LOGINบทที่ 23 การจากลา1
ขบวนเดินทางกลับแคว้นหนานของท่านชายทั้งสามถูกตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านชายรองหนานลู่ฉีอุ้มบุตรสาวที่ยังคงร้องไห้งอแงไม่ยอมออกเดินทางนับตั้งแต่ที่ทราบว่าต้องกลับแคว้นหนานกับบิดา เจ้าตัวน้อยก็เอาแต่ตามติดซูเม่ยไม่ยอมอยู่กับบิดาและบรรดาพี่ชายจากแคว้นหนานเลย ทางด้านซูเหวินและซูเจียวก็เศร้าซึมลงไม่น้อย แต่ก็พอควบคุมอารมณ์ได้ไม่ฟูมฟายออกมา
“เฟยเฟยไม่ไป แงๆๆๆๆ เฟยเฟยจะอยู่ที่นี่กับพี่ใหญ่ พี่รอง และพี่สาม แงๆๆๆๆ” หลินเฟยยังคงออกฤทธิ์เดชจนท่านชายรองได้แต่ปาดเหงื่ออย่างเหน็ดเหนื่อย
ซูเม่ยเห็นดังนั้นก็เข้าไปเจรจากับสาวน้อยเฟยเฟยที่ยังคงดิ้นอยู่บนพื้นด้วยตนเอง
“เฟยเฟย” เสียงใสราวกับระฆังแก้วเอ่ยขึ้น แม้เพียงเบาๆแต่เด็กหญิงที่แผลงฤทธิ์อยู่กลับหยุดลงชั่วคราว
ใบหน้ากลมที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาปนน้ำมูกจนแยกไม่ออกจากการร้องไห้เป็นเวลานาน ใบหน้าเล็กค่อยๆเงยขึ้นมองไปยังต้นเสียงที่คุ้นเคยและอบอุ่นนั้น
“พี่ใหญ่ ฮึกๆฮือๆ เฟยเฟยไม่ไป” หลินเฟยโผเข้าหาหลักยึดที่นางยึดเอาไว้มั่นมาโดยตลอด อ้อมกอดที่ปลอดภัยเมื่อยามเจออันตรายที่สุด กลิ่นหอมสบายจากกายของซูเม่ยกล่อมเกลาเด็กน้อยให้ค่อยๆสงบลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆเท่านั้น
“ชู่ว.... ไม่ร้องนะเด็กดีพี่ใหญ่อยู่นี่แล้ว” ซูเม่ยลูบแผ่นหลังเล็กของหลินเฟยเบาๆอย่างปลอบใจ
“พี่ใหญ่เจ้าขา เฟยเฟยไม่อยากจากที่นี่ไป เฟยเฟยอยากอยู่กับทุกคน พี่ใหญ่อย่าไล่เฟยเฟยเลยนะเจ้าคะ” เสียงเล็กเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างเสียใจเพราะเข้าใจว่าจวนตระกูลตวนมู่ไม่ต้องการตนแล้ว จนคนที่ฟังแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว โดยเฉพาะซูเจียวที่โผเข้ากอดมารดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ และร้องไห้กับอกของมารดา
“เฟยเฟยฟังพี่ใหญ่นะ ไม่มีใครในจวนตระกูลตวนมู่คิดจะไล่หรือไม่ต้องการเฟยเฟยเลย ทุกคนยังคงรักและเห็นน้องเป็นคนในครอบครัวของเราเสมอ แต่การจากกันคราวนี้แค่ชั่วคราวเท่านั้น ไม่เกิน 3 เดือนเราจะได้พบกันอีก” ซูเม่ยลูบศีรษะเล็กอีกครั้ง ก่อนจะจ้องตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตาด้วยความรักและเกลี่ยน้ำตาจากแก้มใสอมชมพูอย่างแผ่วเบา
“พี่ใหญ่จะไปหาเฟยเฟยจริงๆเหรอเจ้าคะ” หลินเฟยถามอย่างไม่แน่ใจ
“จริงแน่นอน แต่ตอนนี้เฟยเฟยต้องขึ้นรถม้าไปแคว้นหนานกับท่านพ่อเพราะพี่สาวจะมอบหมายภารกิจสำคัญให้น้อง” ซูเม่ยค่อยๆตะล่อมอย่างใจเย็นและหลอกล่ออย่างมีชั้นเชิง ด้วยนิสัยของหลินเฟยที่ซุกซนติดจะเล่น กิน และอยากมีส่วนร่วมในการทำงาน ก็ต้องใช้วิธี....การสร้างแรงจูงใจ
“ภารกิจสำคัญ!!!” ตากลมโตใสแจ๋วขึ้นมาทันควัน สลัดน้ำตาที่ทะลักออกมาก่อนหน้าจนแห้งเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว
“ใช่แล้ว เป็นภารกิจที่เฟยเฟยทำได้แต่เพียงผู้เดียว คือ........”
“พี่ใหญ่เร็วๆ เฟยเฟยอยากรู้แล้ว” แขนบางของซูเม่ยถูกมือเล็กเขย่าด้วยความอยากรู้
“แต่..พี่ใหญ่ว่า บางทีเฟยเฟยอาจจะไม่สนใจทำภารกิจสำคัญนี้ให้พี่ใหญ่” ซูเม่ยพูดพลางทำสายตาเศร้าสร้อย
‘คุณหนูใหญ่การละคร!!!!’ ทุกคน
“เฟยเฟยทำ พี่ใหญ่บอกมาเลย เฟยเฟยจะทำภารกิจสำคัญให้พี่ใหญ่เอง” เด็กน้อยหลินเฟยตบอกเล็กๆ ขันอาสา โดยไม่รู้ว่าเป็นหลุมพรางหลุมใหญ่ที่ถูกวางเอาไว้
“แต่ภารกิจนี้อาจจะต้องเดินทางไปแคว้นหนาน เฟยเฟยอาจจะไม่อยากไปให้พี่ใหญ่เป็นแน่” เมื่อสิ้นประโยคนั้นหลินเฟยก็ใบหน้าเหยเกเล็กน้อย ท่ามกลางความลุ้นระทึกของทุกคน เสียงเล็กก็ดังขึ้น
“ได้เจ้าค่ะ เฟยเฟยไปได้ ภารกิจสำคัญของพี่ใหญ่เฟยเฟยจะรับไว้เอง”หลินเฟยน้อยตกไปในหลุมพรางจนได้ แต่ก็ยังยืดอกเท้าสะเอวราวกับผู้กล้าที่สามารถพิชิตศัตรู ทุกคนมองภาพนั้นก่อนจะแอบยิ้มออกมา โดยไม่ให้เด็กสาวตัวน้อยสังเกตเห็น
“ภารกิจนั้นคือ...การมอบของสำคัญสองสิ่งให้กับท่านแม่ของเฟยเฟยและเสด็จย่าที่กำลังประชวรอยู่ ภารกิจนี้สำคัญยิ่ง” ซูเม่ยรับกล่องไม้ขนาดกลาง 2 กล่องจากชิงชิง ก่อนจะมอบให้กับผู้กล้าตัวน้อย
“โอ้ว.... เฟยเฟยชอบภารกิจสำคัญ แปะๆๆๆๆ” มือเล็กตบเข้าหากันด้วยความชอบใจ
ท่ามกลางความโล่งอกของทุกคนที่การเกลี้ยกล่อมนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ซูเม่ยก็มอบกล่องอีก 1 ใบให้กับท่านลุงรอง โดยที่กล่องทั้งสองใบก่อนหน้าอยู่ในอ้อมกอดของหลินเฟยที่ปกป้องของสำคัญที่พี่สาวมอบให้เป็นอย่างดี
‘ภารกิจสำคัญนี้ เฟยเฟยจะดูแลอย่างดีแทนพี่ใหญ่เอง’
“ท่านลุงรองภายในกล่องนี้มีโอสถหลายอย่างที่จำเป็นต้องพกไว้ใช้ในระหว่างเดินทาง หลานเขียนชื่อโอสถวิธีการใช้ และสรรพคุณไว้แล้ว ส่วนขวดนี้...มีเพียง 5 เม็ดเท่านั้น” ซูเม่ยยื่นกล่องใส่โอสถให้ ก่อนที่จะหยิบขวดโอสถอีกใบนึงขึ้นมามอบให้เช่นกัน
“โอสถนี้คือ...” ท่านชายรองมองขวดใบเล็กในมือด้วยความสงสัย
“โอสถหวนคืนชีวีเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำตอบจากหลานสาว ท่านชายรองลู่ฉีถึงกับมือสั่นขึ้นมาทันควันจนแทบจะทำขวดโอสถหลุดมือ
‘โอสถในตำนาน นี่มัน...หลานสาวเขาเก่งกาจเกินไปแล้ว’ โอสถหวนคืนชีวีในตำราบันทึกไว้ว่าเพียง 1 เม็ดก็สามารถฟื้นคืนชีวิตให้กับผู้ที่ดับสูญไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ต้องเป็นคนที่เพิ่งหมดลมหายไปภายใน 1 เค่อเท่านั้น
“ลุงรับไว้ไม่ได้หรอก โอสถล้ำค่าเช่นนี้ มัน...มันมากเกินไป” ท่านชายรองที่รู้ถึงความมหัศจรรย์ของโอสถนี้ ก็รู้สึกว่าสิ่งนี้มันช่างเกินกว่าที่เขาจะรับไว้ได้จริงๆ
“หลานยังสามารถปรุงมันขึ้นได้อีก เผื่อสักวันท่านลุงรองอาจจะได้ใช้มันเพื่อคนในวังจวิ้นอ๋อง แม้หลานหวังว่าจะไม่ได้ใช้มันก็ตาม ” ซูเม่ยกระชับมือหนาของผู้เป็นลุงที่จะมอบโอสถคืนให้กับนาง โอสถหวนคืนชีวีนี้อาจจะล้ำค่าแต่ในมิตินางมีมันนับ 100 เม็ดจากการปรุงเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







