เข้าสู่ระบบบทที่ 13 ข่าวดีหรือข่าวร้าย2
“ท่านลี่หยาง ท่านชื่อลี่หยางหรือไม่” เจียงลู่คงรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อด้วยความหวัง
ชายผู้อยู่ในกรงทาสมองคนที่เอ่ยนามนั้นออกมาด้วยแววตาครุ่นคิดว่าเคยพบเจอชายผู้นี้หรือไม่ แต่ในหัวของเขาไม่เคยมีภาพจำของบุรุษที่แต่งกายด้วยผ้าไหมเนื้อดีผู้นี้เลย เขาได้แต่คิดว่าควรตอบเช่นไรดี
ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในกรงแห่งนี้มักจะก้มหน้าหลบสายตาผู้คนและอยู่ในมุมมืดมาตลอด เพราะไม่อยากถูกขายออกไป หากเขาถูกคนซื้อไปจะต้องแยกจากภรรยาของเขาที่อยู่กรงตรงกันข้ามกันไปตลอดกาล ซึ่งเขาไม่อาจให้เป็นเช่นนั้นได้
“นายหน้า ข้าขอคุยกับคนผู้นั้น” เจียงลู่คงเมื่อเห็นท่าทีเงียบสงบนั่น ก็อยากคุยส่วนตัวกับคนๆนั้นทันที เพราะลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าคนผู้นี้อาจจะเป็นคนที่พวกเขากำลังตามหาหรือรู้จักกับคนที่เขากำลังตามหาอยู่
“ได้ขอรับนายท่าน” นายหน้าเมื่อตอบรับคำขอก็ส่งสัญญาณให้คนดูแลเปิดกรงดังกล่าวทันที เจียงลู่คงมองชายผู้นั้นที่กำลังเดินมาหาเขาด้วยใจเต้นรัว ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ยิ่งมองได้ชัดเจน
“พี่ฮุ่ยซิ่ว ทางนี้ขอรับ” เจียงลู่คงเอ่ยเรียกหูฮุ่ยซิ่วทันทีด้วยความตื่นเต้น
หูฮุ่ยซิ่วหันมาตามเสียงเรียกของเจียงลู่คงและรีบเดินมาทันที เพราะเขายืนอยู่กรงติดกันนั่นเอง คนทั้งหมดที่ได้ยินเสียงเรียกนั้นก็หันมามองก่อนจะเดินเข้ามาสมทบเช่นกัน
ทาสชายในกรงออกมายืนตรงหน้าของหูฮุ่ยซิ่วและเจียงลู่คง ทั้งสามต่างมองหน้ากัน แต่แล้วรอยยิ้มของคนทั้งสองที่ยืนฝั่งเดียวกันก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“คารวะนายท่านลี่หยางขอรับ/คารวะนายท่านลี่หยางขอรับ” หูฮุ่ยซิ่วและเจียงลู่คงค้อมศีรษะคำนับบุรุษที่แต่งกายมอซออย่างพร้อมเพรียงกัน จนทำให้นายหน้าและคนที่อยู่ที่นั่นหันมองด้วยความแปลกใจ รวมทั้งบุรุษที่ถูกคำนับก็สับสนมึนงงไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นหัวหน้าทั้งสองคารวะทาสชายผู้นั้นที่ยืนเบื้องหน้า เหล่าผู้ติดตามก็ปฏิบัติตามเช่นกัน เพราะเห็นความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างทาสชายกับภาพเหมือนนายท่านที่กำลังตามหา
“ข้าน้อยหูฮุ่ยซิ่ว ได้รับคำสั่งจากคุณหนูใหญ่ซูเม่ยให้มารับนายท่านขอรับ”
“ซะ...ซูเม่ย” เสียงแผ่วเบาดังมาจากกรงที่อยู่ตรงข้ามกัน จนทำให้ทุกคนหันไปมองก็พบสตรีผู้หนึ่ง ที่ดูไม่ออกว่าหน้าตาเป็นเช่นไรกันแน่ ด้วยคราบดำที่บดบังบนใบหน้า
“เยว่จวน” ทาสชายเอ่ยเรียกชื่อสตรีที่เป็นภรรยาของเขา ด้วยความอาวรณ์และเสียใจ
‘หากเขาไม่อ่อนแอ ภรรยาของเขาคงไม่ทุกข์ทรมานเช่นนี้ แล้วยังมีลูกๆอีก 3 คน’ เขาคิดอย่างคับแค้นใจในความไม่เอาไหนของตัวเอง
“นายหน้านำสตรีผู้นั้นออกมาด้วย” หูฮุ่ยซิ่วเมื่อได้ยินชื่อสตรีผู้นั้นจากชายที่สงสัยว่าเป็นนายท่านลี่หยางที่ตามหาก็ออกคำสั่งทันทีด้วยความตื่นตระหนกระคนตื่นเต้นดีใจ ที่ความหวังของพวกเขาใกล้จะเป็นจริงเข้าไปทุกที
นายหน้าไม่พูดมาก เมื่อเห็นเงินที่เขาจะได้รับเริ่มเห็นเด่นชัดเข้ามา ออกคำสั่งให้ผู้ดูแลนำตัวทาสออกมาจากกรงอย่างรวดเร็ว
“ท่านพี่” ร่างบางที่อ่อนแรงเดินมาหยุดข้างกายผู้เป็นสามีก่อนจะจับมือใหญ่บีบเบาๆ อย่างเข้าใจกัน น้ำตาของบุรุษไหลออกมาเมื่อเห็นภรรยาเต็มตาอีกครั้ง
“คารวะฮูหยินอู๋เยว่จวนขอรับ” ครานี้ทุกคนต่างเอ่ยขึ้น ก่อนจะค้อมศีรษะลงเล็กน้อย
“เมื่อกี้ท่านเอ่ยถึง... ซูเม่ย นางสบายดีหรือไม่” ลี่หยางเอ่ยขึ้นกับกลุ่มคนตรงหน้าที่กล่าวว่าบุตรสาวของเขาเป็นผู้ส่งมา แม้จะแปลกใจก็ตามที บุตรสาวคนโตของเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ทำไมจึงสามารถส่งคนออกมาตามหาเขาและภรรยาได้
ไม่เฉพาะลี่หยางที่คิดเช่นนั้น อู๋เยว่จวนก็คิดเช่นสามีเหมือนกัน แต่แค่ได้ยินชื่อบุตรสาวนางก็กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่จนปล่อยเสียงสะอื้นให้ออกมาเบาๆ
“สบายดียิ่งขอรับ คุณชายซูเหวินและคุณหนูซูเจียวก็เช่นกัน” เมื่อฟังคำพูดจากหูฮุ่ยซิ่วทั้งสองก็ปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ เพราะสิ่งที่ติดค้างในใจพวกเขามาตลอดก็คือบุตรทั้ง 3 คนที่อยู่ในบ้านตระกูลจ้าว
“นายท่านกับฮูหยินโปรดรอสักครู่”
เจียงลู่คงหันไปกล่าวสองสามคำกับนายหน้า ผู้ดูแลก็เคลื่อนไหวมาปลดโซ่จากทั้งสองทันที เจียงลู่คงจึงปลีกตัวตามนายหน้าไปชำระเงินไถ่ตัวทาส และเนื่องจากที่นี่เป็นค้าทาสแบบผิดกฎหมายจึงไม่มีสัญญาทาสเช่นทาสจากตลาดค้าทาสหลวง
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งหมดก็ออกจากตลาดค้าทาสเถื่อนทันที พลุสัญญาณถูกจุดขึ้นฟ้าเพื่อส่งให้อีกกลุ่มรู้ว่าพวกเขาทำงานสำเร็จแล้ว
ไม่นานนักทั้งหมดก็เดินทางถึงโรงเตี๊ยมที่จองไว้ เมื่อไปถึงก็พบกลุ่มของหูฮุ่ยหมิ่นกับกัวเหวินชางมารออยู่แล้ว กลุ่มคนที่มาถึงก่อนต่างอยู่ในอาการกระวนกระวายใจ เดินไปมาอย่างกับหนูติดจั่น
“มาแล้วๆ ขอรับหัวหน้า” หนึ่งในผู้ติดตามรีบวิ่งมาแจ้ง หลังจากเห็นกลุ่มคนที่พวกเขากำลังรอเดินเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้
แอดดดดดดด เสียงเปิดประตูทำให้ทุกคนที่รอคอยต่างใจเต้นไม่เป็นจังหวะ โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มที่แบกรับความคาดหวังของคุณหนูใหญ่ไว้บนบ่า ไหนจะคุณชายรองและคุณหนูสามที่ต่างรอคอยบิดามารดาอยู่ทุกวันแม้จะไม่พูดออกมาก็ตาม
ชายที่อยู่ในชุดเก่าขาดเปื้อนคราบดำด่างและสตรีที่มีสภาพไม่ต่างกันปรากฏแก่สายตาของทุกคน พวกเขามองเพียงปราดเดียวก็คิดว่าไม่ผิดเป็นแน่
“คารวะนายท่านและฮูหยินขอรับ” ทุกคน
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







