登入ในวันที่นางสูญเสียดวงตา เขาก็พาสตรีอีกนางมาหยามหน้า ในเมื่อฟ้าไม่ยุติธรรมสวรรค์ไร้เมตตาเช่นนั้นนางจะขอคืนชีวิตด้วยการยอมเขียนหนังสือหย่า พร้อมดื่มสุราพิษจากไปกลายเป็นเถ้าธุลีเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่เขา!
查看更多สองข้างทางของถนนสายหลักในเมืองหลวง เนืองแน่นไปด้วยบรรดาผู้คนที่มายืนรอชมขบวนมงคลแห่แหนอย่างเอิกเกริก เสียงบรรเลงเพลงกระหึ่มดังสะท้านทั้งแยกซ้ายขวา“ขบวนขันหมากยิ่งใหญ่เพียงนี้เชียวหรือ แต่เหตุใดจึงมีถึงสองขบวนเล่า”“เจ้าไม่รู้หรือ นี่เป็นสมรสพระราชทานเชียวนะ”“สมรสพระราชทาน? ข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เหตุใดต้องแยกเป็นสองขบวน”“เจ้านี่ไม่รู้อะไรเอาเสียเลย ขบวนหนึ่งเป็นของใต้เท้าฮั่ว ส่วนอีกขบวนก็เป็นของแม่ทัพจูเชว่อย่างไรเล่า”“หา…พวกเขากำลังจะแต่งฮูหยินคนเดียวกันรึ”ป๊าบ!เสียงฝ่ามือตบศีรษะสหายดังลั่น อีกฝ่ายถึงขั้นลูบหัวตนป้อย ๆ“เจ้าโง่ มีสตรีใดแต่งบุรุษพร้อมกันถึงสองคนได้ ใต้เท้าฮั่วแต่งกับบุตรีท่านเจ้าเมืองตงหยาง ส่วนแม่ทัพจูเชว่แต่งกับบุตรีหนิงโหว ได้ยินมาว่าพวกเขาต่างสร้างผลงานโดดเด่นทั้งคู่ เมื่อหลายเดือนก่อนแม่ทัพจูเชว่ออกทำสงครามจนศัตรูปราชัย ส่วนใต้เท้าฮั่วใช้สติปัญญาช่วยไขคดีร่วมกับหนิงโหวเรื่องค้าเกลือเถื่อน และคดีโรคระบาดเมื่อปีก่อน ฝ่าบาทก็เลยประทานสมรสให้กับพวกเขา งานแต่งครั้งนี้วังหลวงเป็นเถ้าแก่จัดงานทั้งหมดอีกด้วย
หลี่เสวี่ยซินหันไปยังต้นเสียงก็พบเข้ากับบุรุษองอาจนั่งอยู่บนหลังอาชาตัวสูง“ท่านมาได้อย่างไร”“ข้ามารับเจ้า ไปกันเถิด” ชายหนุ่มลดมือของตนลงมาหลี่เสวี่ยซินยิ้มไปจนถึงดวงตา นางวางมือลงบนฝ่ามือกว้าง ลั่วเทียนเฉินดึงเบา ๆ ร่างระหงก็ถลาขึ้นไปนั่งอยู่ด้านหน้าของเขา อ้อมแขนแกร่งกอดเอวคอดไว้แน่น จากนั้นจึงควบม้าทะยานจากไป“เป็นอย่างไรบ้าง”หลี่เสวี่ยซินทิ้งกายพิงอยู่บนอกแกร่ง “เป็นเช่นนี้ดีแล้ว ข้าหวังเพียงท่านพ่อจะปล่อยวางอดีตแล้วก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง”ลั่วเทียนเฉินจุมพิตไรผมอันหอมกรุ่น “แน่นอน ท่านพ่อของเจ้าจะต้องเข้าใจ”หลี่เสวี่ยซินพยักหน้า เปลือกตาบางหลับพริ้มซึมซับความอบอุ่นจากร่างของเขา“ท่านช่วยข้าหนึ่งเรื่องได้หรือไม่”“ต่อให้บุกไฟฝ่าทะเลเพลิงข้าก็ทำให้เจ้าได้ทุกสิ่ง”หลี่เสวี่ยซินขบขัน “ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกเจ้าค่ะ ข้าก็แค่อยากให้ท่านส่งข่าวให้กับคนผู้หนึ่งได้หรือไม่”คิ้วเข้มเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง “เจ้าอยากส่งข่าวไปหาใคร”“โม่หลานซิ่น”ม้าที่กำลังโผทะยานชะงักฝีเท้าลงเดี๋ยวนั้น อ้อมแขนชายหน
หลี่เจิงเวยลังเล เรือนของเขาหลังเล็กคับแคบ หนำซ้ำเขาเองก็เพิ่งพรวนดินเพื่อปลูกพืชผัก ทำให้ทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นสาบ“ที่เรือนของข้าเกรงว่าจะไม่เหมาะ เพราะทั้งแคบและสกปรก หากท่านหญิงมีธุระช่วยรอก่อนได้หรือไม่ แล้วไปคุยกันที่โรงน้ำชา”หลี่เสวี่ยซินส่ายหน้า “ไม่จำเป็น จะแคบหรือสกปรกข้าก็อยู่ได้ ข้างนอกอากาศร้อนแดดแรง ท่านพอจะให้ข้าเข้าไปอาศัยร่มด้านในได้หรือไม่”หลี่เจิงเวยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่เคยต้องรับผู้สูงศักดิ์เช่นนี้มาก่อน ความรู้สึกประหม่าถาโถมเข้ามา ทว่าเมื่อเขาจ้องตาของสตรีรุ่นลูกตรงหน้าก็ยิ่งทำให้จิตใจสับสน แววตาของนางเหมือนบุตรสาวของเขาไม่มีผิด“หากท่านหญิงไม่รังเกียจ เชิญด้านในขอรับ”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”หลี่เสวี่ยซินเดินตรงไปยังโต๊ะไม้ตัวเก่า แม้สภาพโทรมลงไปมากทว่ากลับดูสะอาดทีเดียว ราวกับว่าที่ตรงนี้ถูกเช็ดถูอยู่เสมอ แม้อยู่ท่ามกลางพื้นที่ฝุ่นจับโดยง่ายหญิงสาวหย่อนร่างลงนั่งอย่างคุ้นเคย หลี่เจิงเวยถึงกับตกตะลึงไปพักหนึ่ง เมื่อครู่ดวงตาของเขาราวกับเห็นภาพของบุตรสาวซ้อนทับเข้ามา“ท่านนายกองหลี่นั่งลงเถิด ยืนเช่น
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น หนิงถงไท่วางมือจากม้วนไม้ไผ่ตรงหน้า“ผู้ใด”“ข้าเองเจ้าค่ะท่านพ่อ”“ซินซินเองหรือ เข้ามาสิ”ขาเสลาขยับเดินเข้าไปในห้อง ไม่นานก็มาหยุดลงที่ตรงหน้าอีกฝ่าย“นั่งสิ”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”หลี่เสวี่ยซินวางถาดขนมและน้ำชาลงบนโต๊ะ พลางจัดแจงและยื่นให้กับเขา“ช่วงนี้งานยุ่งมากหรือเจ้าคะ เห็นท่านพ่อออกไปแต่เช้ากลับมาก็ค่ำมืดทุกวัน”หนิงถงไท่ยิ้ม “ก็นิดหน่อย แต่ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ว่าแต่วันนี้เจ้ามาพบพ่อได้มีเรื่องใดหรือ คงมิได้มาส่งขนมรินน้ำชาเพียงอย่างเดียวกระมัง”หลี่เสวี่ยซินยิ้มตอบ “ยังเป็นท่านพ่อที่รู้ใจลูกที่สุด”“เช่นนั้นเจ้าก็ว่าเรื่องของเจ้ามาเถิด”ในเมื่อโอกาสมาถึงหลี่เสวี่ยซินก็ไม่อยากประวิงเวลา “ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าอยากถามท่านเรื่องโรคระบาดเมื่อปีก่อน”คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อย “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”“ก็จากสหายของข้าเจ้าค่ะ ตอนนั้นลูกได้ยินมาว่าท่านพ่อสั่งให้เผาคนติดเชื้อหรือเจ้าคะ”หนิงถงไท่ถอนหายใจ เขาหยิบชาตรงหน้าขึ้นจิบ “เจ้าเชื่อจริงหรือว่า
ณ จวนหนิงโหว“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ได้ข่าวของซินเอ๋อร์หรือไม่” หนิงเข่อเหรินร้อนใจจนนั่งไม่ติดหลังอ่านจดหมายจบหนิงถงไท่พลันถอนหายใจ ทว่าสีหน้ากลับยังคงเจือความตึงเครียดอยู่หลายส่วน “นางปลอดภัยดี”“หากปลอดภัยเหตุใดจึงไม่กลับมาหรือเจ้าคะ ท่านพี่อย่าได้โป้ปดข้า”“เจ้าใจ
กระทั่งผ้าสะอาดแตะลงบนอกแกร่งพร้อมทั้งละเลงเช็ดคราบโลหิตแช่มช้า ลมหายใจของเขาก็เริ่มถี่กระชั้น หลี่เสวี่ยซินพยายามควบคุมสติของตนไม่ให้สั่น ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ภายใต้อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ซินซิน เจ้าโกรธข้ามากเลยหรือ”“…”“เราจะเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้เชียวหรือ”“…”
“ท่านกล้าดีอย่างไรจึงหลอกว่าตนบาดเจ็บสาหัส”“ข้าบาดเจ็บเป็นเรื่องจริง แต่สาหัสหรือไม่แล้วแต่จะพิจารณาไม่ใช่หรือ”หลี่เสวี่ยซินเบือนหน้าหนี “เช่นนั้นข้าจะรักษาให้ท่านตามอาการ แค่ช้ำภายในเล็กน้อยกินยาสองสามวันก็หายดีแล้ว”“เจ้ารู้วิชาแพทย์มากมายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”หลี
หลี่เสวี่ยซินใจเต้นระรัวเพราะไม่ทันตั้งตัวก็ถูกประชิดกายดั่งถูกอสนีเคราะห์ฟาดลงกลางร่าง“ท่านผู้บัญชาการเกิดอะไรขึ้นขอรับ”หลี่เสวี่ยซินดิ้น ริมฝีปากสีกุหลาบอ้าเผยอหมายตะโกนให้คนข้างนอกได้ยิน“ชู่…เจ้าคงไม่อยากให้ใครมาเห็นภาพนี้กระมัง”ถ้อยคำที่กำลังจะร้องตะโกนถูกกลืนล


















評論