Mag-log inบทที่ 20 คนจากแคว้นหนาน1
ภายในสำนักแพทย์โอสถกลางยังคงเงียบเชียบ แตกต่างจากภายนอกที่คร่ำคร่าไปด้วยผู้คนที่อยากพบเจอเซียนแพทย์โอสถสักครั้งหนึ่ง แต่ในความคิดของทุกคนเซียนแพทย์ย่อมเป็นชายอาวุโสที่อยู่ในวงการแพทย์มาเนิ่นนานหรืออาจจะเป็นปรมาจารย์สักคนที่เลื่อนขั้นเป็นเซียนแพทย์โอสถ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเซียนแพทย์โอสถแท้จริงแล้วเป็นสตรีน้อยนางหนึ่งเท่านั้น
ประตูสำนักแพทย์โอสถกลางเปิดออกอีกครั้งแต่ไร้วี่แววเซียนแพทย์โอสถที่เฝ้ารอ มีเพียงผู้ดูแลประตูที่ออกมาทำหน้าที่ดังเดิมเท่านั้น สร้างความผิดหวังให้กับผู้คนจนต้องทยอยสลายตัวจากไป มีเพียงผู้คุ้มกันตระกูลตวนมู่เท่านั้นที่ยังปักหลักรอรับคุณหนูใหญ่ที่ยังรับการทดสอบอยู่ภายในซึ่งนานกว่า 4 ชั่วยามไปแล้ว
หูฮุ่ยหมิ่นเริ่มกังวลจนเดินไปมาอยู่หน้าสำนักแพทย์โอสถ แต่แล้วไม่นานนักคนที่เขาเฝ้ารอก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางเข้าสำนัก
“ท่านลุงฮุ่ยหมิ่น ต้องให้รอนานแล้ว” เสียงที่ดังราวระฆังแก้วฉุดให้ชายวัยกลางคนที่ยังเดินไปมาให้หยุดลง เมื่อหันไปมองก็พบบุคคลที่เขารอคอย
“คุณหนูใหญ่” หูฮุ่ยหมิ่นกวาดสายตาสำรวจคุณหนูของตนอย่างรวดเร็ว สร้างความอบอุ่นใจให้กับผู้ที่ถูกห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง
“เรียบร้อยดีไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล ท่านลุงฮุ่ยหมิ่นนำทางกลับโรงเตี๊ยมเถิด” ซูเม่ยเอ่ยยืนยันความสบายดีของตนเองเพื่อให้ชายวัยกลางคนตรงหน้าคลายความตึงเครียด และส่งสายตาที่รู้กันในกลุ่มกองกำลังว่าต้องการอะไร
“ขอรับ” เมื่อได้รับสัญญาณว่ากลับไปคุยที่โรงเตี๊ยม หูฮุ่ยหมิ่นก็นำทางคุณหนูของตนไปยังห้องพักที่จองไว้อย่างเงียบๆ
ผู้ดูแลประตูมองแผ่นหลังของคนที่พวกเขานับถือในความสามารถจนลับสายตา ส่วนผู้ดูแลในที่มืดก็ติดตามคุ้มครองนายเหนือหัวคนใหม่ของสำนักไปอย่างเงียบเชียบ
ตระกูลตวนมู่ เมืองหยาง แคว้นซ่ง
หน่วยข่าวของกองกำลังตระกูลตวนมู่ที่เริ่มกระจายแทรกซึมไปตามกิจการของตระกูลที่มีอยู่ทั่วทั้งแคว้น และกำลังขยายออกนอกแคว้นไปยังแคว้นหนาน หวง และโจว
ภายในหนึ่งเดือนกว่าๆที่คุณหนูใหญ่ออกเดินทางไปยังสำนักแพทย์โอสถกลาง นายท่านลี่หยางก็ทำงานอย่างแข็งขันร่วมกับบรรดาระดับหัวหน้าทั้งหลายที่ทำงานถวายชีวิต โดยเฉพาะคนจากหน่วยพยัคฆ์เงาที่เดินทางมาสมทบจากแต่ละแคว้น และยังรับเหล่าคนไร้บ้านขอทานจำนวนมากเข้าสู่กองกำลังลับอีกด้วย หมู่บ้านเฟยซานและเอ้อซานรับคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ฝึกฝนจนสามารถทำงานได้ก็ทยอยออกไปทำหน้าที่ของตน
จนกระทั่งยามนี้ทุกซอกทุกมุมของแคว้นซ่งโดนจับตามองจากกองกำลังตระกูลตวนมู่ และในอนาคตอันใกล้หน่วยข่าวนี้จะกลายเป็นกิจการที่สะเทือนไปทุกแว่นแคว้น
“นายท่านลี่หยางมีข่าวจากแคว้นหนานขอรับ” หูอันฉีที่ตอนนี้เป็นองครักษ์ติดตามนายท่านใหญ่อย่างใกล้ชิดตามหน้าที่แต่เดิมของเขายามอยู่แคว้นหนาน
ลี่หยางคลี่สารเล็กๆในมือ ก่อนจะกวาดสายตาอ่านมันอย่างรวดเร็ว
“ขบวนเดินทางจากแคว้นหนานใกล้ถึงเมืองหยางแล้ว อันฉีแจ้งพ่อบ้านใหญ่จางเตรียมการต้อนรับด้วย คาดว่าไม่เกิน 2 วันคงเดินทางมาถึง” ลี่หยางถอนหายใจเบาๆ จะว่าดีใจก็ไม่เชิงเขายังรู้สึกกังวลใจลึกๆ
“ขอรับนายท่าน” หูอันฉีรับคำสั่งแต่ยังไม่จากไปทันที เขายังคงมองความวิตกที่เกิดขึ้นกับนายท่านอย่างเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“ขบวนเดินทางคราวนี้คงเป็นท่านชายรองหนานลู่ฉีเพราะซื่อจื่อหนานหลี่จิ้งคงไม่อาจเดินทางออกนอกแคว้นได้โดยง่าย หากเป็นท่านชายรองก็ไม่มีอันใดให้ต้องวิตกกังวลหรอกขอรับ เดิมที่อุปนิสัยของท่านชายรองนั้นเรียบง่ายเชี่ยวชาญด้านความรู้เป็นหลักแต่ฝีมือการต่อสู้ก็ไม่อ่อนด้อย”
“หากเป็นเช่นดังเจ้าว่าก็คงไม่เป็นอันใด เพราะตระกูลตวนมู่เดิมทีเป็นแค่ชาวบ้านเท่านั้น พิธีรีตองเช่นเชื้อพระวงศ์ก็ไม่ถนัดนัก” ลี่หยางเอามือไว้หลังมองลอดผ่านหน้าต่างไปยังสวนร่มรื่นที่มีลมพัดแผ่วเบา หวนคิดถึงเรื่องราวหนหลังที่แสนจะยากลำบาก หากไม่มีบุตรีคนโตครอบครัวไม่รู้จะเป็นเช่นไร ตัวเขาและภรรยาคงยังอยู่ที่ตลาดค้าทาสจนสิ้นลมหายใจ ไม่ได้กลับมาพบเจอครอบครัวพร้อมหน้า ไม่ได้รับรู้เรื่องราวครอบครัวที่แท้จริงเช่นในตอนนี้
ขบวนเดินทางจากแคว้นหนานเข้าสู่เมืองหยาง เถ้าแก่จงรีบนำขบวนของท่านชายรองแห่งวังจวิ้นอ๋องไปยังจวนตระกูลตวนมู่ที่อยู่ติดชายป่าอีกฝากฝั่งของเมือง ชายป่าที่ไม่มีใครกล้าอาศัยแต่คนตระกูลตวนมู่กลับอาจหาญก่อสร้างจวน สร้างเทือกสวนไร่นา จนกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของแคว้นซ่ง ที่ดินเมืองหยาง 3 ใน 4 ส่วนกลายเป็นของตระกูลตวนมู่จนหมดสิ้น เรียกได้ว่าภายในไม่ถึงปีจากตระกูลก่อตั้งใหม่กลับกลายเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งในพริบตาเดียว คนภายนอกอาจจะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้ แต่คนตระกูลตวนมู่ต่างรู้ดีว่าสตรีวัยเยาว์ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณหนูใหญ่ของจวน คือผู้ที่วางรากฐานความสำเร็จทุกอย่าง
“ประตูนั่นคือจวนตะกูลตวนมู่หรือ” ท่านชายรองหนานลู่ฉีที่ยามนี้นั่งอยู่ในรถม้าเอ่ยถามเถ้าแก่จงที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆรถม้าคันใหญ่ ประตูจวนใหญ่ที่อยู่บนเนินสูงตระหง่านท่ามกลางแมกไม้ของขุนเขาดูมีมนตร์ขลังบางอย่างให้คนมาเยือนเกรงขาม
“พะยะค่ะท่านชายรอง จวนตระกูลตวนมู่ก่อตั้งขึ้นก่อนเหมันต์ฤดูเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นยังไม่ครบขวบปีก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้จวนขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง” เขาไม่กล้าบอกว่าบางทีอาจจะใหญ่กว่าวังของเชื้อพระวงศ์ด้วยซ้ำ
“พวกเขาทำได้อย่างไร” ท่านชายหนานลู่เจ๋อที่ชื่นชอบความเก่งกาจมากความสามารถถามต่อทันที
“จากที่กระหม่อมทราบจากข่าววงใน คุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพะยะค่ะ”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)