Share

บทที่ 17   ชาติกำเนิด1

last update Last Updated: 2026-01-24 22:00:31

บทที่ 17   ชาติกำเนิด1

30  ปีก่อน แคว้นหนาน รัชศกที่ 16 ฮ่องเต้หนานเจียชิ่ง เกิดกบฏขึ้นในเมืองหลวงนำโดยเซี่ยอ๋องพระอนุชาในองค์ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพระอนุชาต่างพระมารดา  ฮ่องเต้ในตอนนั้นกำเนิดจากฮองเฮา แต่เซี่ยอ๋องกำเนิดจากพระสนมยศเฟยเท่านั้น   การปราบกบฏครานั้นจวิ้นอ๋องพระอนุชาอีกพระองค์ที่เกิดจากพระมารดาเดียวกันนำกองกำลังพยัคฆ์เงาของวังอ๋องเข้าต้านทานเหล่ากบฏจนกำชัยเหนือศัตรู

แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้ง่ายดายเพียงนั้น  เมื่อวังจวิ้นอ๋องกลับโดนกองกำลังลับของฝ่ายกบฏเข้ากวาดล้าง  แม้ทหารองครักษ์ภายในตำหนักจะมีจำนวนน้อยกว่าฝ่ายกบฏเกือบเท่าตัว แต่ก็ยังสามารถควบคุมสถานการณ์จนกองกำลังพยัคฆ์เงากลับมาช่วยได้ทันท่วงที จึงมีคนล้มตายไม่มากนัก

ความสูญเสียของวังจวิ้นอ๋องไม่ได้มีน้อยนิดอย่างที่คนภายนอกมองเห็น  เพราะท่านชายน้อยอายุ 3 หนาวของจวิ้นอ๋องกับพระชายาเพียงหนึ่งเดียวหายตัวไปพร้อมแม่นมคนหนึ่ง  ภายหลังสืบทราบว่าแม่นมคนนั้นเป็นหนอนบ่อนไส้ของฝ่ายกบฏเซี่ยอ๋องที่แฝงตัวอยู่ภายในตำหนักมานานแล้ว

จากเหตุการณ์นั้นพระชายาจวิ้นอ๋องก็ตรอมพระทัยจนล้มป่วย  สร้างความเศร้าโศกให้กับจวิ้นอ๋อง   ซื่อจื่อ  และท่านชายรองเป็นอย่างมาก   แต่จวิ้นอ๋องก็ไม่เคยย่อท้อที่จะตามหาพระโอรสองค์เล็กเลย  รวมถึงพระเชษฐาทั้งสองที่ยังตามหาพระอนุชาของพวกเขาจวบจนทุกวันนี้

‘ตราบใดที่ยังไม่เห็นศพ  คนย่อมยังมีชีวิตอยู่’

“กระหม่อมในตอนนั้นเป็นผู้ติดตามพ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงของท่านชายเล็กถูกฝึกฝนจากหน่วยพยัคฆ์เงาตั้งแต่ยังเด็ก  แม้ยามนั้นจะอยู่ในวัยเพียง 7 หนาว แต่ก็ปฏิเสธความบกพร่องในหน้าที่ไม่ได้  จึงขอรับภารกิจออกตามหาท่านชายเล็กมาจนถึงทุกวันนี้”

“ยามนี้พระชายาของจวิ้นอ๋องเป็นเช่นไรบ้าง” ลี่หยางเมื่อฟังเรื่องราวจนจบก็เอ่ยถามถึงผู้ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นมารดาที่แท้จริงของเขา

“พระชายายังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่พะยะค่ะ   แต่พระวรกายอ่อนแอมักเจ็บป่วยบ่อยครั้ง  แม้มิได้เศร้าโศกเช่นช่วงแรกแต่ด้านจิตใจก็มิอาจเหมือนเดิม” สิ้นประโยคของหูอันฉีทุกคนที่นั่งฟังก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้มิแข็งแรงแต่ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็ย่อมมีหนทางแข็งแรงดังเดิมได้

“แคว้นหนานยามนี้เปลี่ยนฮ่องเต้แล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”  ซูเม่ยถามขึ้นเมื่อนความทรงจำคลับคล้ายคลับคลาว่ามีเรื่องเช่นนี้อยู่ด้วย

“ใช่แล้วพะยะค่ะ  ยามนี้องค์ชายใหญ่ในฮ่องเต้หนานเจียชิ่งได้ขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดาที่สละราชบัลลังก์ออกไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนกับฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของพระองค์  โดยใช้พระนามว่า ฮ่องเต้หนานเฉียนหลง” 

“ท่านลุงอันฉีพูดตามเดิมเถิด ยามนี้ก็ยังไม่แน่นอน ถ้าได้รับการยืนยันเมื่อไหร่ ค่อยปฏิบัติตามกฎระเบียบก็ยังไม่สาย”  ซูเม่ยที่อดรู้สึกกระดากแปลกๆในใจไม่ได้จึงเอ่ยทักท้วงขึ้น 

“แต่....” หูอันฉี

“ตามที่บุตรสาวของข้าว่าเถอะ  เรื่องนี้ยังไม่แน่นอนนัก”  ลี่หยาง

“พะยะ..ขอรับ” หูอันฉีตอบรับอย่างจำใจ เมื่อเห็นแววตากดดันจากบรรดาเจ้านายทั้งสาม

“แล้วเช่นนี้จะยืนยันเรื่องนี้กันได้อย่างไรเล่า”  เย่วจวนถามขึ้นอย่างกังวลใจ  หลังจากที่นั่งเงียบอยู่พักใหญ่ เนื่องจากต้องปรับอารมณ์ความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่านกับเรื่องราวที่รับรู้จนเกินไป 

‘หากท่านพี่เป็นถึงท่านชายของแคว้นหนานจริงสตรีสามัญชนเช่นนางจะยังสามารถยืนเคียงข้างสามีได้หรือไม่’

“ข้าน้อยจะนำสารส่งกลับไปยังแคว้นหนาน  กองกำลังพยัคฆ์เงามักมีเครือข่ายอยู่ทุกแคว้นผ่านกิจการหลายๆอย่าง ดังนั้นการส่งสารแจ้งข่าวจึงไม่ยุ่งยากมากนัก” หูอันฉีตอบข้อข้องใจนั้นอย่างง่ายดาย

“ข้ามีเรื่องสงสัย  เหตุใดท่านลุงฮุ่ยซิ่ว และท่านลุงฮุ่ยหมิ่น ถึงไม่คุ้นหน้าท่านพ่อละเจ้าคะ” ซูเม่ยถามอย่างสงสัย  หากท่านลุงทั้งสองเป็นกองกำลังพยัคฆ์เงาย่อมต้องเคยเห็นท่านพ่อของนางไม่มากก็น้อย ทำไมถึงไม่เอะใจหากได้รับภารกิจมาด้วยกัน

“ฮุ่ยซิ่ว ฮุ่ยหมิ่น และคนอื่นๆได้รับการฝึกฝนจากกองกำลังพยัคฆ์เงามาโดยตลอดเพื่อเป็นองครักษ์ให้กับท่านชายเล็กในอนาคต  เนื่องจากทุกคนต่างอยู่ในค่ายฝึก มีเพียงข้าน้อยคนเดียวที่ถูกเลือกมาทำหน้าที่ติดตามท่านชายเล็กในตอนนั้นและเคยพบพระพักตร์ของจวิ้นอ๋อง  ภารกิจตามหาหลังจากท่านชายเล็กหายตัวไปมีเพียงภาพเหมือนในวัยเยาว์และลวดลายหยกเท่านั้น”

“....”

“คนที่ถูกฝึกเพื่อท่านชายเล็กต่างถูกส่งตัวกระจายไปทั่วทุกแคว้นเพื่อตามหา โดยมีเพียงภาพ 2 ภาพเป็นตัวช่วยในการตามสืบเบาะแส  แต่เวลาผ่านไปหลายสิบปีก็พบเบาะแสเพียงว่าแม่นมนางนั้นเดินทางมาแคว้นซ่งและเส้นทางก็ขาดหายไป  พวกเราทุกคนจึงกระจายตัวไปตามเมืองต่างๆในแคว้นซ่งเพื่อรอวันที่หยกชิ้นนั้นจะปรากฏขึ้นมา  เพราะไม่แน่ใจว่าพระพักตร์ของท่านชายเล็กจะเปลี่ยนไปเพียงใดแล้ว”

“ข้าเข้าใจแล้ว  ท่านลุงอันฉีคงรีบอยากส่งสารเต็มทีรีบไปเถิดเจ้าค่ะ  ข้าและท่านพ่อท่านแม่คงต้องขอเวลาเพื่อเรียบเรียงเรื่องราวเหล่านี้เสียก่อน  และอย่าลืมบอกกล่าวเกี่ยวกับหลินเฟยด้วย  ข้าไม่แน่ใจนักว่านางเป็นบุตรีของผู้ใดในวังจวิ้นอ๋อง”  ซูเม่ยที่ตอนนี้รู้สึกสมองเต้นตุบๆจนเริ่มรับไม่ไหว หากท่านพ่อเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์แคว้นหนานจริง ความวุ่นวายไม่รู้จบคงแวะเวียนมาให้ปวดหัวเป็นแน่

“ขอรับ” หูอันฉีที่ดีใจจนอยากไปบอกข่าวแก่เพื่อนร่วมภารกิจให้รับรู้รีบปลีกตัวไปทำอย่างที่คิดไว้อย่างรวดเร็ว  รวมถึงการส่งสารด่วนผ่านกิจการของวังจวิ้นอ๋องแคว้นหนานที่ตั้งอยู่ในเมืองหยางแคว้นซ่งด้วย

เมื่อแผ่นหลังกว้างของหูอันฉีลับสายตาไป ซูเม่ยก็หันมองบิดามารดาที่ต่างอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง  บิดาคงคิดเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้มาว่ามีความเป็นไปได้มากเพียงใดที่เขาจะเป็นท่านชายผู้นั้น  ส่วนมารดานั้นซูเม่ยเห็นเพียงความกังวลไม่มั่นใจฉายออกมาจากสีหน้าและแววตา

“ท่านแม่มิต้องกังวลใจถึงเพียงนั้น เรายังไม่ทราบว่าจะเป็นความจริงหรือไม่  หากเป็นเช่นนั้นจริงท่านพ่อไม่มีวันทอดทิ้งท่านแม่หรอกเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเหมือนอ่านความคิดสตรีผู้เป็นมารดาออกจนทะลุปรุโปร่ง เมื่อจบประโยคนั้นของบุตรสาว อู๋เย่วจวนก็น้ำตาร่วงผล็อยอย่างกลั้นไม่อยู่จนผู้เป็นสามีรีบดึงภรรยาเข้าไปกอดในอ้อมอก

“ต่อให้ข้าจะเป็นท่านชาย  หรือจะเป็นเพียงลี่หยาง ข้าก็ไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า หากทางแคว้นหนานไม่ยอมรับเจ้า ข้าก็จะเป็นเพียงลี่หยางในจวนตระกูลตวนมู่อาศัยอยู่เมืองหยางไปตลอดชีวิต” ลี่หยางเอ่ยคำสัญญากับภรรยาที่ฟันฝ่าอุปสรรคมากับเขาครึ่งค่อนชีวิตอย่างจริงจัง  หากให้เลือกระหว่างครอบครัวที่เขาจำไม่ได้ กับครอบครัวที่อยู่ในอ้อมกอดเขาตอนนี้  เขาย่อมเลือกอย่างหลังเป็นอันดับแรก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status