หน้าหลัก / รักโบราณ / ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์ / บทที่ 13  ข่าวดีหรือข่าวร้าย1

แชร์

บทที่ 13  ข่าวดีหรือข่าวร้าย1

ผู้เขียน: Little_Hua เสี่ยวฮวา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 22:00:26

บทที่ 13  ข่าวดีหรือข่าวร้าย1

การเดินทางเข้าเมืองฉางค่อนข้างยากลำบาก  เมืองติดเขตชายแดนมักเข้มงวดกวดขันมากเป็นพิเศษ แต่ก็ยังมีช่องว่างให้พวกคนชั่วได้หาผลประโยชน์ โดยเฉพาะตลาดค้าทาสเถื่อนที่แม้แต่ราชสำนักยังทำเป็นเพิกเฉยจนชาวบ้านเดือดร้อน

หูฮุ่ยหมิ่นที่เดินทางมาถึงเมืองฉาง ก็สืบจนพบตลาดค้าทาสเถื่อนที่กระจายอยู่ในหลายที่ของเมืองฉาง ก็แบ่งกลุ่มเป็นสองกลุ่มออกตามหายังตลาดค้าทาสแต่ละที่  และตลาดค้าทาสเถื่อนไม่เหมือนกับตลาดค้าทาสหลวง  หากต้องการข้อมูลของทาสต้องใช้เวลาและเงินในการค้นหา   

กลุ่มของหูฮุ่ยหมิ่น กับกลุ่มของเจียงลู่คงแบ่งกันสืบหาอยู่หลายวันก็ยังไม่มีที่ใดที่มีข้อมูลของนายท่านและฮูหยินเลย  ซึ่งเหลือตลาดค้าทาสอีกสองที่เท่านั้นที่ยังไม่ค้นหา    และไม่กี่วันถัดมากลุ่มของหูฮุ่ยซิ่วและกัวเหวินชางก็มาสมทบจากเมืองซินเกียง  

“ยังเหลืออีก 2 ที่ ที่ยังไม่ค้นหา  เอาอย่างนี้ฮุ่ยซิ่วเจ้าไปกับน้องลู่คง  ลู่คงคุ้นชินกับที่แถบนี้แล้วให้เขาช่วยนำทางดีที่สุด  ส่วนน้องเหวินชางมากับข้า” หูฮุ่ยซิ่วหันไปพยักหน้ากับเจียงลู่คง  ส่วนกัวเหวินชางก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“จากที่สืบมา  ตลาดค้าทาสเถื่อนที่ตรอกทางทิศตะวันออกค่อนข้างอันตราย พวกมันไม่สนใจว่าจะเป็นใครแค่มีเงินก็พอ  ยิ่งมีมากยิ่งดี” เจียงลู่คง

“ส่วนอีกที่มีขนาดเล็กกว่า แต่การเข้าไปค่อนข้างยุ่งยาก เพราะที่นั่นห้ามพกพาอาวุธเข้าไป” หูฮุ่ยหมิ่น

“งั้นข้ากับน้องลู่คงไปตรอกทิศตะวันออกเอง”  หูฮุ่ยซิ่วขันอาสาก่อน 

“เอาคนไปให้มากหน่อยสัก  15  คน  กลุ่มของข้ากับน้องเหวินชางแค่คนติดตาม 5 คนก็เพียงพอ” หูฮุ่ยหมิ่น

“ขอรับ ข้าก็คิดเช่นเดียวกับพี่ฮุ่ยหมิ่น  ถึงแม้อีกที่จะต้องปลดอาวุธ แต่ยาพิษที่คุณหนูใหญ่ให้มายังแอบพกพาเข้าไปได้  และยิ่งคนน้อยก็ยิ่งได้เปรียบ” กัวเหวินชาง

“ตกลง  หากมีปัญหาเกิดขึ้นก็จุดพลุส่งสัญญาณทันที” หูฮุ่ยซิ่วกล่าวเสียงเข้ม

กลุ่มคนทั้งสองกลุ่มต่างแยกย้ายกันไป  หูฮุ่ยซิ่วผู้นำกลุ่มของกลุ่มใหญ่มุ่งหน้าสู่ตลาดค้าทาสตรอกทิศตะวันออก  ทางเข้าตลาดค้าทาสตรอกนี้มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด  ค่าผ่านทางคนละ 1 ตำลึงทองถูกเรียกเก็บทันทีที่ย่างเท้าไปถึง

“ 20  ตำลึงทอง สำหรับคนทั้งหมด 17 คนของข้า” หูฮุ่ยซิ่วยื่นถุงตำลึงทองให้อย่างไม่ใส่ใจ แสดงถึงความร่ำรวย

“นายท่านเชิญทางนี้ขอรับ”  และเป็นดังคาดชายนายหน้าคนหนึ่งก็ปรี่เข้ามาเชื้อเชิญพวกเขาเข้าไปทันที 

“หากเจ้าบริการดี  ข้าจะจ่ายให้เจ้าอย่างงาม” เจียงลู่คงยื่นเงินให้นายหน้า  1 ตำลึงทองอย่างใจป้ำ  เขายกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นแววตาละโมบของชายตรงหน้า

หูฮุ่ยซิ่วที่มองสังเกตการณ์ก็มุมปากกระตุกอย่างพอใจ  หากเงินซื้อได้ทุกอย่างแค่ให้มากหน่อยก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล

“นายท่านทั้งสองต้องการทาสแบบใด  บอกข้าน้อยมาได้เลยขอรับ”  ชายร่างเล็กผู้เป็นนายหน้าถามความต้องการของพวกเขาทันที ที่เดินเข้ามายังบริเวณกรงใหญ่มากมายที่เต็มไปด้วยทาส

“ข้าต้องการชาย 1 คน หญิง 1 คน ที่รับมาจากกลุ่มโจรเขี้ยวดาบ คนอื่นข้าไม่สนใจ” หูฮุ่ยซิ่วกล่าวเสียงเรียบและจ้องชายร่างเล็กอย่างกดดัน

“อ่า  ถ้าเป็นทาสจากกลุ่มโจร ไม่ว่าจะกลุ่มโจรใดอยู่ทางนี้ขอรับ”  นายหน้าได้ฟังก็เข้าใจทันที ว่าคนกลุ่มนี้มาหาคน  แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมาก  ที่นี่เงินมากเป็นนาย  เงินเท่านั้นที่น่าสนใจ

“....” คนกลุ่มใหญ่เดินตามนายหน้าไปอีกฟากหนึ่งทันที

เมื่อมาถึงสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทุกคนภายในกลุ่มคือ ทาสที่โดนล่ามโซ่แยกชายหญิงคนละฝั่งเรียงรายหลักร้อยกรงด้วยกัน

“นายท่านพอจะทราบช่วงเวลาที่กลุ่มโจรเขี้ยวดาบนำคนมาขายหรือไม่ขอรับ”  นายหน้าค้าทาสถามขึ้นอย่างสุภาพ  ซึ่งขัดกับภาพบรรยากาศของที่นี่เสียเหลือเกิน 

‘ต้องเร่งหานายท่านกับฮูหยินแล้ว  ที่นี่มันแย่เกินไปจริงๆ’ กลุ่มคนจากจวนตระกูลตวนมู่ล้วนคิดไปในทิศทางเดียวกัน คือต้องหาคนให้เจอเท่านั้น

“วสันต์ฤดูปีก่อน กลุ่มคนคุ้มกันสินค้า”  หูฮุ่ยซิ่วตอบสั้นๆ 

“ค่อนข้างนาน  แต่ยังมีบางส่วนไม่ถูกขายออกไปขอรับ  บางทีอาจมีคนที่นายท่านต้องการ” นายหน้าพูดก่อนจะเดินนำไปกรงแถบด้านในสุดที่ทั้งมืดและชื้นมาก

สายตาของทุกคนกวาดมองไปรอบๆ  เพราะพวกเขาได้เห็นรูปภาพเหมือนของนายท่านและฮูหยินที่คุณหนูใหญ่วาดให้มาแล้วทั้งสิ้น

“กรง 10  กรงนี้เป็นกลุ่มทาสที่ถูกขายมาช่วงต้นปีก่อน นายท่านลองตรวจสอบดูว่ามีคนที่ท่านต้องการหรือไม่”  นายหน้าทาสผายมือให้ดูกรงทั้งซ้ายและขวาจำนวน 10 กรง หูฮุ่ยซิ่วส่งสัญญาณมือให้คนของเขาเข้าตรวจสอบทันที

เจียงลู่คงเดินกวาดสายตามองหาตั้งแต่กรงแรกทางฝั่งซ้ายที่เป็นของบุรุษ  แต่ยังไม่พบผู้ใดที่คล้ายนายท่านเลย  เขาเดินไปกรงแล้วกรงเล่า  ทาสในกรงบ้างก็หวาดกลัว  บ้างก็ชะเง้อคอมอง เผื่อจะมีใครสนใจพาออกไปจากกรงแห่งนี้เสียที

จนไปถึงกรงสุดท้ายที่อยู่ด้านในสุดที่มีทาสน้อยคนที่สุด  เจียงลู่คงกวาดสายตามองด้วยความหวัง เขามองทาสคนแล้วคนเล่าแต่ก็ไม่เจอคนที่ค้นหา  จนมองไปที่มุมหนึ่งมีชายผู้หนึ่งที่ก้มหน้าไม่ยอมมองมาทางเขาเลย

“ท่านลี่หยาง...” เสียงเบาๆของเจียงลู่คง ทำให้ไหล่คนผู้นั้นเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย  ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้น  เจียงลู่คงมองคนผู้นั้นอย่างพิจารณา  ชายร่างผอมบางแก้มตอบหนวดเคราปกคลุมใบหน้าครึ่งล่าง ทำให้เขาไม่แน่ใจนัก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status