Mag-log inบทที่ 20 คนจากแคว้นหนาน2
“คุณหนูใหญ่อย่างนั้นหรือ ช่างน่าสนใจ” ท่านชายหนานลู่เจ๋อพึมพำกับตัวเองก่อนจะยกยิ้มมุมปาก หากบิดาของนางเป็นท่านอาเล็กของเขา นางย่อมเป็นญาติผู้น้องของเขาเช่นกัน
“ไยไม่ใช่นายท่านของตระกูลเล่าเถ้าแก่จง” ท่านชายหนานลู่เสียนที่ควบม้าอยู่ไม่ไกลเข้าสู่วงสนทนานี้อย่างสนใจ
“เดิมทีตระกูลตวนมู่มีเพียงคุณหนูคุณชายสี่คนเท่านั้น แต่เมื่อราวสามสี่เดือนก่อนหน้ากลับมีนายท่านลี่หยาง นายท่านใหญ่ของตระกูลออกมาดูแลกิจการทุกอย่างที่ถูกสร้างเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว ไม่มีใครทราบความเป็นมา เพราะคนตระกูลตวนมู่ซื่อสัตย์และภักดีต่อเจ้านายไม่เปิดปากเรื่องนี้เลยพะยะค่ะ”
“แปลกยิ่งนัก หากเป็นเช่นนั้นจริง บุตรสาวของท่านลี่หยางนับว่ามีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบุรุษเลย”
“หากนางเป็นบุตรสาวของน้องเล็กจริง ก็ไม่แปลกหรอกเพราะนางก็เป็นสายเลือดของตระกูลหนานจะอ่อนด้อยได้เช่นไร”
“หลานก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เรื่องของน้องเฟยเฟยก็เช่นกัน”
“เสด็จย่าและท่านแม่จะได้เลิกตรอมตรมเสียที วังจวิ้นอ๋องจะได้มีชีวิตชีวามากกว่านี้”
เมื่อได้รับข่าวว่าขบวนเดินทางยามนี้อยู่หน้าประตูจวนแล้ว ทั้งนายท่านและนายหญิงของจวนรวมถึงคุณหนูคุณชายก็พากันออกมายืนอยู่หลังประตูจวน
‘แค่เพียงแผ่นไม้กั้นเท่านั้น’
แอด...............
ประตูจวนใหญ่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเผยเห็นบุคคลที่ยืนคนละฟากฝั่ง เหล่าคุณหนูคุณชายของจวนที่ไม่เข้าใจว่าออกมาต้อนรับใคร แต่คงเป็นแขกที่สำคัญมากเพราะภายในจวนวุ่นวายมากว่าสองวันแล้ว ราวกับจะมีงานใหญ่ แต่มารดากลับบอกเพียงว่ามีแขกจะมาพำนักที่จวนเท่านั้น
ซูเหวินจูงมือน้องสาวทั้งสองคนละข้าง ข้างหนึ่งซูเจียวอีกข้างเป็นหลินเฟยยืนอยู่เบื้องหลังบิดามารดา เมื่อประตูเปิดออก เขาเห็นกลุ่มคนแปลกหน้าจำนวนมากที่มาพร้อมกับเถ้าแก่จากร้านค้าในเมืองที่เขาคุ้นตาแต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด
หูอันฉีแม้จากแคว้นหนานมาเนิ่นนาน แต่ก็ยังจำบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดได้เป็นอย่างดี เขาเดินออกไปคำนับผู้ที่เปรียบดั่งนายเหนือหัวคนหนึ่งของวังจวิ้นอ๋อง
“กระหม่อมหูอันฉี ถวายพระพรท่านชายรองพะยะค่ะ” ท่านชายรองหนานลู่ฉีพยักหน้ารับเบาๆ กวาดตามองผู้ที่เป็นหนึ่งในหน่วยพยัคฆ์ในปีนั้น
“เจ้าเหมือนหูอันเฉินผู้เป็นพี่ชายไม่น้อยเลย” ท่านชายรองพูดขึ้นก่อนจะหันกลับไปมองกลุ่มเจ้าของจวนที่ยังคงยืนรออย่างเงียบๆ ยามนี้ภาพที่เรียกสายตาของเขามีเพียงภาพบุรุษวัยกลางคนที่ยืนนิ่งอยู่หลังธรณีประตูจวน และร่างเล็กๆที่ผลุบๆโผล่ๆอยู่ด้านหลังเท่านั้น
‘มิผิดแน่ บุรุษผู้นี้...น้องเล็กของเขา’
ท่านชายอีกสองคนก็ไม่ต่างจากผู้เป็นบิดาและท่านอาของเขา นายท่านลี่หยางช่างมีใบหน้าละม้ายคล้ายเสด็จปู่หรือจวิ้นอ๋องหนานจ้านเฉิงยิ่งนัก เหมือนถึง 8 ส่วนเลยทีเดียว
‘เสด็จปู่ชัดๆ/เสด็จปู่ชัดๆ’ สองท่านชายวัยหนุ่มคิดในใจก่อนจะหันมองหน้ากันอย่างเข้าใจ
“กระหม่อมตวนมู่ลี่หยางถวายพระพรท่านชาย เชิญท่านชายเสด็จเข้าในจวนก่อนเถิดพะยะค่ะ” ลี่หยางที่คิดได้ว่าเสียมารยาทจ้องมองแขกสูงศักดิ์เสียนานจึงเดินออกมาถวายความเคารพและเชื้อเชิญทั้งหมดเข้าพำนักในจวน
อู๋เย่วจวนเมื่อเห็นสามีทำความเคารพก็ย่อกายลง เด็กๆก็ทำตามเช่นกัน
“อ๊ะ!!!!” หลินเฟยที่ยังเด็กกว่าคนอื่นแม้ทำตามแต่ก็ติดซุกซนจนเกือบล้มขมำหน้า ซูเหวินที่คอยระวังรับร่างกลมๆนั้นได้ทันท่วงที
จากเหตุการณ์นี้กลับทำให้หนูน้อยตัวกลมเผยโฉมสู่สายตาแขกสูงศักดิ์ ท่านชายหนานลู่เสียนเมื่อเห็นร่างเล็กเต็มตาก็ปรี่เข้ามาด้วยความดีใจ ขอบตาของเขาร้อนผ่าวเมื่อเห็นใบหน้าที่เฝ้าตามหามาเนิ่นนานถึง 1 ปีเต็ม ไม่ต่างจากท่านชายรองหนานลู่ฉีที่เห็นบุตรีที่หายไปอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ
“เฟยเฟย /เฟยเฟย /เฟยเฟย” เด็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนเองก็เงยหน้าขึ้น เอียงคอมองบุรุษทั้งสามที่อยู่ใกล้นางแค่ช่วงแขนเท่านั้น
นางรู้สึกคุ้นหน้าคนตรงหน้าเหลือเกิน จึงยื่นมือออกไปข้างหน้า มือหนาของท่านชายรองซึ่งเป็นบิดาก็จับมือเล็กของบุตรสาวทันที หลินเฟยก้าวขาไปด้านหน้าก่อนจะโผเข้ากอดบุรุษที่ย่อกายลงนั่งยองๆกับพื้น
“ทะ... ท่านเป็นท่านพ่อของเฟยเฟยรึเปล่า” เสียงเล็กๆถามขึ้นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดที่คุ้นเคยอย่างประหลาด แต่อบอุ่นมากเลย เหมือนยามที่กอดพี่ใหญ่ซูเม่ยคราแรก
“ชะ..ใช่ ลูกรัก พ่อเอง นี่พ่อเอง” ท่านชายรองขอบตาร้อนผ่าวก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลรินอย่างช้าๆ ยามนี้เขาไม่รู้สึกผิดต่อภรรยาแล้ว ยามจากแคว้นหนานมาเขาบอกเพียงออกไปตามหาลูกน้อย ไม่ได้บอกว่าเจอเบาะแสใหญ่ เพราะหากไม่เป็นดั่งใจหวังภรรยาของเขาจะได้ไม่ตรอมตรมจนล้มป่วยมากกว่าเดิมอีก
“ท่านชายเข้าไปด้านในจวนเถิด มีเรื่องอันใดค่อยพูดคุยกัน” ลี่หยางเห็นภาพบุรุษที่คาดว่าจะเป็นพี่ชายคนรองของเขาดูอ่อนล้าอาจจะด้วยสาเหตุทางจิตใจและร่างกายที่เดินทางมาแรมเดือน จึงอยากให้เร่งเข้าในจวนจะได้คลายความเมื่อยล้าได้บ้าง
ท่านชายรองหนานลู่ฉีได้ยินดังนั้นก็อุ้มบุตรสาวแนบอกเดินเข้าจวนตระกูลตวนมู่โดยมีท่านชายทั้งสองตามมาไม่ห่าง โดยเฉพาะท่านชายหนานลู่เสียนที่อยากอุ้มน้องน้อยของเขาใจแทบขาด แต่ท่านพ่อมิยอมปล่อยน้องสาวของเขาห่างจากอกเลย
หูอันฉีเมื่อเห็นบรรดาท่านชายเข้าจวนไปแล้วก็มอบให้พ่อบ้านจัดแจงที่พักสำหรับเหล่าผู้ติดตาม ก่อนจะเข้าไปสมทบที่โถงกลางของจวน
“ท่านแม่ ท่านชายผู้นั้นเป็นท่านพ่อของน้องเฟยเฟยเหรอเจ้าคะ”
“ใช่จ้ะ”
“ท่านชายหน้าตาคล้ายท่านพ่อมากๆเลยขอรับ”
“....” การสนทนาหยุดลงเมื่อทุกคนมาถึงโถงกลางของจวนตระกูลตวนมู่
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







