Mag-log inบทที่ 23 การจากลา2
“หลานยังสามารถปรุงมันขึ้นได้อีก เผื่อสักวันท่านลุงรองอาจจะได้ใช้มันเพื่อคนในวังจวิ้นอ๋อง แม้หลานหวังว่าจะไม่ได้ใช้มันก็ตาม ” ซูเม่ยกระชับมือหนาของผู้เป็นลุงที่จะมอบโอสถคืนให้กับนาง โอสถหวนคืนชีวีนี้อาจจะล้ำค่าแต่ในมิตินางมีมันนับ 100 เม็ดจากการปรุงเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
“ได้ ลุงจะรับไว้ ขอบใจหลานมากที่คิดเผื่อคนของวังจวิ้นอ๋อง” ท่านชายรองเมื่อรับรู้ความตั้งใจของหลานสาวก็เก็บขวดโอสถนั้นไว้เป็นอย่างดี
“แล้วกล่องไม้ที่มอบให้น้องหลินเฟยเล่า มันคือสิ่งใด” ท่านชายหนานลู่เจ๋อถามขึ้นด้วยความสงสัย และมองไปยังกล่องไม้สองใบที่อยู่ในอ้อมกอดของญาติผู้น้องคนเล็กสุด
“เป็นโอสถบำรุงร่างกายสำหรับท่านป้าสะใภ้รองและเสด็จย่า ผู้ที่ผ่านเรื่องราวความเสียใจอย่างหนักหน่วงมักมีอารมณ์ไม่คงที่และร่างกายทรุดโทรมจากการพักผ่อนน้อย ในระหว่างที่ข้ายังไม่สามารถเดินทางไปตรวจดูอาการของท่านทั้งสองได้ โอสถนี้ก็พอจะทำให้ร่างกายของท่านทั้งสองดีขึ้นมาได้บ้างไม่มากก็น้อย” ซูเม่ยอธิบายไขข้อสงสัยให้กับทุกคนโดยเฉพาะพี่ชายใหญ่ที่เป็นผู้ถาม
“...” ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ โอสถบำรุงร่างกายจากเซียนแพทย์โอสถไหนเลยพวกเขาจะปฏิเสธได้ ขนาดโอสถจากปรมาจารย์แพทย์โอสถเหลียงหวังเจายังถูกเก็บไว้ในท้องพระคลังหลวง การเบิกจ่ายต้องผ่านการรับรองจากฮ่องเต้ แล้วนี่โอสถจากเซียนแพทย์โอสถ....คงไม่ต้องบรรยายถึงความล้ำค่าของมัน
“และกล่องนี้....มอบให้เสด็จปู่จวิ้นอ๋อง” ท่านชายหนานลู่เจ๋อเป็นคนรับกล่องขนาดใหญ่นั้นไว้ก่อนจะเปิดออกดูสิ่งของภายใน
“นะ...นี่มัน ท่านอารอง” ท่านชายรองหนานลู่ฉีเห็นของที่อยู่ภายในถึงกับไปต่อไม่ถูกต้องเรียกท่านอารองของเขาที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน มาช่วยดูสิ่งที่อยู่ในกล่องว่าเป็นเช่นที่เขาคิดหรือไม่
“เห็ดหลินจือดำ และเห็ดหลินจือแดง” เสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบดังจากปากของบุรุษที่ถูกเรียกว่าท่านอา เพราะสิ่งที่อยู่ภายในไม่ควรจะให้ใครรู้ มิเช่นนั้นเกรงว่าระหว่างทางคงจะลำบากไม่น้อยเลย
“กล่องมี 2 ชั้นเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงของน้องสาว ท่านชายหนานลู่เจ๋อก็ก้มลงมองกล่องในมือ ก่อนจะเห็นสลักเล็กๆ นิ้วมือเรียวหนาค่อยๆกดสลักนั้น สิ่งที่อยู่ภายในเผยโฉมออกมา ทำเอาท่านชายทั้งสามถึงกับพูดไม่ออกกับของล้ำค่าที่แทบจะประเมินค่าไม่ได้นี้ สมุนไพรในกล่องทั้งสามชนิดอายุมากกว่าพันปีทั้งสิ้น
“ใช้สมุนไพรนี้บำรุงร่างกายให้เสด็จปู่นะเจ้าคะ” ซูเม่ยพูดกำชับอีกครั้ง เพราะกลัวว่าเสด็จปู่จะเอาไปเก็บไว้ไม่ยอมใช้งานมัน
“ตะ...แต่ว่า....” มันล้ำค่าเกินไป ท่านชายหนานลู่เสียนที่ไม่ได้พูดจามานาน พูดขึ้นแทนท่านพ่อและพี่ชายใหญ่ที่สติคล้ายหลุดออกจากร่างไปแล้ว แต่ก็ไม่ทันได้พูดจนจบน้องหญิงสี่ของเขาก็ขัดขึ้น
“น้อง...ยังมีอีกเยอะ แล้วจะขนไปให้อีก” ซูเม่ยกระซิบบอกพี่ชายรองลู่เสียน แต่หูผู้ฝึกยุทธ์เสียงกระซิบก็ย่อมได้ยิน ท่านชายรองหนานลู่ฉีถึงกับเซเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่หลานสาวเอ่ย
‘นี่ หลานสาวเขาถึงกับมีสมุนไพรล้ำค่าพวกนี้จำนวนมาก น้องเล็กของเขามีบุตรสาวที่น่าทึ่งอะไรเช่นนี้ ต้องบอกเสด็จพ่อให้เตรียมกองกำลังเพิ่มจะได้คุ้มครองหลานสาวที่ดีเช่นนี้’ ท่านชายรองหมายมาดสิ่งที่จะทำไว้ในใจ โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วหลานชายคนโตก็คิดไว้แล้วเช่นกัน
การล่ำลายังคงใช้เวลาสักพักกว่าจะได้ออกเดินทาง หลังจากที่นางมอบของสำคัญเสร็จ ก็เป็นคราวบิดามารดาพูดคุยกับท่านลุงรอง ส่วนพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองก็ถามถึงสิ่งของต่างๆแปลกตาในจวนมากมาย นางถึงกับต้องบอกว่าจะจัดทำแบบแปลนสิ่งเหล่านั้นไปมอบให้ในภายหลัง โดยเฉพาะพี่ชายใหญ่ที่ติดใจเครื่องเรือนแบบหนานุ่ม(โซฟา) ของจวนตระกูลตวนมู่ที่ทำให้พักผ่อนสบาย คล้ายกับนั่งหรือนอนอยู่ในปุยเมฆ ช่างเหมาะกับเขาที่ทำงานใช้แรงจนเมื่อยล้าในแต่ละวัน
และแล้วก็ถึงเวลาที่ขบวนเดินทางของท่านลุงรองจะจากไป ทุกคนในจวนตระกูลตวนมู่มองรถม้าค่อยๆลับหายไปตามหมู่แมกไม้ของเส้นทางแนวป่าเขา ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองเพื่อเตรียมการเดินทางในอีก 1 เดือนข้างหน้าเช่นกัน
ต้นยามโหย่ว (17.00 น.) สองแขกที่ยังคงพำนักรักษาตัวในจวนตระกูลตวนมู่ร่างกายที่เริ่มหายเป็นปกติ โดยเฉพาะชินอ๋องหนุ่มที่ตอนนี้เดินมายังเรือนเหลียนฮวา เพื่อแอบดูบุตรชายหญิงฝาแฝดสามของเขาที่เล่นอยู่กับบรรดาพี่เลี้ยงบริเวณหน้าเรือน ด้วยความโหยหาอยากจะอุ้มชูบุตรสักครั้ง สองเท้าจึงค่อยๆเยื้องย่างเข้าไปบริเวณสวนที่มีเจ้าก้อนแป้งทั้งสามอยู่
เอิ้ก เอิ้กๆ เอิ้กๆ เอิ้ก
เสียงหัวเราะดั่งแก้วใสกระทบกัน ทำให้ใบหน้าแข็งเกร็งเย็นชาของชินอ๋องฉายา ‘อ๋องปีศาจน้ำแข็ง’ ถึงกับคลายลง รอยยิ้มมุมปากค่อยๆเผยให้เห็น
เมื่อมีคนแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้น เหล่าพี่เลี้ยงก็มองไปยังคนผู้นั้นที่กำลังเข้ามา แต่แล้ว....กลับเป็นแขกที่มาพักในจวนเป็นเวลาเกือบ 7 วันที่ผ่านมา
“คุณหนูใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เรือนเจ้าค่ะ คุณชายหยาง” พี่เลี้ยงวัยใกล้ชรากล่าวขึ้น เพราะคิดว่าคุณชายหยางผู้นี้คงมาหานายสาวของตน ที่เพิ่งออกจากเรือนไปไม่นานนัก ช่างประจวบเหมาะเจาะที่คุณชายหยางปรากฏตัวขึ้น เมื่อเจ้านายสาวออกไป
“คุณหนูใหญ่คงไปไม่นานกระมัง ข้ารอนางที่นี่คงไม่เสียเวลาอันใดมากนัก” ชินอ๋องไม่สนใจสายตาคล้ายไม่ยินยอมของเหล่าพี่เลี้ยง และทู่ซี้จะอยู่เพื่อรอเจ้าของเรือน
“อะ...เอ่อ...เจ้าค่ะ”
เด็กน้อยทั้งสามจ้องมองคนแปลกหน้าด้วยดวงตาใสแป๋ว ก่อนที่หนูน้อยเยว่ซินจะทำมือไม้อยากจะไขว่คว้าชายแปลกหน้าผู้นั้น เข่าเล็กๆค่อยๆหยัดขึ้นก่อนจะคลานมาหาชินอ๋องหนุ่มที่คราแรกแสดงท่าทีไม่สนใจเด็กน้อย แต่ความจริงกลับรอคอยจังหวะเข้าใกล้บุตรทั้งสามอยู่ตลอดเวลา
คล้ายสวรรค์เป็นใจเมื่อบุตรสาวตัวน้อยเป็นฝ่ายคลานมาหาเขาเองโดยไม่สนใจเหล่าพี่เลี้ยงที่พยายามจับเจ้าตัวน้อย มือหนาค่อยๆช้อนอุ้มเจ้าก้อนอวบขาวขึ้นสู่วงแขน เมื่อเห็นดวงตากลมที่มองเขาอย่างเว้าวอน
“อ้ะ อ้ะ อ้ะ” ร่างกลมขาวอวบของหนูน้อยเยว่ซินนั่งยิ้มกว้างเห็นฟันสองซี่ด้านหน้า และหันหน้าไปทางพี่ชายทั้งสอง เด็กชายทั้งสองเมื่อเห็นน้องน้อยได้นั่งบนตักแกร่งก็คลานไปหาทันที
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







