Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2025-07-11 01:05:05

เสี่ยวหนานกับสือซานเข็นรถขนของคันโตกลับบ้านซู มือเรียวเปื้อนเศษดินและคราบเหงื่อ แต่แววตานั้นกลับเปล่งประกายดั่งหยาดอรุณ เงาเคียงที่เดินอยู่ข้างเธอคือโจวสือซาน ชายหนุ่มรูปงามจากบ้านโจว ชายผู้มีร่างสูงทะมัดทะแมง ใบหน้าชวนมองไม่น้อยหน้าใคร

"ให้ฉันเข็นเองก็ได้ พี่สือซาน"

เสี่ยวหนานเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น ขณะชายหนุ่มจับรถลากเอาไว้แน่นด้วยท่าทีขึงขัง

"บ้านเราทางเดียวกัน เดินด้วยกันก็เข็นด้วยกันเถอะ"

เขาตอบแล้วส่งยิ้มให้เสี่ยวหนานอย่างสุภาพ

"เรื่องเมื่อคืนพี่พูดจริงนะ...กลับไปถึงบ้านพี่จะรีบบอกให้พ่อแม่มาคุยกับอาซู"

เสียงของโจวสือซานดังขึ้นแผ่วเบา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความจริงใจ เสี่ยวหนานหันมามองเขา แววตาคมของเธออ่านสีหน้าชายตรงหน้าอย่างแนบเนียน เหตุใดนัยน์ตาของเขาแฝงความดีใจเอาไว้ มันเรื่องอะไรกันแน่

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ อีกอย่างพี่ก็ไม่ได้ทำอะไรฉันนี่ ตอนที่อยู่บ้านหานฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ"

เสี่ยวหนานตอบเสียงนุ่ม แต่เธอก็พยายามเตือนใจตัวเองว่าคนตรงหน้าคือพระเอกของนิยายเรื่องนี้ คู่ของเขาก็คือไป๋ลี่เหยาลูกสาวหัวหน้าสมาคมประมงของเมืองเยี่ยนเทียน ไม่ใช่เธอ!

ตามบทเดิมเมื่อกลับไปถึงบ้านเธอจะต้องร้องไห้จนคิดสั้น แล้วลงมือฆ่าตัวตายในคืนนี้ แต่ถ้าเธอตอบตกลงแต่งเข้าบ้านโจวเนื้อเรื่องก็ต้องเปลี่ยนไปสิ!

"แต่พี่เป็นผู้ชาย พี่ทำให้เธอเสียหายก็ต้องรับผิดชอบเธอสิ หรือว่า...เธอรังเกียจพี่เหรอ?"

คำถามนั้นทำให้เสี่ยวหนานต้องหันหน้ามามองเขาอีกครั้ง คราวนี้มองอย่างเต็มตา ใบหน้าเขามีเค้าหล่อคมเข้มแต่แฝงไว้ด้วยความละมุน เสี่ยวหนานอดเปรียบเทียบในใจไม่ได้...

'หล่อกว่าหานเจาในความทรงจำฉันหลายขุม… หน้าตาดีกว่า นิสัยก็ดีกว่า นี่มัน...โชคชะตาหรืออะไร?'

"ไม่ใช่นะคะ ที่ฉันไม่ให้พี่รับผิดชอบ เพราะฉัน...ไม่รู้ว่าพี่มีคนรักอยู่แล้วรึเปล่า หรือว่ามีคู่หมั้นอยู่แล้วรึยัง? ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้ใคร"

เสี่ยวหนานพูดช้า ๆ นุ่ม ๆ แต่มือยังเข็นรถต่อไปไม่หยุด

"ไม่มี..ไม่มีใครทั้งนั้น มีแต่ลูกสาวคนหนึ่ง หน่วนหน่วน เป็นลูกของพี่ชายกับพี่สะใภ้ ทั้งคู่เสียไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน พี่ก็เลยเลี้ยงดูหน่วนหน่วนเหมือนลูกตัวเอง มีพ่อแม่คอยช่วยอีกแรง"

สือซานรีบตอบกลับแววตาของเขาเต็มไปด้วยการรอคอยคำตอบอย่างมีความหวัง เสี่ยวหนานเองพอได้ฟังคำนั้น..ในอกพลันอุ่นใจวาบกับความอบอุ่นของผู้ชายตรงหน้า

'โสดมาทั้งชาติ พอได้เกิดใหม่ก็มีผู้ชายดี ๆ ขอดูแล… ชีวิตใหม่ฉันช่างไม่เลวเลยจริง ๆ'

หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงจริงจัง

"พี่แน่ใจเหรอ ว่าครอบครัวพี่จะไม่รังเกียจฉัน ฉันไม่อยากมีปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้ ถ้าพ่อแม่พี่ไม่ชอบฉัน...ฉันก็ไม่แต่งเข้าไปหรอกนะ ฉันไม่อยากอยู่แบบอึดอัดใจต้องฝืนยิ้มปั้นหน้าใส่กัน"

โจวสือซานยิ้มทันที รอยยิ้มของเขาเหมือนลมทะเลยามเช้า ลูบผ่านใจนางจนวูบไหว ไม่ใช่ว่าเขาหลงตัวเอง แต่ผู้หญิงในหมู่บ้านหลายคนต่างก็อยากแต่เข้ามาเป็นสะใภ้บ้านโจว มีเพียงแค่ซูเสี่ยวหนานคนนี้แหละที่ไม่ปั้นหน้าเอาอกเอาใจเขาจนดูไม่จริงใจ

"พ่อแม่พี่ใจดีมาก ทั้งสองรักหน่วนหน่วน ถ้าหนานหนานเป็นคนดูแลหน่วนหน่วน พวกท่านจะยิ่งรักหนานหนานเข้าไปใหญ่ และถ้าแต่งกันแล้ว พี่จะรักหนานหนานมากกว่าใคร จะดีกับภรรยาที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้"

'หนานหนาน แม่เจ้า ฉันจะละลายเพราะผู้ชายคนนี้'

เสี่ยวหนานฟังแล้วหัวใจเต้นถี่โดยไม่รู้ตัว

"นะ..หนานหนาน พี่ตั้งชื่อใหม่ให้ฉันเหรอ"

เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วหันหน้ามองเขา ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่มีแววหยอกล้อแฝงอยู่เล็กน้อย

"อื้อ..เรียกแบบนี้น่ารักดี จริงไหม?"

'ให้ตายเถอะ ความรู้สึกเขินอายเพราะถูกผู้ชายจีบเป็นแบบนี้เองสินะ เอ๋...แต่ในนิยายบอกว่าพระเอกเป็นคนนิ่ง ๆ ไม่ค่อยพูดไม่ใช่เหรอ?'

"งั้นฉันให้เวลาพี่ไปปรึกษาที่บ้านก่อนนะ ถ้าฉันตอบตกลงแล้ว พี่จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้แล้วนะ บอกไว้ก่อนว่าฉันเป็นคนสู้คน กล้าได้กล้าเสีย กล้ารักกล้าเกลียด ซูเสี่ยวหนานคนเก่าตายไปแล้ว ตอนนี้มีแต่ซูเสี่ยวหนานคนใหม่"

ดวงตาเธอสบตาเขาอย่างกล้าหาญ โจวสือซานเห็นแบบนั้นก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ใครจะมองภาพนั้นยังไงเขาไม่สน แต่สำหรับเขาเธอช่างพยศแต่น่าเอ็นดู ซุกซนแต่น่าค้นหา

"พี่ชอบคนแบบนี้แหละ เด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวการเผชิญหน้า ไม่เสียดายเวลาในอดีต"

"ใครว่าล่ะ ฉันเสียดายเวลาที่เสี่ยวหนานคนเดิมทุ่มเทให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่ามากเลยนะ แต่ก็เข้าใจว่าที่ทำไปทั้งหมดมันเต็มที่แล้วจริง ๆ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำเพื่อคนที่เธอรักได้"

"เสี่ยวหนานคนเดิม?.."

"อื้อ..เสี่ยวหนานคนเดิม ก็ฉันบอกพี่แล้วไงว่าเสี่ยวหนานคนเดิมตายไปแล้ว ตอนนี้มีแต่เสี่ยวหนานคนใหม่"

ทั้งสองเดินไปพลาง พูดคุยไปพลาง เสียงหัวเราะของโจวสือซานประสานกับเสียงคุยเจื้อยแจ้วของเสี่ยวหนานกลมกลืนไปกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งยามบ่าย

จนกระทั่ง...

"เสี่ยวหนาน"

แม่ซูชะงักมือเงยหน้าขึ้น พลางหยีตาเพ่งมอง ภาพหญิงสาวคนหนึ่งเข็นรถบรรทุกของจนล้นสูงเทินมาแต่ไกล เธอใส่เสื้อผ้าสีซีด หน้าแดงก่ำจากแดด

"เกิดอะไรขึ้น!"

เสียงพ่อซูดังขึ้นขณะวางขวานทิ้ง เขากับภรรยารีบเดินไปหาลูกสาวด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

เสี่ยวหนานชะงักไปครู่หนึ่ง เธอหยุดรถเข็นก่อนจะยกมือขึ้นปาดเหงื่อ แต่พอเห็นใบหน้าของพ่อแม่ชัดเจน… น้ำตาก็ไหลร่วงในทันที

"พ่อ...แม่…" เธอพึมพำเบา ๆ ราวกับเสียงกระซิบที่เล็ดลอดออกมาจากความทรงจำ

เธอปล่อยมือจากรถอย่างลืมตัว แล้วพุ่งเข้าไปกอดพ่อแม่แน่นราวจะฝังร่างไว้ในอ้อมแขน

"..." "..."

"หนูคิดถึง"

เสียงสะอื้นปนเปื้อนน้ำตา และหัวใจที่เต้นโครมครามของคนเป็นพ่อแม่เจ็บไปหมด

"เฮ้ย ๆ นังหนู เป็นอะไรลูก?"

"นั่นสิเสี่ยวหนาน มีอะไรก็บอกแม่ได้นะลูก"

พ่อซูกับแม่ซูมองหน้ากันอย่างงุนงง แต่กลับกอดเธอแน่นขึ้นอย่างห่วงใย มือเหี่ยวย่นลูบหลังลูกสาวเบา ๆ แล้วเอ่ยกับลูกสาวอย่างอ่อนโยน

"ลูกกลับบ้านก็ดีแล้ว อย่าร้องไห้สิ ชีวิตคนมันก็ล้มลุกคลุกคลานแบบนี้แหละลูก... แต่บ้านก็ยังเป็นบ้านของลูกเสมอ"

พ่อซูกล่าวพลางใช้มือเกลี่ยน้ำตาบนแก้มให้ลูกสาว ระหว่างนั้นเสียงฝีเท้าอีกสองคู่ก็ดังมาจากในบ้าน ซูจื่อเหิงเดินออกมาพร้อมกับน้องชายคนเล็ก ซูจื่ออันวัย 15 ปี เจ้าตัวสูงโย่ง ผอมเก้งก้างแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใยทันทีที่เห็นพี่สาว

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ พี่เสี่ยวหนาน?"

"ใครทำอะไรน้อง..เสี่ยวหนาน บอกพวกเรามาได้เลย เดี๋ยวพี่กับจื่ออันจะไปจัดการมันให้เอง พวกบ้านหานใช่ไหม?" ซูจื่อเหิงกล่าว

จื่ออันรีบปรี่เข้ามาหา พลางใช้แขนโอบไหล่พี่สาวไว้แน่น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน

ไม่ทันที่ใครจะทันได้พูดอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากระเบียงบ้านเสียงสูงห้วน หญิงสาวร่างผอมในเสื้อผ้าสีหม่นเดินกอดอกเดินออกมาช้า ๆ ดวงตาคมกริบจ้องไปยังเสี่ยวหนาน

"โอ๊ย... ทีนี้ล่ะรู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน โดนบ้านหานเขาเตะโด่งกลับมาแล้วสิ? วันก่อนเห็นทำท่าจะถวายหัวให้แทบตาย!"

ซูอี้หลัน พี่สะใภ้ของเสี่ยวหนานพูดอย่างไม่ไว้หน้า เธอเหลือบตามองรถขนของก่อนจะกระแทกเสียงต่อ

"..."

"ยังมีหน้ากลับมาที่นี่อีก... เงินที่พวกเราช่วยกันเก็บก็ขโมยไปจนหมด แม้แต่ค่าเทอมของจื่ออันก็ยังไม่เหลือ แล้ววันนี้จะกลับมาอาศัยอะไรห๊า!?"

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดกรีดกลางใจ เสี่ยวหนานหน้าเจื่อน ดวงตาฉ่ำวาวคล้ายจะสะอื้นอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก จื่อเหิงก็หันขวับไปทางภรรยา

"อี้หลัน! พูดมากไปแล้วนะ กลับไปทำกับข้าว! ทำเผื่อเสี่ยวหนานด้วย"

น้ำเสียงของจื่อเหิงไม่ดัง แต่หนักแน่น อี้หลันชะงักนิดหนึ่งก่อนจะแค่นหัวเราะเบา ๆ

"ไม่ทำหรอก จะให้ฉันทำอะไรให้เธอกินเหรอ? ของกินในบ้านนี่ก็ให้เธอขนไปหมดแล้วนี่!"

คำพูดนั้นพ่นออกมาอย่างกัดกร่อน จนเงียบทั้งลานบ้าน… แต่จู่ ๆ จื่ออันก็ก้าวขึ้นข้างหน้า เอาตัวบังพี่สาวไว้เต็มตัว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้มกว่าที่เคยใช้

"งั้นก็ไม่ต้องทำ! ถ้าไม่อยากทำให้พี่เสี่ยวหนาน ผมทำเองก็ได้ แล้วถ้ามีใครคิดจะไล่พี่ออกจากบ้านนี้อีกล่ะก็...จะได้เห็นดีกัน!"

น้ำเสียงวัยรุ่นแตกหนุ่ม ฟังดูดื้อดัน แต่ดวงตาที่ลุกโชนปกป้องพี่สาวทำให้เสี่ยวหนานหัวใจเต้นสะท้าน ร่างกายอุ่นวาบไปทั้งตัว น้ำตาที่คลออยู่นานก็ไหลลงอีกครั้ง เธอก้มลงกอดน้องชายไว้แน่น

'แย่ชะมัด...ร่างนี้ทำเรื่องเห็นแก่ตัวไปมากมาย แต่ทำไมเธอถึงยังเป็นที่รักของบ้านได้ขนาดนี้นะ…'

เธอคิดในใจ พลางหลับตาแน่น อยากจะละลายหายเข้าไปในกลิ่นอายครอบครัวนี้ทั้งตัว

"จื่ออัน… ขอบใจนะ"

เสี่ยวหนานเอ่ยขอบคุณน้องชาย เธอไม่เคยมีพี่น้องมากก่อน พอได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ถูกปกป้องจากพี่น้อง มันช่างเป็นสิ่งที่น่าหวงแหนจริง ๆ

"อ้าวแล้วนั่น..สือซานเหรอ? ไปยังไงมายังไงถึงกลับมาพร้อมกับเสี่ยวหนานได้ล่ะ"

พ่อซูเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อหันไปเห็นโจวสือซานที่ยืนอยู่เงียบ ๆ มาได้พักใหญ่

"คือผม...."

"เดี๋ยวฉันเล่าเองพี่สือซาน" เสี่ยวหนานเอ่ยขึ้น

เสี่ยวหนานเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนในครอบครัวฟัง เสียงของเธอสะอื้นเป็นช่วง ๆ แต่สีหน้ากลับไม่ได้เจ็บปวด กลับเป็นประกายสุขเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกคนแปลกใจ

ซูจื่อหยางผู้เป็นพ่อนั่งฟังด้วยเปลวไฟในดวงตาที่ลุกโชน มือทั้งสองกำแน่นอย่างอดกลั้น

"ให้ตายเถอะ… บ้านหานมันกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง?"

จื่ออันโพล่งขึ้นทันที ขณะที่จื่อเหิงนิ่งไปนานก่อนเอ่ยเสียงขรึม

"พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับคนบ้านหานเอง มันจะทำกับน้องสาวแบบนี้ไม่ได้! ผมไม่ยอม"

"ไม่ต้องถึงพี่ก็ได้ ผมไปเอง! ผมจะไปพังบ้านมันวันนี้แหละ"

จื่ออันพูดพลางกำหมัดแน่น สีหน้าของเขาร้อนแรงเต็มไปด้วยความโกรธ

"ไว้ใจพี่เถอะเสี่ยวหนาน ต่อไปนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรเธออีก ไม่ต้องสนใจคำพูดของคนอื่น"

เสียงของจื่อเหิงแน่นิ่งแต่มั่นคง จนเสี่ยวหนานเองก็ไม่เข้าใจว่าร่างนี้จะฆ่าตัวตายทำไม ในเมื่อทุกคนในครอบครัวรักและปกป้องเธอดีขนาดนี้

"แต่เรื่องนี้ผมยินดีจะรับผิดชอบ ยังไงผมก็คุยกับเสี่ยวหนานแล้ว"

เสียงทุ้มต่ำของโจวสือซานดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองที่เขาเป็นตาเดียว

"สือซาน หลานรู้ใช่ไหมว่าเสี่ยวหนานย้ายไปอยู่บ้านหานได้เกือบ 1 ปีแล้ว หลานแน่ใจเหรอว่าจะยอมเอาชื่อเสียงของตัวเองมาแบกรับเรื่องนี้"

พ่อซูเอ่ยถามโจวสือซานตรง ๆ สถานการณ์ตอนนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการชี้แจงทุกอย่างให้ชัดเจน บ้านโจวถึงจะได้ไม่รังเกียจเสี่ยวหนานหลังจากแต่งเข้าบ้านไป

"ผมรู้และมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจครับอาซู อีกเดี๋ยวผมจะกลับไปคุยกับพ่อแม่ให้ท่านมาคุยเรื่องสู่ขอเสี่ยวหนาน"

"ถ้าอย่างนั้นอาว่าหลานกลับไปปรึกษากับที่บ้านก่อนเถอะนะ ถ้าไม่มีปัญหาค่อยมาว่ากันอีกที"

"ได้ครับ..งั้นผมขอตัวก่อนนะครับอาซู อาสะใภ้"

พูดจบสือซานก็เดินกลับบ้านของตัวเองที่อยู่ห่างไปอีกประมาณ 100 เมตร ท่ามกลางสายตาของทุกคนในบ้านซู ตอนนี้พ่อซูกับแม่ซูกังวลใจไม่น้อย ทุกคนก็รู้ว่าบ้านโจวฐานะดี มีเรือประมงเป็นของตัวเอง

ต่อให้ชื่อเสียงของไต้ก๋งโจวจะขึ้นชื่อว่าใจดีมีเมตตา แต่พวกท่านก็ยังกังวลว่าบ้านโจวจะไม่พอใจกับลูกสะใภ้ที่มีชื่อเสียงด่างพร้อยมาก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 95

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 94

    หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 93

    เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 92

    ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 91

    ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 90

    สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 13

    เวลาเลยผ่านไปจนเกือบเที่ยงวัน เสียงกระทะกระทบตะหลิวดังกังวานและอบอวลไปด้วยกลิ่นที่ชวนให้น้ำลายสอ ปลานึ่งซีอิ๊วที่เสี่ยวหนานหั่นเป็นชิ้น ๆ ถูกจัดเรียงลงถาดอย่างสวยงามทะเลคั่วพริกเกลือเผ็ดหอม ร้อนแรงได้ใจ ไก่ทอดผัดซอสเปรี้ยวหวานสีสันสดใส ผักกาดขาวผัดใส่หมูสับที่เพิ่งตักขึ้นจากกระทะยังคงมีไอน้ำพวยพุ่ง

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 12

    ป้ากู้มองเสี่ยวหนานด้วยความแปลกใจ "อ้าว ทำไมล่ะลูก ข้าวต้มถ้วยใหญ่ขนาดนี้ แถมเครื่องก็เยอะอีก""ฉันตั้งใจจะขายในปริมาณนี้ค่ะ ถ้าใครไม่อิ่มอยากสั่งเพิ่มอีก 1 ถ้วย ฉันจะคิดราคาเพียง 1 เหมาเท่านั้นค่ะป้า"ป้ากู้พยักหน้าอย่างเข้าใจ "หนูใจดีจริงๆ เลยเสี่ยวหนาน แบบนี้ลูกค้าต้องหลั่งไหลเข้ามาแน่ ๆ"ไม่นา

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 11

    เช้ามืดวันใหม่ เสี่ยวหนานปั่นจักรยานคันเก่าออกจากบ้านโจวตั้งแต่ตีสามครึ่ง เบาะหน้ามีหน่วนหน่วนนั่งอยู่ ส่วนเบาะหลังมีแม่โจวนั่งซ้อนท้าย ไฟฉากคาดหน้าผากถูกใช้ส่องนำทางพวกเขามุ่งหน้าไปยังท่าเรือเมื่อไปถึงร้านเสี่ยวหนานก็รีบเปิดประตูให้ทุกคนเข้าไปข้างใน ประตูร้านมีสองชั้นเธอจึงปิดแค่กรงเหล็กเอาไว้ชั้น

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 10

    คืนนั้น เสี่ยวหนานกลับถึงบ้านพร้อมรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ประดับใบหน้า มือเรียวส่งรูปถ่ายสองสามใบให้สามีของเธอ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพเหล่านั้น ก่อนจะเค้นเอาความจริงจากปากของภรรยา "หนานหนาน! ทำไมน้องถึงเอาตัวเองเสี่ยงแบบนี้!" สือซานตวาดเสียงกร้าว"พี่จะร้อนใจทำไม ฉันก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เนี่ยเห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status