เข้าสู่ระบบบทที่ 18 สำนักแพทย์โอสถกลาง3
ซูเม่ยลงมือทันทีที่สัญญาณเริ่มการทดสอบดังขึ้น สมุนไพรตรงหน้าถูกซูเม่ยคัดแยกเป็น 3 กองด้วยกัน คือสมุนไพรรักษา สมุนไพรพิษ และสมุนไพรที่เป็นได้ทั้งสองประเภท นั่นคือการจัดประเภทสมุนไพรนั่นเอง สมุนไพรกองแรกถูกนางเขียนชื่อและสรรพคุณอย่างละเอียด พร้อมระบุหมายเลขบนช่องลิ้นชักให้ตรงกับรายชื่อในกระดาษ เพื่อง่ายต่อการค้นหา สร้างความแปลกใจให้กับผู้คุมการทดสอบที่ยืนดูอยู่ใกล้บริเวณโต๊ะ ป้องกันการทุจริต
ชายวัยกลางคนผู้เป็นแพทย์โอสถขั้นกลาง เขาถูกส่งมาประจำการคอยสอดส่องดูแลโต๊ะของสตรีน้อยนางหนึ่งที่มาทดสอบ เพราะไม่มีผู้ใดอยากมาโต๊ะนี้จึงเตะเขาออกมาแทน แต่ยามนี้เขาไม่เสียใจที่มาโต๊ะนี้เลย นางช่างน่าเหลือเชื่อ การหยิบจับสมุนไพรที่ถูกวิธี คล่องแคล่วรวดเร็ว จัดการอย่างมีระเบียบ และถูกต้อง จากที่เมียงมองอยู่ไกลๆ ตอนนี้เขาเข้ามาเกาะขอบโต๊ะอย่างไม่รู้ตัว
ซูเม่ยเองก็จัดสมุนไพรโดยไม่สนใจรอบกาย นางเขียนสมุนไพรชื่อแล้วชื่อเล่าจนสมุนไพรหมดกองสุดท้าย และหมดตะกร้าทุกตะกร้านางจึงหยุดมือและนวดข้อมือตนเองเบาๆคลายความเมื่อยล้าจากการเขียนติดต่อกันเป็นเวลานาน
"ยังไม่หมดเวลา แม่หนูจะตรวจสอบอีกรอบก็ย่อมได้" แพทย์โอสถขั้นกลางวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นอนาคตของเด็กสาวผู้นี้ว่าต้องผ่านการทดสอบเป็นแน่ ครานี้แหละเจ้าเพื่อนที่เตะเขาออกมาต้องน้ำตาตกใน แค่คิดก็สนุกแล้ว อยากเห็นสีหน้าเจ้าพวกนั้นจริงๆ
"เจ้าค่ะ" ซูเม่ยแม้มั่นใจในคำตอบทั้งหมดแล้วก็ตาม นางก็ยินดีตรวจสอบสมุนไพรแต่ละชนิดในช่องลิ้นชักอีกครั้งตามคำแนะนำของชายวัยกลางคนว่าตรงกับหมายเลขในกระดาษหรือไม่ ผ่านไปสักพักสัญญาณหมดเวลาก็ดังขึ้น
"ผู้เข้าทดสอบทุกท่านวางมือ!!!!"
เมื่อหมดเวลาอุปกรณ์เครื่องเขียนถูกเก็บไปในทันที แพทย์โอสถขั้นกลางและขั้นสูงเข้าตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่โต๊ะแรกทีละโต๊ะอย่างช้าๆ เพื่อความถูกต้อง
โต๊ะแรกถูกตรวจการทดสอบซึ่งการตรวจผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะเขาแยกสมุนไพรได้ไม่ถึง 200 ชนิด ทำให้ถูกเชิญตัวออกไปทันที
โต๊ะที่สอง ที่สาม ที่สี่ ถูกตรวจไปตามลำดับซึ่งยังไม่มีโต๊ะไหนผ่านการทดสอบเลย แพทย์โอสถขั้นสูงเมื่อตรวจทั้งสี่โต๊ะเสร็จก็เตรียมเดินออกจากห้องไปทันที โดยไม่รอตรวจสอบโต๊ะที่ห้าของซูเม่ยแต่โดนแพทย์โอสถขั้นกลางที่ประจำโต๊ะที่ห้ากล่าวรั้งไว้ จึงกลับมาตรวจสอบอย่างไม่เต็มใจ
ซูเม่ยที่ยังคงยืนอยู่บริเวณโต๊ะตนเองก็ยังคงสีหน้าเช่นเดิม แม้จะเกือบโดนทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง ซึ่งเป็นการดูถูกอย่างรุนแรง และไม่ควรมีแพทย์โอสถพฤติกรรมเช่นนี้ในสำนักแพทย์โอสถกลาง
แพทย์โอสถทั้งหมดเข้ามาตรวจสอบและให้คะแนน ต่างตื่นตระหนกตกใจกับผลการทดสอบที่ตรวจไปได้เพียงไม่กี่ชนิดก็เห็นถึงความละเอียดของผู้เขียน นอกจากความถูกต้องแล้ว ยังจัดเรียงได้ดี จนทุกคนเร่งมือตรวจอย่างตื่นเต้น โดยเฉพาะแพทย์โอสถขั้นสูงที่ปรี่เข้ามาตรวจด้วยตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา สมุนไพรทุกต้นถูกพลิกไปมาเพื่อตรวจสอบ ลิ้นชักทั้งสามร้อยกว่าใบถูกเปิดและขานชื่อสมุนไพร พร้อมสรรพคุณ
'นี่มัน...เด็กสาวผู้นี้ทำได้เช่นไร' ผลการตรวจอยู่ในมือของชายชราที่ยังคงสั่นเทา
'ถูกต้องทั้งหมด สมุนไพร300 กว่าชนิด ถูกเขียนจนครบ' เขายังคงไม่เชื่อเข้าสุ่มตรวจอีกครั้ง ปรากฎว่ายังคงถูกต้องเช่นเดิม ไม่ผิดแม้แต่ชนิดเดียว
แพทย์โอสถขั้นสูงมองไปยังเด็กสาวที่ปิดบังใบหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง แม้ดวงตายังงดงามเช่นนี้ ภายใต้ผ้าปิดบังใบหน้านั่นก็คงมิต่างกัน และความสามารถระดับนี้ด้วยวัยเพิ่งพ้นพิธีปักปิ่นจะเรียกว่าอัจฉริยะก็คงไม่เกินไป แต่คงต้องรอดูว่านางจะเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะหรือไม่ ผลการสอบขั้นกลางคงจะพอชี้วัดได้
"ผะ...ผ่านการทดสอบ!!!!!" แพทย์อาวุโสประกาศด้วยเสียงสั่นเครือ
"ยินดีด้วยแพทย์โอสถขั้นต้น" แพทย์โอถที่ร่วมตรวจการทดสอบกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน
ภายนอกห้องทดสอบ ท่ามกลางสายตาของคนที่ออกมาก่อนหน้าที่เคยดูถูกนาง ซึ่งยังคงเฝ้ารอผลการทดสอบของเด็กสาวที่พวกเขาเคยดูแคลน
"เหอะ เด็กสาวอายุแค่นั้นถึงจะเป็นคนตะกูลตวนมู่จริงจะสอบผ่านได้อย่างไร ขนาดคนอายุเช่นพวกเรายังสอบหลายครั้งก็ยังไม่ผ่านเลย"
"ใช่ สำนักแพทย์โอสถกลาง ผ่านยากเสียยิ่งกว่ายาก"
แต่ผลกลับไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคาดการณ์ว่านางคงออกมาวิ่งหนีร้องไห้กลับบ้านไป ซูเม่ยไม่สนใจเดินผ่านคนเหล่านั้นไป ไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำไป นางเดินตามเจ้าหน้าที่ขึ้นไปยังชั้นที่สี่ เนื่องจากได้แจ้งความจำนงขอทดสอบแพทย์โอสถขั้นกลางต่อเลย จนคนที่เฝ้ามองต่างตาถลนออกมาเมื่อเห็นนางเดินขึ้นไปชั้นบน แทนที่จะเดินลงชั้นล่าง
"นะ...นี่นางสอบผ่านงั้นเหรอ ปะ..เป็นไปไม่ได้"
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี





![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

