Share

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2025-12-27 14:42:51

เสี่ยวลู่จื่อไหนเลยจะสามารถคาดเดาท่าทีและคำพูดประโยคนั้นของผู้เป็นนายได้ เขาถูกซื้อตัวมาจากตลาดค้าทาส ในใจเพียงคิดจะรับใช้และติดตามนายของตนเท่านั้น เฉินเซวียดีต่อเขาตัวเขาเองก็ซื่อสัตย์ต่ออีกฝ่าย เรื่องที่เหลือไม่ว่าดีหรือร้ายเขาก็พร้อมจะเชื่อฟังคำสั่งทั้งสิ้น

การเดินทางรอนแรมในป่าไม่ได้ง่ายดาย ยิ่งเป็นการเดินทางโดยรถม้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เฉินเซวียมองดูถนนสายหลักซึ่งเงียบจนผิดสังเกต เขาสบตากับผู้คุ้มกันรถม้า อีกฝ่ายเองก็ไสม้าเข้ามาใกล้

“นายท่านเฉิน อีกไม่นานเราจะถึงที่พักแรมที่นั่นเป็นจุดพักม้าและมีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง”

“เราสมควรระวังเรื่องใดหรือไม่”

เห็นอีกฝ่ายเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ทั้งที่ไม่ใช่ชาวยุทธ์ หัวหน้าผู้คุ้มกันก็ยิ้มออกมา “ขอเพียงพบเจอสิ่งใดท่านล้วนไม่แตกตื่น อยู่ให้ใกล้คนของข้าเอาไว้และไม่แยกตัวออกไป เรื่องอื่นล้วนวางใจให้ข้าดูแล”

“เช่นนั้นรบกวนท่านแล้ว” เฉินเซวียยิ้มและพยักหน้าให้อีกฝ่ายจากนั้นจึงปิดม่านลงอีกครั้ง

“หัวหน้า” คนคุ้มกันส่วนหนึ่งรู้สึกสงสัย “เขาเป็นเพียงหมอธรรมดาคนหนึ่งจริงหรือ”

“นายท่านจูบอกว่าเขามีวิชาแพทย์สูงส่ง เขาเคยช่วยชีวิตคนสำคัญในเมืองหนานเฉิงมาแล้วมากมาย ไม่เช่นนั้นอาจารย์คงไม่ส่งเรามาคุ้มกัน”

“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเขาดูเหมือนคุณชายตระกูลสูงศักดิ์จากเมืองหลวงนักเล่า”

“เจ้าเคยเห็นคุณชายตระกูลสูงศักดิ์จากเมืองหลวงหรือ”

คนถามถึงกับลูบศีรษะยิ้มแหย “ไม่เคยขอรับ แต่เขาดูสง่างาม หน้าตาหรือก็หล่อเหลา ได้ยินว่าอายุแค่ยี่สิบเก้า ข้าไม่เคยได้ยินทั้งยังไม่เคยเห็นว่าข้างกายเขามีฮูหยินหรือสาวใช้ต้นห้องคอยปรนนิบัติ ข้ามีน้องสาว...”

“เลิกเหลวไหลไร้สาระเสียที เขาจะเดินทางไปเสียนหยาง น้องสาวของเจ้าอยู่ที่หนานเฉิง คิดจะเป็นพ่อสื่อตอนนี้มิใช่สายไปแล้วหรอกหรือ กลับไปประจำหน้าที่ได้แล้ว”

หัวหน้าผู้คุ้มกันถลึงตาใส่คนของตนอย่างไม่จริงจัง ในใจของเขาเองก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะตนก็มีน้องสาวอยู่คนหนึ่งที่ยังไม่ออกเรือนเช่นกัน

โรงเตี๊ยมซึ่งมีผู้คนเดินทางพลุกพล่าน ทำให้เสี่ยวลู่จื่อขมวดคิ้ว เขาเงยหน้ามองผู้เป็นนายจากนั้นก็หันไปมองท้องฟ้า ตอนนี้ใกล้จะพลบค่ำเมฆฝนดำทะมึนมาแต่ไกล เกรงว่าอีกไม่นานสายฝนต้องเทลงมาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ดูจากจำนวนผู้คนแล้วห้องพักน่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ

“นายท่านเฉินห้องเต็มหมดแล้วขอรับ แต่หลงจู๊ของโรงเตี๊ยมเสนอให้เราเข้าไปพักยังเรือนด้านหลัง อาจจะไม่สะดวกสบายนัก แต่ข้าเห็นว่าฝนใกล้จะตกแล้วเราไม่มีทางเลือก” หัวหน้าผู้คุ้มกันกล่าวด้วยใบหน้ากังวล

“ตามนั้นเถิด ข้าไม่เรื่องมาก”

เฉินเซวียไม่ได้รังเกียจที่จะนอนบนพื้นที่ปูด้วยฟางแห้งๆ เพราะตอนที่เขาหลบเร้นออกจากเมืองหลวงกับมารดานั้น ความลำบากใดเขาก็ล้วนเผชิญมาจนแทบทั้งสิ้น

ภายในเรือนแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งมีกลุ่มคนสองกลุ่มเข้าพักแล้ว อีกส่วนซึ่งจัดเอาไว้ให้เฉินเซวียกว้างขวางกว่าเพราะมีคนมาก บนพื้นมีฟางแห้งๆ ปูเอาไว้แม้จะมีกลิ่นเหม็นอับ หากแต่ก็พอกันฝนกันลมได้

ไม่นานหลังจากเตรียมตัวพักผ่อน สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสียงฟ้าร้องคำรามและแสงแปลบปลาบเล็ดลอดเข้ามาด้านใน เสี่ยวเอ้อเปิดประตูเข้ามา เบื้องหลังยังมีเงาร่างของผู้เยี่ยมยุทธ์อีกสามคนติดตามมาด้วย

เสียงซุบซิบสนทนากันเงียบเสียงลง จากนั้นทั้งหมดก็หันมามองยังทิศทางที่เฉินเซวียนั่งอยู่ อาจเพราะภายในเรือนมีเพียงส่วนที่เขาอยู่เท่านั้นที่ยังพอมีพื้นที่หลงเหลือ ดังนั้นเมื่อมีผู้มาใหม่ก็ต้องเข้ามาขอแบ่งปันในส่วนนี้ไป

“มีอะไรหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามหลังจากพอจะมองสถานการณ์ตรงหน้าออก

“นายท่านเฉิน ยังมีคนกลุ่มหนึ่งไร้ที่พัก พวกเขามีทั้งหมดสิบสองคน เสี่ยวเอ้อมาถามว่าเราจะรังเกียจให้คนกลุ่มนั้นพักด้วยได้หรือไม่” หัวหน้าผู้คุ้มกันของเขากระซิบบอก

ชายหนุ่มกวาดตามองคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้า เสื้อผ้าที่คนเหล่านั้นสวมใส่ล้วนตัดเย็บอย่างประณีต ท่วงท่าหรือก็องอาจขึงขัง

กระบี่ในมือล้วนเป็นแบบเดียวกันและไม่ปรากฏให้เห็นนอกเมืองเสียนหยางบ่อยนัก เขาเพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าคนเหล่านี้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา

กระบี่ในมือคนเหล่านั้น ทำให้ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้น ภาพที่เขากับมารดาเคยถูกเหล่าราชองครักษ์ตามล่า

เขา...ไหนเลยจะไม่รู้ถึงฐานะของคนเหล่านี้

“ที่นี่กว้างขวางเพียงพอ เรามีกันทั้งหมดสิบห้าคนให้แยกมาฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาก็ให้พวกเขาพักเถิด” เฉินเซวียกล่าวจบก็ขยับพื้นที่ให้

บุรุษคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของผู้มาใหม่รับรู้จึงก้าวเข้ามาหาเขา “ขอบคุณท่านมาก คงต้องรบกวนแล้ว” เอ่ยจบก็หมุนกายจากไปนัยว่าคงไปพาคนที่เหลือเข้ามา

ในยามที่คนกลุ่มใหม่เข้ามายังที่พัก เสียงพูดคุยและการเคลื่อนไหว บวกกับกลิ่นบางอย่างที่ปะปนมาในอากาศ ทำให้เฉินเซวียขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

เสี่ยวลู่จื่อเข้ามาสะกิดนายของตน “นายท่านพวกเขามีคนเจ็บขอรับ ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีหมอ”

“พูดให้น้อยชีวิตจึงจะยืนยาว” เฉินเซวียบอกคนของตนเสียงเบา เขาหันไปสบตากับหัวหน้าผู้คุ้มกัน ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ

ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครเช่นนี้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงปัญหาจะดีกว่า ยิ่งในยามที่เดินทางต้องพานพบชาวยุทธ์มากมาย ย่อมเป็นการดีหากหลีกเลี่ยงความบาดหมาง

ภายใต้เสียงฝนสาดซัด เฉินเซวียมองไปยังเงาร่างที่ถูกโอบล้อม คนเจ็บที่หมดสตินั้นถูกประคบประหงมเป็นอย่างดี ใบหน้ากังวลของเหล่าองครักษ์ทำให้ชายหนุ่มครุ่นคิด

เขากำลังจะเดินทางไปยังเมืองหลวง หลังจากกาลเวลาผ่านไปห้าปี แม้แผ่นดินกำลังผลัดเปลี่ยนเพราะข่าวลือเรื่องจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าจักรพรรดิพระองค์ใหม่ จะไม่เป็นดังเช่นฉินฉื่อหวางตี้ที่เอาแต่หมกมุ่นกับยาอายุวัฒนะ

“ที่นี่ไม่มีหมอสักคน”

“อะไรนะ!”

“เช่นนี้เราจะทำเช่นไรดี องค์ชายทรง...

“หุบปากของเจ้าเสีย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 82 จบ

    มือสองข้างสอดเข้ากอบกุมสะโพกผาย จากนั้นร่างสูงก็เดินตรงไปยังเตียงนอน ทุกย่างก้าวเขาไม่ยอมปล่อยเวลาให้สูญเปล่า กลับกดสะโพกนิ่มบดเบียดและกระทั้นแก่นกายเป็นจังหวะรับกับก้าวเดินยิ่งนางส่งเสียงครวญเขาก็ยิ่งฮึกเหิม เมื่อไปถึงหน้าเตียงเขาไม่ได้วางร่างงามลงแต่กลับปีนขึ้นไปนั่ง โดยให้นางนั่งคร่อมลงไปยังแก่นกายผงาดกล้าร่างงามสะท้านพร้อมกับสูดลมหายใจ จุดประสานอันล้ำลึก ทำให้นางถึงกับส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างหวามไหว ได้ยินเสียงของนาง ความอดทนอดกลั้นก็ปลิวหาย เฉินเซวียค่อยๆ เอนกายลงนอนราบ จากนั้นสบตากับนางอย่างรอคอยซูซีหลานวางมือลงไปยังอกกว้าง สองขาแยกออกเพื่อให้นางสามารถทรงตัวได้ในยามควบขับ ดวงตาสานสบนิ่งในยามที่นางเริ่มขยับบนเรือนกายแกร่งภาพตรงหน้าอันแสนงดงาม ทำให้เฉินเซวียยอมตายเพียงแค่ให้นางได้ขับเคลื่อนเขาเช่นนี้ ร่างงามเริ่มขยับไหวทำให้อกอิ่มกระเพื่อมเป็นจังหวะ สองมือของเขาอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นกอบกุม ยิ่งในยามที่นางคว้าสองมือของเขาให้บีบเคล้นหนักหน่วงขึ้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นรัวใบหน้างามแหงนหงาย จังหวะควบขับเริ่มหนักหน่วง จุดประสานเกิดเป็นเสียงกระทบกระทั้น เอวสอบยกขึ้นเพื่อรับจังหวะของน

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 81

    สองมือกอบกุมความต้องการของเขาเอาไว้ ส่งผลให้ร่างแกร่งสะท้านเยือก เขาเอนกายลงพิงขอบถังน้ำ ในยามที่ดวงตาคมยังคงสานสบกับนางจุมพิตอ่อนโยนแตะลงไปยังสันกรามที่ขบแน่นของเขา ในยามที่มือน้อยทั้งสองข้างขยับไหวเป็นจังหวะ นางเริ่มจากจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย โดยสังเกตจากสีหน้าของผู้เป็นสามีแม้เขินอายหากแต่นางก็พอใจที่ได้เห็นสีหน้าอันสุขสมของเฉินเซวีย ยิ่งในยามที่เขาหลุดความควบคุม กระทั่งเผลอจุมพิตนางรุนแรงจนเกือบจะเป็นขบกัด ซูซีหลานก็ยิ่งเร่งจังหวะ เสียงครางเล็ดลอดออกมา ในยามที่เขาเลื่อนริมฝีปากลงไปจุมพิตลำคอขาวผ่องของนางร่างแกร่งเกร็งแน่นขณะที่จังหวะรีดเค้นของสองมือเร็วขึ้น เฉินเซวียอ้าปากหอบหายใจ เขาหลับตาลงคว้าสองมือเข้ากับกับขอบถังไม้ บีบแน่นจนข้อซีดขาวเพราะความพลุ่งพล่าน กลางร่างแอ่นขึ้นสูงในยามที่จังหวะปลดปล่อยทะลักทลายเสียงหอบหายใจหนักหน่วงส่งผลให้ซูซีหลานพอใจ นางก้มหน้าลงจุมพิตเขาราวกับอยากปลอบโยน แต่เขากลับรัดร่างนางเข้าสู่อ้อมแขน มือข้างหนึ่งคลึงเคล้นลงไปยังสะโพกผาย จากนั้นส่งตัวตนของเขาที่เพิ่งปลดปล่อยหากแต่ยังคงพร้อมพรักเข้าสู่กายหอมกรุ่นหญิงสาวกายอ่อนยวบ เมื่

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 80

    ค่ำคืนอากาศหนาวเหน็บ ในครัวไฟกลับยังคงมีไฟส่องสว่าง เฉินเซวียก้าวเดินเข้าไปด้านในช้าๆ มองร่างเล็กกำลังเหม่อมองเข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชติช่วง ในนั้นมีตำราและหนังสือหลายเล่มกำลังลุกไหม้“ทำอะไรอยู่หรือ”เขามองเข้าไปในเตาไฟพบว่าหนังสือเหล่านั้นที่กำลังลุกไหม้ เป็นตำรา หรือบันทึกอะไรสักอย่างที่นางเคยเขียนรวบรวมเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นอักษรที่นางเขียน กลับไม่มีผู้ใดอ่านออก ตัวเขาเองก็เช่นกัน“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว เก็บเอาไว้คงไม่ดี”หากเล็ดลอดไปยังยุคปัจจุบันไม่เกิดเรื่องวุ่นวายก็บ้าแล้วหญิงสาวได้แต่คิดในใจแล้วถอนหายใจออกมา “ข้าต้มน้ำเอาไว้แล้ววันนี้อยากสระผม”“เช่นนั้นข้าช่วยเจ้าสระผม”นางยิ้มกว้างทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืน ทั้งสองเดินออกมาจากเรือนครัว โดยไม่หันกลับไปมองเตาไฟที่บัดนี้บันทึกและตำราทั้งหลายถูกไฟไหม้จนสิ้นเส้นผมที่ยาวสลวยของซูซีหลาน ยากต่อการดูแลรักษา นางเคยคิดจะตัดให้สั้นเท่าเดิม แต่เพียงแค่คิดก็ถูกผู้เป็นสามีมองค้อนดังนั้นนางจึงได้แต่ล้มเลิกถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าทุกครั้งที่อยากจะสระผม ผู้เป็นสามีของนางจะปรากฏตัวในห้องอาบน้ำเสมอ นางเพิ่งรู้ ...เขากลัวว่านางจะแอบตัดผมถึง

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 79

    ในช่วงสุดท้ายเฉินเซวียและซูซีหลานไม่ได้ติดตามกองทัพบุกเข้าไปในเสียนหยาง นี่คือข้อตกลงที่เคยทำไว้กับหลิวปัง และเขาก็รักษาคำพูด ดังนั้นทั้งสองจึงย้อนกลับไปยังหนานเฉิง ย้ายสุสานของบิดาและมารดาของเฉินเซวีย กลับมายังหมู่บ้านเฝินหยู โดยฝังทั้งสองเอาไว้บนเขาที่เงียบสงบไร้ผู้คนสัญจรผ่านหลังจากทัพของหลิวปังเดินหน้าเข้าสู่เสียนหยาง ซูซีหลานตัดสินใจไม่สืบข่าวคราวต่ออีก นางไม่อยากรับรู้และไม่อยากใส่ใจอีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งรู้ก็รังแต่จะทำให้หัวใจของนางเป็นทุกข์นางรู้ถึงผลสรุปของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นเฉินเซวียเองก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่อยากให้นางต้องเป็นกังวลนับจากสงครามเริ่มลุกลาม ซูซีหลานไม่ได้ข่าวคราวของเสี่ยวชุนและครอบครัวอีก แม้นางให้สหายชาวยุทธ์ออกสืบหา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไร้วี่แววเมืองเฟิงเป็นแต่เพียงเมืองเล็กๆ หากเป็นในยามอดีตจะมีเพียงร้านสมุนไพรตั้งอยู่เพียงร้านเดียว มาในยามนี้เฉินเซวียและซูซีหลานกำลังขยายแปลงสมุนไพร ทั้งยังเปิดร้านหมอเล็กๆ ขึ้นยามทุกข์เข็ญบ้านเมืองระส่ำระสาย ร้านหมอในหมู่บ้านเฝินหยูกลับสามารถช่วยชีวิตชาวบ้านเอาไว้ได้มาก ครอบครัวเล็กๆ ของท่านหมอเฉินจึงได้รับ

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 78

    เฉินเซวียจ้องมองเงาของซูซีหลานที่พิงไหล่เขา ตั้งแต่ได้พบกันทั้งเขาและนางต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ใช่นางพึ่งเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่บางครั้งความหลักแหลมของนางก็ช่วยเขาเอาไว้นับจากหย่าขาดจากอดีตฮูหยิน เขาเองก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่อีกครั้ง เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่เชื่อในความรักและความผูกพันของคนสองคนอีกแล้ววันนี้เขาไหนเลยจะคาดว่าตนจะโชคดีที่ได้พบสตรีเช่นนาง และเมื่อพบแล้วเขาก็บอกกับตัวเอง เขาจะทำทุกทางไม่ให้เสียนางไป เพราะหากสูญเสียนางไปตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าหัวใจของเขาจะสามารถทานทนเขา...รักซูซีหลาน รักและพึงใจตั้งแต่แรกพบในรัชสมัยจักรพรรดิฉินที่สอง หรือฉินเอ้อซื่อ ทรงเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยม แถมยังอยู่ใต้การชักใยของมหาขันทีจ้าวเกา ทรงใช้เงินทองจำนวนมหาศาล และเกณฑ์แรงงาน ในการก่อสร้างสุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้และพระราชวังอาฝางกง รวมไปถึงยังรีดภาษีจากราษฎร ทำให้ประชาชนก่อกบฏขึ้นในช่วงเวลานั้นมีกบฏอยู่หลายกลุ่มสร้างข้อตกลงกัน หากใครบุกเข้าทางกวนจงของราชวงศ์ฉินได้ก่อนจะได้นั่งบัลลังก์มังกรเวลาเดียวกันนั้นจ้าวเกาได้ส่งขันทีไปลอบสังหารหลี่ซือ พร้อมกับสั่งประหารคนตระกูลหลี่ รวมไปถึงคนที่เกี่ย

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 77

    รุ่งเช้าวันต่อมาซูซีหลานงัวเงียตื่นขึ้น ด้านนอกแสงสว่างสาดส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าสายมากแล้ว ในยามปกตินางจะรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้ามืด ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยนางก็รู้สึกตัวแล้ว หากแต่วันนี้นางกลับตื่นสายโด่งอย่างไม่น่าเชื่อมองดูท่อนแขนข้างหนึ่งที่นางหนุนนอน ส่วนอีกด้านวางโอบลำตัวนางหลวมๆ หญิงสาวยิ้มกว้างออกมา แผ่นอกอบอุ่นเปลือยเปล่าของเขา แนบชิดกับแผ่นหลังของนาง ทำให้นางรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอันมั่นคงหญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวหมุนกลับมามองหน้าเฉินเซวียก่อนจะพบว่าเขานอนหลับสนิทยิ่งนัก แต่ถึงอย่างนั้นในยามที่นางขยับตัว เฉินเซวียกลับยังคงรั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน ถูปลายคางลงยังกลางกระหม่อมนางเบาๆ พึมพำราวกำลังละเมอ“ซีเอ๋อร์...”ซูซีหลานกลั้นหัวเราะ นางเม้มปากเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนชิด วางคางลงกลางอกเขาพร้อมจุมพิตปลายคางที่อยู่ใกล้ริมฝีปากตนอ้อมกอดรัดแน่นเข้าแต่คนตัวโตกว่ากลับยังคงหลับตานิ่ง หญิงสาวกลั้นหัวเราะจนร่างสั่นสะท้าน นางซุกใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง กระทั่งออกแรง...กัด!เฉินเซวียลืมตาพรวดเพราะนางไม่ออมแรงแม้แต่น้อย เห็นเขาสะดุ้งนางจึงส่งเสียงหัวเราะคิก “ในที

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 45

    โม่เซียงอวี่อยู่ในสวนตามลำพังกับเหอจิ้นกว่าง ทั้งยังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยฉีกขาด ต่อให้เหอจิ้นกว่างกระโดดลงไปในแม่น้ำหวงเหอ ก็คงไม่อาจล้างมลทินให้ตัวเองได้ว่าไม่ได้ทำอะไรกระมังมาถึงตอนนี้ซูซีหลานนับเป็นคนกลาง เนื่องจากนางเป็นแขกตามเทียบเชิญ ทั้งยังเข้ามาเห็นและกล่าวออกมาว่าเห็นกับตาว่าโม่เซียง

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-26
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 47

    เมื่ออยู่บนรถม้าเฉินเซวียไม่ได้เอ่ยถามซูซีหลาน แต่เขากลับปล่อยให้นางครุ่นคิดเงียบๆ กระทั่งกลับถึงบ้าน ระหว่างช่วยพยุงหญิงสาวลงรถม้าเขาก็สบตากับเว่ยอิงหลิว“พี่ซีเอ๋อร์ท่านกลับมาแล้วหรือ” เสิ่นหนิงลี่ยื่นมือออกไป “ของอร่อยที่ท่านบอกจะเอากลับมาฝากข้าเล่า”ซูซีหลานหัวเราะ “ข้าไม่ลืมแน่นอน อยู่ในรถม้าใ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-26
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 42

    “ก็จริง” นางพยักหน้าหากแต่ดวงตายังฉายแววกังวล “แต่ท่านก็ไม่อาจล่วงเกินจ้าวเกาหรือคนของเขา”“ข้าจะระวังให้มาก”ซูซีหลานยืนขึ้น “คืนนี้ข้าจะพยายามรวบรวมสิ่งที่ข้ารู้ออกมาให้มากที่สุด หลังจากนั้นเราสมควรปรึกษากันอย่างจริงจังว่าผู้ใด...”ยังพูดไม่จบข้อมือของหญิงสาวกลับถูกคว้าเอาไว้ นางชะงักก่อนจะมองมือ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-25
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 41

    เฉินเซวียถอนหายใจออกมา เขาไม่ชอบความวุ่นวาย ยิ่งไม่ชอบที่มีคนมากมายเข้าๆ ออกในที่พัก หากแต่เขาจะทำอย่างไรได้เล่าจางฮุ่ยเจวียน กวนหรูอี้ รวมไปถึงเหออิ๋งเจิน หญิงสาวทั้งสามเป็นสหายที่มีชาติตระกูลไม่ธรรมดา แม้เขาอยากจะปฏิเสธแต่เกรงว่าพวกนางเองไหนเลยจะยอม“ตอนนี้บอกที่มาของข้าวของมีค่าที่ข้าเพิ่งได้รั

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-25
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status