LOGINบทที่ 22 เรื่องน่ายินดี3
‘หากเป็นเช่นนั้นจริง น้องสาวผู้นี้เกรงว่าจะต้องปกป้องให้ดีเสียแล้ว กองกำลังตอนนี้เพียงพอหรือไม่’ ท่านชายหนานลู่เจ๋อคิดวางแผนไว้ในใจ
“จริงเจ้าค่ะ หลังจากที่ออกมาจากห้องทดสอบสุดท้าย ระฆังก็ดังขึ้นถึง 9 ครั้ง พร้อมกับหยกและอาภรณ์ชุดหนึ่ง ท่านปรมาจารย์หลัวอี้โจวได้มอบสิ่งนี้ให้แก่ข้าด้วยเจ้าค่ะ” ว่าแล้วซูเม่ยก็ตั้งกล่องไม้กล่องหนึ่งลงบนโต๊ะ ท่านลุงรองเป็นผู้เปิดกล่องนั้น เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ภายในก็มือสั่นขึ้นมาจนพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองอดไม่ไหวชะโงกไปมองของที่อยู่ภายใน
“ตราประทับของสำนักแพทย์โอสถกลาง!!!”
“นี่น้องหญิงสี่กะจะทำให้พี่ชายรองหัวใจวายตายหรือ เซียนแพทย์โอสถว่าน่าเหลือเชื่อแล้วนี่ถึงกับเป็นเจ้าของสำนักแพทย์โอสถกลาง ยามนี้จะมีคนแคว้นใดกล้ารังแกครอบครัวเจ้าได้อีกกัน”
“สำนักแพทย์โอสถกลางยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นเลยเหรอ” นายท่านลี่หยางถึงกับไปไม่ถูกเพราะเดิมทีเขาเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา แค่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เกินความคาดฝันไปไกลแล้ว แต่นี่บุตรสาวของเขากลับ...อยู่เหนือผู้คนอีกมากมาย
“ใช่แล้วน้องเล็ก สำนักแพทย์โอสถกลางเป็นผู้ควบคุมสำนักแพทย์โอสถในทุกแคว้น แพทย์ทุกคนอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักแห่งนี้ ทั้งโอสถและสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาหากต้องการค้าขายย่อมต้องผ่านการรับรองจากสำนักแพทย์โอสถทั้งสิ้น แม้แต่หมอหลวงในวังก็เป็นคนจากสำนักแพทย์โอสถ เจ้าลองนึกดูว่าหากใครกล้ามีปัญหากับสำนักแพทย์โอสถ ชีวิตทั้งชีวิตก็จะไม่ได้รับการรักษาแม้ว่าจะเจ็บป่วยเพียงใด”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ลี่หยางพยักหน้าอย่างเข้าใจ ใครจะกล้าล้อเล่นกับชีวิตตัวเองที่ไม่รู้ว่าวันใดจะเจ็บป่วยกันเล่า
“ลูกจะไหวเหรอซูเม่ย” อู๋เย่วจวนกลัวว่าบุตรสาวจะเหนื่อยเกินไป หน้าที่นี้ช่างยิ่งใหญ่เกินวัยของบุตรสาวไปมากมายนัก
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าตกลงกับท่านปรมาจารย์หลัวอี้โจวไว้แล้ว หากใครต้องการเรียนรู้การปรุงโอสถหรือมีปัญหาใดเกิดขึ้นให้มาพบข้าที่นี่ เพราะข้าไม่สะดวกที่จะเดินทางบ่อยๆ”
“เป็นเช่นนั้นก็ดี เดินทางบ่อยๆ แม่เป็นห่วง”
ทุกคนยังคงคุยและปรึกษากันในเรื่องของซูเม่ยไปพักใหญ่ ก่อนจะเริ่มเข้าเรื่องราวครอบครัวทางแคว้นหนานก็คือ...วังจวิ้นอ๋อง
“น้องเล็ก ครอบครัวของเจ้าพร้อมเดินทางไปแคว้นหนานหรือไม่ แม้จะไม่ไปอยู่ที่เป็นการถาวรแต่ไปพบเสด็จพ่อเสด็จแม่สักครา อาการเสด็จแม่ไม่สู้ดีนัก หากได้พบเจ้า...บางทีอาจจะพอมีหวังบ้าง”
“พี่รองไปแคว้นหนานครานี้อาจจะใช้เวลานานหลายเดือน ข้าคงต้องสะสางงานทางนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน ถ้าหากท่านเดินทางล่วงหน้าไปส่งข่าวก่อน ข้าค่อยเดินทางตามไปหลังจากนั้นสักเดือนหนึ่งดีหรือไม่ อีกอย่างต้องพาเจ้าแฝดสามไปด้วย หากรั้งรอกันไปมาจะล่าช้ากันไปหมด ท่านพาเฟยเฟยกลับไปหามารดาของนางเสียก่อนเถิด ป่านนี้คงกังวลหนักแล้ว”
“เป็นเช่นที่ท่านพ่อว่าก็ดีนะเจ้าคะท่านลุงรอง ท่านป้าสะใภ้รองเองก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย”
“ได้ๆ พี่จะเดินทางไปก่อน เจ้าค่อยพาครอบครัวตามไป ข่าวที่ส่งไปวังจวิ้นอ๋องคงจะได้รับกันแล้ว”
“เช่นนั้นวันมะรืนสายๆค่อยออกเดินทาง ท่านอารองคงต้องไปคุยกับเฟยเฟยแล้วล่ะขอรับ น้องอาจจะงอแงไม่ยอมจากที่นี่ไปเป็นแน่ ตั้งแต่น้องหญิงสี่มาถึงก็วิ่งแจ้นไปนั่งรอนอนรอที่เรือนเหลียนฮวาแล้ว”
“อ่า เป็นเรื่องยากจริงๆ เช่นพี่ชายใหญ่ว่า” ท่านชายหนานลู่เสียนเอ่ยปนกลั้วขำเบาๆ ที่นับวันเจ้าตัวแสบชักจะซนขึ้นทุกวัน มีเพียงซูเม่ยเท่านั้นที่นางฟัง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนนั้นหรือไม่
‘คนที่ปกป้องนางจากอันตรายมักจะได้รับความไว้วางใจมากที่สุด’ ยามนั้นน้องสาวของเขาจะหวาดกลัวมากเพียงไรกัน
แขกอีก 2 คนที่เก็บได้ระหว่างทาง ซูเม่ยก็ไปตรวจร่างกายให้ทุกวันทุกวัน นางมักจะได้รับสายตาแปลกๆจากคุณชายหยางหนิงเฉิงเสมอ ซึ่งออกจะอึดอัดเล็กน้อย เหมือนพยัคฆ์จ้องจะกินเหยื่อ ยามที่ต้องแตะกายเขาก็มักจะมีเหตุให้แนบชิดกัน อย่างวันนี้จู่ๆคุณชายหยางก็อ่อนแรงเฉียบพลันจนเสียหลักเอนกายมาซบไหล่ของนาง แต่เมื่อคิดเช่นนั้นนางก็สะบัดศีรษะไล่ความคิดเลอะเทอะของตัวเอง และเมื่อพบว่าทั้งสองคนอาการดีขึ้นมาก นางก็ขอตัวกลับออกมา
แม้การเดินเหินยังคงอ่อนแรงไม่ปกตินัก จึงได้แต่พำนักที่เรือนฝูหลงไม่ได้ออกมานอกเรือน แต่ข่าวสารจากภายในจวนก็ยังส่งมาถึงชินอ๋องหนิงเฉิงอยู่ดี
ชายร่างสูงในชุดสีน้ำตาลของบ่าวรับใช้ทั่วไป ลอบเข้ามายังเรือนฝูหลงโดยที่ไม่มีใครรับรู้ เดิมทีชายผู้นี้คือหนึ่งในองครักษ์เงา แต่เก่งกาจในเรื่องของการปลอมตัว และแฝงตัวสอดแนมเป็นอย่างมาก จึงได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญนี้
“เรียนท่านอ๋องยามนี้แขกสำคัญกำลังเตรียมเดินทางกลับ และที่สำคัญพวกเขาไม่ได้เป็นคนแคว้นซ่ง”
“ไม่ใช่...คนแคว้นซ่งงั้นเหรอ” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงที่นั่งเอนกายบนเตียงใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามขนคิ้ว ซึ่งเป็นท่าทางที่เขากำลังครุ่นคิด
“พะยะค่ะ เป็นคนแคว้นหนานและน่าจะเป็นคนสำคัญไม่น้อย เพราะมีผู้ติดตามที่มีฝีมือเทียบเท่าองครักษ์เงาติดตามมากมาย ช่วงหลายวันมานี้กระหม่อมจึงเคลื่อนไหวลำบากมาก”
“...”
“และดูเหมือนว่า..พวกเขาจะเกี่ยวข้องกับคุณหนูเล็กหลินเฟย การเดินทางครั้งนี้คุณหนูเล็กก็ถูกนำตัวไปด้วย”
“เช่นนั้น...อาจจะเป็นครอบครัวหรือไม่พะยะค่ะ จากที่เราสืบก่อนหน้าคุณหนูหลินเฟยจู่ๆก็โผล่มาระหว่างทางมาเมืองหยางอย่างปริศนา” เฟยเทียนวิเคราะห์อย่างรวดเร็วและปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน
“แต่มีอีกเรื่องที่น่าสนใจ ไม่รู้ว่าควรจะรายงานท่านอ๋องดีหรือไม่” ชายร่างสูงที่ไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่เขาคิดและสงสัยนั้นจะน่าเหลือเชื่อที่สมควรจะพูดไปหรือไม่
“พูดมา” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงที่ไม่อยากพลาดเรื่องใด แม้แต่เรื่องที่อาจจะเป็นข้อสันนิษฐานเท่านั้น
“ในบรรดาแขกที่มา มีผู้หนึ่งคล้ายนายท่านลี่หยางอยู่หลายส่วนราวกับ...มีสายเลือดเดียวกัน” เมื่อเขาพูดจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเองก็คาดไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องเช่นนี้
“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงตระกูลตวนมู่อาจจะไม่ใช่ชาวแคว้นซ่งเราแต่เป็น...ชาวแคว้นหนาน” เฟยเทียน
“สืบต่อไปจนกว่าจะได้ข้อสรุป” แม้ว่าอาจจะเป็นเช่นองครักษ์คนสนิทกล่าว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็มีปัญหาพอสมควรเพราะเขาเป็นเชื้อพระวงศ์แคว้นซ่งมีข้อจำกัดในเรื่องคู่ครองที่ไม่อาจแต่งพระชายาเป็นคนต่างแคว้น แต่ก็มีข้อยกเว้นได้เช่นกัน
“พะยะค่ะ”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







