Partager

บทที่ 1

last update Date de publication: 2025-12-27 14:42:51

เสี่ยวลู่จื่อไหนเลยจะสามารถคาดเดาท่าทีและคำพูดประโยคนั้นของผู้เป็นนายได้ เขาถูกซื้อตัวมาจากตลาดค้าทาส ในใจเพียงคิดจะรับใช้และติดตามนายของตนเท่านั้น เฉินเซวียดีต่อเขาตัวเขาเองก็ซื่อสัตย์ต่ออีกฝ่าย เรื่องที่เหลือไม่ว่าดีหรือร้ายเขาก็พร้อมจะเชื่อฟังคำสั่งทั้งสิ้น

การเดินทางรอนแรมในป่าไม่ได้ง่ายดาย ยิ่งเป็นการเดินทางโดยรถม้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เฉินเซวียมองดูถนนสายหลักซึ่งเงียบจนผิดสังเกต เขาสบตากับผู้คุ้มกันรถม้า อีกฝ่ายเองก็ไสม้าเข้ามาใกล้

“นายท่านเฉิน อีกไม่นานเราจะถึงที่พักแรมที่นั่นเป็นจุดพักม้าและมีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง”

“เราสมควรระวังเรื่องใดหรือไม่”

เห็นอีกฝ่ายเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ทั้งที่ไม่ใช่ชาวยุทธ์ หัวหน้าผู้คุ้มกันก็ยิ้มออกมา “ขอเพียงพบเจอสิ่งใดท่านล้วนไม่แตกตื่น อยู่ให้ใกล้คนของข้าเอาไว้และไม่แยกตัวออกไป เรื่องอื่นล้วนวางใจให้ข้าดูแล”

“เช่นนั้นรบกวนท่านแล้ว” เฉินเซวียยิ้มและพยักหน้าให้อีกฝ่ายจากนั้นจึงปิดม่านลงอีกครั้ง

“หัวหน้า” คนคุ้มกันส่วนหนึ่งรู้สึกสงสัย “เขาเป็นเพียงหมอธรรมดาคนหนึ่งจริงหรือ”

“นายท่านจูบอกว่าเขามีวิชาแพทย์สูงส่ง เขาเคยช่วยชีวิตคนสำคัญในเมืองหนานเฉิงมาแล้วมากมาย ไม่เช่นนั้นอาจารย์คงไม่ส่งเรามาคุ้มกัน”

“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเขาดูเหมือนคุณชายตระกูลสูงศักดิ์จากเมืองหลวงนักเล่า”

“เจ้าเคยเห็นคุณชายตระกูลสูงศักดิ์จากเมืองหลวงหรือ”

คนถามถึงกับลูบศีรษะยิ้มแหย “ไม่เคยขอรับ แต่เขาดูสง่างาม หน้าตาหรือก็หล่อเหลา ได้ยินว่าอายุแค่ยี่สิบเก้า ข้าไม่เคยได้ยินทั้งยังไม่เคยเห็นว่าข้างกายเขามีฮูหยินหรือสาวใช้ต้นห้องคอยปรนนิบัติ ข้ามีน้องสาว...”

“เลิกเหลวไหลไร้สาระเสียที เขาจะเดินทางไปเสียนหยาง น้องสาวของเจ้าอยู่ที่หนานเฉิง คิดจะเป็นพ่อสื่อตอนนี้มิใช่สายไปแล้วหรอกหรือ กลับไปประจำหน้าที่ได้แล้ว”

หัวหน้าผู้คุ้มกันถลึงตาใส่คนของตนอย่างไม่จริงจัง ในใจของเขาเองก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะตนก็มีน้องสาวอยู่คนหนึ่งที่ยังไม่ออกเรือนเช่นกัน

โรงเตี๊ยมซึ่งมีผู้คนเดินทางพลุกพล่าน ทำให้เสี่ยวลู่จื่อขมวดคิ้ว เขาเงยหน้ามองผู้เป็นนายจากนั้นก็หันไปมองท้องฟ้า ตอนนี้ใกล้จะพลบค่ำเมฆฝนดำทะมึนมาแต่ไกล เกรงว่าอีกไม่นานสายฝนต้องเทลงมาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ดูจากจำนวนผู้คนแล้วห้องพักน่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ

“นายท่านเฉินห้องเต็มหมดแล้วขอรับ แต่หลงจู๊ของโรงเตี๊ยมเสนอให้เราเข้าไปพักยังเรือนด้านหลัง อาจจะไม่สะดวกสบายนัก แต่ข้าเห็นว่าฝนใกล้จะตกแล้วเราไม่มีทางเลือก” หัวหน้าผู้คุ้มกันกล่าวด้วยใบหน้ากังวล

“ตามนั้นเถิด ข้าไม่เรื่องมาก”

เฉินเซวียไม่ได้รังเกียจที่จะนอนบนพื้นที่ปูด้วยฟางแห้งๆ เพราะตอนที่เขาหลบเร้นออกจากเมืองหลวงกับมารดานั้น ความลำบากใดเขาก็ล้วนเผชิญมาจนแทบทั้งสิ้น

ภายในเรือนแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งมีกลุ่มคนสองกลุ่มเข้าพักแล้ว อีกส่วนซึ่งจัดเอาไว้ให้เฉินเซวียกว้างขวางกว่าเพราะมีคนมาก บนพื้นมีฟางแห้งๆ ปูเอาไว้แม้จะมีกลิ่นเหม็นอับ หากแต่ก็พอกันฝนกันลมได้

ไม่นานหลังจากเตรียมตัวพักผ่อน สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสียงฟ้าร้องคำรามและแสงแปลบปลาบเล็ดลอดเข้ามาด้านใน เสี่ยวเอ้อเปิดประตูเข้ามา เบื้องหลังยังมีเงาร่างของผู้เยี่ยมยุทธ์อีกสามคนติดตามมาด้วย

เสียงซุบซิบสนทนากันเงียบเสียงลง จากนั้นทั้งหมดก็หันมามองยังทิศทางที่เฉินเซวียนั่งอยู่ อาจเพราะภายในเรือนมีเพียงส่วนที่เขาอยู่เท่านั้นที่ยังพอมีพื้นที่หลงเหลือ ดังนั้นเมื่อมีผู้มาใหม่ก็ต้องเข้ามาขอแบ่งปันในส่วนนี้ไป

“มีอะไรหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามหลังจากพอจะมองสถานการณ์ตรงหน้าออก

“นายท่านเฉิน ยังมีคนกลุ่มหนึ่งไร้ที่พัก พวกเขามีทั้งหมดสิบสองคน เสี่ยวเอ้อมาถามว่าเราจะรังเกียจให้คนกลุ่มนั้นพักด้วยได้หรือไม่” หัวหน้าผู้คุ้มกันของเขากระซิบบอก

ชายหนุ่มกวาดตามองคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้า เสื้อผ้าที่คนเหล่านั้นสวมใส่ล้วนตัดเย็บอย่างประณีต ท่วงท่าหรือก็องอาจขึงขัง

กระบี่ในมือล้วนเป็นแบบเดียวกันและไม่ปรากฏให้เห็นนอกเมืองเสียนหยางบ่อยนัก เขาเพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าคนเหล่านี้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา

กระบี่ในมือคนเหล่านั้น ทำให้ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้น ภาพที่เขากับมารดาเคยถูกเหล่าราชองครักษ์ตามล่า

เขา...ไหนเลยจะไม่รู้ถึงฐานะของคนเหล่านี้

“ที่นี่กว้างขวางเพียงพอ เรามีกันทั้งหมดสิบห้าคนให้แยกมาฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาก็ให้พวกเขาพักเถิด” เฉินเซวียกล่าวจบก็ขยับพื้นที่ให้

บุรุษคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของผู้มาใหม่รับรู้จึงก้าวเข้ามาหาเขา “ขอบคุณท่านมาก คงต้องรบกวนแล้ว” เอ่ยจบก็หมุนกายจากไปนัยว่าคงไปพาคนที่เหลือเข้ามา

ในยามที่คนกลุ่มใหม่เข้ามายังที่พัก เสียงพูดคุยและการเคลื่อนไหว บวกกับกลิ่นบางอย่างที่ปะปนมาในอากาศ ทำให้เฉินเซวียขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

เสี่ยวลู่จื่อเข้ามาสะกิดนายของตน “นายท่านพวกเขามีคนเจ็บขอรับ ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีหมอ”

“พูดให้น้อยชีวิตจึงจะยืนยาว” เฉินเซวียบอกคนของตนเสียงเบา เขาหันไปสบตากับหัวหน้าผู้คุ้มกัน ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ

ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครเช่นนี้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงปัญหาจะดีกว่า ยิ่งในยามที่เดินทางต้องพานพบชาวยุทธ์มากมาย ย่อมเป็นการดีหากหลีกเลี่ยงความบาดหมาง

ภายใต้เสียงฝนสาดซัด เฉินเซวียมองไปยังเงาร่างที่ถูกโอบล้อม คนเจ็บที่หมดสตินั้นถูกประคบประหงมเป็นอย่างดี ใบหน้ากังวลของเหล่าองครักษ์ทำให้ชายหนุ่มครุ่นคิด

เขากำลังจะเดินทางไปยังเมืองหลวง หลังจากกาลเวลาผ่านไปห้าปี แม้แผ่นดินกำลังผลัดเปลี่ยนเพราะข่าวลือเรื่องจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าจักรพรรดิพระองค์ใหม่ จะไม่เป็นดังเช่นฉินฉื่อหวางตี้ที่เอาแต่หมกมุ่นกับยาอายุวัฒนะ

“ที่นี่ไม่มีหมอสักคน”

“อะไรนะ!”

“เช่นนี้เราจะทำเช่นไรดี องค์ชายทรง...

“หุบปากของเจ้าเสีย”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 82 จบ

    มือสองข้างสอดเข้ากอบกุมสะโพกผาย จากนั้นร่างสูงก็เดินตรงไปยังเตียงนอน ทุกย่างก้าวเขาไม่ยอมปล่อยเวลาให้สูญเปล่า กลับกดสะโพกนิ่มบดเบียดและกระทั้นแก่นกายเป็นจังหวะรับกับก้าวเดินยิ่งนางส่งเสียงครวญเขาก็ยิ่งฮึกเหิม เมื่อไปถึงหน้าเตียงเขาไม่ได้วางร่างงามลงแต่กลับปีนขึ้นไปนั่ง โดยให้นางนั่งคร่อมลงไปยังแก่นกายผงาดกล้าร่างงามสะท้านพร้อมกับสูดลมหายใจ จุดประสานอันล้ำลึก ทำให้นางถึงกับส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างหวามไหว ได้ยินเสียงของนาง ความอดทนอดกลั้นก็ปลิวหาย เฉินเซวียค่อยๆ เอนกายลงนอนราบ จากนั้นสบตากับนางอย่างรอคอยซูซีหลานวางมือลงไปยังอกกว้าง สองขาแยกออกเพื่อให้นางสามารถทรงตัวได้ในยามควบขับ ดวงตาสานสบนิ่งในยามที่นางเริ่มขยับบนเรือนกายแกร่งภาพตรงหน้าอันแสนงดงาม ทำให้เฉินเซวียยอมตายเพียงแค่ให้นางได้ขับเคลื่อนเขาเช่นนี้ ร่างงามเริ่มขยับไหวทำให้อกอิ่มกระเพื่อมเป็นจังหวะ สองมือของเขาอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นกอบกุม ยิ่งในยามที่นางคว้าสองมือของเขาให้บีบเคล้นหนักหน่วงขึ้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นรัวใบหน้างามแหงนหงาย จังหวะควบขับเริ่มหนักหน่วง จุดประสานเกิดเป็นเสียงกระทบกระทั้น เอวสอบยกขึ้นเพื่อรับจังหวะของน

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 81

    สองมือกอบกุมความต้องการของเขาเอาไว้ ส่งผลให้ร่างแกร่งสะท้านเยือก เขาเอนกายลงพิงขอบถังน้ำ ในยามที่ดวงตาคมยังคงสานสบกับนางจุมพิตอ่อนโยนแตะลงไปยังสันกรามที่ขบแน่นของเขา ในยามที่มือน้อยทั้งสองข้างขยับไหวเป็นจังหวะ นางเริ่มจากจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย โดยสังเกตจากสีหน้าของผู้เป็นสามีแม้เขินอายหากแต่นางก็พอใจที่ได้เห็นสีหน้าอันสุขสมของเฉินเซวีย ยิ่งในยามที่เขาหลุดความควบคุม กระทั่งเผลอจุมพิตนางรุนแรงจนเกือบจะเป็นขบกัด ซูซีหลานก็ยิ่งเร่งจังหวะ เสียงครางเล็ดลอดออกมา ในยามที่เขาเลื่อนริมฝีปากลงไปจุมพิตลำคอขาวผ่องของนางร่างแกร่งเกร็งแน่นขณะที่จังหวะรีดเค้นของสองมือเร็วขึ้น เฉินเซวียอ้าปากหอบหายใจ เขาหลับตาลงคว้าสองมือเข้ากับกับขอบถังไม้ บีบแน่นจนข้อซีดขาวเพราะความพลุ่งพล่าน กลางร่างแอ่นขึ้นสูงในยามที่จังหวะปลดปล่อยทะลักทลายเสียงหอบหายใจหนักหน่วงส่งผลให้ซูซีหลานพอใจ นางก้มหน้าลงจุมพิตเขาราวกับอยากปลอบโยน แต่เขากลับรัดร่างนางเข้าสู่อ้อมแขน มือข้างหนึ่งคลึงเคล้นลงไปยังสะโพกผาย จากนั้นส่งตัวตนของเขาที่เพิ่งปลดปล่อยหากแต่ยังคงพร้อมพรักเข้าสู่กายหอมกรุ่นหญิงสาวกายอ่อนยวบ เมื่

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 80

    ค่ำคืนอากาศหนาวเหน็บ ในครัวไฟกลับยังคงมีไฟส่องสว่าง เฉินเซวียก้าวเดินเข้าไปด้านในช้าๆ มองร่างเล็กกำลังเหม่อมองเข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชติช่วง ในนั้นมีตำราและหนังสือหลายเล่มกำลังลุกไหม้“ทำอะไรอยู่หรือ”เขามองเข้าไปในเตาไฟพบว่าหนังสือเหล่านั้นที่กำลังลุกไหม้ เป็นตำรา หรือบันทึกอะไรสักอย่างที่นางเคยเขียนรวบรวมเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นอักษรที่นางเขียน กลับไม่มีผู้ใดอ่านออก ตัวเขาเองก็เช่นกัน“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว เก็บเอาไว้คงไม่ดี”หากเล็ดลอดไปยังยุคปัจจุบันไม่เกิดเรื่องวุ่นวายก็บ้าแล้วหญิงสาวได้แต่คิดในใจแล้วถอนหายใจออกมา “ข้าต้มน้ำเอาไว้แล้ววันนี้อยากสระผม”“เช่นนั้นข้าช่วยเจ้าสระผม”นางยิ้มกว้างทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืน ทั้งสองเดินออกมาจากเรือนครัว โดยไม่หันกลับไปมองเตาไฟที่บัดนี้บันทึกและตำราทั้งหลายถูกไฟไหม้จนสิ้นเส้นผมที่ยาวสลวยของซูซีหลาน ยากต่อการดูแลรักษา นางเคยคิดจะตัดให้สั้นเท่าเดิม แต่เพียงแค่คิดก็ถูกผู้เป็นสามีมองค้อนดังนั้นนางจึงได้แต่ล้มเลิกถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าทุกครั้งที่อยากจะสระผม ผู้เป็นสามีของนางจะปรากฏตัวในห้องอาบน้ำเสมอ นางเพิ่งรู้ ...เขากลัวว่านางจะแอบตัดผมถึง

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 79

    ในช่วงสุดท้ายเฉินเซวียและซูซีหลานไม่ได้ติดตามกองทัพบุกเข้าไปในเสียนหยาง นี่คือข้อตกลงที่เคยทำไว้กับหลิวปัง และเขาก็รักษาคำพูด ดังนั้นทั้งสองจึงย้อนกลับไปยังหนานเฉิง ย้ายสุสานของบิดาและมารดาของเฉินเซวีย กลับมายังหมู่บ้านเฝินหยู โดยฝังทั้งสองเอาไว้บนเขาที่เงียบสงบไร้ผู้คนสัญจรผ่านหลังจากทัพของหลิวปังเดินหน้าเข้าสู่เสียนหยาง ซูซีหลานตัดสินใจไม่สืบข่าวคราวต่ออีก นางไม่อยากรับรู้และไม่อยากใส่ใจอีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งรู้ก็รังแต่จะทำให้หัวใจของนางเป็นทุกข์นางรู้ถึงผลสรุปของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นเฉินเซวียเองก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่อยากให้นางต้องเป็นกังวลนับจากสงครามเริ่มลุกลาม ซูซีหลานไม่ได้ข่าวคราวของเสี่ยวชุนและครอบครัวอีก แม้นางให้สหายชาวยุทธ์ออกสืบหา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไร้วี่แววเมืองเฟิงเป็นแต่เพียงเมืองเล็กๆ หากเป็นในยามอดีตจะมีเพียงร้านสมุนไพรตั้งอยู่เพียงร้านเดียว มาในยามนี้เฉินเซวียและซูซีหลานกำลังขยายแปลงสมุนไพร ทั้งยังเปิดร้านหมอเล็กๆ ขึ้นยามทุกข์เข็ญบ้านเมืองระส่ำระสาย ร้านหมอในหมู่บ้านเฝินหยูกลับสามารถช่วยชีวิตชาวบ้านเอาไว้ได้มาก ครอบครัวเล็กๆ ของท่านหมอเฉินจึงได้รับ

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 78

    เฉินเซวียจ้องมองเงาของซูซีหลานที่พิงไหล่เขา ตั้งแต่ได้พบกันทั้งเขาและนางต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ใช่นางพึ่งเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่บางครั้งความหลักแหลมของนางก็ช่วยเขาเอาไว้นับจากหย่าขาดจากอดีตฮูหยิน เขาเองก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่อีกครั้ง เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่เชื่อในความรักและความผูกพันของคนสองคนอีกแล้ววันนี้เขาไหนเลยจะคาดว่าตนจะโชคดีที่ได้พบสตรีเช่นนาง และเมื่อพบแล้วเขาก็บอกกับตัวเอง เขาจะทำทุกทางไม่ให้เสียนางไป เพราะหากสูญเสียนางไปตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าหัวใจของเขาจะสามารถทานทนเขา...รักซูซีหลาน รักและพึงใจตั้งแต่แรกพบในรัชสมัยจักรพรรดิฉินที่สอง หรือฉินเอ้อซื่อ ทรงเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยม แถมยังอยู่ใต้การชักใยของมหาขันทีจ้าวเกา ทรงใช้เงินทองจำนวนมหาศาล และเกณฑ์แรงงาน ในการก่อสร้างสุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้และพระราชวังอาฝางกง รวมไปถึงยังรีดภาษีจากราษฎร ทำให้ประชาชนก่อกบฏขึ้นในช่วงเวลานั้นมีกบฏอยู่หลายกลุ่มสร้างข้อตกลงกัน หากใครบุกเข้าทางกวนจงของราชวงศ์ฉินได้ก่อนจะได้นั่งบัลลังก์มังกรเวลาเดียวกันนั้นจ้าวเกาได้ส่งขันทีไปลอบสังหารหลี่ซือ พร้อมกับสั่งประหารคนตระกูลหลี่ รวมไปถึงคนที่เกี่ย

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 77

    รุ่งเช้าวันต่อมาซูซีหลานงัวเงียตื่นขึ้น ด้านนอกแสงสว่างสาดส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าสายมากแล้ว ในยามปกตินางจะรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้ามืด ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยนางก็รู้สึกตัวแล้ว หากแต่วันนี้นางกลับตื่นสายโด่งอย่างไม่น่าเชื่อมองดูท่อนแขนข้างหนึ่งที่นางหนุนนอน ส่วนอีกด้านวางโอบลำตัวนางหลวมๆ หญิงสาวยิ้มกว้างออกมา แผ่นอกอบอุ่นเปลือยเปล่าของเขา แนบชิดกับแผ่นหลังของนาง ทำให้นางรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอันมั่นคงหญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวหมุนกลับมามองหน้าเฉินเซวียก่อนจะพบว่าเขานอนหลับสนิทยิ่งนัก แต่ถึงอย่างนั้นในยามที่นางขยับตัว เฉินเซวียกลับยังคงรั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน ถูปลายคางลงยังกลางกระหม่อมนางเบาๆ พึมพำราวกำลังละเมอ“ซีเอ๋อร์...”ซูซีหลานกลั้นหัวเราะ นางเม้มปากเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนชิด วางคางลงกลางอกเขาพร้อมจุมพิตปลายคางที่อยู่ใกล้ริมฝีปากตนอ้อมกอดรัดแน่นเข้าแต่คนตัวโตกว่ากลับยังคงหลับตานิ่ง หญิงสาวกลั้นหัวเราะจนร่างสั่นสะท้าน นางซุกใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง กระทั่งออกแรง...กัด!เฉินเซวียลืมตาพรวดเพราะนางไม่ออมแรงแม้แต่น้อย เห็นเขาสะดุ้งนางจึงส่งเสียงหัวเราะคิก “ในที

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 68

    “เอ่อ” เจียงอิ่นฮวาหน้าม้านไปเล็กน้อย นางค่อยๆ ยืนขึ้นแม้แต่น้ำตาที่บีบออกมาก็แห้งเหือดไปทันที หลงเหลือเอาไว้เพียงใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอับอาย“ท่านบอกว่าไม่ได้ตั้งใจประกาศตัวว่าเป็นอดีตฮูหยินของท่านหมอเฉิน แต่เมื่อครู่มิใช่พูดออกมาจนสิ้นหรอกหรือ”“ข้า...” เจียงอิ่นฮวาเม้มปากก้มหน้า “ข้าเพียงอยากข

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 39

    “เสี่ยวลู่จื่อ”“ขอรับนายหญิง”“เจ้านำเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นไปให้นายท่าน อย่าลืมของพี่เกาด้วย ข้าเตรียมเนื้อตุ๋นเอาไว้ให้แล้ว เจ้านำไปที่ร้านให้นายท่านของเจ้ากินเป็นมื้อเที่ยง”“ขอรับนายหญิง”เสี่ยวลู่จื่อรีบออกไปหลังจากตระเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ส่วนอีกทางหนึ่งเว่ยอิงหลิวก็กำลังตรวจนับข้าวของ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 27

    “ที่ร้านมีเรื่องด่วนขอรับ หลงจู๊ให้ข้ารีบมาตามท่านกลับไป”เฉินเซวียมองไปยังโจวฮูหยิน เขาลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเสียดาย “ฮูหยินข้าน้อยคงต้องเสียมารยาทแล้ว” ไม่พูดเปล่าเขากลับเดินอ้อมมาหาซูซีหลานที่เพิ่งจะหยิบตะเกียบนางกะพริบตามองเขา ก่อนมองไปยังอาหารละลานตาเสียของจริง!!!ลอบมองค้อนเฉินเซวียไปคราหนึ่ง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 28

    “ดูเหมือนตอนนี้ท่านจะเป็นที่รู้จักของผู้คนในเสียนหยางแล้ว”เฉินเซวียยิ้ม “เพราะแบบนี้ข้าจึงยิ่งต้องระมัดระวัง เรื่องในวันนี้ไม่ถือสาไม่ได้ ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่คุ้นเคยกับคนที่นี่ การที่โจวฮูหยินพาคนของข้าออกไปโดยไม่บอกกล่าว เรื่องนี้นับว่าเสียมารยาท ก่อนหน้านี้ข้าบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ผู้ใดวุ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status