Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-07-11 01:18:02

สายลมพาดผ่านแนวหลังคากระเบื้องเก่า ๆ เหนือหมู่บ้านที่ซุกตัวอยู่บนเนินลาดริมฝั่งทะเล ฝั่งหนึ่งคือท้องน้ำสีครามลึก ฝั่งหนึ่งคือภูผาแน่นขนัดด้วยพรรณไม้พุ่มเขียว พัดไหวรับลมเค็มกรุ่นมาจากชายฝั่ง

บ้านแต่ละหลังในหมู่บ้านทำจากปูนผสมหินและกระเบื้องหลังคาสีหม่น รั้วรอบขอบชิดล้อมบ้านเป็นแนวยาว บางบ้านยังมีกระเบื้องแผ่นเก่า ๆ ปะติดเสริมรั้วปูน เพิ่มความมั่นคงดั่งจิตใจคนทะเล

ทางเดินระหว่างบ้านเป็นซีเมนต์เก่าแตกร้าวเล็กน้อย บ้างปูด้วยหินเรียงแน่น ลัดเลาะลงไปยังแนวฝั่งที่เป็นชะง่อนหินสูงชัน ทะเลลึกโถมกระทบผาหินดังโครม ๆ อยู่ทุกคราวที่คลื่นซัดใส่

หมู่บ้านไม่ใหญ่ หากแต่เต็มไปด้วยวิถีเรียบง่าย บ้านเรือนปลูกไต่ระดับความสูงขึ้นไปตามไหล่เนิน ทว่าบ้านใดก็ไม่ห่างกันจนเกินน้ำเสียงเรียก บางบ้านยังส่งกลิ่นปลาย่างแห้ง ลอยมากับลมทะเลจาง ๆ

ตรงท้ายหมู่บ้าน คือ "บ้านโจว"

บ้านปูนหลังใหญ่ชั้นเดียว มีถึงสี่ห้อง ล้อมรั้วปูนสูงสะอาดเรียบร้อย ประตูไม้สีเข้มถูกขัดเคลือบเงาอย่างดี สวนข้างบ้านมีต้นส้มทะเล ผลเหลืองเล็ก ๆ ห้อยระย้าสวยสะดุดตา

โจวสือซานกลับมาถึงบ้านก็พบว่าพ่อแม่และลูกสาวของเขานั่งรออยู่ลานหน้าบ้าน

"พ่อ! พ่อหายไปไหนมาทั้งคืน แอบไปหาสาวมารึเปล่าน๊า.."

หนูน้อยหน่วนหน่วนวิ่งมากอดขาผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น ก่อนจะเงยหน้ามองอย่างออดอ้อน สือซานอุ้มลูกขึ้นแนบอก กอดแน่น ๆ จนไหล่เล็กสั่นสะท้าน เขาก้มหน้าจูบหน้าผากลูกเบา ๆ แล้วพูดว่า...

"แก่แดดขึ้นทุกวันแล้วนะตัวแสบ"

"แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น? ลูกหายไปทั้งคืน มีคนเขาว่ากันว่ามีเรื่องกับบ้านหานจริงไหม?"

แม่โจวเดินเข้ามาใกล้ ถามด้วยสีหน้าหนักใจ ตอนนี้นางเหลือเพียงลูกชายกับหลานสาวเท่านั้น เรื่องไหนที่เป็นความเสี่ยงนางล้วนไม่อยากให้เกิดขึ้น

"สือซาน...ลูกไปมีเรื่องกับพวกนั้นใช่ไหม? หรือว่าถูกพวกมันทำอะไร?"

พ่อโจววางพัด หรี่ตามองลูกชายอย่างคนกำลังชั่งใจไม่ให้โมโห สือซานจึงวางลูกลง ลูบศีรษะหนูน้อยก่อนหันไปสบตาพ่อแม่ตรง ๆ

"แม่ พ่อ...เมื่อคืนผมถูกหานเวยวางยาแล้วถูกขังไว้ในบ้านหาน กับเสี่ยวหนานสองคนตลอดทั้งคืน ถึงผมไม่ได้ล่วงเกินเสี่ยวหนาน แต่น้องก็เสียหายเพราะผม...เพราะแบบนั้นผมเลยอยากให้พ่อแม่ไปสู่ขอเสี่ยวหนานให้ผมหน่อย ได้ไหมครับ?"

พ่อแม่ทั้งสองหันมาสบตากันโดยไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าที่ตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นเบาบางลง

"อย่างน้อยลูกก็ไม่คิดจะหนีปัญหา... แม่ได้ยินชาวบ้านมาเล่าให้ฟังแล้ว บ้านหานก็ช่างทำกับเสี่ยวหนานได้ลงคอ พอหมดผลประโยชน์ก็เขี่ยทิ้งไม่สำนึกบุญคุณ ใช้ไม่ได้จริง ๆ"

"เสี่ยวหนานไม่ใช่คนไม่ดี หากลูกคิดจะรับผิดชอบจริง ๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไร พ่อกับแม่จะไปสู่ขอให้" พ่อโจวพยักหน้า

ไม่ทันที่สือซานจะได้เอ่ยอะไรต่อ แม่โจวก็จูงมือหลานสาวเดินออกจากบ้าน หันหน้าไปทางบ้านของตระกูลซูด้วยท่าทีมุ่งมั่น ขณะที่พ่อโจวเดินตามพร้อมถือถุงผ้าใบหนึ่งซึ่งมีเงินสินสอดใส่ไว้ และถุงปลาแห้ง ปลาหมึกแห้งอีกหลายกิโล

"สือซาน ลูกยกถุงข้าวมา"

ผู้เป็นพ่อพยักพเยิดใบหน้าไปทางถุงข้าวสาร 20 กิโลที่เตรียมไว้ตอนรู้เรื่องจากชาวบ้าน ให้ลูกชายยกแล้วตามไปที่บ้านซู

"ครับพ่อ"

คนบ้านโจวใช้เวลาเดินเพียงไม่นานก็มาถึงบ้านซู พ่อซูที่เห็นผู้มาเยือนก็รีบต้อนรับขับสู้

"อ้าว...พี่ไห่ถัง พี่อี้เหมย มา มา เข้ามานั่งก่อน จื่ออันไปเอาเก้าอี้มาเพิ่มเร็วลูก เสี่ยวหนานเอาน้ำออกมารับแขกด้วย"

"ครับพ่อ/ค่ะพ่อ"

โต๊ะไม้กลมกลางบ้านถูกเช็ดจนเงา ขนมเปี๊ยะถูกจัดวางไว้เรียบร้อย ใบหน้าของแม่โจวดูตื่น ๆ แต่แฝงความตั้งใจจริง ส่วนพ่อโจวยกถุงอาหารแห้งขึ้นตั้งบนโต๊ะ โดยมีลูกชายยกถุงข้าวสารขึ้นวางไว้ข้างกัน

"ขอบใจมากเด็ก ๆ คืออย่างนี้นะจื่อหยาง(พ่อ นอ.) ฮุ่ยหลาน(แม่ นอ.)เรื่องวันนี้มันเร่งรีบไปหน่อย ฉันกับพ่อของสือซานคิดว่าถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวจะไม่ทันการ"

แม่โจวยิ้มหน้าบานแล้วล้วงซองสีแดงออกมา

"..."

"เงินค่าสินสอด… มีแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน เป็นเลขมงคลนะ กับอาหารแห้งอีกแปดกิโล ข้าวสารยี่สิบกิโล แล้วก็นี่… ขนมเปี๊ยะร้านดังในเมือง"

"สินสอดไม่มากแต่มาจากความจริงใจของพวกเรา ฉันกับแม่ของสือซานเลยคิดว่า… จะจัดงานแต่งเลยพรุ่งนี้จะดีไหม?"

พ่อโจวเสนอความคิดเห็นท่ามกลางความมึนงงของทุกคนในบ้านซู พวกเขายังดึงสติคืนมาไม่ได้ตั้งแต่เห็นเงินค่าสินสอดมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะ

"หนูไม่อยากจัดงานค่ะพ่อ..แม่..มันเปลืองโดยใช่เหตุ หนูอยากอยู่เงียบ ๆ ไม่เอิกเกริก ไม่ต้องแห่ ไม่ต้องพิธี ขอแค่เราเข้าใจกันก็พอ…"

เสี่ยวหนานโผล่มาจากข้างหลังม่าน บิดผ้าในมือแน่นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจน

"เสี่ยวหนานพูดแบบนี้… ฉันก็ว่าตามลูกแล้วกันนะพี่ไห่ถัง พี่อวี้เหมย แค่รับรู้กันสองบ้านก็พอแล้ว ไม่ต้องให้ใครมานั่งวิจารณ์ให้ลูกเราเหนื่อยใจ"

แม่ซูชำเลืองตามองลูกสาวแล้วยิ้มบาง ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปทางแม่โจว

"ผมฝากเสี่ยวหนานด้วยนะพี่ไห่ถัง พี่สะใภ้ ลูกสาวของผมถูกหักหลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ขอบคุณที่พี่ไม่รังเกียจ วันข้างหน้าถ้ามีอะไรที่เสี่ยวหนานทำไม่ถูกไม่ควร ฝากพี่ทั้งสองช่วยสั่งสอนบอกกล่าว ลูกสาวของผมไม่ใช่คนดื้อดึงจนสอนไม่ได้ ช่วยเมตตาเสี่ยวหนานของพวกเราด้วย"

นัยน์ตาของผู้เป็นพ่ออัดแน่นด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อลูกสาว ซูจื่อหยางกลัวเหลือเกินว่าอดีตของลูกสาวจะทำให้บ้านโจวรังเกียจและข่มเหง

"จื่อหยางนายไม่ต้องห่วง เสี่ยวหนานแต่งเข้าบ้านเรา เราก็จะดูแลอย่างดี วางใจเถอะ" พ่อโจวกล่าว

"ใช่ ๆ ถึงจะไม่จัดงาน แต่พิธียกน้ำชาที่ควรมีก็ยังต้องมีอยู่"

พอได้ยินแม่โจวพูดแบบนั้นจื่ออันก็รีบวิ่งไปเอากระป๋องใบชาที่มีอยู่เพียงน้อยนิดกับชุดชงชาออกมาจัดการ โดยมีพี่ชายคนโตอย่างจื่อเหิงคอยช่วยอยู่ไม่ห่าง

พอน้ำชาถูกชงแล้วรินใสถ้วยชาพร้อมแล้ว สือซานกับเสี่ยวหนานคุกเข่าลงพร้อมกันบนเสื่อผ้าทอ พื้นเย็นนิด ๆ ทว่าอบอุ่นจากแววตาผู้ใหญ่ที่มองมา

เสี่ยวหนานค่อย ๆ ยกถ้วยชาคู่แรกไปวางหน้าพ่อแม่ของตน มือเธอไม่สั่น แต่ริมฝีปากคล้ายสั่นระริกจากความตื้นตัน

"น้ำชานี้... ลูกสาวยกให้พ่อกับแม่ ขอบคุณที่เลี้ยงดูหนูมาจนเติบใหญ่ ให้โอกาสหนูได้เลือกทางเดินของตัวเอง แม้หนูดื้อพ่อกับแม่ก็ไม่เคยต่อว่า ไม่เคยถอดใจจากลูกสาวคนนี้ ถึงลูกไม่ได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้ แต่ลูกสาวคนนี้จะไม่ทิ้งห่าง คอยส่งข้าวส่งน้ำทดแทนบุญคุณ"

แม่ซูยกถ้วยขึ้นดื่มอย่างสงบ แต่ดวงตาที่จ้องมองลูกสาวกลับแดงระเรื่อ นางรู้สึกว่าลูกสาวเติบโตขึ้นหลังจากผ่านเรื่องร้าย ๆ มา แล้วก็หวังว่าลูกจะได้เจอที่พึ่งพิงที่ดี

"น้ำชาอุ่น… แต่ใจของแม่อุ่นยิ่งกว่า แม่ขอเพียงให้ลูกมีความสุขก็พอแล้ว ฝากน้องด้วยนะสือซาน"

"ครับ ผมจะดูแลหนานหนานให้ดี"

พ่อซูรับถ้วยชาจากมือเสี่ยวหนานอย่างมั่นคง แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม

"จากนี้ไปลูกมีพ่อแม่สองบ้าน ต้องปรนนิบัติดูแลพ่อแม่สามีให้ดีนะลูก ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่ ฝากน้องด้วยนะสือซาน"

"ค่ะพ่อ/ครับพ่อ"

"น้ำชานี้ ผมกับหนานหนานยกให้พ่อกับแม่… ขอบคุณที่เลี้ยงดูผมมา ถึงข้าจะเป็นลูกไม่เอาไหนนัก แต่ผมจะพยายามเป็นสามีที่ดี เป็นลูกเขยที่นอบน้อม ไม่ให้ใครดูแคลนได้…"

แม่โจวรับถ้วยชาไปก่อนน้ำตาซึม มือเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อตั้งถ้วยลงอีกครั้ง

"แม่ไม่ได้ต้องการลูกชายที่ร่ำรวยหรือเก่งกล้า… ขอแค่ลูกเป็นคนดี รักลูกเมียรักครอบครัวก็พอแล้ว"

พ่อโจวยกถ้วยชาขึ้นช้า ๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ

"ตั้งแต่วันนี้ เสี่ยวหนานคือลูกสาวของบ้านโจว… พ่อแม่จะคอยดูแลเสมอ ไม่ว่าเมื่อไรก็จะรักเอ็นดูเหมือนลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเรา"

สือซานและเสี่ยวหนานก้มคำนับพร้อมกัน หลังจากเสร็จพิธีคนในบ้านโจวก็พาเสี่ยวหนานกลับไปพร้อมกันทันที

บ้านโจว

เสี่ยวหนานนั่งเล่นอยู่ใต้ร่มไม้หน้าบ้านโจว ในมือกำถ้วยน้ำชาแน่น แก้มใสร้อนผ่าวเมื่อถูกลมทะเลปะทะหน้าเบา ๆ เด็กหญิงตัวน้อยปีนขึ้นมานั่งข้าง ๆ จ้องเธอด้วยตาโตกลมใส แล้วกระซิบเบา ๆ

"พี่เสี่ยวหนาน...หนูขออะไรได้ไหม?"

"ได้สิ ว่ามาสิจ๊ะหน่วนหน่วนอยากขออะไร"

"หนูอยากให้พี่เสี่ยวหนานเป็นแม่ให้หนู...หนูคิดถึงแม่"

ถ้อยคำใสซื่อแต่น่าเอ็นดูทำให้หัวใจของหญิงสาวสะท้าน ใจที่เคยแข็งดั่งหินกลับอ่อนยวบในพริบตา

"ได้สิจ๊ะ ต่อไปนี้หน่วนหน่วนก็เรียกพี่เสี่ยวหนานว่าแม่ได้เลย"

"แม่...แม่จ๋า หน่วนหน่วนมีแม่จ๋าแล้ว เย้ ๆ"

โจวสือซานที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ยินถ้อยคำของลูกสาวอย่างชัดเจน เขาเงียบอยู่นาน ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงข้างลูกสาวและเสี่ยวหนาน

"ขอบคุณนะหนานหนาน"

"ขอบคุณอะไร เป็นเรื่องที่ฉันควรทำอยู่แล้ว ว่าแต่ห้องนอน..."

"จัดเสร็จแล้วครับ ป่ะ ไปดูห้องของเรากัน"

ตั้งแต่มาถึงบ้านโจว สือซานก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้เก็บห้อง เขาจึงให้เธอนั่งรออยู่ข้างนอกก่อนในระหว่างที่เขารีบเข้าไปจัดการความเรียบร้อยด้านใน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 95

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 94

    หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 93

    เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 92

    ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 91

    ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 90

    สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 82

    "ก็ต้องขอบคุณฝีมือการบริหารของคุณหยูค่ะ" เสี่ยวหนานหัวเราะเบาๆ "ไม่หรอก ต้องขอบคุณสูตรลับเฉพาะของคุณต่างหาก! ไม่แค่นั้นนะ ตอนนี้ยังมีคู่ค้าอีกหลายรายที่เริ่มสนใจต้องการซื้อแฟรนไชส์บะหมี่ปูคลุกซอสไปเปิดเองอีกด้วย ผมว่าคุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ"มิสเตอร์หยูกล่าวด้วยความชื่นชม เสี่ยวหนานพยักหน้ารับ เ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 81

    ที่โรงพยาบาล ทันทีที่รถของสือซานจอดสนิทที่ทางเข้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลก็รีบเอารถเข็นมารับร่างของคนป่วย แล้วพาเสี่ยวหนานเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์และพยาบาลเข้ามารับช่วงต่อทันที พวกเขาพยุงร่างของเสี่ยวหนานขึ้นนอนบนเตียงเข็น และพาเธอเข้าไปในห้องตรวจ หลังจากเก็บรถเสร็จสือซานก็รีบมายืน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 77

    พอรถไฟมาถึงสถานีรถไฟกว่างโจว จื่ออันและพี่ชายกับพี่สะใภ้ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังปักกิ่ง พวกเขาเดินตามป้ายบอกทางไปยังชานชาลาสำหรับรถไฟสาย กว่างโจว - ปักกิ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายหลักที่ยาวนานจื่อเหิงที่เป็นคนประหยัดและไม่ชอบใช้เงินฟุ่มเฟือย ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายเงินที่ต้องจ่ายค่าตู้พ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 76

    หลายสัปดาห์ต่อมา การสอบเกาเข่าผ่านพ้นไปด้วยดี ซูจื่ออัน ได้คะแนนสอบมากถึง 748 คะแนน ถือว่าสูงสุดในเมืองเยี่ยนเทียนแถมยังได้ประกาศนียบัตรจากการแข่งขันระดับมณฑล จนได้รับหนังสือเชิญเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง วันนี้เป็นวันที่จื่ออันจะต้องเดินทาง เขาเลือกแล้วว่าจะเรียนที่ มหาวิทยาลัยชิงหัว ครั้งนี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status