ตัวเองได้ว่าไม่ได้ทำอะไรกระมังมาถึงตอนนี้ซูซีหลานนับเป็นคนกลาง เนื่องจากนางเป็นแขกตามเทียบเชิญ ทั้งยังเข้ามาเห็นและกล่าวออกมาว่าเห็นกับตาว่าโม่เซียง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 47

    เมื่ออยู่บนรถม้าเฉินเซวียไม่ได้เอ่ยถามซูซีหลาน แต่เขากลับปล่อยให้นางครุ่นคิดเงียบๆ กระทั่งกลับถึงบ้าน ระหว่างช่วยพยุงหญิงสาวลงรถม้าเขาก็สบตากับเว่ยอิงหลิว“พี่ซีเอ๋อร์ท่านกลับมาแล้วหรือ” เสิ่นหนิงลี่ยื่นมือออกไป “ของอร่อยที่ท่านบอกจะเอากลับมาฝากข้าเล่า”ซูซีหลานหัวเราะ “ข้าไม่ลืมแน่นอน อยู่ในรถม้าใ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 42

    “ก็จริง” นางพยักหน้าหากแต่ดวงตายังฉายแววกังวล “แต่ท่านก็ไม่อาจล่วงเกินจ้าวเกาหรือคนของเขา”“ข้าจะระวังให้มาก”ซูซีหลานยืนขึ้น “คืนนี้ข้าจะพยายามรวบรวมสิ่งที่ข้ารู้ออกมาให้มากที่สุด หลังจากนั้นเราสมควรปรึกษากันอย่างจริงจังว่าผู้ใด...”ยังพูดไม่จบข้อมือของหญิงสาวกลับถูกคว้าเอาไว้ นางชะงักก่อนจะมองมือ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status