เข้าสู่ระบบบทที่ 18 สำนักแพทย์โอสถกลาง2
เสียงกระซิบแต่ดังชัดเจนสำหรับผู้ฝึกวรยุทธ์อย่างซูเม่ย แต่นางก็ไม่สนใจ ใช้ความสำเร็จฟาดหน้าดีกว่าถกเถียงด้วยวาจา
"ทุกท่านโปรดฟังทางนี้เจ้าค่ะ การทดสอบจะอยู่ตั้งแต่ชั้นที่สามจนถึงชั้นที่ห้า ชั้นที่สามจะเป็นการทดสอบแพทย์โอสถขั้นต้น ชั้นที่สี่จะเป็นการทดสอบแพทย์โอสถขั้นกลาง และชั้นที่ห้าจะเป็นการทดสอบแพทย์โอสถขั้นสูง ในชั้นที่ห้าจะดำเนินการทดสอบโดยท่านปรมาจารย์โอสถ ท่านสามารถเลือกทดสอบได้ตามขั้นที่ท่านต้องการ" เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนการสอบอธิบายสถานที่สอบอย่างละเอียด แต่ซูเม่ยยังมีข้อข้องใจบางประการ
"หากต้องการสอบทั้งสามขั้นในวันเดียวกันสามารถทำได้หรือไม่เจ้าคะ" ซูเม่ยยกมือก่อนจะถามออกไป แต่ก็มีเสียงคล้ายตำหนิออกมาจากกลุ่มผู้เข้าสอบบางคน
"นางช่างอวดดีเสียจริงที่คิดว่าจะสอบผ่านถึงขั้นสูง" ชายร่างอ้วนฉุเอ่ยขึ้นอย่างดูถูก แต่ซูเม่ยไม่สนใจจะฟัง
"หากท่านต้องการสอบทั้งสามขั้น ต้องผ่านแต่ละขั้นก่อนตามลำดับ และถ้าท่านสามารถผ่านได้ก็สอบขั้นต่อไปได้ทันทีซึ่งแต่ละขั้นใช้เวลาในการสอบ 1 ชั่วยาม และทราบผลการสอบทันที วันนี้อย่างที่ข้าน้อยได้แจ้งไปชั้นที่ห้ามีท่านปรมาจารย์แพทย์โอสถมาพำนักอยู่จึงสามารถสอบชั้นนั้นได้ในวันนี้โดยมิต้องนัดหมาย ขอให้ทุกท่านโชคดี" สตรีนางนั้นอธิบายทุกอย่างเรียบร้อยก็ค้อมกายคารวะแล้วหมุนกายจากไป
ผู้สอบเดินตามเจ้าหน้าที่แต่ละชั้นไป ใครสอบแพทย์โอสถขั้นใดก็ตามเจ้าหน้าไปชั้นนั้นๆ ซูเม่ยและชายวัยกลางคน 4 คนเดินไปยังชั้นที่สาม ส่วนชายอีก 2 คนเดินไปชั้นที่สี่ และยังไม่มีใครขึ้นไปชั้นที่ห้าแม้แต่คนเดียว
ห้องการทดสอบแพทย์โอสถขั้นต้น ชั้นที่สาม
ห้องทดสอบชั้นที่สามมีโต๊ะเตรียมไว้เพียงพอสำหรับผู้เข้าสอบ ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยตะกร้าสมุนไพรหลากหลายตะกร้า และมีสมุนไพรมากกว่า 300 ชนิด ทุกโต๊ะจะมีกระดาษและชุดเครื่องเขียนให้เลือกตามความสะดวกของผู้ใช้ ระหว่างโต๊ะจะมีฉากกั้นไม่ให้มองเห็นกัน หลังโต๊ะทุกตัวมีลิ้นชักไม้สำหรับใส่สมุนไพรถึง 300 ช่อง และจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทุกโต๊ะตลอดการทดสอบ
"ยินดีต้อนรับผู้เข้าสอบทุกท่าน" เมื่อไปถึงทุกคนก็พบกับชายชราผู้หนึ่งที่ยืนแย้มยิ้มทักทายอย่างผู้อาวุโสผู้ใจดี และชายวัยกลางคนอีกนับ 10 คนแต่งกายคล้ายๆกัน แต่มีหยกแขวนที่แตกต่างกัน อย่างชายชราที่กล่าวกับทุกคนน่าจะเป็นแพทย์โอสถขั้นสูง และที่เหลือคงจะเป็นแพทย์โอสถขั้นกลางหรือต่ำลงไป
"คารวะท่านแพทย์โอสถขอรับ/เจ้าค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธี วันนี้ข้าในฐานะผู้คุมสอบและผู้ตรวจสอบการให้คะแนน ขอชี้แจงการทดสอบครั้งนี้" ผู้อาวุโสชรากวาดสายตามองไปยังผู้เข้าสอบการจะหยุดสายตาที่สตรีวัยเยาว์เพียงหนึ่งเดียวที่เข้าสอบในครั้งนี้ ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ ที่มีสตรีมาทดสอบ ซึ่งไม่เคยมีสตรีใดทดสอบผ่านมาก่อน และด้วยวัยเช่นนี้ยิ่งไม่เห็นหนทาง ทำให้พวกเขาสิ้นเปลืองเวลามาทำการทดสอบให้
ซูเม่ยที่เห็นท่าทางของแพทย์โอสถขั้นสูงก็มิได้แสดงท่าทางใด มีแต่ท่าทีสงบเรียบเฉยเท่านั้น ส่วนคนอื่นต่างยกยิ้มสมใจที่แพทย์โอสถขั้นสูงก็คิดไม่ต่างจากพวกเขาที่เด็กสาวผู้นี้ไม่ประมาณตนอายุเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง มิหนำซ้ำยังเป็นเพียงสตรีที่ควรอยู่กับเหย้ากับเรือนไม่ใช่ดั้นด้นมาทดสอบเฉกเช่นบุรุษทรงความรู้
"เลือกโต๊ะของตนเองคนละ 1 โต๊ะ" เมื่อสิ้นเสียงแหบพร่าของชายวัยชราที่มีฐานะเป็นแพทย์โอสถขั้นสูง ผู้เข้าทดสอบก็ขยับกายจับจองโต๊ะของตนเองทันที มีเพียงซูเม่ยเท่านั้นที่เดินไปยังโต๊ะตัวสุดท้ายด้านหลังสุดที่ไม่มีใครสนใจ
"สมุนไพรสดทั้งหมดเบื้องหน้าทุกท่านมากกว่า 300 ชนิด ภายในเวลา 1 ชั่วยามจงระบุชื่อ สรรพคุณ และแยกประเภทให้ถูกต้องแล้วนำไปจัดเรียงในตู้ไม้ด้านหลังช่องละ 1 ชนิดเท่านั้น หากถูกต้องมากกว่า 200 ชนิด ถือว่าสอบผ่าน"
สูด!!!! ทุกคนต่างสูดลมหายใจอย่างแรงด้วยความตื่นตระหนกกับจำนวนสมุนไพรที่พวกเขาต้องเขียนในเวลาเพียงน้อยนิด บางคนถึงกับอยากถอดใจกลับบ้าน
'200 ชนิด บ้ามาก!!!'
'อันใดคือเวลา 1 ชั่วยาม ใครมันจะเขียนทัน'
'กลับบ้านตอนนี้ทันหรือไม่'
หลากหลายความในใจของทุกคนที่แสดงทางสีหน้าท่าทาง แต่ไม่ใช่กับซูเม่ยที่ยังคงนิ่งสงบไม่ตื่นตระหนกตกใจอันใด ขนาดระดับแคว้นยังต้องเขียนถึง 100 ชนิด สำนักแพทย์โอสถกลางขึ้นชื่อเรื่องการทดสอบที่หินกว่าย่อมต้องมากกว่า 100 ชนิดอยู่แล้ว แต่สำหรับนางแล้วให้เขียนมากกว่านี้ก็ย่อมไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด นางสามารถท่องได้นับพันชนิด
"เริ่มได้!!!!!"
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







