เข้าสู่ระบบบทที่ 16 พบหน้า2
1 ชั่วยามต่อมา
หน้าจวนตระกูลตวนมู่ที่เงียบสงบยามนี้คร่ำคร่าไปด้วยคนงาน สาวใช้ และบรรดาเจ้านายของจวน ที่ชะเง้อมองทางคดเคี้ยวก่อนจะถึงจวนตระกูลตวนมู่อย่างรอคอย โดยเฉพาะคุณชายรองและคุณหนูสามของจวน ที่เดินวนเวียนไปมาอย่างตื่นเต้น
หูอันฉีที่ถูกตามตัวกลับมาอย่างเร่งด่วน ก็ยืนสงบเสงี่ยมไม่ไกลจากบรรดาเจ้านายของจวนมากนัก เขาเดินทางไปดูการก่อสร้างหมู่บ้านแห่งใหม่ที่เริ่มเมื่อสามวันก่อน การก่อสร้างครานี้นับว่าต้องควบคุมให้ดีกว่าครั้งก่อน เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่และมีเนื้อที่มากกว่าเดิม
กุบกับ กุบกับ กุบกับ
เสียงฝีเท้าม้าหลายตัวดังมาจากเส้นทางคดเคี้ยวทางเข้าจวน เรียกสายตาทุกคู่จ้องมองไปบนถนนเส้นนั้นทันที เมื่อเห็นขบวนเดินทาง และรถม้าคันโตทุกอย่างก็เงียบสงบลง
“พี่ใหญ่ ท่านพ่อท่านแม่อยู่ในรถม้าคันนั้นจริงๆหรือเจ้าคะ” ซูเจียวเอ่ยถามพี่สาวด้วยเสียงสั่นเครือ จนถึงเสี้ยวลมหายใจนี้นางยังไม่อยากเชื่อว่าท่านพ่อท่านแม่กำลังจะกลับมาจริงๆ
“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจียวเอ๋อ” ซูเม่ยลูบศีรษะน้องสาวเบาๆ ยามนี้นางตัดสินใจไม่นำเจ้าแฝดออกมา ค่อยพูดกับบิดามารดาเสียก่อนค่อยพาท่านทั้งสองไปหาเจ้าตัวเล็กทั้งสามของนาง
“ท่านพ่อท่านแม่ของเฟยเฟยด้วยหรือไม่ เฟยเฟยอยากมีท่านพ่อท่านแม่ด้วยจังเลยเจ้าค่ะ” หลินเฟยเมื่อเห็นบรรดาพี่สาวพี่ชายกำลังท่านพ่อท่านแม่ที่นางไม่รู้จัก ก็รู้สึกอยากมีด้วยเช่นกัน
“ท่านพ่อท่านแม่ของพี่ๆก็ต้องเป็นของเฟยเฟยเช่นกัน” ซูเม่ยเมื่อเห็นใบหน้าเล็กที่ฉายแววเศร้าออกมาอย่างสับสนก็ดึงร่างบางนั้นมากอด หลินเฟยเมื่อถูกพี่สาวซูเม่ยกอดก็ซุกหน้าลงกับหน้าท้องของพี่สาวที่อบอุ่น
ซูเหวินเองก็ไม่ต่างจากน้องสาวซักเท่าไร เขาเองก็อยากจะร้องไห้เช่นกัน ไม่อยากเชื่อว่าจะมีวันนี้วันที่เขา พี่สาว และน้องสาวยืนรอต้อนรับท่านพ่อท่านแม่กลับบ้าน บ้านที่อบอุ่น บ้านที่สมบูรณ์พร้อม ไม่อดอยาก ไม่หิวโหย ไม่เจ็บปวดทั้งกายและใจ เขาต้องขอบคุณพี่สาวของเขาคนนี้
“พี่ใหญ่ ขอบคุณขอรับ ขอบคุณที่เกิดมาเป็นพี่สาวของข้าและน้องๆ” ซูเหวินหันไปพูดกับพี่สาวเบาๆ มือเล็กสากจับมือพี่สาวที่ลูบหัวของเขาอย่างทะนุถนอม
ซูเม่ยที่โอบกอดน้องสาวทั้งสองไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้าง และจับมือน้องชาย มองตรงไปข้างหน้ากลุ่มบุคคลที่คุ้นเคยค่อยๆชัดเจนขึ้น รถม้าคันใหญ่เคลื่อนเข้ามาหน้าจวนอย่างช้าๆก่อนจะค่อยๆหยุดลง
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
เสียงเต้นรัวของหัวใจดังจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อประตูรถม้าเปิดออก ชายร่างสูงสมส่วนค่อยๆเดินลงจากรถม้า มือหนายื่นเข้าไปรับคนที่นั่งด้านใน มือบางขาวผ่องจับลงบนมือหนาที่ยื่นรับ ในสายตาทุกคนปรากฏร่างชายหญิงคู่หนึ่งที่งดงามเหมาะสมกัน หน้าตาไม่เหมือนวัยกลางคนแต่คล้ายจะอายุ 20 หนาวปลายๆเสียมากกว่า หน้าตาคล้ายคลึงคุณหนูคุณชายซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัว
“ยินดีต้อนรับท่านพ่อท่านแม่กลับบ้านเจ้าค่ะ/ขอรับ”
“ละ...ลูกแม่” อู๋เย่วจวนเมื่อเห็นบุตรสาวบุตรชายทั้งสามคนก็ร้องไห้โฮโผเข้ากอดบุตรของนาง โดยไม่ทันเอะใจกับเด็กหญิงตัวน้อยหลินเฟยที่อยู่ตรงนั้นเช่นกัน
ลี่หยางเองก็กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่กับภาพความสุขตรงหน้า เขาเองก็อยากจะกอดบุตรของตนเช่นกันจึงโอบกอดทั้งภรรยาและบุตรไปพร้อมๆกัน เป็นภาพที่คนของจวนตระกูลตวนมู่ต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาซึมไปตามๆกัน
ยกเว้นหูอันฉีที่มองบุรุษที่เป็นนายท่านของจวนไม่วางตา เขาคล้ายหลุดไปในภวังค์ของตนเองเมื่อหลายปีก่อน เด็กชายตัวน้อยที่เขาเคยอุ้มชูปกป้อง กับบุรุษสูงโปร่งหน้าจวนที่กำลังโอบกอดครอบครัวของตนเองไว้ บุรุษที่คล้ายกับท่านผู้นั้นที่เขาเคยเห็นหน้าเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิตนี้
‘ท่านชาย ใช่ท่านหรือไม่’ หูอันฉีได้แต่รำพึงในใจอย่างคาดหวัง เขาคงต้องพูดคุยกับคุณหนูใหญ่โดยเร็ว หากเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง นับว่าภารกิจของเขาใกล้สำเร็จลงแล้ว
“ท่านพ่อท่านแม่เข้าไปคุยกันในจวนเถิดเจ้าค่ะ” ซูเม่ยที่ได้สติก่อนใครเอ่ยเตือนขึ้นทันที บ่าวรับใช้ต่างก้มหัวต้อนรับนายของจวนอย่างแข็งขันไปตลอดทางเข้าจวน
ลี่หยางประคองฮูหยินของตนเองที่ยังโอบกอดบุตรสาวอย่างซูเจียวไม่ห่างไปตลอดทางจนถึงเรือนใหญ่ ซูเม่ยเองก็จูงมือเล็กของหลินเฟยและซูเหวินไปตลอดทางเช่นกัน
“ท่านพ่อท่านแม่ต่อไปเรือนใหญ่จะเป็นเรือนพักของท่านทั้งสอง มีตรงไหนไม่เหมาะสมแจ้งพ่อบ้านใหญ่จางได้เลยเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเมื่อมาถึงเรือนใหญ่ก็พาบิดามารดาดูเรือนพักที่สร้างไว้สำหรับทั้งสองทันที ก่อนจะผายมือแนะนำพ่อบ้านใหญ่ของจวน
“ข้าน้อยจางเจียวจิ้น เป็นพ่อบ้านใหญ่ของจวนตระกูลตวนมู่ ยินดีรับใช้นายท่านและฮูหยินขอรับ” พ่อบ้านใหญ่จางแนะนำตัวอย่างนอบน้อม
ลี่หยางและเย่วจวนประเมินด้วยสายตาก็พยักหน้าอย่างพอใจที่บุตรสาวเลือกคนได้ดี จวนใหญ่โตและข้ารับใช้มากมายสร้างอดความสงสัยให้กับทั้งสองคนจนแทบทนไม่ไหว แต่พวกเขาเชื่อว่าบุตรสาวไม่ได้ทำสิ่งผิดศีลธรรมเป็นแน่
“พวกลูกกลับไปพักเถิด คงยืนรอหน้าจวนมาพักใหญ่แล้ว” ลี่หยางกล่าวกับลูกๆ ของเขาและเด็กหญิงตัวน้อยที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตา คงต้องรอถามความเป็นมาจากบุตรีคนโตของเขา
“เจ้าค่ะ/ขอรับ” ทุกคนต่างหมุนตัวจากไป เว้นแต่ซูเม่ยที่ยังยืนอยู่เบื้องหน้าบิดามารดา
“ท่านพ่อท่านแม่คงมีเรื่องมากมายที่จะถามลูก ” ซูเม่ยเอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจ ตลอดเวลาที่เดินทางคนของนางแจ้งมาตลอดว่าท่านทั้งสองยังคงสบสนสงสัยมาตลอด
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







