เข้าสู่ระบบบทที่ 10 ข่าวคราวที่รอคอย2
“ ข้าว่าท่านเอาเวลาที่จะหาคำพูดมาหักหน้าข้า ไปดูการยักยอกเสบียงของขุนนางใต้บังคับบัญชาของท่านเสียจะดีกว่า” และประโยคสั่นสะเทือนท้องพระโรงก็หลุดออกมาทันที
ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงกวักมือเรียกกงกงข้างกายฮ่องเต้มารับเอกสารที่เตรียมมาถวายแก่ฮ่องเต้ หลี่กงกงที่เห็นดังนั้นก็รีบยกเอกสารดังกล่าวถวายฮ่องเต้ทันที
ฮ่องเต้โอวหยางหนิงหลงที่นั่งมองงิ้วที่พระเชษฐากระโดดลงไปเล่นด้วยอย่างเพลิดเพลิน อันต้องหยุดชะงักเพราะพี่ชายตัวร้ายส่งไม้ต่อมาให้เขาแสดงตอนจบเสียแล้ว
และการประชุมในท้องพระโรงก็จบลงด้วยโทสะของโอรสสวรรค์ ฝ่ายตรวจการพิเศษถูกแต่งตั้งอย่างเร่งด่วนเพื่อสืบสวนคดียักยอกเสบียงแทนกรมยุติธรรมที่คาดว่าจะมีขุนนางในกรมนี้มีส่วนได้เสียไม่มากก็น้อย ส่วนชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเมื่อทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลังก็เสด็จกลับวังชินอ๋องของตนเองทันที
ไม่กี่วันนับจากนั้นขุนนางน้อยใหญ่ต่างได้รับโทษทัณฑ์ ตระกูลเย่ทั้งตระกูลถูกยึดทรัพย์สินและเนรเทศไปใช้แรงงานที่เหมืองทางตะวันออกของแคว้น ส่วนมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายแม้ไม่มีหลักฐานความผิดในการยักยอกท้องพระคลังหลวง แต่ปล่อยให้มีเรื่องเกิดขึ้นภายใต้การดูแลจึงถูกพักงาน 1 ปี ตัดเบี้ยหวัด 3 ปี เก็บตัวอยู่ภายในจวนตลอดคำสั่งการพักงาน
วังชินอ๋อง
ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิง นายเหนือหัวแห่งกองทัพมังกรดำ รั้งตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้น ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและโหดเหี้ยม จึงไม่มีขุนนางคนไหนกล้าส่งบุตรีมาแต่งงานด้วยเพราะเคยมีคนคิดลองดี สุดท้ายก็ต้องหมดสิ้นเกือบทั้งตระกูล
เมื่อไม่นานมานี้ก็เจ้าเมืองเจียงกล้าริอาจจะให้บุตรสาวปีนเตียงชินอ๋อง หวังยัดเยียดให้เป็นพระชายา ก็โดนท่านอ๋องสั่งประหารทั้งพ่อทั้งลูกข้อหาทำร้ายเชื้อพระวงศ์ ตอนนี้ทางเมืองเจียงที่มีเจ้าเมืองคนใหม่จึงวุ่นวายพอควร เพราะเจ้าเมืองคนก่อนทุจริต ยักยอก โกงกินทรัพย์สินหลวง และรับเงินสินบนมากมายเอื้อประโยชน์ให้คนกระทำความผิด
“เรื่องสตรีที่เมืองหยางได้เบาะแสบางส่วนมาแล้วพะยะค่ะ” เฟยหรงที่ได้รับมอบหมายให้ตามสืบเรื่องสตรีที่พบระหว่างพักพิงที่เมืองหยางผู้นั้น รายงานความคืบหน้าแก่เจ้านายหนุ่มที่กำลังเอนกายอ่านตำราอย่างผ่อนคลายหลังจากจัดการปัญหาขุนนางละโมบกลุ่มนั้น
“อืม ว่ามา” โอวหยางหนิงเฉิงขยับกายเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องที่น่าสนใจ
“สตรีผู้นั้นมีนามว่า ตวนมู่ซูเม่ย เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลตวนมู่ และเป็นเจ้าของเสบียงมากมายที่บริจาคให้กับเมืองหยาง” เฟยหรงเปิดบทสนทนาทันที
“หืม.....น่าสนใจจริงๆด้วย” ชินอ๋องหนุ่มที่ตอนแรกนั่งฟังผ่านๆ เริ่มขยับกายตั้งใจฟังมากขึ้น
“แต่ที่น่าแปลก ตระกูลนี้เพิ่งก่อตั้งขึ้นที่เมืองหยางครั้งแรกไม่เคยมีตระกูลตวนมู่ในแคว้นซ่งมาก่อน” เฟยหรงยิ่งสืบมากขึ้นก็ยิ่งมีเรื่องบางอย่างที่น่าสงสัยเกี่ยวกับสตรีนางนี้ เหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบเจอ แต่ก็นึกไม่ออกเสียอย่างนั้น
“ เดิมนางไม่ได้ใช้แซ่นี้สินะ” ชินอ๋องหนุ่มคิดวิเคราะห์ความเป็นไปได้
“พะยะค่ะ คุณหนูผู้นี้เดินทางมาจากเมืองเจียงพร้อมน้องๆ 3 คน ด้วยขบวนเดินทางของสำนักคุ้มภัย แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่า คือไม่มีข้อมูลของพวกนางก่อนการเดินทางเลย เหมือนกับจู่ๆก็โผล่มาที่เมืองเจียงเฉยๆ และที่สำคัญเดิมทีก่อนออกเดินทางนางมีน้องแค่ 2 คนเท่านั้น”
“เมืองเจียง เมืองเจียงอีกแล้วอย่างนั้นหรือ” ชินอ๋องพึมพำเบาๆ
“นอกจากจะโผล่มาที่เมืองเจียงแล้ว บันทึกการเข้าออกเมืองก็ไม่มีบันทึกไว้ หากเป็นคนต่างเมืองย่อมต้องมีหนังสือผ่านทาง เว้นเสียว่า...” เฟยหรงที่รายงานอยู่ จู่ๆก็หยุดลงด้วยท่าทีครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้
“เว้นเสียว่า นางจะเป็นคนเมืองเจียง” ชินอ๋องกล่าวต่อประโยคที่ลูกน้องเว้นไว้เพียงอึดใจ
“แต่เมืองเจียงไม่ค่อยมีตระกูลที่ร่ำรวยขนาดนั้นเลยนะพะยะค่ะ” เฟยหรงตั้งข้อสงสัย
“สืบต่อไป สืบหาสตรีที่ชื่อซูเม่ย แซ่ใดก็ตามหากมีซูเม่ยสักคนที่หายไป อาจจะเป็น...นาง!!!” ชินอ๋องที่ก่อนหน้าทำท่าทีสบายๆ กลับมาเป็นจริงจังอีกครั้ง เมื่อพบบางสิ่งบางอย่างที่เขารู้สึก...ใจเต้นรัวด้วยความสนใจ เหมือนยามเป็นเด็กที่เขาสนใจของเล่นใหม่ๆ ที่เสด็จพ่อประทานให้
“....”
“แต่หากนางเปลี่ยนทั้งชื่อเปลี่ยนทั้งแซ่...ก็สืบหาครอบครัวที่มีลูกหลานหายไป 3 คน ส่วนเด็กอีกคนที่เพิ่มขึ้น นางคงรับในระหว่างทาง ด้วยเหตุอันใดสืบมาอย่างละเอียด”
“กระหม่อมจะรีบสืบให้กระจ่างพะยะค่ะ”
จวนตระกูลตวนมู่ เมืองหยาง
“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ มีคนของสำนักคุ้มภัยมาพบเจ้าค่ะ” มู่หว่านชิงที่เฝ้าอยู่หน้าห้องหนังสือรายงานเจ้านายสาวที่อยู่ด้านในทันที เมื่อได้รับสารจากพ่อบ้านจางที่ฝากบ่าวรับใช้หญิงในจวนมาแจ้งถึงหน้าเรือนเหลียนฮวา
แอดดดดดดดด
ร่างอวบอิ่มที่หน้าท้องนูนเด่นออกมาจนสังเกตเห็นได้ชัดด้วยอายุครรภ์ 7 ดือน เปิดประตูเยื้องย่างออกมาจากห้องทันที ที่ได้ยินว่าใครมารอขอพบตนอยู่ ชิงชิงเมื่อเห็นนายสาวก้าวออกมาก็เข้าประคองข้างกาย เนื่องจากเกรงว่านายสาวที่ท้องขยายใหญ่ขึ้นจะเดินเหินรวดเร็วจนเกิดอุบัติเหตุได้
“ค่อยๆเดินเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่” ชิงชิงกล่าวเตือนคุณหนูของตนทันที
“ข้าแค่ท้องนะชิงชิงยังเดินเองได้ปกติ” ซูเม่ยเมื่อเห็นอาการห่วงเกินเบอร์ของชิงชิงบ่าวข้างกายก็อดค้านไม่ได้
“ไม่ได้เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ ตอนนี้พื้นยังลื่นอยู่มากยังต้องระวังเจ้าค่ะ ” มู่หว่านชิงที่ได้รับกำชับมาจากหลายคนก็ทำตามหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน จนซูเม่ยอดที่จะมองบนและบ่นในใจไม่ได้
‘คนท้องสมัยโลกนู้น ทั้งโยคะ ทั้งคาดิโอ ทำงานจนวินาทีสุดท้ายจนต้องขับรถไปคลอดเองก็ยังมี’
แม้เร่งรีบแต่ด้วยความระมัดระวังของบ่าวข้างกาย กว่าซูเม่ยจะถึงห้องรับแขกของเรือนหลักก็ใช้เวลาเกือบครึ่งเค่อ แต่นางก็ไม่ได้รำคาญการกระทำนี้แต่อย่างใด ออกจะรู้สึกอบอุ่นกับการกระทำที่ห่วงใยและใส่ใจแบบนี้เสียมากกว่า
เมื่อมาถึงห้องรับแขกซูเม่ยก็พบชายวัยกลางคนร่างใหญ่นั่งอยู่ ข้างๆกันก็มีท่านลุงอันฉี ท่านลุงฮุ่ยซิ่ว ท่านลุงฮุ่ยหมิ่น ท่านอาเหวินชาง และท่านอาลู่คง อยู่กันจนครบ รวมถึงพ่อบ้านจางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งทุกคนกำลังคุยกันแต่เป็นการสนทนาเพื่อคั่นเวลา โดยเฉพาะท่านลุงอันฉีและท่านอาทั้งสองที่เคยทำงานกับสำนักคุ้มภัยมาก่อน ย่อมรู้จักคนที่มาครั้งนี้พอสมควร
“ขออภัยที่ต้องให้รอนะเจ้าคะผู้ดูแลเฝิง” ซูเม่ยที่เดินเข้ามาด้วยการประคองของบ่าวข้างกาย โน้มศีรษะขออภัยแขกผู้มาเยือนเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่ของตนเองในฐานะเจ้าบ้าน
“ไม่เป็นไรขอรับคุณหนูใหญ่ตวนมู่ ข้าน้อยมิได้รอนานอันใด”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







