Mag-log inบทที่ 1 จ้าวซูเม่ย3
สองขาบอบบางเดินหาแหล่งน้ำในป่า สองหูแว่วได้ยินเสียงน้ำก็สับขาเร่งเพื่อให้ถึงโดยไว ภาพน้ำตกขนาดเล็กเบื้องหน้า พาให้ร่างกายที่เหนียวเหนอะหนะรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นเล็กน้อย ซูเม่ยไม่รอช้าถอดชุดรุ่มร่ามหลายชั้นที่ติดกายมาออก และเดินลงแอ่งน้ำทันที นางดำผุดดำว่ายอยู่นานทั้งสระผม ขัดตัว และแช่น้ำคลายความเมื่อยล้า ใจจริงนางอยากได้ทั้งแชมพูทั้งสบู่มาทำความสะอาดร่างกาย ซึ่งไม่รู้ว่าในมิติจะมีหรือไม่คงต้องสำรวจอีกครั้ง
พออาบน้ำจนเสร็จ ซูเม่ยก็เริ่มมองหาอาหารเพราะท้องของนางเริ่มประท้วงหาอาหารเสียแล้ว กิ่งไม้ริมน้ำตก ถูกเหลาด้วยมีดสั้นที่นางแอบแวบเข้ามิติไปหามา กิ่งไม้แหลมที่ถูกเหลาพุ่งจากมือเล็กทิ่มแทงถูกตัวปลาตัวแล้วตัวเล่า
“ 5 ตัวน่าจะพอแล้วย่างกินสักตัวที่เหลือย่างเก็บไว้เป็นเสบียงเดินทาง” เมื่อได้ปลาแล้วซูเม่ยก็ก่อไฟ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับอดีตมือสังหารอย่างนางเลยแม้แต่น้อย
ซูเม่ยเดินเท้าไปตามลำน้ำเพื่ออกจากป่า นางเดินไปราว 2 ชั่วยามป่าทึบไม่เห็นแสงก็เริ่มมีแสงรำไรลอดลงมาซึ่งคาดว่าน่าจะถึงเขตชายป่าแล้ว ซึ่งนางอาจจะเจอชาวบ้านที่ขึ้นมาหาของป่าและจะได้รู้เสียทีว่านางอยู่ส่วนไหนของแคว้นซ่ง
ซอกแซกๆๆๆ
ซูเม่ยเดินมาซักพักก็พบชายผู้หนึ่งกำลังเก็บกับดักสัตว์ จึงเร่งฝีเท้าเข้าไปเพื่อสอบถามและขอความช่วยเหลือทันที ชายวัยกลางคนที่กำลังดีใจที่กับดักของเขามีไก่ป่ามาติดถึง 2 ตัว ไม่ทันเห็นซูเม่ยที่เดินมาจากด้านหลังของเขา แต่เมื่อซูเม่ยใกล้เข้ามาชายผู้นั้นก็รู้สึกถึงบางอย่างเบื้องหลัง จึงตวัดมีดและหันหลังกลับทันที ซูเม่ยที่ระวังตัวอยู่แล้วจึงหลบได้ทันท่วงที
“แม่นาง เป็นอันใดหรือไม่” ชายผู้นั้นเมื่อเห็นว่าเป็นแม่นางน้อยคนหนึ่งก็ตกใจเกรงว่าจะได้รับบาดเจ็บ
“ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ท่านลุง ข้าต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้ส่งเสียงมาก่อน”
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แต่แม่นางป่านี้อันตรายนักเจ้าเร่งออกไปเถิด” ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแม่นางตรงหน้ายังคงเป็นเด็กสาวผู้หนึ่งเท่านั้น ไยผู้ใหญ่ถึงได้ปล่อยเข้ามาในป่าลึกเช่นนี้
“ข้าคงต้องรบกวนท่านลุงแล้วเจ้าค่ะ ตัวข้านั้นหลงป่ามาหลายวันแล้วไม่รู้ว่าตรงนี้อยู่เขตหมู่บ้านใด” ซูเม่ย กล่าวความจริงเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แต่ชายตรงหน้าเมื่อได้ฟังก็ตกใจ ก่อนจะกวาดสายตามองและเห็นสภาพชุดขาดแหว่งเปื้อนด้วยดินโคลนใบหน้าซูบซีดมีบาดแผลประปรายก็ให้สงสารเห็นใจมิน้อยจึงขันอาสาพานางออกจากป่า
ชายผู้นี้ชื่อว่า หวังหย่ง หรือท่านลุงหวัง อาศัยอยู่หมู่บ้านตงซานทำอาชีพหาของป่าขายเลี้ยงครอบครัวให้พอมีพอกินผ่านไปแต่ละวัน นับว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ขยันคนหนึ่ง
เมื่อเดินมาได้สักพักซูเม่ยก็ชวนลุงหวังคุยทันทีเพื่อหาทางกลับไปรับตัวน้องสาวน้องชายของนางออกมาจากครอบครัวนรกนั่นเสียที ไม่รู้ป่านนี้น้องๆของนางจะเป็นเช่นไรบ้าง หากเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเหวินและเจียวเอ๋อ นางไม่ปล่อยพวกมันทั้งตระกูลแน่
“ท่านลุงหวัง พอจะรู้จักหมู่บ้านเจาหนานหรือไม่เจ้าคะ” ซูเม่ยรีบเก็บกลิ่นอายสังหารก่อนจะเอ่ยถามลุงหวังที่เดินนำหน้าคอยถางทางให้นาง
“หมู่บ้านเจาหนาน อยู่ถัดจากหมู่บ้านตงซานไป 3 หมู่บ้าน เดินทางด้วยเกวียนราว 3 ชั่วยาม แต่ถ้าเดินเท้าคงใช้เวลาเป็นวันเลยเชียว แม่นางจ้าวเป็นคนหมู่บ้านเจาหนานหรือ” หวังหย่งที่กำลังเดินนำเด็กสาวเพื่อพานางออกไปจากป่าหันกลับมาตอบคำถามนั้น
“เจ้าค่ะ ท่านลุงหวังพอจะหาเกวียนเช่าให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าพอจะมีตำลึงเงินติดตัวอยู่บ้าง”
“หาได้แน่นอน ในหมู่บ้านมีเกวียนเช่าหลายบ้านเชียว” หวังหย่งพูดอย่างภาคภูมิใจ เนื่องจากหมู่บ้านของเขาเป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างเจริญ ผู้คนอดอยากไม่มี เกวียนจึงมีกันแทบทุกบ้านเลยเชียว
“ข้าต้องรบกวนท่านลุงหวังแล้ว”
“ไม่เป็นไรๆๆ ข้าก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้นั่นแหละ” หวังหย่งโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกจากป่าโดยเร็วเพราะเขาเกรงว่าจะมืดค่ำเสียก่อน
เมื่อออกจากป่าก็เป็นต้นยามเซิน (15.00-17.00) เสียแล้ว หากเดินทางออกจากหมู่บ้านตงซานก็คงมืดค่ำเสียก่อน ท่านลุงหวังจึงพานางไปหาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อแจ้งว่านางหลงทางมาพึ่งพา และจัดหาที่นอนให้นางในคืนนี้
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน4“ท่านพี่......” เสียงอ่อนของทั้งสามสาวดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ไม่ได้ทำให้พี่ชายทั้งสองใจอ่อนได้เลย“กลับไปพวกเจ้าทั้งสามต้องโดนลงโทษ เรื่องนี้พี่คงต้องแจ้งเสด็จแม่โดยตรง” ซื่อจื่อโอวหยางเทียนหยูเอ่ยคาดโทษน้องสาวทั้งสาม“เสร็จศึกคราวนี้ น้องจะไปรับโทษกับเสด็จแม่โดยการไม่แต่งงานตลอดชีวิตเอง” เยว่ซินเอ่ยตอบอย่างองอาจจนได้รับมะเหงกจากพี่ชายใหญ่ ยามหน้าสิ่วหน้าขวานน้องสาวเขายังทำเป็นเล่นอีก“ท่านพี่...น้องแค่อยากช่วย” เยว่ชิงเอ่ยกับพี่ชายเสียงอ่อย“ใช่เพคะ ดูสิเรือนี้ใหญ่มากเสด็จทวดโจวจิ้งห่าวมอบให้ แต่พวกเรามาติดตั้งปืนใหญ่เอง” เยว่ชื่อกล่าวอย่างภาคภูมิใจในผลงานนี้ของทั้งนางและพี่สาวทั้งสองปังงงงงง บึ้มมมมมมเสียงปืนจากเรือกลไฟของศัตรูที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ซื่อจื่อเข้าประชิดตัวน้องสาวก่อ
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน3ชาวบ้านเมืองหยางถูกอพยพออกจากเมืองทั้งหมดอย่างรวดเร็วเมื่อกองทัพหลวงมาถึง จวนตระกูลตวนมู่ที่ยามนี้อยู่ในความดูแลของกัวเหวินชาง และเจียงลู่คงจึงปิดจวนตะกูลตวนมู่ พาคนไปอาศัยในหมู่บ้านเฟยซานและเอ้อซานเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง“ซื่อจื่อพะยะค่ะ ยามนี้พวกมันทอดสมอห่างจากท่าเรือของเมืองหยางราว 6 ลี้ จะทำเช่นไรดีพะยะค่ะ” รองแม่ทัพเตียวลี่จ้ง (หลานชายของอดีตแม่ทัพอุดรเตียวเหลียง)“รอก่อน เมื่อพวกมันหันกระบอกปืนกลไฟใส่เราเมื่อใด ก็ลงมือได้ทันที” ซื่อจื่อกล่าวเสียงเรียบ ยามนี้เขาอยู่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่พัฒนาขึ้นให้ป้องกันกระสุนปืนได้ทุกชนิด“ท่านพี่จะมาเล่นโดยไม่ชวนข้าได้เช่นไร” เสียงราวกับบุรุษขี้เล่นดังขึ้นด้านหลังทำให้ซื่อจื่อหนุ่มหันไปมองน้องชายคนรองที่ยามนี้กำลังนั่งอยู่บนหลังเจ้าเสี๋ยวไป๋อย่างสบาย ซึ่งเจ้าพยัคฆ์หนุ่มยามนี้ตัวโตเต็มวัยจนใหญ่กว
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน2“พะยะค่ะ ท่านอ๋อง” เฟยเทียนหมุนกายจากไป ก่อนจะชำเลืองมองฮูหยินของเขาที่ยังคงรับใช้พระชายาไม่ไปไหนเช่นกัน แม้พระชายาจะมอบจวนให้หรือกิจการให้ ชิงชิงก็ไม่คิดจากจากไปไหน ยังคงรับใช้สตรีที่ฉุดนางออกมาจากกรงขังทาสที่ไร้อิสระ“ลูกจะส่งข่าวให้พี่ชายรองด้วยเพคะ” เยว่ซินพูดจบก็ได้รับการพยักหน้าจากมารดา ก็หมุนกายจากไปทำตามที่พูดทันทียามนี้ท่านชายโอวหยางเทียนหยูขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทนบิดาและมีฐานะเป็นซื่อจื่อที่ต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาในอนาคต ส่วนท่านชายโอวหยางหยู่หลงชอบอิสระในชีวิตจึงก่อตั้งสำนักยุทธ์ขึ้นมาและมีลูกน้องภายใต้การดูแลนับหมื่นคนส่วนท่านหญิงฝาแฝดทั้งสองยามนี้กลายเป็นปรมาจารย์แพทย์โอสถที่อายุน้อยที่สุด และยังคงออกท่องเที่ยวเดินทางไปยังแคว้นต่างๆ แต่คาดว่าอีกไม่กี่เดือนคงกลับมา เพราะใกล้จะถึงวัยปักปิ่นเต็มทีค่ายทหารนอกเมืองหลวง
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน1วังชินอ๋องแคว้นซ่งวังชินอ๋องที่เคยเงียบเหงาเพราะเจ้านายของวังไม่เคยได้พำนักที่วังนัก แต่หลังจากที่ชินอ๋องโอวหยางหนิ่งเฉิงได้แต่งชินหวางเฟยก็ทำให้วังที่เคยเงียบสงบจนน่าขนลุกกลับกลายเป็นมีชีวิตชีวา แต่กลับมีชีวิตชีวาจนเกินไปเสียแล้ว...“ท่านชายหยู่หลงช้าลงหน่อยพะยะค่ะ แฮ่กๆๆ” หยู่หลงที่ยามนี้อยู่บนหลังเจ้าพยัคฆ์ที่เขาเพิ่งตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวไป๋ กระโจนซ้ายทีขวาทีหลีกหนีเหล่าบรรดาขันทีพี่เลี้ยงอย่างสนุกสนาน“ท่านพี่รอซินซินด้วย!!!”โฮกกกกกกกกกก พยัคฆ์อีกตัวถูกตั้งชื่อว่าเสี่ยวเฮยวิ่งกระโจนมาอย่างรวดเร็วพาเจ้านายสาวตัวน้อยข้ามศีรษะของบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลายก่อนที่มันจะวิ่งมุ่งตรงไปทางตำหนักใหญ่“ท่านชาย!!! ท่านหญิง!!!!” พี่เลี้ยงขันทีต่างลอบปาดเหงื่อกับบรรดาเจ้านายน้อยๆ ที่คล้ายจะไม่ได้ยินเสียงพวกเขาแม้แต่น้อยขบวนนางกำนัลขันทีต่างมุ่งไปตำห
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)5มู่หว่านชิงผลักองครักษ์หนุ่มที่ทาบทับตัวนางแต่ร่างสูงกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่ไม่นานนักคนตัวโตก็รู้สึกตัวจึงขยับลุกขึ้น ร่างบางของมู่หว่านชิงจึงผุดลุกขึ้นและเช็ดริมฝีปากของตนเองทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“แม่นางชิงชิงข้าขออภัย มันเป็นอุบัติเหตุ แต่ข้ายินดีรับผิดชอบ” เฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบหนักแน่นเมื่อได้รับโอกาส หากสำเร็จแล้วละก็...เขาจะตอบแทนสหายทั้งสองอย่างดีแน่นอน อันที่จริงแล้วก็สามารถพลิกกายหลบได้แต่เขาจงใจให้เป็นเช่นนั้น...หึหึ“ข...ข้า..ข้าไม่รู้!!!” มู่หว่านชิงที่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับเหตุการณ์เช่นนี้จึงถอยหลังก่อนจะซอยเท้าวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย“พี่ชิงชิง/พี่ชิงชิง” หลานมี่อิงกับหลานมี่อันเรียกพี่สาวที่วิ่งหนีหายไป ก่อนจะโค้งกายคำนับองครักษ์หนุ่มที่หมุนกายตามพี่สาวไปเช่นกันเฟยเทียนที่ตอนแรกยังคงหน้าตายแ
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)4“พี่ลืมไม่ได้หรอก เพราะเรื่องราวเหล่านั้นคือแรงผลักดันที่ทำให้พี่มีวันนี้ วันที่ไม่ต้องเห็นคนที่รักโดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะจะมีพี่คอยเป็นแรงสนับสนุนทั้งพี่หญิงสี่หรือน้องหญิงเจ็ดเองก็ตาม” หนานซูเหวินมองหน้าน้องสาวของเขา จนซูเจียวถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมา ก่อนจะเข้ากอดพี่ชายเบาๆ โดยไม่สนใจขนบธรรมเนียมใดๆ เพราะต่อให้นางเติบโตเพียงใดบุรุษตรงหน้านี้ก็ยังคงเป็นพี่ชายของนางตลอดไป“อันใดกันจะแต่งงานอยู่อีกไม่กี่เดือนแล้ว ยังร้องไห้เป็นเด็กๆอีก” หนานซูเหวินเอ่ยหยอกเย้าน้องสาว ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้น้องน้อยอย่างแผ่วเบา“....” หนานซูเจียวค้อนพี่ชายก่อนจะสูดน้ำมูกเบาๆ“ขี้แยเช่นนี้ หากพี่หลิวเหว่ยส่งเจ้ากลับมา...ขายหน้าแย่”“เขากล้าหรือ!!!!”ไม่กี่เดือนต่อมาท่านหญิงหนานซูเจียวก็เข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้บรรดาพี่สาวคนใดเลย โดยมี







