เข้าสู่ระบบบทที่ 16 พบหน้า3
ทั้งสามคนนั่งที่ชุดโต๊ะเล็กๆมุมหนึ่งของเรือนใหญ่ที่เห็นภาพของสวนใหญ่ภายในจวนอย่างชัดเจน สาวใช้เข้ามาวางน้ำชาและขนมก่อนจะถอยออกไปอย่างรู้ความ ปากเล็กๆของซูเม่ยค่อยๆเอ่ยเล่าเรื่องทุกอย่างตามความจริงตั้งแต่แรกเริ่มที่ได้รับข่าวการหายตัวไปของบิดามารดาจวบจนยามนี้ที่นางมีบุตรถึงสามคนแต่มีชีวิตสุขสบายไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป ยกเว้นเรื่องหลอมรวมวิญญาณที่นางจะเก็บเป็นความลับจนวันตาย
หยกสีดำขนาดเล็กลวดลายแปลกตาถูกวางลงบนโต๊ะเพื่อส่งกลับคืนเจ้าของที่แท้จริง ยืนยันสิ่งที่นางกล่าวมาทั้งหมด รวมทั้งเรื่องที่นางจัดการกับคนตระกูลจ้าว
ลี่หยางมองหน้าบุตรสาวคนโตก่อนจะปล่อยน้ำตาบุรุษให้ไหลลงมา เขากล่าวขออภัยบุตรสาวในใจเป็นร้อยๆครั้งที่ปล่อยให้คนที่เขาคิดมาตลอดว่าเป็นครอบครัวทำร้ายแก้วตาดวงใจของเขา
“ซูเม่ย พ่อขอโทษ พ่อขอโทษ ” เย่วจวนเองก็ไม่ต่างกันนางมองบุตรสาวผ่านม่านน้ำตาด้วยความเสียใจก่อนจะเข้าโอบกอด ทำไมบุตรีของนางต้องมาเจอเรื่องเลวทรามเช่นนี้ หากคนพวกนั้นไม่ตายนางนี่แหละจะกลับไปถลกหนังของพวกมันเอง
“ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านไม่ต้องโทษตัวเอง” ซูเม่ยกุมมือบิดามารดาและลูบเบาๆอย่างปลอบใจ
“....” ทั้งสองยังคงเสียใจ ซูเม่ยได้แต่ปล่อยให้เวลาเยียวยาทุกอย่าง ไม่แน่ว่าเจ้าก้อนแป้งทั้งสามของนางอาจจะรักษาบาดแผลของทั้งสองได้
“ตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่กลายเป็นท่านตาท่านยายแล้ว จะมาร้องไห้เช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ” ซูเม่ยเอ่ยเย้าทั้งสองเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่เศร้าสร้อยนี้
“นั่นสินะ..น้องหญิง เราเป็นท่านตาท่านยายกันแล้ว ต้องช่วยซูเม่ยดูแลเด็กๆ” ลี่หยางกลั้นความเสียใจ กลืนความขมขื่นจากความโง่เขลาของเขา เพื่อให้คนในครอบครัวสบายใจที่สุด ปล่อยเรื่องร้ายๆไว้เบื้องหลัง เขาไม่นึกเสียใจเลยที่บุตรสาวตัดสินใจเอาชีวิตของพวกมัน
“ฮะ..ฮึก เจ้าค่ะ ท่านพี่ เราต้องช่วยลูกดูแลเจ้าก้อนแป้ง หลานๆของเรา” เย่วจวนกลืนก้อนสะอื้น เช็ดน้ำตาก่อนจะสูดลมหายใจ บีบมือบุตรสาวที่น่าสงสารของนาง
“เด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นคงเป็นหลินเฟยสินะ ลูกจะให้พ่อกับแม่รับนางเป็นบุตรบุญธรรมใช่หรือไม่” ลี่หยางเมื่อตั้งสติได้ก็พูดคุยเรื่องของเด็กหญิงที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาคนนั้น
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่” ซูเม่ยตอบรับคำของบิดา และเรียกหยกสีขาวมันแพะขนาดเล็กออกมา ยื่นให้บิดาและมารดาดู
ลี่หยางและเย่วจวน ที่ทราบความสามารถที่แสนจะพิเศษนี้ของบุตรสาวก็อดตกตะลึงไม่ได้ที่มีของโผล่มาจากอากาศ ไหนจะสิ่งวิเศษมากมายที่มีภายในจากการบอกเล่าของบุตรสาวคนโต
‘คงต้องรีบทำใจให้ชินเสียแล้ว’
ทั้งสองสะบัดหัวไล่ความตะลึงพรึงเพริด เบนสายตากลับมามองหยกบนโต๊ะที่ถูกวางลงจากมือของบุตรสาว ก็เห็นความคล้ายคลึงกันกับ....
“นี่มัน!!!” ลี่หยางไม่รอช้ารีบนำหยกสีดำของเขาที่เพิ่งได้รับจากบุตรสาวมาวางคู่กัน
“เหมือนกันมากเลยเจ้าค่ะท่านพี่ ต่างแค่สีเท่านั้น” เย่วจวนที่เห็นความเหมือนกันของหยกทั้งสองชิ้นเอ่ยออกมาทันที
“ลูกก็คิดเช่นนั้น บางที...หลินเฟยอาจจะมาจากที่เดียวกันกับท่านพ่อก็เป็นได้” ซูเม่ยที่ฉุกคิดเรื่องนี้มาหลายครั้ง หลังจากเข้ามิติไปเจอหยกทั้งสองที่วางอยู่ในกล่องเดียวกัน ทำให้นางเห็นความเหมือนของหยกทั้งสองด้วยความบังเอิญ
“แม่ว่า...ใบหน้าของหลินเฟย แอบคล้ายท่านพ่อของลูกอยู่หลายส่วนนะ”
“พี่ก็คิดเช่นน้องหญิงเช่นกัน เห็นคราแรกก็เหมือนจะคุ้นเคยอย่างประหลาด”
“ลูกจะสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ หากโจ่งแจ้งเกินไปเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเจ้าค่ะ”
“คุณหนูใหญ่ไม่ต้องตามสืบหรอกขอรับ” เสียงของบุรุษดังขึ้นก่อนจะปรากฏออกมา
“ท่านลุงอันฉี!!!” ซูเม่ยอุทานชื่อคนที่คุ้นเคยออกมา เมื่อเห็นเขาปรากฏตัวขึ้นในเรือนใหญ่
“ขออภัยที่ได้ยินเรื่องสำคัญของครอบครัวทุกท่านขอรับ” หูอันฉีโน้มกายคารวะอย่างขออภัย เมื่อเห็นว่าเป็นการเสียมารยาทที่แอบฟังเรื่องของผู้อื่น แต่ความสงสัยในใจมันแน่นอยู่ในอกเขาจนร้อนรนแทบทนไม่ไหว
“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ นี่คือ...หูอันฉี หัวหน้าคนงานทั้งหมดของจวนตระกูลตวนมู่ ลูกนับถือเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งและสามารถไว้ใจได้ กว่าจะเป็นจวนตระกูลตวนมู่ทุกวันนี้ล้วนเป็นเพราะท่านลุงอันฉีหลายส่วนเจ้าค่ะ”
“ต้องขอบใจท่านแล้วที่ช่วยเหลือซูเม่ยมาจนถึงทุกวันนี้” ลี่หยางกล่าวอย่างให้ความเคารพชายวัยกลางคนที่ดูจะอายุมากกว่าเขา
“อย่าถือเป็นบุญคุณอันใดเลย ข้าน้อยทำตามหน้าที่ที่สมควรทำแล้ว คุณหนูใหญ่เป็นสตรีที่มีความสามารถจึงพาจวนมาถึงทุกวันนี้ ข้าน้อยเป็นแค่ฟันเฟืองหนึ่งเท่านั้น” หูอันฉีที่เห็นนายท่านและฮูหยินมีท่าทีเกรงอกเกรงใจเขาก็ลำบากใจ หากสิ่งที่เขาคิดสงสัยไว้เป็นความจริง ถือว่านายท่านคือนายเหนือหัวที่สำคัญคนหนึ่งของเขา
“ที่ท่านลุงอันฉีพูดว่าไม่ต้องสืบหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ หรือท่านลุงอันฉีทราบอันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้” ซูเม่ยเมื่อเห็นท่าทีเกรงอกเกรงใจกันไปมาก็เอ่ยเข้าเรื่องทันที
“ข้าน้อยขอดูหยกทั้งสองชิ้นได้หรือไม่ขอรับ” หูอันฉีพูดพลางล้วงในอกเสื้อของเขาหยิบแผ่นป้ายเงินอันหนึ่งออกมา
ทั้งสี่คนมองป้ายหยกและป้ายเงินสลับกัน ก็เห็นความเหมือนของลวดลายบางอย่าง โดยเฉพาะหูอันฉีที่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาที่เอ่อคลออย่างดีใจที่ระยะเวลา 30 ปีของเขาสิ้นสุดลงแล้ว ความรู้สึกผิดในใจกำลังจะถูกชะล้างออกไปเสียที
“กระหม่อมขออภัยที่มาพบท่านชายช้าไปเช่นนี้” หูอันฉีคุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะก้มศีรษะลง
“ทะ..ท่านชาย ท่านชายอันใดกัน ข้างงไปหมดแล้ว” ลี่หยางกล่าวออกมาอย่างสับสน เย่วจวนเองก็ตกตะลึงมองหน้าสามีของตนเช่นกัน ส่วนซูเม่ยที่เริ่มประติดประต่อเรื่องทุกอย่างได้ก็เริ่มเข้าใจความเป็นมา เพราะนางรู้มาตลอดว่าท่านลุงอันฉีมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ไม่คิดว่าจะมีภูมิหลังกับคนใกล้ตัวนางถึงเพียงนี้
“ท่านลุงอันฉีลุกขึ้นก่อนเถอะเจ้าค่ะ เรื่องราวเป็นมาอย่างไรโปรดกล่าวมาอย่างละเอียดเถิด”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







